Post on 09/05/2019

รีวิวคอนเสิร์ต ทรอย ซีวาน : วันแสดงพลังของชาวสีรุ้ง ศิลปิน แฟนเพลง ทุกคนอินเวอร์ นี่แหละคือการไปดูคอนเสิร์ต

       จบไปแล้วสำหรับคอนเสิร์ตครั้งแรกในไทยของนักร้องชายหน้าหวานขวัญใจชาว LGBTQ ทรอย ซีวาน กับทัวร์ที่ใช้ชื่อว่า “Troye Sivan’s Bloom Tour Bangkok 2019” งานนี้นุ้งทรอย ขนเพลงฮิตจากอัลบั้มใหม่ล่าสุด Bloom และผลงานเก่า ๆ มาฝากความประทับใจให้กับแฟนเพลงชาวไทย งานนี้บอกเลยว่าเป็นโชว์ที่ดีเกินคาด !

เวลาเกือบ ๆ สามทุ่ม ทรอย ขึ้นเวทีพร้อมกับชุดคอเต่าสีแดง และเปิดคอนเสิร์ตของเขาในครั้งนี้ด้วยสามเพลงจากอัลบั้มชุดล่าสุดเริ่มตั้งแต่เพลง Seventeen, Bloom และ Plum มาถึงตรงนี้ ทรอย เริ่มโชว์ของเขาได้สนุกทีเดียว มีการเล่นหูเล่นตากับกล้องราวกับว่านางเล่นเอ็มวีอยู่ยังไงยังงั้น

ทรอย กล่าวทักทายแฟน ๆ ครั้งแรกว่า “ไทยแลนด์ เป็นอย่างไรบ้าง สาบานเลยว่า ผมไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นคนเยอะขนาดนี้เลย มันเจ๋งมาก ขอบคุณทุกคนมากที่มา หลังจากสามเพลงแรกถึงตอนนี้พวกคุณยังมีช่วงเวลาดี ๆ อยู่ใช่ไหม”

ทรอยพูดเสริมว่าเขามีความสุขมากที่ได้มาใช้เวลาคืนสุดท้ายสำหรับการเอเชียทัวร์ครั้งนี้พร้อมกับแฟนเพลงชาวไทย การทัวร์ครั้งนี้เหมือนฝันที่เป็นจริงสำหรับเขา ทรอย บอกต่อว่าเขาโตมาจากเมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย และดีใจที่ได้มาที่นี่ และขณะที่กำลังพูด ทรอย กวาดสายตาไปเห็นสัญลักษณ์ของ LGBTQ ที่เหล่าแฟนคลับตั้งใจทำมาให้กับเขา ทรอย ถามกลับทันทีว่า “ใครเป็นคนทำเนี่ย ?” ก่อนจะพูดชื่อคนชื่อดาว (ตัวแทนแฟนคลับตรงนั้น) แล้วถามว่าไปแจกจ่ายให้คนอื่นยังไง ผู้คนตรงนั้นก็ตะโกนกลับว่า “เพราะพวกเรารักคุณ” แน่นอน ทรอย ตอบกลับพวกเขาทันทีว่า “ผมก็รักพวกคุณเหมือนกัน”

       ทรอย พูดเข้าเพลงต่อไปว่า นี่คือเพลง gay song ที่เป็นเหมือนเพลงเปิดตัวการเป็นเกย์ของเขา ก่อนจะโปรยคำหวานให้แฟน ๆ อีกครั้งว่า “ไม่มีที่ไหนที่เขาอยากร้องเพลงนี้มากกว่าที่นี่แล้ว” แน่นอนเพลงที่ ทรอย พูดถึงอยู่นั่นก็คือเพลง Heaven จากอัลบั้ม Blue Neighbourhood เมื่อปี 2015 เพลงนี้แฟนเพลงต่างพร้อมใจกันเปิดภาพธงสีรุ้งจากในมือถือ ชูขึ้นทั่วฮอลล์ เรียกได้ว่าเป็นภาพที่สวยงามมาก ๆ ซึ่งดูเหมือน ทรอย เองก็ประทับใจช่วงเวลานี้เช่นกันถึงขั้น ถึงขนาดออกนอกสคริปต์เพื่อพูดกับแฟน ๆ หลังจบเพลงว่า “พลังของเพศที่สาม นี่ทรงพลังมาก ๆ พวกคุณใส่กันเต็มจริง ๆ” ก่อนจะบอกต่อว่าวันนี้เขาเห็นว่ามีแฟนเพลงรุ่นแรก ๆ มาอยู่ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ด้วย ซึ่งเขาสังเกตเห็นคนที่ใส่เสื้อจากอัลบั้มอีพี ชุดแรกของเขาอย่าง “TRXYE” ที่บริเวณแถวหน้า ก่อนต่อมา ทรอย จะขึ้นเพลงต่อไปและปิดช่วงเวลานี้ด้วยเพลง Fools และ Lucky Strike 


ก่อนจะเข้าเพลงต่อไป เป็นอีกครั้งที่ ทรอย ชวนแฟนเพลงคุยด้วยความน่ารักสุด ๆ เขาเผยว่ารู้สึกตัวเองไม่สุภาพเลยที่ไม่รู้ว่าคำว่าขอบคุณในภาษาไทยพูดว่าอย่างไร งานนี้ ทรอย จึงได้ยื่นไมค์ให้แฟนเพลงแถวหน้าสอนเขาพูดคำนี้ และพูดตามว่า “ขอบคุณครับ” พร้อมกับบอกว่าคุณเป็นครูที่เยี่ยมเลย มาถึงตอนนี้ตัว ทรอย เองก็ดูจะสนุกกับการร้องมากทีเดียวอันเนื่องมาจากปฏิสัมพันธ์ของแฟนเพลงที่มีให้กับเขา ทรอย ถึงขนาดบอกเองว่า ตอนนี้อารมณ์ของเขากำลังได้ที่มาก ประมาณเต็ม 10 ตอนนี้มี 15 เลย ก่อนถามแฟน ๆ ว่าช่วยทำให้มันแบบ 30 เลย ช่วยทำแบบนั้นได้ไหม ? ก่อนเขาจะพูดต่อว่าไม่บอกหรอกว่าเพลงต่อไปเพลงอะไร แต่อยากให้คนดูทั้งหมดทำให้นางตะลึงไปเลย แน่นอนเกริ่นซะพีคขนาดนี้ เพลงต่อไปคืออีกหนึ่งเพลงฮิตที่สุดของเขาอย่าง Wild ซึ่งก่อนจะจบเพลง ทรอย ได้นำเพลง I’m So Tired ที่เขาเคยร่วมงานกับ Lauv มาเล่นในช่วงหลังก่อนจะลงจากเวทีไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเข้าช่วงต่อไป


       ทรอย กลับขึ้นมาบนเวทีอีกครั้งพร้อมกับโซฟาและโคมไฟกลางเวที ก่อนจะขึ้นเพลงช้าจากอัลบั้มใหม่อย่าง Postcard หลังจบเพลง ทรอย พูดถึงเพลงต่อไปว่านี่คือเพลงที่เขาตั้งใจเขียนเพื่อสะท้อนถึงความสัมพันธ์ในอดีตของเขาในช่วงที่เลิกกับคนคนหนึ่งและรู้สึกแย่มาก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีจึงได้เขียนเพลงนี้ขึ้นมา ใช่แล้วเพลงต่อไปของเขาในโชว์นี้คือเพลง The Good Side ก่อนเขาจะเลือกปิดช่วงนั่งนอนโซฟานี้ด้วยเพลง What a Heavenly Way to Die 


มาถึงตอนนี้ ทรอย ทำหน้าที่ของเขาได้ดีมาก ทุกคนดูสนุกและมีส่วนร่วมกับโชว์ดีมาก ๆ ยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนการทัวร์ครั้งนี้เขาจะวางเซทลิสต์ออกมาได้ดีที่เดียว โดยช่วงที่สามช่วงต่อไปจะเป็นช่วงเพลงเร็วให้แฟน ๆ ได้กลับมาโยกอีกครั้ง ไล่ตั้งแต่เพลง Bite และ Dance to This และก็มาถึงเพลงสุดท้ายของโชว์อย่าง Animal งานนี้ ทรอย กล่าวลาแฟน ๆ พร้อมกับพูดล้อเลียนการเล่น encore ว่า “พวกเรามีอีกหนึ่งเพลงจะมอบให้คุณ ใช่แล้วเพลงสุดท้าย แต่พวกคุณเชื่อเหรอว่ามันจะเป็นเพลงสุดท้ายจริง ๆ เอางี้เราจะทำให้เพลงนี้เหมือนเป็นสุดท้ายจริง ๆ ผมกับวงจะลงจากเวทีโบกมือลาพวกคุณทำเป็นร้องไห้นิด ๆ พวกคุณก็ทำเป็นเสียใจนะ แล้วทำอะไรก็ได้เพื่อเรียกผมกลับมา พอถึงจุดที่พอใจแล้วผมจะกลับขึ้นมาเล่นอีกสองเพลงละกัน”

สุดท้ายนุ้งทรอย ก็ทำแบบนั้นจริง ๆ ก่อนจะกลับมาปิดคอนเสิร์ตในครั้งนี้ด้วยเพลง Youth และ My My My!

ภาพรวม : ทรอย ทำเรียบเรียงโชว์ออกมาได้ดีมาก แม้จะไม่มีรูปแบบที่ตรงเป๊ะ แต่มันก็สุดได้ในแบบที่ควรจะเป็น โชว์ของเขามีช่วงเบรคผ่อน โดยรวมไม่น่าเบื่อ ส่วนตัวเคยได้รับชมโชว์ของ ทรอย ช่วงแรก ๆ ตอนที่เขายังไม่ grand opening เรื่องของเพศสภาพเต็มตัวขนาดนี้ ตอนนั้นโชว์ของ ทรอย ค่อนข้างจะกล้า ๆ กลัว ๆ ดูกั๊ก ๆ นิด ๆ ซึ่งดูแล้วไม่สนุกขนาดนี้ บอกได้เลยว่าการเอนเตอร์เทนของเขาพัฒนาขึ้นจากตอนนั้นมาก ภาพรวมเรื่องเสียง เสียงกลองมาดีและดูมันขึ้นช่วงกลาง ๆ โชว์ ส่วนช่วงแรกเหมือนเดิมครับเสียงไม่ได้ลงตัวตั้งแต่วินาทีแรก แต่เอ็นจิเนียร์ก็พาทุกอย่างกลับเข้าฝั่งเร็วทีเดียว และต้องขอบคุณ ทรอย ที่สะกดคนดูได้อยู่หมัดเลยจนแทบจะไม่มีใครสังเกตเรื่องนี้ไปเลย สำคัญที่สุดโชว์ในครั้งนี้ทำให้เราได้เห็นความขี้เล่นและความน่ารักของเขา ที่เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าศิลปินคนนี้พยายามเข้าถึงแฟน ๆ มากขนาดไหน

อีกสิ่งที่ต้องชื่นชมก็คือเรื่องการมีส่วนร่วมของแฟน ๆ ที่ทำได้ดีมาก มีการร้องตามเต้นตาม จนทำให้ศิลปินสนุกกับการโชว์ของเขามากขนาดนี้ นี่แหละคือนิยามของการไปดู“คอนเสิร์ต” ที่แท้จริงเลย

ขอบคุณภาพจาก : Live Nation BEC-Tero Entertainment


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว