Post on 17/10/2019

รีวิวคอนเสิร์ต OneRepublic จากงาน Spotify On Stage โชว์แบบเครื่องดีเซล 11 เพลงฮิต ชวนให้หายคิดถึง

       ผ่านไปแล้วสำหรับคอนเสิร์ต “Spotify On Stage” ที่ทาง Spotify ผู้ให้บริการสตรีมมิงชื่อดังระดับโลก ขนซูเปอร์สตาร์ชื่อดังอย่าง OneRepublic, Stray Kids และ F.HERO มารวมอยู่บนเวทีเดียวกัน ซึ่ง Spotify On Stage จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้วในกรุงเทพฯ และพยายามจะนำเสนอเรื่องของวัฒนธรรมที่หลากหลายไปพร้อม ๆ กันด้วย

คอนเสิร์ตนี้เรียกน้ำย่อยและเปิดคอนเสิร์ตโดย 9 สมาชิกจากบอยแบนด์ Stray Kids ที่เขย่าเวทีด้วยท่าเต้นที่พร้อมเพรียงกันระดับวินาทีต่อวินาที จากบีทหนัก ๆ ของเพลงฮิตอย่าง ‘MIROH’, ‘My Pace’ และ ‘Hellevator’ ก่อนจะโชว์ซิงเกิ้ลล่าสุดที่เพิ่งปล่อยออกมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วอย่าง ‘Double Knot’ อีกด้วย ถือเป็นการอุ่นเครื่องได้ดีสำหรับศิลปินแรกแห่งค่ำคืนนี้

       เพื่อไม่ให้ขาดตอน ต่อกันด้วยการแสดงจาก F.HERO แรปเปอร์ชื่อดังของไทย ที่พาแรปเปอร์ดาวรุ่งอย่าง YOUNGOHM, FFIXD, P-HOT และ M.Pee. มาร่วมแสดงด้วย พร้อมโชว์เพลงดังอย่าง ‘เสือสิ้นลาย’, ‘Do You’ และ ‘นอนได้แล้ว’

       เวลาประมาณสี่ทุ่มนิด ๆ วงไฮไลท์ของงานอย่าง OneRepublic ถูกเชิญขึ้นมาสัมภาษณ์บนเวทีก่อนแสดง โดยไม่กี่วันก่อนหน้านี้ทั้งหกหนุ่มได้บินไปพักผ่อนที่ภูเก็ต เป็นการชาร์จพลังและหาแรงบันดาลใจก่อนมาแสดงในงานนี้ด้วย ซึ่ง ไรอัน เท็ดเดอร์ (Ryan Tedder) ฟรอนต์แมนของวงก็พูดถึงความหลงใหลในอาหารบ้านเราไว้ว่า “เมนูโปรดของผมคือผัดซีอิ๊ว และอาหารไทยนี่อร่อยที่สุดในโลกเลย พวกคุณรู้ใช่ไหมว่าอาหารประเทศคุณมันยอดเยี่ยมมาก ๆ”

ก่อนที่ทั้งหกหนุ่มถูกถามต่อว่า “พวกคุณมีชื่อเล่นที่เรียกกันในวงไหม” ซึ่งนักร้องหนุ่มในฐานะตัวแทนของวงก็ยกตัวอย่างว่า “อย่างแซก (กีตาร์) เนี่ยเขาได้ฉายาว่า Perfect เลย” ก่อนที่เขาจะใช้โอกาสถามกลับแฟน ๆ ว่า “แล้วถ้าพวกเราจะให้พวกคุณตั้งชื่อเล่นของ เบรนต์ (มือเบสและเชลโล่ของวง) เป็นภาษาไทย พวกคุณจะตั้งว่าอะไร” หนึ่งในเสียงที่โผล่ขึ้นมาคือชื่อว่า “สมชาย” ซึ่งกลายเป็นที่ชื่นชอบของหกหนุ่มเป็นอย่างมาก แถมยังบอกอีกว่าชื่อนี้เหมือนชื่อเบียร์เลย

       และในเวลา 22.15 น. ก็ถึงเวลาที่ OneRepublic ขึ้นแสดง ซึ่งนี่คือโชว์ครั้งที่สองอย่างเป็นทางการในบ้านเรา และเหมือนทุกโชว์ที่ผ่านมา OneRepublic เลือกเพลงฮิตอย่าง ‘Stop and Stare’ จากอัลบั้ม Dreaming Out Loud ใช้เป็นเพลงเปิดหัวของคอนเสิร์ต และทางวงไม่รอช้าเรียกเสียงฮือฮาต่อด้วยเพลง ‘Secrets’ และ ‘Good Llfe’ เพลงดังจากอัลบั้มสอง

ช่วงแรก OneRepublic เปิดตัวโชว์ครั้งนี้ไม่ค่อยหวือหวาเท่าที่ควร เสียงของหนุ่มไรอันติดแหบเหมือนคนไม่สบาย ราวกับว่าหลุดออกมาจากหนังเรื่อง Hangover ยังไงยังงั้น (ไม่รู้ว่าแกเที่ยวในกรุงเทพฯ หนักไปหรือเปล่า) และดูไม่พร้อมสำหรับเพลงที่มี range ค่อนข้างสูงอย่างสามเพลงแรกสักเท่าไหร่ อีกทั้งแสงสีบนเวทีดูจะไม่สามารถช่วยดันความน่าสนใจของโชว์ได้เท่าที่ควร สังเกตได้จากจังหวะที่ไรอันเดินขึ้นมาด้านหน้า แต่กลับไม่มีแสงจากสปอตไลท์เข้ามาส่องที่เขาเลย ผลที่ออกมาคือไรอันต้องร้องหน้ามืด ๆ กลางเวทีอยู่หลายสิบวิ

       ก่อนเข้าเพลงที่สี่และห้า ไรอันกล่าวกับแฟน ๆ ว่าเพลงต่อไปที่พวกเขากำลังจะเล่น ขอมอบให้กับแฟนเพลงชาวไทย และกล่าวปิดท้ายว่าพวกเขารักประเทศไทยมาก และรู้สึกดีใจที่ได้กลับมาเล่นในประเทศที่เขาชอบมาก ๆ อีกครั้ง ก่อนจะส่งต่อเข้าเพลงดังอย่าง ‘Something I Need’ เพลงใหม่ล่าสุดอย่าง ‘Wanted’ และเพลงดัง ‘Love Runs Out’ ที่ตอนท้ายไรอันโชว์ซีนเท่ ๆ ด้วยการขึ้นไปเหยียบบนอัพไรต์เปียโนแล้วกระโดดลงมา

       หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ไรอัน ฟรอนต์แมนของวง ถือเป็นนักแต่งเพลงที่อยู่เบื้องหลังศิลปินระดับท็อปมากมาย เขาเคยฝากผลงานร่วมกับศิลปินชื่อดังอย่าง บียอนเซ (Beyonce), เอ็ด ชีแรน (Ed Sheeran), แอลลี โกลดิ้ง (Ellie Goulding), อเดล (Adele), U2 หรือ เจนนิเฟอร์ โลเปซ มาแล้ว เรียกได้ว่าผลงานทั้งหมดผ่านการเจียระไนจากหนุ่มไรอันมาแล้วทั้งนั้น โดยการันตีด้วย 3 รางวัล แกรมมี อวอร์ดส ที่อยู่ในบ้านของเขา

‘Sucker’ ผลงานของสามพี่น้อง Jonas Brother ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานล่าสุดที่ไรอันมีส่วนกับการสร้างสรรค์ และในโชว์ครั้งนี้เขาก็ไม่รอช้าที่จะหยิบเพลงสนุก ๆ นี้ขึ้นมาเล่นให้แฟนเพลงชาวไทยได้ฟัง

มาถึงช่วงท้ายของโชว์ OneRepublic ขนเพลงดังมาเล่นแบบแทบไม่มีจังหวะหายใจ ไล่ตั้งแต่  ‘I Lived’ ที่ซาวนด์ดนตรีดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตาหลังจากอื้ออึงมาตลอดตั้งแต่เริ่ม และต่อด้วยเพลงดังสุดอย่าง ‘Apologize’ ที่ในช่วงท้าย ไรอัน โชว์สกิลร้องแบบแอดลิบ ชนิดที่ต้องบอกว่า “ไรอันตัวจริงกลับมาแล้ว”

       ช่วงท้าย ไรอัน กล่าวถึงความประทับใจที่มีต่อสตรีมมิงที่เข้ามาเปลี่ยนอุตสาหกรรมดนตรีว่า “อดัม เลอวีน (Adam Levine) คือคนแรกที่ชักชวนให้ผมใช้สตรีมมิง เขามาทักผมว่า ‘เฮ้ยนายเห็นสิ่งนี้หรือยัง มันมีเพลงมากมายอยู่ในนี้เลยนะ’ ซึ่งหลังจากคุยกับเขาไม่กี่นาที ผมก็มารู้ตัวอีกทีว่าเป็นแฟนของเจ้าสิ่งนี้ ตอนที่บัตรเครดิตผมมันตัดไปแล้ว”

หลังกล่าวสุนทรพจน์คม ๆ ปิดท้าย ทั้งหกหนุ่มก็ต่อเนื่องความมันเป็นการปิดคอนเสิร์ตในครั้งนี้อย่างเป็นทางการด้วยเพลงสนุก ๆ อย่าง ‘Counting Star’ และ ‘If I Lose Myself’ เพลงที่ชวนแฟน ๆ มาตื๊ดกันเป็นการส่งท้าย

น่าเสียดายที่พวกเขามีเวลาโชว์แค่ 45 นาที ซึ่งทำให้เราพลาดโอกาสฟังเพลงฮิต ๆ อย่าง ’Rescue Me’, ‘Rich Love’ หรือ ‘Kids’ และต้องบอกว่าน่าเสียดายมาก ๆ ที่งานนี้พวกเขาเครื่องร้อนช้าเกินไป ซึ่งภาพรวมของโชว์ช่วงแรกมีความนิ่งและไม่น่าสนใจเท่าไหร่ แม้จะมีแต่เพลงดัง ๆ ก็ตาม แต่ถ้าเทียบกับช่วงหลังต้องบอกเลยว่า หน้ามือกับหลังมือเลย (มาแนวรถดีเซลชัด ๆ)  เพราะหลังจาก ‘Apologize’ ภาพรวมทั้งหมดก็สนุกและลงตัวขึ้นมาก

ในเดือนพฤศจิกายนนี้ พวกเขากำลังจะปล่อยอัลบั้มใหม่ชุดที่ห้าอย่าง Human และมีแผนจะออกทัวร์ทั่วโลกอีกครั้ง ซึ่งต้องติดตามต่อว่าทั้งหกหนุ่มจะกลับมาเปิดโชว์เต็มรูปแบบและรับประทานผัดไทยบ้านเราอีกครั้งหรือไม่

ขอขอบคุณภาพจาก Spotify 

 


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว