Post on 26/12/2020

ริแอนนา: คุณแม่ค้า Love The Way You Buy(Lie) จากขายเสียงสู่ขายของ

Oh, how ’bout a round of applause?
Yeah
Standin’ ovation
Ooh
Yeah, yeah, yeah, yeah, yeah

(ขอเสียงปรบมือจากทุก ๆ คนหน่อยได้ไหมครับ/คะ ลุกขึ้นยืนเพื่อปรบมือให้เกียรติหน่อยครับ/ค่ะ จากเพลง Take A Bow)

 

“ถ้าไม่เซ็นสัญญา (กับผม) ก็ต้องกระโดดหนีออกทางหน้าต่างแล้วหละ”

ในปี 2005 ณ สตูดิโอแห่งหนึ่งในนิวยอร์ก อีแวนส์ โรเจอร์ (Evan Rogers) โปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงชาวอเมริกันได้พาเด็กสาวอายุ 16 ปี จากเกาะบาร์เบโดสมาร้องเพลงออดิชันเพื่อเป็นศิลปินในสังกัด Def Jam ของแรปเปอร์คนดังอย่าง Jay Z (เจย์ –ซี)

เด็กสาวทั้งเขินอายทั้งตื่นเต้น เธอกำลังนั่งอยู่ในห้องที่มีคนดังระดับโลกอย่างเจย์-ซี และบอร์ดบริหารของค่ายเพลงอีกหลายคนที่เดินทางมาเพื่อฟังเธอร้องเพลง แต่เมื่อพอเธอร้องเพลงจบเท่านั้น เจย์-ซี ถึงกับบอกกับเด็กสาวคนนี้ว่า

“ผมต้องทำยังไงให้คุณยกเลิกทุกนัดที่คุณมีในวันนี้ (แล้วมาเซ็นสัญญากับผม)”

เจย์-ซี คงจะเห็นอะไรบางอย่างในตัวของเด็กสาวจากบาร์เบโดสคนนี้ แล้วเขาก็ไม่ยอมปล่อยให้เธอหรือโปรดิวเซอร์ของเธอกลับบ้านจริง ๆ เจย์-ซี ให้ทีมกฎหมายร่างสัญญาให้เสร็จภายในวันนั้น ระหว่างรอสัญญาร่าง เจย์-ซี ยังพูดมุกตลกคลาสสิคที่ใช้ในภาพยนตร์ The Godfather ว่า “มีแค่ 2 ทางที่เธอจะออกจากห้องนี้ได้ คือ (1.) เซ็นสัญญากับฉันแล้วเดินออกทางประตู หรือ (2.) ถ้าไม่เซ็นสัญญาก็ต้องกระโดดหนีออกทางหน้าต่างแล้วหละ”  ทั้งเจย์-ซี โปรดิวเซอร์และเด็กสาวอยู่ที่สตูดิโอจนถึงตี 3 จนสัญญาร่างเสร็จและทั้งสองฝ่ายได้เซ็นสัญญากัน ทุกคนจึงได้กลับบ้าน

ใช่แล้ว, เด็กสาวจากบาร์เบโดสผู้ทำให้เจย์-ซีถึงกับร้องขอให้โทรไปยกเลิกนัดทุกนัดที่มีในวันนั้น คือ รอบิน ริแอนนา เฟนตี้ (Robyn Rihanna Fenty) หรือที่ทุกคนรู้จักในนาม รีแอนนา (Rihanna)

 

เมื่อคุณค้นพบเพชรงามจากบาร์เบโดส

Shine bright like a diamond
Shine bright like a diamond

(ส่องสว่างสกาวดุจเพชร)

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2003 อีแวนส์ โรเจอร์ โปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงที่โปรดิวซ์งานให้ศิลปินดังมากมายอย่าง เอ็นซิงก์ (N’Sync) และ คริสตินา อากีเลรา (Christina Aquilera) กำลังหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ไปพักร้อนกับภรรยาที่เกาะบาร์เบโดส ประเทศที่เป็นเกาะตั้งอยู่ทางตะวันออกของทะเลแคริบเบียน

เขาเดินอยู่ที่ชายหาด แล้วอยู่ดี ๆ ก็มีเด็กสาวเดินเข้ามาแล้วร้องเพลงให้เขาฟัง เด็กสาวคนนั้นนั่นเองคือ…ริแอนนา 

อีแวนส์เคยให้สัมภาษณ์ว่า ตอนแรกที่เห็นริแอนนาเขาก็คิดว่า เธอสวยมาก สไตล์แต่งตัวดีมาก แต่งหน้าก็กำลังพอดี แถมยังมีนัยน์ตาสีเขียวและคอยาวระหงแบบนางแบบ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าสาวสวยคนนี้จะร้องเพลงได้ดีไหม

แต่พอได้ยินเธอร้องเพลงเท่านั้น อีแวนส์เขาคิดในทันทีว่า เขาจะต้องนัดคุยต่อกับเด็กคนนี้ให้ได้ และเขาก็ทำแบบนั้นจริง ๆ อีแวนส์ได้ไปคุยกับแม่ของริแอนนาและตกลงว่าจะทำเดโมให้กับริแอนนา ปีต่อมาริแอนนาก็ได้บินมาที่อเมริกาเพื่อทำเดโมเพลง Pon de Replay กับอีแวนส์และเพื่อนโปรดิวเซอร์ของอีแวนส์อีกคน และก็คือเดโมเพลงนี้นี่แหละที่ริแอนนาใช้ในการส่งไปยังค่ายเพลงต่าง ๆ รวมทั้งค่ายเพลงของเจย์-ซี ด้วย

คุณสงสัยไหมว่าทำไมอยู่ดี ๆ เด็กสาวคนหนึ่งถึงได้เดินดุ่ม ๆไปร้องเพลงให้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งฟังที่ริมชายหาด?

ที่จริงแล้วริแอนนาไม่ได้สุ่มเดินไปร้องเพลงให้คนแปลกหน้าฟัง แต่เธอรู้อยู่แล้วว่าชายคนนี้เป็นโปรดิวเซอร์ชื่อดังจากอเมริกา ผ่านเพื่อนคนหนึ่งในวงของเธอ

ริแอนนาเป็นเด็กสาวที่รักเสียงเพลงและใช้เสียงเพลงเป็นเครื่องหลบเร้นจากสภาวะกดดันที่เธอต้องเจออจากที่บ้าน คุณพ่อของเธอมีภาวะติดเหล้าและติดยา นั่นคือสาเหตุที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ของเธอมีปัญหาทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งทั้งสองหย่ากันตอนเธออายุ 14 ริแอนนาไม่ได้หันเข้าหาด้านมืด แต่เธอเดินเข้าหาเสียงเพลง เธอและเพื่อน ๆ จึงร่วมกันตั้งวงหญิงเกิร์ลกรุปขึ้นมาสามคน และเพื่อนในวงเธอนี่แหละที่เป็นคนส่งข่าวบอกให้เธอมาดักเจอและร้องเพลงให้กับอีแวนส์ฟังที่ชายหาด

Just gonna stand there and watch me burn
Well that’s alright, because I like the way it hurts
Just gonna stand there and hear me cry
Well that’s alright, because I love the way you lie

(แค่ยืนอยู่ตรงนั้นแล้วมองดูฉันถูกแผดเผา แต่มันก็โอเคนะ เพราะฉันชอบความเจ็บปวด แค่ยืนอยู่ตรงนั้นแล้วฟังฉันร้องไห้ แต่มันก็โอเคนะเพราะฉันชอบการโกหกของคุณ จากเพลง Love The Way You Lie)

ตัดภาพกลับไปที่นิวยอร์ก ปี 2005 แปดเดือนหลังจากที่ริแอนนาเซ็นสัญญากับค่ายเพลงของเจย์-ซีและทุกคนได้กลับบ้านโดยเดินออกทางประตูในวันนั้น เธอได้ออกอัลบั้มแรก Music of the Sun และเริ่มโด่งดังมีชื่อเสียง หลังจากนั้นเธอก็ออกอัลบั้มอีกหลายอัลบั้มและมีเพลงฮิตมากมาย เช่น Umbrella, Diamonds, We found love, Take a bow, Only girl, Stay เธอได้รางวัลไปเพียบ เช่น  Grammy Awards 9 รางวัล,  American Music Awards 8 รางวัล, Brit Awards 2 รางวัล

“Lucky in game, unlucky in love.” คำกล่าวนี้คงไม่เกินจริง

ในตอนนั้น ชีวิตศิลปินของริแอนนาไปได้สวย แต่ตรงข้ามกับชีวิตรักอย่างสิ้นเชิง อย่างที่ทุกคนรู้ดีว่าเธอมาจากครอบครัวที่มีปัญหา เคยเห็นคุณแม่โดนคุณพ่อไม้ลงมืออยู่บ่อยครั้งตอนที่เป็นเด็ก เธอเองเคยปฏิญาณตนว่า จะไม่มีทางอยู่กับผู้ชายที่ใช้ความรุนแรงกับเธอเป็นอันขาด แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลก…

ริแอนนาเป็นข่าวใหญ่ในปี 2009 ภาพของเธอที่มีใบหน้าช้ำเลือดที่เบ้าตา ปากแตก ใบหน้าบวมถูกแพร่กระจายว่อนไปทั่วอินเตอร์เน็ต เธอถูกแฟนหนุ่มที่เป็นนักร้องดัง คริส บราวน์ (Chris Brown) ซ้อมในรถแลมโบกินี เพราะริแอนนาดันไปเห็นข้อความในโทรศัพท์มือถือของคริสที่มาจากผู้หญิงที่คริสเคยมีความสัมพันธ์ด้วย เธอจึงโมโห ด่าทอและเริ่มลงไม้ลงมือกับคริส จนคริสชกเธอกลับอย่างจังหลายครั้ง ทั้งสองตะโกนด่ากันไม่หยุดอยู่ริมถนนจนตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ

ต่อมาในปี 2010 แรปเปอร์หนุ่มเอมิเน็มได้เลือก ริแอนนามาฟีเจอร์ริงในเพลง Love the Way You Lie โดยในฉากจบมิวสิควิดิโอเพลงนี้คือบ้านที่มอดไหม้ทั้งหลังเหมือนความสัมพันธ์ของคู่รักชายหญิงในมิวสิคที่มีความสัมพันธ์อันทารุณ (Abusive relationship) แผดเผาชีวิตกันและกัน สื่อต่าง ๆ หลายเจ้าตีความมิวสิควิดีโอเพลงนี้ว่าสื่อถึงชีวิตรักส่วนตัวของนักร้องทั้งสองทั้งริแอนนาและเอมิเน็มที่ต่างเคยอยู่ในความสัมพันธ์อันทารุณจนชีวิตมอดไหม้ไปข้างนั่นเอง

 

ทำงานสิ ทำงาน (Work work work work work)

ทุกวันนี้ ถ้าคุณเคยเดินเข้าไปที่ Sephora ร้านขายเครื่องสำอางชื่อดังที่มีสาขาไปทั่วโลก (รวมถึงในประเทศไทยด้วย) คุณจะเห็นเคาน์เตอร์แบรนด์เครื่องสำอางแบรนด์หนึ่งที่มีพื้นที่ใหญ่ไม่แพ้ใคร แถมยังมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกมากมาย Fenty Beauty คือแบรนด์เครื่องสำอางของสาวบาร์เบโดสคนนี้นี่แหละ

นอกจากริแอนนาจะทำงานเพลงออกมาหลายอัลบั้มแล้ว ดูเหมือนว่าเธอจะชอบ work work work work work ตามท่อนเปิดของเพลง Work มาก ๆ เธอร่วมกับบริษัท LVMH เปิดตัว Fenty Beauty ในปี 2017 และแค่ในสัปดาห์แรกที่วางจำหน่ายก็กวาดรายได้ไปแล้ว 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

กิจการขยายจนรุ่งเรือง ดีวันดีคืน ตอนนี้ไม่ได้ทำแค่เครื่องสำอางมาขาย แต่เธอได้สร้างแบรนด์ Fenty ออกมาเพื่อขายสินค้าแฟชันอื่น ๆ อีกด้วยทั้งแว่นตากันแดด เสื้อผ้า เครื่องประดับ ทำให้ Forbes จัดอันดับให้ริแอนนาเป็นศิลปินหญิงที่ร่ำรวยที่สุดในวงการโดยมีสินทรัพย์อยู่ที่ 600 ล้านเหรียญฯ แซงมาดอนน่าที่มีอยู่ 570 ล้านเหรียญฯ และ เซลีน ดิออนที่มีอยู่ 450 ล้านเหรียญฯ  ดังนั้นแฟนเพลงคงไม่ต้องแปลกใจที่ยังไม่เห็นผลงานเพลงชิ้นใหม่จากเธอสักที เพราะเธอคง work work work work work กับเรื่องธุรกิจจนยังไม่มีเวลามาทำงานเพลงนั่นเอง

ในวงการธุรกิจการเป็นที่ยอมรับจาก Forbes ก็น่าจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จมากแล้ว แต่การได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมวงการก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ทำให้คุณยิ้มไม่หุบ แม้แต่เพื่อนร่วมวงการเพลงอย่าง เทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) ก็ดูจะเป็นแฟนของยี่ห้อ Fenty ด้วยเช่นกัน มีฉากหนึ่งในสารคดีชีวิตของเทย์เลอร์ ที่ฉายทาง Netflix อย่าง Miss Americana เทย์เลอร์กำลังพยายามประคองอาหารที่อยู่บนโต๊ะเสิร์ฟบนเครื่องบินไม่ให้หก แต่แล้วก็มีอาหารไหลมาเปื้อนเสื้อเธอจนได้ แล้วเธอก็พลันพูดขึ้นว่า “เชี่ย นี่มันเสื้อริแอนนาเลยนะ”

 

ที่มา

https://www.hellomagazine.com/profiles/rihanna/

https://www.businessinsider.com/rihanna-audition-2016-3

http://www.srpmusicgroup.com/bio

https://people.com/music/chris-brown-opens-up-abuse-rihanna/

https://www.forbes.com/sites/natalierobehmed/2019/06/04/rihanna-worth-fenty-beauty/

https://www.fenty.com/us/en/home


อดีตเคยเป็นนักแต่งเพลง ปัจจุบันเป็นอาจารย์ที่คณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สนใจเรื่องอาหาร เบื้องหลังของเพลงดัง และคนในวงการ Pop Culture ในมุมอื่น ๆ

Related

ลัตตา คาเร: หญิงชราที่ลงวิ่งแข่งด้วยเท้าเปล่าเพื่อหาเงินไปรักษาสามี

อดัม ดีไวน์ เป็นดาราตลกเพราะถูกรถชน

G-Gundam – จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อนิยายกิมย้งมาผสมกับนิยายสงครามอวกาศกันดั้ม

โรเบิร์ต เอกเกอร์ส ความหวังใหม่แห่งวงการสยองขวัญ ผู้สั่นประสาทด้วยศาสตร์ภาพยนตร์

ออกจากโรงเรียน หอบฟูกและหมอนออกจากบ้าน กว่าจะเป็นอัศวินรัตติกาล ‘The Weeknd’

เจสซี ไอเซนเบิร์ก หน้าเนิร์ดก็ยอมรับว่าเนิร์ด กับการรับมือโรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD)

แมดส์ มิคเคลเซน ถึงร้ายก็รัก เจ้าของตำแหน่งวายร้ายที่เซ็กซี่ที่สุดในโลก

Aladdin: การกลับมาของเจ้าหญิงจัสมิน จนได้ชื่อว่าเป็นเจ้าหญิงสมัยใหม่