Post on 30/09/2019

รีวิวคอนเสิร์ต Lukas Graham ครั้งแรกในไทย กับทุกเพลงมีเรื่องเล่า เต็มอิ่มกับบรรยากาศดี ๆ จากวงดนตรีสุดรักครอบครัว

       จบไปแล้วสำหรับคอนเสิร์ต “Lukas Graham Live In Bangkok 2019” ที่ Spicy Disc ผู้จัด ได้พาหนุ่ม ๆ สมาชิกวงบินลัดฟ้าจากเดนมาร์กมาเปิดคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในไทย เมื่อวันเสาร์ที่ 28 กันยายน 2019 ต้องบอกเลยว่าบรรยากาศในฮอลล์นั้นอบอุ่นโรแมนติกใช่เล่น เมื่อเจ้าของเพลงฮิตอย่าง ‘7 Years’, ‘Mama Said’ และ ‘Drunk In The Morning’ มาพร้อมกับเรื่องเล่าดี ๆ ที่ชวนให้เราอินตามได้ในทุก ๆ เพลง

การแสดงเริ่มขึ้นเวลาหนึ่งทุ่มครึ่ง ที่วง No One Else วงน้องใหม่จากค่าย Spicy Disc ขึ้นเล่นเป็นวงเปิด ก่อนส่งไม้ต่อให้กับ TAPE หรือ เทป ดวงพร กับ Helmetheads ที่ขึ้นมามอบความสุขกันคนละเพลงสองเพลง ก่อนที่ทั้งสามนักร้องนำจากสามวงจะขึ้นมา cover เพลง เธอทั้งนั้น จากวงรุ่นพี่อย่าง Groove Riders เป็นเพลงบอกลา ในช่วงนี้เหมือนช่วงเรียกน้ำย่อยให้แฟน ๆ ได้วอร์มเส้นเสียง ร้องคลอตามบทเพลง ก่อนที่จะได้พบกับเจ้าของคอนเสิร์ตที่ทุกคนรอคอย

เสียงเปียโนที่ดังขึ้นเรียกเสียงเชียร์จากแฟน ๆ ได้ไม่น้อย เมื่อทุกคนรู้ว่าโชว์จาก Lukas Graham ได้เริ่มขึ้นแล้ว เมโลดี้แรกของเพลง ‘Hold My Hand’ นั้นเต็มไปด้วยความไพเราะและ emotion ที่ส่งตรงจากเวทีลงมาถึงคนดูให้เราได้โยกตัวตามจังหวะเพราะ ๆ ของเพลงเปิดงานเพลงนี้ ก่อนจะส่งไม้ต่อความสนุกให้กับเพลง ‘Take The World By Storm’ ที่มีจังหวะสนุกสนานชวนกระโดดให้สุดขา และตามมาด้วยเพลงเมโลดี้น่ารัก ๆ อย่าง ‘Drunk In The Morning’ ที่นักร้องนำอย่าง ลูคัส (Lukas Graham) ก็เอนเตอร์เทนแฟนคลับได้ดีทำเอาสาว ๆ แถวหน้าเวทียิ้มเขินไปตาม ๆ กันเมื่อหนุ่มลูคัสส่งหัวใจให้ ก่อนส่งท้ายช่วงแรกไปด้วย ‘You’re Not There’ เพลงจังหวะกลางที่แฟน ๆ สามารถร้องตามได้

สวัสดีครับ ทุกครั้งที่ผมมาประเทศที่สวยงามแบบประเทศของคุณ ผมอยากจะอยู่ตลอดไปเลย

       เสียงร้องเชียร์จากคนดูดังขึ้นทันทีที่ได้ยินคำทักทายจากลูคัส ที่ต้องชมเลยว่าเตรียมตัวมาดีมาก ๆ ในเรื่องจังหวะการพูดคุยกับแฟนคลับ สลับกับหันไปแซวสมาชิกในวงที่ทำได้ลื่นไหล ส่งเข้าเพลงถัดไปที่เป็นซิงเกิลใหม่ล่าสุด อย่างเพลง ‘Lie’ ตามด้วย ‘Off To See’ The World’, ‘Strip No More’ และ ‘Unhappy’ สำหรับเซ็ตนี้ เป็นช่วงที่หนุ่มลูคัสวิ่งไปทั่วเวทีและเชียร์อัพคนดูให้สนุกไปด้วยกัน

พ่อผมตายไปเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว นี่คือเรื่องเล่าจากปากของลูคัส ที่เตรียมมาเพื่อจะถ่ายทอดเพลงต่อไปให้กับเราฟัง โดยลูคัสบอกกับเราว่า เพลงนี้เกี่ยวกับครอบครัว และเขาไม่ได้แต่งเพลงนี้เพื่อตัวเขาเองคนเดียว แต่เพื่อคนดูทุกคนด้วย เสียงเชียร์ดังขึ้นตอนที่ได้ยินเนื้อร้องแรกของเพลง ‘Happy Home’ และเสียงร้องจากแฟน ๆ ที่คลอตามจนจบเพลงก็ได้เติมเต็มเพลงนั้นให้เพราะยิ่งกว่าที่เราเคยได้ยินใน audio version ไม่รู้กี่เท่า ก่อนจะเข้าเพลงถัดไปด้วยเสียงเปียโนที่ลูปวนเป็นเอกลักษณ์ในเพลง ‘Not A Damn Thing Changed’ ที่ลูคัสได้โชว์เสียงแหลมสูงแต่มีพลังของเขาอีกครั้งหนึ่ง

“Please give me a redemption song, I need one real bad”

เสียงร้องเพราะ ๆ ของลูคัสดังขึ้นอีกครั้งกับเพลง ‘You’re Not The Only One (Redemption Song)’ ที่คราวนี้มาในเวอร์ชันอะคูสติก ให้แฟน ๆ ได้ดื่มด่ำกับเนื้อเพลงสุดกินใจไปด้วยกัน

       “ผมแต่งเพลงนี้จากเสียงหัวใจของลูกสาวผม นี่คืออีกหนึ่งเรื่องเล่าที่ลูคัสเล่าให้เราฟังในค่ำคืนนี้ เขาบอกเราว่าเขาแต่งมันขึ้นมาเพื่อเป็นเพลงกล่อมสำหรับลูกสาวสุดที่รักของเขา ก่อนที่จะเปิดเสียงหัวใจเต้นตุบตับให้เราฟัง และใช้เสียงหัวใจนั้นแทนเครื่องให้จังหวะ เพื่อเริ่มเพลงต่อไปอย่าง ‘Lullaby’ และตามมาด้วยเพลงถึงภรรยาอย่าง ‘Say Yes’ ที่เล่าเรื่องราวการแต่งงานของเขาเอง ตามมาด้วยเพลง ‘Don’t You Worry ‘Bout Me’ และปิดท้ายช่วงนี้ด้วยเพลงดังอีกเพลงของวงอย่าง ‘Mama Said’ ที่ลูคัสถามคนดูว่าทุกคนรู้จักเพลงนี้ใช่มั้ย มาร้องด้วยกันนะ

‘“จากเพลงถึงแม่ของผม ต่อไปเป็นเพลงถึงลูกสาวของผมอีกเพลงลูคัสบอกเราแบบนั้นก่อนที่จะเริ่มร้องเพลงรักเพราะ ๆ อย่าง ‘Love Someone’ ที่มีท่อนสุดซึ้งแต่เรียบง่ายอย่าง “Cause when you love someone, you open up your heart. When you love someone, you make room” โดยในท่อนฮุคที่สองของเพลงนี้ ลูคัสปล่อยให้แฟน ๆ ได้ร้องแทน นับเป็นช่วงเวลาดี ๆ ที่ศิลปินกับแฟนเพลงได้สื่อสารกัน ก่อนจะส่งท้ายค่ำคืนนั้นไปด้วยเพลงสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดอย่าง ‘Funeral’ เพลงที่เล่าถึงงานศพในแบบที่เต็มไปด้วยความสุขอย่างที่เราไม่ได้ยินกันบ่อย ๆ นัก ก่อนจะโบกมือลาลับหายไปหลังเวที

       เสียงเชียร์จากแฟน ๆ ยังดังก้องอยู่แบบนั้นราวกับไม่มีใครเชื่อว่านั่นคือเพลงสุดท้ายจริง ๆ จนลูคัสต้องขึ้นมาบนเวทีอีกครั้งเพื่อบอกว่าผมรู้ว่าพวกคุณรออะไรกัน เราจะเล่นเพลงนั้นเสียงเชียร์ดังขึ้นกว่าเดิมในตอนที่สมาชิกในวงกลับขึ้นมาประจำที่และเริ่มเล่นเพลงที่ทุกคนรักอย่าง ‘7 Years’ เป็นเพลงสุดท้ายจริง ๆ

ภาพรวมของคอนเสิร์ตทำได้อย่างน่าประทับใจ แบบที่นอกจากแสงไฟในฮอลล์ที่แสบตาไปเล็กน้อยในบางช่วง ก็ไม่มีอะไรให้ติเลย ทุกอย่างดีมากโดยเฉพาะสมาชิกในวงกับเพลงจากปลายปากกาของลูคัส ที่บอกเล่าเรื่องราวทั่วไปอย่างเรื่องของครอบครัว ความรัก และความตาย ออกมาได้อย่างจับใจ เป็นคอนเสิร์ตที่เติมใจให้เต็มได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง และถ้าเป็นไปได้ก็อยากดูโชว์ดี ๆ แบบนี้อีกสักครั้ง

 

เรื่อง : จิรภิญญา สมเทพ

 


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

หนึ่งวัน ณ เขาใหญ่ กับ “ครอบครัวคันโต” ที่จะพาไปเจอกับ “ความสงบ ดนตรี เรือดำน้ำ และ ไร่ไวน์”

รีวิวคอนเสิร์ต OneRepublic จากงาน Spotify On Stage โชว์แบบเครื่องดีเซล 11 เพลงฮิต ชวนให้หายคิดถึง

Child’s Play: ชัคกี้ เพื่อนซี้นักฆ่า เขย่าขวัญทาสเทคโนโลยี

ดิเอโก มาราโดนา วันเวลาค้าแข้งท่ามกลางมรสุมชีวิตในนาโปลี

โฆเซ การ์เรรัส กับคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายในไทย “สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่มีชีวิต”

รีวิวคอนเสิร์ต PENGUIN VILLA WHY FLY? เมื่อเพนกวิน ‘บินได้’ เพราะเสียงเพลง

พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ “สองล้านสุดท้ายกับการเดิมพันบนโลกออนไลน์”

รีวิวคอนเสิร์ต Bomb at Track โชว์ที่ชวนคนดูระเบิดเสียงตะโกนกันให้ลั่นฮอลล์ บอกเลยว่ามัน !