Post on 04/07/2019

รีวิวคอนเสิร์ตสุดโก้ของ “จิ๊กโก๋หลังวัง” โลกดนตรีที่มากกว่าการเล่าเรื่องผ่านเพลงของ วิรัช อยู่ถาวร

       จบไปแล้วสำหรับคอนเสิร์ต ‘น้อมคารวะศิลปินแห่งชาติ’ การแสดงแรกของโครงการ ‘น้อมคารวะศิลปะแห่งชาติ’ ที่จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน 2562 โดยตัวเอกในการแสดงครั้งนี้ก็คือ วิรัช อยู่ถาวร หรืออาจารย์วิรัช เจ้าของตำแหน่งศิลปินแห่งชาติ โดยครูเพลงท่านนี้ได้เปิดโลกดนตรีสุดโก้ของชาวจิ๊กโก๋หลังวัง ให้เหล่าผู้ฟังได้ไปสัมผัสกับบรรยากาศเก่า ๆ ที่เราคิดถึงกันอย่างเต็มอิ่ม ยิ่งบวกกับเสียงเพราะ ๆ ของนักร้องรับเชิญ ที่ขึ้นมาบนเวทีเพื่อขับร้องเพลงไทยสมัยนิยม และการรวมกันอีกครั้งของ ‘สามวิ’ วิรัช, วินัย และ วิชัย สามนักเล่นนักร้องที่ครองหลังวังมาด้วยกัน ก็ยิ่งทำให้บรรยากาศในคอนเสิร์ตวันนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายเพลงเก่า ที่ “เก๋า” อย่าบอกใคร

โลกดนตรีของ อ.วิรัช เปิดขึ้นตอนสี่โมงเย็น อาจารย์ได้ขึ้นมาทักทาย พูดคุย และรับส่งมุกกับแฟนเพลงที่มารอชมอย่างเป็นกันเอง หลังจากเรียกเสียงหัวเราะกันพอหอมปากหอมคอ อ.วิรัช ก็พร้อมที่จะพาเราท่องไปในโลกดนตรี โน้ตตัวแรกของเพลงบรรเลง ‘Peace Pipe’ ดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟที่เปลี่ยนไปราวกับจะพาให้เราหลุดเข้าไปในม่านแห่งแสงสี ที่เต็มไปด้วยนักดนตรีไทยที่แต่งตัวแบบฝรั่ง ในวันที่เครื่องดนตรีตะวันตกเห็นได้เรียงรายตามท้องถนน

       อ.วิรัช ให้สัญญาณกับวงดนตรีแบ็กอัพ ก่อนที่บทเพลง ‘Wooden Heart’ ของ Elvis Presley จะดังขึ้นเรียกเสียงปรบมือของผู้ชม ตามมาด้วยเพลง ‘His True Love Said Goodbye’ ของ Johnny Tillotson และสองเพลงฮิต ‘Travelin’ Man’ และ ‘Why Do I Love You So’ ของ Ricky Nelson ก่อนจะปิดท้ายด้วยเพลงฝัน ๆ ฟุ้ง ๆ ในจังหวะดิสโกอย่าง ‘Dreamin’ ของ Jonny Burnette ซึ่งก็ถือว่า อ.วิรัช จัดเซ็ตลิสต์เพลงมาได้ตรงใจผู้ฟังมาก ๆ สังเกตได้จากเสียงร้องตามที่ดังฟังชัด จน อ.วิรัช ถึงกับต้องเอ่ยปากแซวว่า “ผมโล่งใจแล้ววันนี้ ที่พวกคุณร้องตามได้”

ความสนุกในโลกดนตรียังไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อ “พี่ฉ่าย” หรือ สมชัย ขำเลิศกุล รุ่นน้องที่ร่วมเล่นดนตรีมาด้วยกันกับ อ.วิรัช ได้โอกาสขึ้นมาแจมกีตาร์บนเวทีในสองบทเพลงขึ้นหิ้งของ Cliff Richard เจ้าของฉายา “Peterpan of Pop” กับเพลง ‘Evergreen Tree’ โดยในเพลงนี้ อ.วิรัชก็ได้หยิบเอาเครื่องดนตรีพื้นบ้านอเมริกันอย่างฮาร์โมนิกา หรือหีบเพลงปาก มาช่วยเติมความสนุกสนานให้กับเพลงได้เป็นอย่างดี และต่อกันที่เพลง ‘The Young Ones’ ซาวนด์แทร็คประกอบหนังชื่อเดียวกัน ซึ่งดูจะถูกอกถูกใจโจ๋วัยผู้ใหญ่ที่นั่งฟังไปพร้อม ๆ กับโยกตัวตามจังหวะอยู่มากทีเดียว

       ปิดท้ายเซ็ตเพลงยุค 60s ไปด้วยเพลงรักสุดหวานจากวงสี่เต่าทอง บทเพลง ‘And I Love Her’ ที่ อ.วิรัช และพี่ฉ่ายได้ร่วมกันร้องและเล่นก็ได้รับเสียงปรบมือไปอย่างล้นหลาม ก่อนที่พี่ฉ่ายจะลาเวทีไปพร้อมกับคำพูดหยอกล้อของ อ.วิรัช ที่ว่า “เดี๋ยวค่อยขึ้นมาใหม่ ต้องใช้ให้คุ้ม” ทำเอาคนฟังต้องยิ้มขำในความน่ารักของสองนักดนตรีรุ่นพี่รุ่นน้อง

กลับเข้าสู่เซ็ตลิสต์เพลงไทยกันบ้าง อ.วิรัช ได้ยกเพลงโปรดอย่าง ‘พรุ่งนี้ฉันจะรักเธอจนตาย’ และ ‘มารักกันใหม่’ มาเล่นให้เราฟังในแบบฉบับอะคูสติกหวาน ๆ เสียงดนตรีจบลงก่อนที่อาจารย์จะเล่าให้เราฟังว่าตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่แวดล้อมอยู่ในวงการดนตรี งานอีกอย่างที่ อ.วิรัช ชอบก็คือการแต่งเพลงให้กับละครไทยเรื่องต่าง ๆ ซึ่งครั้งนี้เขาก็ได้ชักชวนนักร้องรุ่นใหม่เสียงดี มาขับขานท่วงทำนองที่ทุกคนคุ้นเคยอย่าง สี่แผ่นดิน และ รอยมาร รวมไปถึงบทเพลงอื่น ๆ แต่ที่สร้างความประทับใจให้เรามากที่สุดก็คงจะเป็นเพลง ‘ป่ากามเทพ’ ที่ได้ เมจิ ภัทรานิษฐ์ เพฑูริยาเวทย์ แชมป์จากศาลาเฉลิมกรุง มาร้องได้อย่างเข้มข้น แสบถึงอารมณ์เพลงเป็นอย่างมาก

       ช่วงสุดท้ายของคอนเสิร์ต อ.วิรัช ได้พาผู้ฟังเปลี่ยนบรรยากาศ ไปผ่อนคลายความเหนื่อยล้าด้วยเสียงดนตรีแจ๊สฟังสบาย ในบทเพลง ‘Fly Me To The Moon’ และ ‘It Had To Be You’ สองเพลงแจ๊สสุดซึ้งจากศิลปินมากความสามารถอย่าง Frank Sinatra ก่อนที่ “พี่ต๋อย” วิชัย ปุญญะยันต์ รุ่นน้องนักดนตรีจะขึ้นมาแจมเวทีพร้อมด้วย พี่ฉ่าย ที่กลับมาเล่นกีตาร์ให้อีกครั้ง กับบทเพลงบรรเลงที่มีชื่อเรียกล้อ ๆ สุดฮาอย่าง ‘บักแตงโม’ หรือ ‘Watermelon Man’ นั่นเอง ซึ่งเพลงนี้ก็เป็นเพลงที่เครื่องดนตรีทุกชิ้น รวมทั้งวงแบ็กอัพได้มีช่วงปล่อยของ อย่างการโซโลเครื่องดนตรีชิ้นที่ตัวเองเล่นอยู่ครู่หนึ่ง ในจังหวะนี้เองที่ อ.วิรัช พระเอกของงาน ได้ทำให้คนดูทึ่งด้วยการกระโดดโลดเต้นไปบนเวทีแบบลืมเหนื่อย ก่อนจะจบเพลงด้วยการรับ – ส่งริฟฟ์กีตาร์ ระหว่าง อ.วิรัช พี่ต๋อย และพี่ฉ่าย ทิ้งทวนเมโลดี้สุดท้ายของเพลงได้อย่างงดงาม

เสียงปรบมือดังอยู่นานตอนที่ วินัย พันธุรักษ์ ก้าวขึ้นมาบนเวที เป็นการรวมตัวกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตาของพี่น้องนักดนตรี ‘สามวิ’ : วิรัช, วิชัย และ วินัย ที่ออกมาพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดถึงให้คนฟังได้ยินกันพร้อมหน้า และหัวเราะไปกับมุกฮา ๆ ที่วิทั้งสามสรรหามาแซวกันอยู่เรื่อย ๆ ก่อนที่ทั้งสามจะเข้าสู่โหมดนักดนตรีอีกครั้ง กีตาร์ทั้งสามตัวช่วยกันบรรเลงเมดเลย์ระหว่างเพลง ‘Michelle’ ของ The Beatles, ‘Portrait of My Love’ ของ Matt Monroe และเพลง ‘Love Is A Many Splendored Thing’ ของ Andy Williams ได้อย่างไพเราะ

      ความไพเราะนั้นยิ่งมากขึ้นในสองบทเพลงสุดท้ายอย่าง ‘Goin’ Out of My Head’ ของ Little Anthony & the Imperials และเพลง ‘Can’t Take My Eyes off You’ ของ Frankie Valli and The 4 Seasons ที่มีเสียงปรบมือเป็นจังหวะจากคนฟังช่วยส่งเสริมให้ยิ่งฟังเพลิน หลังจากเสียงเพลงจบลง ทีมงานก็ได้ขอให้เหล่านักดนตรีถ่ายรูปร่วมกับคนดู เพื่อให้ความประทับใจถูกบันทึกลงในภาพถ่าย ก่อนจะส่งท้ายคอนเสิร์ตด้วยบทเพลง ‘ไทยรวมใจภักดิ์’ และแยกย้ายกันในเวลาหกโมงเย็น

เป็นเวลาร่วมสองชั่วโมงที่ผู้ฟังทุกคนได้เติมพลัง เติมใจ ไปกับการฟังเพลงเก่าที่ทั้งเก๋า ซึ้ง และเท่ ที่ถ้าหากใครชอบฟังศิลปินอย่าง Elvis Presley, Cliff Richard, Frank Sinatra หรือว่าเป็นแฟนดนตรี แฟนเพลงละครของ อ.วิรัช ก็น่าจะสนุกสนานไปกับการแสดงนี้มากทีเดียว

 

เรื่อง : จิรภิญญา สมเทพ (The People Junior)

 


The People Junior

เด็กฝึกงานผู้มีใจรักในการสร้างสรรค์คอนเทนต์

Related

เจค จิลเลนฮาล ทีนไอดอล เกย์ไอคอน เจ้าชายอินดี้

รีวิวคอนเสิร์ต เอ็ด ชีแรน กับโชว์ครั้งที่สอง ที่กระตุ้นแฟนเพลงสุด “ผมร้องดังแค่ไหนพวกคุณต้องร้องให้ดังกว่าผม”

โธมัส กัลลาเกอร์ “พ่อ” ที่โนล และ เลียม กัลลาเกอร์ สองพี่น้องวง Oasis “อยากฆ่า”

โคโดะ นิชิมูระ พระเกย์ญี่ปุ่น ผู้เผยแพร่ความเท่าเทียมด้วยการแต่งหน้า

วิลล์ สมิธ จากเจ้าชายสายแรปสู่ซูเปอร์สตาร์ดาวค้างฟ้า

ทอม ฮิดเดิลสตัน อยากเกิดเป็นตัวพระ แต่เขาลิขิตให้เป็นตัวร้าย

มาเฮอร์ เซน นักร้อง นักแต่งเพลงผู้ปลุกโลกดนตรีของชาวมุสลิม ชายผู้ไม่คิดว่าดนตรีเป็นสิ่งผิดต่อหลักศาสนา

แอนดรูว์ ลอยด์ เวบเบอร์: ผู้พาละคร Cats บุกบรอดเวย์ด้วยแนวทาง Megamusical