Post on 19/08/2019

รีวิวคอนเสิร์ต น้อมคารวะศิลปินแห่งชาติ ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี เพลิดเพลินไปกับเพลงขลุ่ยที่ผสานไว้ด้วยวัฒนธรรมไทยและความเป็นตะวันตก

       จบไปแล้วสำหรับคอนเสิร์ต “น้อมคารวะศิลปินแห่งชาติ ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี” คอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายภายใต้โครงการ “น้อมคารวะศิลปินแห่งชาติ” ที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ มังกี้อีที จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม 2019 สำหรับวันนี้ ครูธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล) ประจำปี 2559 มอบความสุขให้เราด้วยเสียงขลุ่ยไทยอันไพเราะ ผสมผสานเข้ากับเครื่องดนตรีสากลนานาชนิด โดยเฉพาะแซ็กโซโฟนที่เป็นอีกหนึ่งความถนัดของครูธนิสร์

การแสดงเริ่มขึ้นในเวลา 16:00 น. ด้วยเสียงขลุ่ยประสานในบทเพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นเพลงเปิดหัว ก่อนที่จะเข้าสู่การทักทาย พูดคุยกัน โดยระหว่างนั้นมีเด็กหญิงนำมาลัยขึ้นมาไหว้ครูธนิสร์ ท่ามกลางเสียงขลุ่ยบรรเสงในเพลง ‘ครู’ โดยครูธนิสร์กล่าวว่า เพลงนี้เป็นเพลงประจำวงเลยทีเดียว เพราะสำหรับวงการเพลงไทยนั้น การมีครูและเคารพครูเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

สำหรับบทเพลงต่อมา เป็นเพลงคลาสสิกที่ครูนำมาแต่งต่อเพื่อให้นักเรียนเพลงขลุ่ยที่เริ่มเรียนใหม่ ๆ สามารถร่วมเล่นกับวงได้ ด้วยโน้ตเพลงง่าย ๆ จากบทเพลง ‘Etude’ ซึ่งสำหรับบทเพลงนี้ อิสระ สินชัย หนึ่งในลูกศิษย์ของครูธนิสร์ รับหน้าที่เป่านำ สร้างความไพเราะด้วยเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องดนตรีขลุ่ย ต่อกันที่เพลง ‘เดือนเพ็ญ’ ที่คราวนี้ได้ สมชาย ลูกศิษย์อีกคนมาร่วมร้องนำให้ นอกจากเสียงนักร้องนำที่ไพเราะจับใจแล้ว เสียงโน้ตขลุ่ยพลิ้วหวานที่ประสานเข้ากับเสียงเปียโนและดนตรีแบ็กอัพสากลเรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมได้อย่างล้นหลามทีเดียว

ไปต่อกันที่การแสดงขลุ่ยในเพลงซึ้ง ๆ อย่าง ‘My Heart Will Go On’ ที่น้องแทน ซูเปอร์เท็น นักเป่าขลุ่ยรุ่นเยาว์ได้โชว์ฝีไม้ลายมือในการบรรเลงโน้ตหวาน ๆ หากเต็มไปด้วยเทคนิคที่แสดงให้เห็นความเก่งกาจ จนครูธนิสร์ถึงกับต้องเอ่ยปากชมว่า “ทำได้ดีกว่าตอนซ้อมมาก” ก่อนที่น้องฟิล์ม ซูเปอร์เท็น จะรับช่วงต่อในบทเพลง ‘ทานตะวัน’ บทเพลงที่มีเนื้อหาให้กำลังใจในวันที่เหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี

       สำหรับศิลปินท่านต่อไปที่ขึ้นมาร่วมมอบความสุขในคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็คือ ลิง สุรศักดิ์ กับบทเพลง ‘นกขมิ้น’ เสียงขลุ่ยแว่วหวานรับกับเสียงฉิ่งและกลองในแบบไทยแท้ ๆ นั้นราวกับจะสะกดให้ผู้ชมในฮอลล์ได้ย้อนเวลาไปในอดีต ก่อนจะเปลี่ยนอารมณ์คนฟังด้วยการให้ น้องเปา ขึ้นมาโชว์โซโลแซ็กโซโฟนในจังหวะอันเร่งร้อนตามแบบดนตรีตะวันออกกลาง ซึ่งต้องบอกว่าฝีมือของน้องเปานั้นเล่นเอาถึงกับอึ้งและต้องปรบมือให้ชุดใหญ่หลังจากเสียงโน้ตตัวสุดท้ายจบลง

อีกหนึ่งนักดนตรีรุ่นเยาว์มากความสามารถก้าวขึ้นมาบนเวที น้องลิลลี่ ในชุดกระโปรงสีขาวหยิบไวโอลินขึ้นพาดบ่า ก่อนจะบรรเลงเจ้าเครื่องดนตรีชิ้นนั้นได้อย่างไพเราะให้บรรยากาศราวกับงานเลี้ยงจิบน้ำชาของชาวยุโรปอย่างไรอย่างนั้นทีเดียว ไปต่อกันที่อีกหนึ่งนักดนตรี เบิร์ด เจ้าของดีกรีเวทีกีตาร์ระดับโลก เลือกที่จะหยิบกีตาร์มาโซโลให้เราได้ฟังกันหนึ่งเพลงเต็ม ๆ ก่อนเล่นเพลงที่สองด้วยเสียงขลุ่ยประสาน ที่คราวนี้ครูธนิสร์ได้ improvised เพลงขลุ่ยใส่ลงไปด้วย ในบทเพลง ‘ทะเลใจ’ บทเพลงของวงคาราบาว ที่ครูธนิสร์เคยเป็นสมาชิกอยู่นั่นเอง

       เสียงปรบมือต้องรับดังขึ้นอย่างล้นหลามเมื่อสองนักร้องสายลูกทุ่งอย่าง หนูมิเตอร์ ลูกทุ่งอิสาน กับ โกไข่ ลูกทุ่งปักษ์ใต้ ก้าวขึ้นมาบนเวที โดยครั้งนี้หนูและโกไข่ มากับบทเพลงเมดเลย์สุดพิเศษ ที่นำเอาเพลง ‘หนอนผีเสื้อ’ และเพลง ‘ความคิดถึงกำลังเดินทาง’ มาขับร้องใหม่ให้อารมณ์เหงา ๆ ของเจ้าดอกไม้ที่คิดถึงผีเสื้อสุดหัวใจ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งการแสดงที่ทำได้ดีและอินสุด ๆ ไปกับเนื้อร้องท่อน “คิดถึงมาก ๆ เจ้าหนอนผีเสื้อ” ซึ่งโกไข่และหนูมิเตอร์กล่าวว่า ทั้งสองคนทำเมดเลย์เพลงนี้ขึ้นจากความคิดถึงวันที่ครูธนิสร์ เป็นอาจารย์ที่สอนเขาทั้งคู่ในรั้วมหาวิทยาลัยนั่นเอง

สำหรับศิลปินท่านต่อไป ถือเป็นน้องชายสุดรักอีกคนของครูธนิสร์ โดยครูเล่าว่าน้องชายคนนี้เป็นคนสิงห์บุรีเหมือนกัน และอาจารย์ทองดำ ครูเพลงของครูธนิสร์ได้ฝากฝังให้ แต๋ง ภูษิต ไล้ทอง ผู้เป็นน้อง เข้ามาเรียนดนตรีในกรุงเทพฯ ภายใต้การดูแลของครูธนิสร์ หลังจากรื้อฟื้นความหลังกันพอสังเขป ก็เป็นช่วงเวลาที่เราจะได้ฟังเพลงแจ๊สเพราะ ๆ อย่าง ‘Fly Me to the Moon’ ที่ผ่านเสียงแซ็กโซโฟนจากแต๋ง ภูษิต

       ความสนุกอย่างหนึ่งของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ คือความขี้เล่นของครูธนิสร์ ที่นึกจะชวนใครขึ้นเวทีก็ชวนมาแจมกันง่าย ๆ เช่นเดียวกับ “พี่จี๊ด” นักร้องนำวงรอยัลสไปรท์ ที่ต้องบอกว่าเป็นผู้ชมอยู่ดี ๆ ก็เป็นอันต้องขึ้นไปร่วมร้องเสียอย่างนั้น ซึ่งต้องบอกว่าเสียงเท่ ๆ ของพี่จี๊ดก็ได้เติมสีสันและความคึกคักให้กับเพลง ‘Fly Me to the Moon’ ได้เป็นอย่างดี

เป็นอันต้องปรบมือกันอีกครั้ง เมื่อศิลปินแห่งชาติรุ่นใหญ่อย่าง เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ก็เป็นหนึ่งในศิลปินที่มาร่วมแจกความสุขกันในวันนี้ด้วย โดยครั้งนี้ครูเนาว์ของเราได้เตรียมบทกลอนมามากมายเพื่อที่จะอ่านเคล้าไปกับเสียงขลุ่ยจังหวะเพราะ ๆ ที่ครูธนิสร์เป็นผู้บรรเลง พลางสอดแทรกมุกตลกที่ชวนให้คนฟังต้องหัวเราะชอบใจกันอยู่หลายครั้ง

       

       เสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานตามสไตล์ลูกทุ่งดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของหนึ่งในครูเพลงชื่อดังอย่าง ไวพจน์ เพชรสุพรรณ นักเลงเพลงแหล่ที่ขึ้นมาแหล่รับลูกคู่กับแซ็กโซโฟนที่ครูธนิสร์เป็นคนเล่น กลายเป็นการผสานกันอย่างลงตัวระหว่างวัฒนธรรมลูกทุ่งไทยกับเครื่องดนตรีตะวันตกที่ทำเอาเราต้องปรบมือให้ชุดใหญ่ในความสนุกและแปลกใหม่ของโชว์

ต้องบอกว่าช่วงท้ายของคอนเสิร์ตคงจะเป็นช่วงเวลาที่แสนมีค่าเลยทีเดียวสำหรับแฟนเพลงครูธนิสร์ เมื่อครูเป่าแซ็กไปพร้อมกับเดินลงจากเวทีมาให้แฟน ๆ ได้ถ่ายรูปเดี่ยว รูปหมู่ กันอย่างใกล้ชิดเป็นเวลาร่วม 10 นาทีทีเดียว ก่อนที่จะลากันไปด้วยบทเพลงส่งท้ายอย่าง ‘Healing’ ที่ครูธนิสร์ได้ใช้เสียงดนตรีเย็น ๆ มามอบความสุขที่เกิดจากความสงบและสบายใจ ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าก่อนจะบอกลากันไปในตอนท้าย เรียกได้ว่านอกจากสนุกสนานและเต็มอิ่มไปกับคอนเสิร์ตร่วม 4 ชั่วโมงแล้ว คนดูยังได้ข้อคิดดี ๆ และแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตกลับบ้านไปอีกชุดใหญ่ ๆ เลยทีเดียว

เรื่อง : จิรภิญญา สมเทพ


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

Midsommar: คนบ้า ศาสนาคลั่ง

แฮงค์ โจนส์ นักเปียโนบ็อพผู้รักษาสำเนียงสวิง

รีวิวคอนเสิร์ต OneRepublic จากงาน Spotify On Stage โชว์แบบเครื่องดีเซล 11 เพลงฮิต ชวนให้หายคิดถึง

ฟรันซ์ เจเกอร์สแตทเทอร์ ชีวิตไร้ตัวตนของบุรุษผู้ไม่ยอมค้อมหัวให้นาซี

ทดลองขับ Nissan Leaf ขึ้นยอดดอยอินทนนท์ ยานยนต์แห่งอนาคตที่ใช้งานได้จริง

รีวิวคอนเสิร์ต LANY พัฒนาการก้าวกระโดด สนุกกว่าทุกครั้ง ดีเท่และเก่งขึ้นมาก

คนมีหนี้:กับดักของคำว่า #ของมันต้องมี ฮาวทูปลดหนี้ที่ต้องเลือก #หนี้หรือความสุข

รีวิวคอนเสิร์ต เจเรมี่ ซัคเกอร์ โชว์ครั้งแรกในไทยสั้น ๆ แต่กินใจ หนึ่งชั่วโมงไม่พออยากขอเพิ่มอีก