Post on 18/09/2019

โรเบิร์ต กัวะ เขย่าวงการโลจิสติกส์ด้วย Kerry Express

พูดชื่อ โรเบิร์ต กัวะ (Robert Kuok) คนส่วนใหญ่อาจส่ายหน้าไม่รู้จัก แต่ถ้าพูดชื่อ Kerry Express หลายคนต้องเคยใช้บริการอย่างแน่นอน เพราะในเมืองไทย Kerry Express เป็น ‘ขารุก’ ท้าชิงส่วนแบ่งในตลาดจัดส่งพัสดุ ขยี้จุดอ่อนของไปรษณีย์ไทยในวงการอี-คอมเมิร์ซ ด้วยการเน้นความรวดเร็ว ขยายจุดรับส่งทั่วไทยราวกับดอกเห็ด ซึ่งทุกวันนี้มีราว 10,000 แห่งทั่วประเทศเข้าไปแล้ว

ทดชื่อ โรเบิร์ต กัวะ เอาไว้ก่อน แล้วลองมาดูการเติบโตของ Kerry Express ในไทยกันสักแป๊บ

กิจการ Kerry Express ในบ้านเรา อยู่ภายใต้ บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2549 การเติบโตของโลกอี-คอมเมิร์ซ ทำให้ธุรกิจของบริษัทเติบโตรุดหน้า ถ้าดูในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา Kerry Express สามารถเพิ่มปริมาณส่งพัสดุจาก 10,000 ชิ้นต่อวัน เป็น 1.1 ล้านชิ้นต่อวัน ส่วนรายได้นั้น ในปี 2560 บริษัททำรายได้รวมไปกว่า 6.67 พันล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 733 ล้านบาท แม้จะยังห่างชั้นกับเบอร์ใหญ่อย่าง ไปรษณีย์ไทย ที่ทำรายได้รวม 2.8 หมื่นล้านบาท อยู่หลายเท่า แต่ก็นับเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวจากการชูกลยุทธ์เจาะตลาดอี-คอมเมิร์ซ เป็นหลัก

การตีตลาดดังกล่าวโดยเฉพาะ ทำให้ Kerry Express พัฒนาฟังก์ชันที่ตอบโจทย์คนค้าขายมากกว่า เช่น Same-Day Delivery ส่งของในกรุงเทพฯ ได้รับภายในวันเดียว บริการรับของที่จะจัดส่งถึงบ้าน หรือถ้าหากไม่มีผู้รับพัสดุ Kerry จะนัดเวลาเข้าไปจัดส่งให้ใหม่โดยที่ผู้รับไม่ต้องเสียเวลาไปตามหาพัสดุที่ร้านเอง แถมยังสร้างชื่อเรื่องพัสดุที่ได้ไม่ยับย่นแตกหัก ลูกค้าจากไปรษณีย์ไทยจึงหันมาลองของใหม่กันมากขึ้นเรื่อย ๆ

เคล็ดลับของ Kerry Express คือการสร้างเครือข่ายพนักงานส่งพัสดุ ที่มีการวางจำนวนพนักงานให้มากกว่าบริษัทจัดส่งอื่น ๆ เพื่อให้พนักงาน 1 คนดูแลพื้นที่จัดส่งแคบลง มีการส่งต่อของเป็นทอด ๆ มากขึ้น ฟังดูอาจเหมือนช้า แต่ก็ทำให้ของถูกส่งได้เร็วขึ้นด้วย อีกอย่างคือ Kerry Express มีแนวทางการรับเรื่องร้องเรียนคือใช้ ‘คน’ จริง ๆ ในการคุยกับลูกค้าเสมอ และถ้าลูกค้าโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ทีมจะต้องติดต่อกลับให้ได้ภายใน 15 นาที เหล่านี้ก็เพื่อให้ลูกค้าที่กำลังไม่พอใจเปลี่ยนมารู้สึกเย็นลง และชื่อเสียงของบริษัทก็จะไม่กลายเป็นภาพลบในสังคม (แต่ก็มีหลายครั้งที่มีข่าวปรากฏในวงกว้าง เช่น จัดส่งล่าช้า สินค้าแตกระหว่างจัดส่ง พนักงานแกะห่อสินค้าของลูกค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต จนบริษัทต้องออกหนังสือขอโทษ)

ทั้งนี้ Kerry Express ไม่ใช่บริษัทสตาร์ทอัพ และไม่ใช่มือใหม่ในวงการ เพราะบริษัทแม่ของดาวรุ่งธุรกิจจัดส่งรายนี้คือ Kerry Logistics Network หรือ KLN ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2524 และต่อมาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง เริ่มต้นจากธุรกิจโกดังสินค้า ก่อนจะขยายไปสู่การขนส่ง first-mile, middle-mile และ last-mile มีทั้งการขนส่งทางเรือและทางบก ปัจจุบันให้บริการใน 53 ประเทศทั่วโลก แต่หากนับเฉพาะ Kerry Express ซึ่งเป็นการขนส่ง last-mile (ขนส่งไปยังลูกค้าปลายทาง) มีบริการอยู่ 8 พื้นที่ คือ ไทย เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ กัมพูชา อินโดนีเซีย ไต้หวัน และ ฮ่องกง

ในรายงานประจำปี 2561 KLN เปิดเผยว่าบริษัททำรายได้รวม 3.81 หมื่นล้านเหรียญฮ่องกง หรือกว่า 1.48 แสนล้านบาท เติบโตขึ้น 24% จากปี 2560 และทำกำไร 2.87 พันล้านเหรียญฮ่องกง หรือกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปี 2560 โดยธุรกิจ Kerry Express ยังเป็นส่วนรอง คิดเป็นสัดส่วน 20% ของ KLN แต่ก็เป็นธุรกิจสำคัญอย่างยิ่งท่ามกลางกระแสอี-คอมเมิร์ซ โดยเฉพาะในไทยที่ Kerry Express ประกาศว่าตนเองคือเจ้าตลาดอันดับ 2 ของประเทศ และไทยคือตลาดที่โตไวที่สุดของหน่วยธุรกิจนี้

มองภาพให้กว้างยิ่งกว่านั้น KLN เองก็เป็นหน่วยหนึ่งในอาณาจักรธุรกิจของเครือ Kuok Group ที่มีทั้งอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมและรีสอร์ท อาหารและการเกษตร เดินเรือ ฯลฯ ซึ่งก่อตั้งโดย โรเบิร์ต กัวะ มหาเศรษฐีชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน

โรเบิร์ต เกิดเมื่อปี 1923 ที่เมืองยะโฮร์บาห์รู ประเทศมาเลเซีย ครอบครัวของเขาหนีสงครามจากมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน มาตั้งรกรากที่มาเลเซีย พร้อมมีเงินทองที่หอบหิ้วมาจากจีนเป็นเงินทุนทำร้านขายของชำได้อย่างไม่ขัดสน ครอบครัวกัวะจึงจัดเป็นชนชั้นกลาง และมีเงินพอจะส่งโรเบิร์ตไปเรียนที่ Raffles Institution ในสิงคโปร์ ที่นั่นเขามีเพื่อนร่วมชั้นเรียนคือ ลี กวนยู ซึ่งต่อมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของสิงคโปร์ จากนั้นเขาก็กลับมาเรียนต่อที่บ้านเกิด

หลังเรียนจบ โรเบิร์ตทำงานเป็นเสมียนในแผนกค้าข้าวของบริษัทญี่ปุ่นอย่าง Mitsubishi ในช่วงต้นทศวรรษ 1940 ซึ่งเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 การมุ่งมั่นตั้งใจทำงานและความขยันขันแข็ง ทำให้โรเบิร์ตได้รับการเลื่อนขั้นจนได้เป็นหัวหน้าแผนกค้าข้าว แต่ต่อมาก็ลาออกหลังสงครามสงบ แล้วกลับบ้านมาช่วยกิจการครอบครัว

หลังพ่อของเขาเสียชีวิต โรเบิร์ต และพี่ชายทั้งสองคือฟิลิปกับวิลเลียม และญาติ ๆ ร่วมกันก่อตั้ง Kuok Brothers ขึ้นในปี 1949 ทำธุรกิจค้าขายข้าว น้ำตาล และแป้งข้าวสาลี เมื่อกิจการก้าวหน้าก็ก่อตั้ง Kuok Singapore ขึ้นในปี 1953 ส่งออกสินค้าไปยังประเทศไทยและอินโดนีเซีย

สามพี่น้องไม่ได้ทำธุรกิจด้วยกันตลอดไป เพราะต่อมาฟิลิปเปลี่ยนเส้นทางอาชีพไปเป็นนักการทูต ส่วนวิลเลียมถูกลอบฆ่าในช่วงสงครามเย็นเนื่องจากเป็นผู้สนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์ โรเบิร์ตจึงต้องเดินต่อเพียงลำพัง แต่เขาก็สามารถขยายกิจการจากการตัดสินใจครั้งสำคัญ โดยในปี 1974 โรเบิร์ตก่อตั้งสำนักงานขึ้นที่ฮ่องกงในชื่อ Kerry Holdings เพื่อเตรียมรับออร์เดอร์จากจีนที่กำลังเปิดประเทศและกำลังขาดแคลนน้ำตาล ความมั่งคั่งจากวงการนี้ทำให้เขาถูกเรียกว่าเป็น ‘ราชาน้ำตาลแห่งเอเชีย’ เลยทีเดียว

การย้ายฐานไปฮ่องกง ทำให้โรเบิร์ตเริ่มก้าวสู่ธุรกิจอื่นคืออสังหาริมทรัพย์ เขาเป็นเจ้าของเครือโรงแรมแชงกรี-ลา และตึกสำนักงานต่าง ๆ ภายใต้ชื่อบริษัท Kerry Properties Limited หรือ KPL ที่จะต่อยอดไปสู่วงการโลจิสติกส์ในเวลาต่อมา

ในช่วงนี้ โรเบิร์ตเริ่มมีลูกหลานเข้ามาช่วยงาน เขามีลูกทั้งหมด 8 คน จากภรรยา 2 คน โดย กัวะ กุ้น ฮง หลานชายของเขาเป็นผู้แนะนำให้โรเบิร์ตทำธุรกิจน้ำมันปาล์มร่วมกับ มาร์ตัว ซิโตรุส มหาเศรษฐีชาวอินโดนีเซียเชื้อสายจีน ในชื่อบริษัท Wilmar ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ครองตลาดน้ำมันปาล์ม 20-30% ของอินโดนีเซียและอินเดีย และต่อมาโรเบิร์ตยังนำธุรกิจน้ำตาลควบรวมเข้าไว้ใน Wilmar ด้วย

ไม่มีการบันทึกว่า Kerry Logistics Network หรือ KLN บริษัทแม่ของ Kerry Express เกิดจากไอเดียของใครในตระกูลกัวะ แต่เราอาจอนุมานได้ว่า การทำธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์ย่อมต้องอาศัยโกดังและการขนส่ง และด้วยประสบการณ์ของกลุ่มที่มีธุรกิจอย่างกว้างขวางและมีสายสัมพันธ์อันดีทั้งในมาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง จีน และอินโดนีเซีย การต่อยอดธุรกิจให้ครอบคลุมจึงเป็นเรื่องที่ไม่เกินความคาดหมายนัก

KLN เป็นขาหนึ่งของกลุ่มที่ยังทำรายได้ราว 1 ใน 10 เท่านั้น หากเทียบกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Wilmar แต่ KLN หรือ Kerry Express อาจยิ่งใหญ่ได้มากกว่านี้ เพราะในขณะนี้ธุรกิจโลจิสติกส์กำลังเป็นดาวรุ่งยิ่งกว่าปาล์มหรือน้ำตาล หากดูจากเทรนด์การเติบโตของรายได้ ในประเทศไทยเอง Kerry Express ก็เพิ่งรับเงินลงทุนจากการเข้ามาถือหุ้นของกลุ่ม VGI (บริษัทในกลุ่มบีทีเอส) คิดเป็นสัดส่วนหุ้น 23% ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจด้วยการใช้ประโยชน์จากพื้นที่โฆษณาของ VGI บนรถไฟฟ้าบีทีเอส

ทุกวันนี้ โรเบิร์ตผ่องถ่ายงานไปให้ลูกหลานแล้วทั้งหมด โดย กัวะ กุ้น ฮัว บุตรชายคนสุดท้อง วัย 40 ปี เพิ่งจะขึ้นรับตำแหน่งซีอีโอของ Kerry Properties Limited หรือ KPL พ่วงด้วยตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารของ KLN ซึ่งต้องจับทิศกันอีกครั้งว่าเขาจะวางแนวทางขององค์กรไปในทิศทางใด

ตัวโรเบิร์ตเองนั้นเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัว เขาให้สัมภาษณ์กับสื่อน้อยมาก แต่เขาเคยกล่าวกับ South China Morning Post เรื่องการส่งต่อมรดกและธุรกิจให้ลูกหลาน อันเป็นข้อคิดที่ส่งผ่านมาตั้งแต่รุ่นแม่ของเขาดังนี้

“หากลูก ๆ และหลาน ๆ ของฉันสามารถเป็นเหมือนฉันได้ พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องได้รับมรดกใด ๆ แต่ถ้าหากเขาไม่เป็นเหมือนฉัน แล้วความมั่งคั่งของฉันจะมีประโยชน์อันใดกับพวกเขาเล่า”

 

ที่มา

https://www.kerrylogistics.com/wp-content/uploads/2019/04/e_00636ar_20190430_web.pdf

https://www.scmp.com/business/companies/article/1141483/kuok-says-right-heir-his-empire-can-last-four-generations

https://readthecloud.co/ceo-kerry-express/

https://www.kuokgroup.com/about

https://www.mingtiandi.com/real-estate/agencies-people/kuok-khoon-hua-named-ceo-vice-chair-of-kerry-properties/

 

เรื่อง: Synthia Wong

 


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Illustrator

ชอบวาดรูป ชอบดูหนัง ชอบเที่ยว ชอบหมา ชอบนอน

Related

ลลิต ศรีธรา ผู้อาสาลดช่องว่างทางชนชั้นด้วย “สตาร์ทอัพ”

จูดิธ บัลคาซาร์ คุณป้าหัวใส ปั้นธุรกิจ “กางเกงในเก็บฉี่” สำหรับผู้หญิง

ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี: Penguin Eat Shabu บทพิสูจน์ความสำเร็จจากความคิดที่ “แตกต่าง”

วาริชัย บุญประดิษฐ์ พา Navakitel Design Hotel โรงแรมร้อยล้านแห่ง ‘เมืองคอน’ เอาตัวรอดยุคโควิด

สุธรรม พันธุศักดิ์ เจ้าของร้านแลกเงิน สู่เจ้าพ่อ “ทิฟฟานีโชว์” สุดอลังการ

ชวนล ไคสิริ เลิกออกแบบตึก มาเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า POEM

นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ มหาเศรษฐีแสนล้าน เกี่ยวข้องอะไรกับ “ยาหอมปราสาททอง”?

รีด แฮสติ้งส์: จากร้านเช่าซีดีสู่เจ้าพ่อสตรีมมิง NETFLIX ที่คอหนังต้องรู้จัก