Post on 30/07/2019

รีวิวคอนเสิร์ต LANY พัฒนาการก้าวกระโดด สนุกกว่าทุกครั้ง ดีเท่และเก่งขึ้นมาก

       LANY วงอินดีป็อปสัญชาติอเมริกันจากลอสแอนเจลิส นำโดย  พอล ไคลน์ (Paul Klein), เจค กอส (Jake Goss) และ เลส พรีสต์ (Les Priest) กลับมาเปิดคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบอีกครั้งเป็นครั้งที่สามภายใต้ชื่อ “Malibu Nights World Tour 2019” ถ้าจะบอกว่านี่คือคอนเสิร์ตที่หาบัตรได้ยากที่สุดคอนเสิร์ตหนึ่งในรอบปีนี้ก็คงไม่ผิดอะไร เพราะตั้งแต่วินาทีแรกที่เปิดขายบัตร เวลาผ่านไปไม่กี่นาทีก็มีรายงานว่าบัตรทั้งหมด sold out เป็นที่เรียบร้อยจนต้องเพิ่มรอบพิเศษอีกหนึ่งรอบ โชว์ในครั้งนี้ของ LANY มีความเปลี่ยนแปลงไม่น้อยโดยเฉพาะสเกลงานที่ใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัว สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการอันก้าวกระโดดของวง

คอนเสิร์ตในครั้งนี้เริ่มเวลาประมาณ 20.42 . อาจจะเลทจากเวลาเดิมอันเนื่องมาการเตรียมความพร้อมของโชว์ระหว่างตัวศิลปินและผู้จัด โดยบนจอแอลซีดีบนเวทีมีการขึ้นวิชวลนับถอยหลังเป็นตัวเลขสองนาที ก่อนที่ทางวงจะค่อย ๆ ทยอยขึ้นมาบนเวที และเมื่อตัวเลขเดินมาถึงวินาทีที่หนึ่งหนุ่มพอลก็ได้พาทุกคนเข้าสู่ความสนุกด้วยเพลง ‘Thick and Thin’ ผลงานจากอัลบั้มใหม่ Malibu Nights ก่อนทั้งสามหนุ่มจะต่อเนื่องด้วยเพลงดังอย่าง ‘Good girls’ ซึ่งแฟนเพลงสาว ๆ หลายคนน่าจะใจละลายไปเลยกับเพลงนี้ เพราะหนุ่มพอลดูอ้อนซะเหลือเกิน เพลงดังกล่าวมีเนื้อหาที่เรียกหาความรัก ให้สาวคนรักกลับมา โดยเฉพาะท่อน “Baby, come back, I know my way around your heart” บอกได้เลยว่ามีคนร้องตามดังมาก จนในท่อนหลังเบรคดาวน์ หนุ่มพอลถึงขั้นพูดว่า “You’re so good” ให้แฟน ๆ เลยทีเดียว

       เพลงที่สามของโชว์ LANY หยิบเพลง ‘4EVER!’ ขึ้นมาเล่น ซึ่งในช่วงต้น พอล ก็ได้พูดกับแฟน ๆ ว่า รู้สึกดีที่กลับมาที่นี่อีกครั้ง ซึ่งในเพลงนี้เราจะสังเกตเห็นว่าการมาทัวร์ไทยรอบนี้ หนุ่มพอล ดูตื่นตัวและเอนเตอร์เทนโชว์มากขึ้น มีการโยกเป้าแสดงให้เห็นถึงความขี้เล่นมากขึ้นอีกด้วย ทั้งสามปิดท้ายโชว์ในช่วงนี้ด้วยเพลง ‘Yea, Babe, No Way’ ‘และอีกหนึ่งผลงานฮิตอย่าง ‘I Don’t Wanna Love You Anymore’

มาถึงเพลง ‘Taking Me Back’ พอล แสดงถึงความขี้เล่นของเขาอีกครั้งด้วยการบอกให้แฟน ๆ ทั้งฮอลล์ อ่านเนื้อเพลงบนเวที แถมในช่วงท้ายของเพลง พอล ได้โชว์โซโล่ซินธิไซเซอร์ ปิดท้ายเพลงได้ดีทีเดียว ก่อนจะเข้าเพลงต่อไปอย่าง ‘Made in Hollywood’ ที่อยู่ดี ๆ พี่แกก็ลงมาจากเวทีเพื่อมาเล่นกับคนดู

        ก่อนที่จะเล่นเพลงต่อไปนี้ พอล ได้พูดกับทุกคนอีกครั้งว่าทุกคนโอเคไหม แน่นอนเช็คสภาพกันขนาดนี้เพลงต่อไปที่พวกเขาจะเล่นคือเพลงจังหวะโยก ๆ อย่าง ‘Hurts’ ซึ่งในตอนท้าย พอล ได้บิลด์แฟนเพลงอีกครั้งว่าอย่าให้ผมต้องเต้นคนเดียวซึ่งในเพลงนี้ระบบแสงและวิชวลบนเวทีทำหน้าที่ได้ดีมาก สังเกตได้จากการเล่นแสงสอดรับกับจังหวะกลองของหนุ่ม เจค ที่ทำออกมาได้ดีมากและเท่มาก

‘Run’ กลายเป็นอีกผลงานจากอัลบั้มชุดใหม่ที่ถูกหยิบมาเล่น ซึ่งแฟนเพลงต่างร้องตามกันได้ชนิดทำเอาหนุ่มพอล พูดขึ้นมาว่า “I love when you sing with me” หรือแปลเป็นไทยได้ว่าผมรักเวลาที่พวกคุณร้องตามก่อนจะต่อเนื่องด้วยเพลงที่มีเนื้อหา ที่แฝงไปด้วยความรู้สึกที่มาจากประสบการณ์ตรงของพวกเขาอย่าง ‘13’

กรุงเทพมีใครอยู่ไหม ! พอลกล่าวทักทายแฟน ๆ อีกครั้งก่อนจะพูดกับแฟน ๆ อย่างเป็นทางการยาว ๆ ว่าผมรักพวกคุณมาก ทุกคนแฮปปี้กันใช่ไหม แล้วทุกคนรู้สึกดีใช่ไหม ขอบคุณทุกคนเลยที่ใจดีกับพวกเรา มันจะโอเคไหมถ้าพวกเราจะกลับมาอีกหลายต่อหลายรอบ คุณรู้ไหมว่าอาหารไทยเนี่ยเป็นอะไรที่ดีที่สุดในโลกเลย และพวกคุณก็น่ารักมาก พวกคุณชอบไหว้ ทำให้ผมอยากจะไหว้ตามตลอดเวลาเลย (แล้วนางก็ไหว้ๆๆๆ พร้อมกับพูดว่า You’re the best, I love you)” บอกเลยว่าพี่แกไหว้สวยมาก

       ต่อมา พอล จะแนะนำคนอื่น ๆ โดยเริ่มจากหนุ่ม เจค ในตำแหน่งกลองผมขอแนะนำมือกลองที่เก่งที่สุดในโลก คุณ เจค กอส ก่อนที่เขาจะให้แฟน ๆ พูดชื่อ เจค ไปเรื่อย ๆและคืนนี้มันจะไม่สมบูรณ์เลยถ้าไม่มีคนที่สมบูรณ์แบบที่สุดคนนี้ คุณ เลส พรีสต์ “(แล้วพี่แกก็ให้เรียกเลสๆๆๆตามเช่นกัน)  ส่วนผมชื่อ พอล ไคลน์ แล้วทุกคนก็ตะโกนพอลๆๆๆๆๆแล้ว พอล ก็พูดว่าผมอยู่ในวงที่ดีที่สุดในโลกเลยล่ะ สาว ๆ เพลงต่อไปคือ ‘If You See Her’ ร้องไปกับผมนะ

ซึ่งหลังจากนั้นวงก็ทยอยขนเพลงโดนมากระแทกใจแฟน ๆ เช่น ‘The Breakup’ หรือ ‘Pink Skies’ เพลงที่สื่อถึงความโรแมนติคของหนุ่มพอล ซึ่งที่มาของเพลงนี้หนุ่มพอลเล่าว่าเขามักจะไปนั่งชมพระอาทิตย์ตกดินคนเดียวบ่อย ๆ ก่อนจะปิดท้ายโชว์อย่างไม่เป็นทางการด้วยเพลง ‘Hericane’ และเพลงฮิตของเขาพวกเขาอย่าง ‘Super Far’ และ ‘Malibu Nights’

       แน่นอนถ้ายังไม่พูด goodbye หรือเปิดไฟไล่ คอนเสิร์ตก็ยังไม่เลิก ใช่แล้วทั้งสามกลับขึ้นมาบนเวทีอีกครั้งพร้อมกับช่วง encore ส่งท้ายให้แฟน ๆ ซึ่งระหว่างที่ พอล เดินกลับขึ้นมาไม่รู้พี่แกคิดยังไงลงไปหมอบกับพื้นเฉย หลายคนก็นึกว่าพี่แกเป็นอะไรไป แต่หลังจากอินโทรเพลง ‘Thru These Tears’ ขึ้น พอล ก็กระโดดลุกขึ้นมาร้องได้เพราะสุด ๆ ทีเดียว ก่อนพวกเขาจะปิดท้ายโชว์นี้จริง ๆ ด้วยเพลง ‘ILYSB’ ซึ่งตอนจบหนุ่ม พอล ได้หยอดคำหวานใส่แฟนเพลงอีกด้วยว่าช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ต่อจากนี้ พวกเราจะกลับมาที่นี่อีกตลอด

ภาพรวม : โชว์ครั้งที่สามของ LANY สะท้อนให้เห็นถึงก้าวที่สำคัญมากสำหรับพวกเขาโชว์นี้มีความพร้อมมาก และสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการอันก้าวกระโดดของวง เริ่มจากพอลนักร้องนำของวงมีการเอนเตอร์เทนที่ดีมากขึ้นกว่าทุกครั้ง เขาแสดงถึงความเป็นฟรอนต์แมนที่แท้จริง มีทั้งความเต็มที่และเสียงร้องที่มีคุณภาพตลอดทั้งโชว์ เช่นเดียวกันกับเจคและเลสที่พัฒนาความสามารถได้โดดเด่นมากขึ้น เจคมีไดนามิคการตีกลองหนักเบายอดเยี่ยมขึ้นทีเดียว เช่นเดียวกันเลสที่เป็นเหมือนตัวปิดทองหลังพระก็คุมซาวนด์ของวงได้อยู่หมัด

       อีกหนึ่งสิ่งที่น่าชื่นชมคือแฟน ๆ ชาวไทยที่สนุกและร้องตามกันได้ตลอดทั้งโชว์จนหนุ่ม พอล ออกปากว่า “You sound so good” บ่อยมาก แต่ที่ส่วนตัวผมชอบที่สุดคือแสงบนเวที ที่ช่วยทำให้โชว์สนุกขึ้นมาก ท่อนหยุดต่าง ๆ หรือจังหวะกลองเด่น ๆ ที่เล่นกับแสงตามไปมาสร้างมิติ และบิลด์เพลงได้ดีสุด ๆ ซึ่งการลงรายละเอียดของแสงสีให้สอดรับกับดนตรีเป็นอีกสิ่งที่ทำให้โชว์ออกมาสนุกและดูมีอะไร ซึ่งสมัยนี้หลายวงค่อนข้างจะตัดตรงจุดนี้ออก วันนี้ต้องขอบคุณ LANY ที่ทำให้เราเห็นถึงเสน่ห์ของการเล่นสดที่เรียกได้ว่าแสงสีเสียงมาเต็มอีกครั้ง และมันยังทำให้เรามีความรู้สึกอยากดูโชว์ของพวกเขาอีกครั้งในอนาคต

สำหรับผม ผมว่าเราทำได้ดีขึ้นทุกครั้งที่ได้ขึ้นแสดงแหละ มันเจ๋งมาที่ได้ขึ้นเล่น ไม่แน่คืนนี้อาจจะเป็นแสดงที่ดีที่สุดก็ได้พอล ไคลน์

 

ขอขอบคุณภาพจาก Live Nation BEC-Tero


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

Rhythm Of Beau Sunita Concert-“โบ สุนิตา”ท่วงทำนองของนักร้องที่เป็นตัวจริง

รีวิว Polycat I Want You Concert คอนเสิร์ตรวมบทเพลงเฟรนด์โซนที่ ‘ดูดี ที่สุดเลยเว้ยแก’

ดิเอโก มาราโดนา วันเวลาค้าแข้งท่ามกลางมรสุมชีวิตในนาโปลี

รีวิวคอนเสิร์ตสุดโก้ของ “จิ๊กโก๋หลังวัง” โลกดนตรีที่มากกว่าการเล่าเรื่องผ่านเพลงของ วิรัช อยู่ถาวร

เซอร์ซี แลนนิสเตอร์ คุณแม่สูงศักดิ์สุดอื้อฉาว ทรราชผู้รักลูกไม่ถูกทาง              

หลับตาฟังเรื่องเล่าไปกับ Blind Experience เมื่อความสวยงามมองไม่เห็นด้วยดวงตา

Tiger Parenting วาทกรรมกับดักครอบครัวของตะวันตกสู่ละครเวที บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล 2019 

รีวิวคอนเสิร์ต Two Door Cinema Club ธันเดอร์โดม นายเล่นเราแล้ว !