Post on 26/11/2019

Rhythm Of Beau Sunita Concert-“โบ สุนิตา”ท่วงทำนองของนักร้องที่เป็นตัวจริง

***รีวิวและเรื่องเล่าจากคอนเสิร์ตที่หลายคนคิดถึงในมุมมองของผู้จัด

ย้อนกลับไปในช่วงกลางยุค 90’s ค่ายเพลงที่กำลังมาแรงในยุคนั้นได้ผลิตศิลปินหน้าใหม่ ที่ได้รับการต้อนรับจากนักฟังเพลงอย่างถล่มทลาย ทั้ง ๆ ที่เธอเป็นผู้หญิงโนเนมไม่เคยเป็นดาราหรือมีผลงานในวงการบันเทิงมาก่อนอย่างที่สมัยนั้นนิยมกัน เป็นแค่เด็กผู้หญิงวัยรุ่นหน้าตาธรรมดา แต่โดดเด่นด้วยสไตล์เพลงในแบบอะคูสติกร็อกที่มาพร้อมกับน้ำเสียงที่ทำให้ทุกคนที่ได้ฟังต่างกล่าวถึง และทันทีที่อัลบั้มแรกของเธอวางแผง ปรากฏการณ์ล้านตลับภายในเวลาไม่ถึงเดือนก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนต้นสังกัดต้องทำอัลบั้มพิเศษฉลองพร้อมเพิ่มเพลงขึ้นมาใหม่ แต่กระแสความนิยมไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เกิดปรากฏการณ์ทะลุล้านตลับอย่างต่อเนื่อง จนต้องมีอัลบั้มอะคูสติกเวอร์ชัน และมีเพลงพิเศษเพื่อขอบคุณแฟนเพลงอีกครั้ง นี่คือสิ่งที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นกับศิลปินคนไหนมาก่อน 

เธอคือ…โบ สุนิตา

วัยรุ่นสายฟังเพลงที่ผ่านยุค 90’s น่าจะต้องมีอัลบั้ม “โบ สุนิตา” เอาไว้ในครอบครอง ด้วยน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ ที่ยิ่งฟังยิ่งพาเราเข้าถึงอารมณ์ ผลิตผลงานออกมาอัลบั้มแล้วอัลบั้มเล่าให้แฟนเพลงอย่างเราติดตามตั้งแต่ยุคหน้า A หน้า B มาจนถึงยุค Spotify 

กราฟชีวิตของโบ สุนิตา มีทั้งช่วงที่พีคสูงสุดอย่างคาดไม่ถึง ผ่านขาขึ้นขาลง จนมาถึงช่วงที่นิ่งงันตามกาลเวลา จนแฟนเพลงหลายคนแอบคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้ดูได้ฟังคอนเสิร์ตใหญ่ของเธอแบบเต็ม ๆ อีกแล้ว

ในฐานะของคนทำงานวงการคอนเสิร์ต ที่อีกฉากก็พ่วงตำแหน่งแฟนเพลงที่มีอัลบั้มของเธอครบทุกอัลบั้ม ติดตามดูทุก ๆ MV ฟังทุก ๆ เพลงที่เธอเคย cover รอคอยวันที่จะได้เห็นศิลปินที่ชื่นชอบที่สุดคนนี้ได้มีคอนเสิร์ตเดี่ยวอีกสักครั้ง จนเมื่อการรอคอยได้สิ้นสุดลง การได้เป็นหนึ่งในทีมงานที่ทำคอนเสิร์ตให้กับนักร้องอย่าง “โบ สุนิตา” นับว่าเป็นหนึ่งใน milestone สำคัญของวิชาชีพอย่างแท้จริง 

ด้วยความไม่ลงตัวหรืออะไรก็ตามแต่ ทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้ ทิ้งช่วงห่างจากคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่แล้วถึง 22 ปี นับว่าเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อเหมือนกันที่นักร้องดีกรีสถิติล้านตลับ ที่เป็นเจ้าของเพลงฮิตมากมายในทุก ๆ อัลบั้มที่ปล่อยออกมา เพิ่งเคยมีคอนเสิร์ตเดี่ยวเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น 

ชื่อคอนเสิร์ต Rhythm Of Beau Sunita Concert ก็มาจากไอเดียของศิลปิน ที่อยากจะแชร์ถึงแนวเพลงที่ตัวเองโปรดปราน รวมสื่อถึง “จังหวะชีวิต” ที่ผ่านอะไรมามากมาย ได้บ่มเพาะประสบการณ์ จนทำให้ทุกอย่างพร้อม และลงตัวให้เกิดคอนเสิร์ตนี้…​เสียที 

สิ่งที่ทีมงานไร้ข้อกังขาก็คือความเป็นศิลปินตัวจริงของเธอ และเพลงฮิตในกระบะที่มีมากมายหลายสิบเพลง ซึ่งสิ่งนี้เองก็คือความท้าทายอย่างมากของทีมงาน ตั้งแต่การคัดเลือกเพลงที่จะอยู่ใน setlist (รักพี่เสียดายน้องหลายเพลงมาก) รวมไปถึงการร้อยเรียงโชว์อย่างไร ให้คอนเสิร์ตออกมาตรึงคนดูได้อย่างเต็มอิ่ม อย่างที่เรารู้กันว่าเพลงส่วนใหญ่ของเธอ มักจะเป็นเพลงช้ากระชากอารมณ์เสียส่วนใหญ่ โจทย์สำคัญที่จะต้องตีให้แตกก็คือจะทำอย่างไรให้เพลงช้าเหล่านั้น ไม่ทำให้คนดูง่วงหาวกลับบ้าน แต่จะต้องเก็บความประทับใจกลับไป 

เมื่อสารตั้งต้นคือนักร้องคุณภาพของประเทศ มาเจอกับ ingredient คือเพลง (ขออนุญาตใช้คำว่า) โคตรดี หน้าที่ที่เหลือก็คือการปรุงแต่งกราฟโชว์ให้คนดู “รู้สึก” ไปกับทุก ๆ เพลง “อิน” ไปกับทุก ๆ ซีน 

เพลงเปิด คือสิ่งบ่งบอก “mood & tone” ของคอนเสิร์ตว่าจะพาคนดูไปสู่ทิศทางไหน เราเลือกที่จะให้โบเปิดตัวแบบโซโล่ในเพลงที่เป็น signature ที่สุดของเธออย่าง “ฉันรู้” ที่มีแค่โบ สุนิตา ยืนร้องเพลงบนลิฟต์กับกราฟฟิกและไลต์ติ้งเท่ ๆ คอคอนเสิร์ตหลายคนอาจจะรู้สึกว่าเบาไปหรือเปล่า ถ้าเทียบกับสไตล์ Atimeshowbiz ที่ผ่าน ๆ มา? 

จากการที่เราไม่ได้จัด โบ สุนิตา อยู่ในฐานะ Queen หรือ Diva ตัวแม่ อยากให้คนดูคอนเสิร์ตนี้สัมผัสถึงความเรียบเท่ และเรียลในแบบที่แฟนเพลง โบ สุนิตา คุ้นเคยกันดี 

จากนั้นเราปลุกต่อม nostalgia รำลึกความหลังเด็กยุค 90s กับเมดเลย์ที่รวมเอาเพลงฮิตจากทุก ๆ อัลบั้มของเธอ ตั้งแต่อัลบั้มแรก ๆ ยุคคาสเซ็ต ซีดี จนถึงซิงเกิลล่าสุดที่แต่งใหม่เพื่อคอนเสิร์ตนี้ ในรูปแบบมิวสิกสตรีมมิ่งเพื่อตอกย้ำความเป็นศิลปินที่ผลิตงานที่โดนใจคนฟังมาโดยตลอดของเธอ อย่างเพลง ไม่มีอีกแล้ว, เสียใจ, บอกอะไรป่านนี้, เกลียดเธอไม่ลง, ถ้าเธอพร้อม ฉันก็พร้อม, ฝากตามเขาที และฉันไม่รู้

ก่อนจะดึงกราฟอารมณ์คนดูให้ได้ขยับเนื้อขยับตัว กับเพลงสนุก และแขกรับเชิญคู่แรกคือดูโอสายฮาอย่าง Lipta มาช่วย refresh คนดู ในเพลง ไม่อยากรัก (คนที่ไม่อยากรักเรา), แฟน และพรุ่งนี้จะไปกับเธอ

พาร์ทต่อมา เราเรียกว่าเป็นช่วงหายากอย่างแท้จริง เพราะเป็นการรวมเอาเพลงที่โบแทบไม่เคยได้ร้องบนเวที (บางเพลงไม่เคยร้องมาก่อน) เอามาร้อยเรียงใหม่ เสริมด้วยเครื่องสายที่แค่หลับตาฟังก็อาจจะน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว เรียกว่าเป็นช่วงที่รวมเพลงหม่นเศร้าที่สุดในคอนเสิร์ต อย่าง อยู่คนเดียว, เห็นน้ำตาฉันไหม, อย่าบอกให้ฉันไป, เทน้ำบนกองทราย, ตามใจ, ฉันจะจำเธอแบบนี้

ก่อนที่คนดูจะดิ่งไปมากกว่านี้ เราจึงต้องดึงกลับมากับเพลงรักที่ละมุนที่สุดในคอนเสิร์ต ด้วยเพลงดูเอ็ตที่หลายคนรอคอยว่าจะได้ฟังกันหรือไม่ ซึ่งทันทีที่กีตาร์อินโทรเพลง “ความรักจากฉัน” ดังขึ้น เสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่มกับการมาของแขกรับเชิญออริจินัลอย่าง จั๊ก ชวิน ต่อด้วยเพลงรักอารมณ์ยิ้ม “รักยิ่งใหญ่จากชายคนหนึ่ง” ที่ได้ ต้าร์ มิสเตอร์ทีม และ ปิงปอง ศิรศักดิ์ มาร้องก็สร้างรอยยิ้มให้กับคนดู เมื่อ 3 หนุ่ม Lamun Band เพื่อนซี้ของโบมาทั้งที ก็ต้องมีโชว์ไลน์ประสานกับเพลงฮิตของพวกเขา โดยตั้งใจอยากให้เป็นช่วงที่คนดูได้เคลิ้มไปกับเพลงให้มากที่สุด ในเพลง รักเธอจนเหนื่อยหัวใจ, ตัวจริง…ของเธอ, ถ้า, เธอไม่เคยถาม 

 

โบ สุนิตา กลับมาอีกครั้งกับลุคที่ไม่มีใครเคยเห็น เมื่อเธอยอมใส่เดรสยาวดูเป็นสาวหวาน ซึ่งโบยอมรับว่าเป็นซีนที่ตื่นเต้นที่สุดในคอนเสิร์ต ไม่ใช่เพราะเพลง แต่เป็นเพราะคอสตูมที่เธอไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย แต่ก็ยอมทำเพื่อเป็นของขวัญพิเศษให้กับแฟนเพลงในคอนเสิร์ตนี้เท่านั้น เราจึงได้ซีนที่สวยงาม ดูฟุ้งฝันที่สุดในคอนเสิร์ต ให้สมกับเมดเลย์เพลงซาวนด์แทร็กที่โบก็ถือว่าเป็นเจ้าแม่เพลงละครในดวงใจหลายต่อหลายเรื่อง ก่อนจะเปิดตัวแขกรับเชิญเซอร์ไพรส์ที่อุบเอาไว้หลายเดือน 

โดยรอบวันเสาร์คือ สิงโต นำโชค ที่นับถือโบเป็นอาจารย์ ทั้งที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่เพราะสิงโตเคยดูโบให้สัมภาษณ์ถึงชีวิตกว่าจะได้มาเป็นศิลปินไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องถูกปฏิเสธหลายต่อหลายครั้งกว่าจะได้มีอัลบั้ม สิงโตจึงถือเอาเป็นตัวอย่างในการทำตามความฝันจนทำให้กลายมาเป็น สิงโต นำโชค จนถึงทุกวันนี้

ที่เล่ามาก่อนหน้าคือรอบวันเสาร์ (23 พฤศจิกายน 2562) พอวันต่อมา คอนเสิร์ตรอบวันอาทิตย์ เป็น ทอม อิศรา ศิลปินรุ่นใหม่ ที่ทำตามความฝันแต่ต่างกันที่ยุคสมัย ในยุค 90s สิ่งที่ทำได้ก็คือการส่งเดโมผ่าน EMS มาที่ค่ายเพลง แต่ในปัจจุบัน ทอมทำตามความฝันด้วยการร้องเพลงผ่าน YouTube นับเป็นอีกรสชาติที่แตกต่างกันของคอนเสิร์ตทั้ง  2 รอบ ซึ่งเพลงในช่วงนี้คือ กีรติ, ขอแค่ฝัน, รักครั้งสุดท้าย, ยังรักกันอยู่ใช่ไหม, อยากให้เธออยู่ตรงนี้

จากนั้นโบสลัดเดรสกลับมาเป็นนักร้องในสไตล์เพลงที่เธอชอบมากที่สุด กับเพลงโปรดที่สุดเพลงหนึ่งของเธอ “รักแท้หรือแค่เหงา” ที่เสริมดนตรีให้มีความเป็นอาร์แอนด์บี โซล ที่ชัดขึ้น พร้อมกับการแสดงของกลุ่มแดนเซอร์หญิงมาเต้น groove เข้ากับจังหวะดนตรี, จอกราฟฟิกและไลต์ติ้งสีขาว-ดำ-แดง ที่ถูกดีไซน์ให้เป็นโชว์ขายความเท่ โก้ แต่ไม่ฟูมฟาย

เพลงต่อมาเป็นเพลงที่แต่งขึ้นมาเพื่อคนแบบโบ ที่ไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์ แต่เป็นคนที่ใช้ชีวิตทั่วไป ที่ถ้าตัดการได้ออกอัลบั้ม เธอก็คือหญิงสาวที่ทำงาน, แต่งงาน, มีลูก กลายเป็นแม่คนเหมือน ๆ กับผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง “เจ้าหญิงในนิยาย”​ จึงเป็นเพลงที่บ่งบอกความเป็นนักร้องที่ทุกคนจับจ้องได้ได้ดีที่สุด 

ตามมาด้วยการมาของแขกรับเชิญที่โบอยากร่วมงานด้วยเป็นอันดับแรก ๆ คือ ป๊อด ธนชัย ปรากฏตัวด้วยเพลง “เจ้าหญิง” ที่เหมือนจะส่งเมสเสจบอกคนดูว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นคนธรรมดาอย่างไร แต่คุณก็เป็นคนพิเศษสำหรับใครสักคนเช่นกัน การทำงานร่วมกันของทั้งคู่ในเพลงนี้ จึงสร้าง vibe ที่พิเศษเป็นอย่างมาก ป๊อดได้ดึงเอาเคมีความพิเศษบางอย่างในตัวโบขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ (เราได้เห็นโบแอบแรปเบา ๆ ในเพลงนี้ด้วย) 

การได้เห็นโบทลายกรอบตัวเองแล้วปล่อยสุดพลังกับโชว์นี้คือสิ่งที่ผู้จัดอยากให้เกิดขึ้น และกราฟความพีคนี้ก็พุ่งขึ้นไปอีก เมื่อเจ้าพ่อเพลงอัลเทอร์เนทีฟ ร็อก ชวนเจ้าของคอนเสิร์ตและคนดูลุกขึ้นมาเต้นกับเพลง “บุษบา” , “ติ๋ม” พารากอนฮอลล์จึงกลายเป็นสถานที่ระเบิดความร็อก ถึงขนาดที่รอบวันอาทิตย์ ป๊อดสั่งให้คนดู-ยืน-เต้น-บน-เก้าอี้ ก็ทำมาแล้ว นับเป็น magic moment ที่คาดไม่ถึงว่าจะเกิดขึ้นในคอนเสิร์ตของโบ สุนิตา 

หลังจากอะดรีนาลีนผู้ชมพุ่งขึ้นถึงขีดสุด ผู้จัดพาคนดูดำดิ่งไปสู่เพลงที่ deep ที่สุดในคอนเสิร์ต เพลงสุดท้ายหน้า B ที่อยู่ในความทรงจำของคนฟังหลาย ๆ คน อย่าง “อธิษฐาน” ถูกบอกเล่าผ่านการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของโบ สุนิตา เธอพูดถึงการจากไปของพี่สาวคนสนิท ที่แม้จะผ่านไปเป็น 10 กว่าปีแล้ว แต่ทุกครั้งที่ทีมงานอยากให้เธอลองพูดถึงเรื่องนี้ เราสังเกตได้ถึงการข่มอารมณ์เอาไว้อย่างหนัก ในวันคอนเสิร์ต เราจึงปล่อยให้เธอได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ได้เรียบเรียงสิ่งที่อยากสื่อสารถึงเพลงนี้ออกมาจากความรู้สึกจริง ๆ โดยไม่ได้ไปแตะต้องสคริปต์แม้แต่น้อย จึงเป็นที่มาของเพลงที่เข้าถึงความรู้สึก แตะไปถึงคนในความทรงจำของคนฟังได้มากที่สุดอย่างที่เพลงนี้ได้ทำหน้าที่นี้เสมอมา

ต่อจากเพลงที่สื่อถึงความรู้สึกมากที่สุด เราจึงดึงเพลงที่แสดงถึงความหวัง ความสดใสกลับมาบนเวทีอีกครั้ง และคนที่ทำหน้าที่นี้ได้ดีที่สุด คงหนีไม่พ้น คนที่เป็น “หนึ่งในไม่กี่คน” ของโบ สุนิตา นั่นก็คือลูกสาวคนเดียวของเธอ “น้องฮานิ” แม้อายุเพียงแค่ 10 ขวบ แต่ความสามารถของเธอที่มีทั้งพ่อและแม่เป็นศิลปินนั้น เราเรียกว่าเป็นลูกไม้ใต้ต้นได้เลย จากที่หลายคนเสียน้ำตาด้วยความคิดถึงคนที่ไม่ได้เจอกันแล้วในเพลงก่อนหน้า การมาของฮานิก็ทำให้น้ำตาเจือไปด้วยรอยยิ้มกับความน่ารักสดใสของแม่ลูกคู่นี้  

เข้าสู่ช่วงเวลาสุดท้ายของคอนเสิร์ต โบ พูดถึงตัวเองว่า ทีมงานถามว่าถ้าเธอไม่ได้ออกเทป ตอนนี้เธอจะทำอะไรอยู่? เธอตอบโดยไม่ต้องคิดเลยว่าก็คงกำลังทำเดโมไปเรื่อย ๆ เพื่อเสนอค่าย หรือถ้าในยุคนี้ก็คงไปประกวดร้องเพลงในเวทีต่าง ๆ หรือผลิตผลงานในโซเชียลมีเดีย เพราะการได้เป็นนักร้อง คือความฝันเดียวของเธอ…. แต่สิ่งที่เธอได้มาเกินกว่าฝัน นั่นก็คือการได้มีแฟนเพลงที่ติดตามกันมาจนถึงตอนนี้ เพลงที่เหมาะจะร้องตอบแทนแฟนเพลง ก็คือเพลงที่ถูกแต่งขึ้นมาขอบคุณเมื่อครั้งที่เธอทำสถิติล้านตลับถึง  2 ครั้งซ้อน “พรุ่งนี้จะรักฉันไหม” คำถามที่เธอถามถึงแฟนเพลง และต่อด้วยคำตอบที่เธอมีให้กับทุกคน “ขอเป็นคนของเธอ” ทั้ง  2 เพลงนี้โบเลือกที่จะลงไปร้องเพลงกับคนดูถึงข้างล่าง นั่นคือสิ่งที่เธออยากทำเพื่อได้ใกล้ชิดแฟนเพลงที่รักเธอ ให้สมกับที่รอคอยช่วงเวลานี้มายาวนานถึง 22 ปี ….. 

 

เรื่อง: itistist

ภาพ: Atimeshowbiz


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

Tiger Parenting วาทกรรมกับดักครอบครัวของตะวันตกสู่ละครเวที บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล 2019 

เดอะ ไลอ้อน คิง มิวสิคัล “จิตวิญญาณของแอฟริกา” ความสวยงามของวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดผ่านสัตว์

ชายกลาง เดอะมิวสิคัล สื่อ “น้ำเน่า” ไร้สาระหรือปลอบโยนจิตใจ

รีวิวคอนเสิร์ต ชอว์น เมนเดส ครั้งที่สองในไทย “ปาดผมทีสะเทือนใจสาวทั้งฮอลล์”

รีวิวคอนเสิร์ต OneRepublic จากงาน Spotify On Stage โชว์แบบเครื่องดีเซล 11 เพลงฮิต ชวนให้หายคิดถึง

รีวิวคอนเสิร์ต Bomb at Track โชว์ที่ชวนคนดูระเบิดเสียงตะโกนกันให้ลั่นฮอลล์ บอกเลยว่ามัน !

Catwoman แมวดำสุดห่วย หนังที่ได้คะแนนรีวิวต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

อดิสรณ์ พึ่งยา “นักข่าวสายกีฬา ฟุตบอล การรอคอย และความสำเร็จ”