Post on 24/07/2021

โรบิน ฮู้ด : จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ที่ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม

“ครั้งยุคทรราชไร้ความเป็นธรรม กฎหมายกดขี่ประชาราษฎร์ คนเถื่อนผู้โด่งดังจึงอุบัติขึ้น”

มีเรื่องราวมากมายที่พูดถึงจอมโจร ‘โรบิน ฮู้ด’ (Robin Hood) จอมโจรผู้เป็นความหวังของประชาชนจากการปล้นทรัพย์ของคนรวยมาช่วยคนจน แต่เวอร์ชันที่ยังตรึงใจใครหลายคนคงหนีไม่พ้นโรบิน ฮู้ด ฉบับภาพยนตร์ในปี 2010 นำแสดงโดย ‘รัสเซล ไอรา โครว์’ (Russell Ira Crowe)

ในช่วงเข้าสู่ศตวรรษที่ 12 ณ ประเทศอังกฤษ กษัตริย์ ‘ริชาร์ดใจสิงห์’ (King Richard the Lionheart) ผู้สูญสิ้นทั้งสมบัติและความรุ่งเรืองกำลังออกปล้นสะดม เพื่อหาทางกลับอังกฤษหลังจากทำสงครามครูเสด (Crusades) เป็นเวลานานถึง 10 ปี และในกองทัพของพระองค์นี้เองที่มีพลธนูนามว่า ‘โรบิน ลองสไตรด์’ (Robin Longstride) ต้นกำเนิดของวีรบุรุษผู้ถูกขนานนามว่า โรบิน ฮู้ด จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ที่ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม

 

**บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์ ‘Robin Hood’ (2010)**

ปล้นสะดมอีกเพียงแค่เมืองเดียว กษัตริย์ริชาร์ดและกองทัพก็จะได้เดินทางกลับอังกฤษหลังจากที่ต้องสูญเสียทรัพย์สมบัติมากมายไปกับการทำสงครามเป็นเวลานานกว่า 10 ปี แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อกษัตริย์ริชาร์ดสิ้นพระชนม์ลงจากการปล้นสะดมในครั้งนี้

 

ทรราชในคราบกษัตริย์

‘เจ้าชายจอห์น’ พระอนุชาของกษัตริย์ริชาร์ดใจสิงห์ได้โอกาสในการครองราชย์ต่อจากพระองค์ กษัตริย์จอห์นเป็นกษัตริย์ที่มักใหญ่ใฝ่สูง เสเพล ไม่เอาไหน และใช้เวลาส่วนใหญ่กับพระชายาเพื่อผลิตทายาท ในขณะที่พระองค์ทรงขึ้นครองราชย์ อังกฤษกำลังสูญเสียทรัพย์สินมากมายจากการทำสงครามในรัชสมัยก่อนหน้า

ในสมัยกษัตริย์ริชาร์ด อังกฤษต้องสูญเสียเงินแผ่นดินไปอย่างมากมายกับการทำสงครามครูเสดเป็นเวลารวมกว่า 10 ปี และนอกจากนั้นพระองค์ยังทรงเคยถูกจับตัวเพื่อเรียกค่าไถ่ ทำให้อังกฤษต้องใช้เงินแผ่นดินที่มีมูลค่าเท่ากับเงินแผ่นดินทั้งหมด 4 ปีเพื่อใช้ในการไถ่ตัวพระองค์ 

เมื่อกษัตริย์จอห์นเสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงใช้พระราชอำนาจอย่างมิชอบธรรมในการเพิ่มอัตราการเก็บภาษี ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก จนประชาชนต่างร่ำลือว่าพระองค์คือกษัตริย์ทรราช ผู้ปกครองบ้านเมืองบนความทุกข์ร้อนของประชาชน

ปัญหาเชิงโครงสร้างนี้เป็นผลลัพธ์ของระบอบการปกครองที่รวมอำนาจไว้เพียงศูนย์เดียว ณ จุดสูงสุดของยอดพีระมิด ประชาชนจึงไม่สามารถขัดขืนและเรียกร้องสิทธิของตนได้ เพราะถูกอำนาจของชนชั้นบนกดทับไว้

เมื่อรากฐานของพีระมิดไม่สามารถรองรับอำนาจของคนชนชั้นบนที่กดทับพวกเขาอยู่ได้อีกต่อไป ยอดพีระมิดก็ย่อมพังทลายลงมา การวางรากฐานพีระมิดที่เข้มแข็งจึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างยอดพีระมิดที่มั่นคง แต่กษัตริย์จอห์นกลับไม่ทำเช่นนั้น

เสียงร่ำร้องของประชาชน

“เราให้เงินทองและไพร่พลกับกษัตริย์ริชาร์ดไปรบหมดแล้ว ไม่มีเหลืออะไรอีกแล้ว”

 “เราจะไม่ขอภักดีกับกษัตริย์ที่กดขี่ข่มเหงเรา”

“กษัตริย์ต้องรับฟังความทุกข์ยากของประชาชน”

นี่คือเสียงร่ำร้องจากความทุกข์ยากของสามัญชนอันเป็นผลมาจากการเพิ่มอัตราภาษี และถึงแม้พวกเขาจะจ่ายภาษีไปมากเท่าใด สิ่งที่ได้รับคืนมากลับมีเพียงความเจ็บปวดและความสูญเสียเท่านั้น เรียกได้ว่าประชาชนไม่ต่างจากเครื่องมือสร้างสมบัติ เพื่อดับความกระหายอำนาจของกษัตริย์ ประชาชนต้องสูญเสียทั้งทรัพย์สินและสมาชิกในครอบครัวไปจากสงครามโดยไม่อาจเรียกร้องอะไรได้

‘ผลผลิตของเรา ควรอยู่ในผืนดินของเรา’

แมเรียน (Marian) ภรรยารูปงามของ ‘โรเบิร์ต’ อัศวินที่โรบินสวมรอยเพื่อเดินทางกลับอังกฤษ หลังจากที่โรเบิร์ตถูกลอบสังหารระหว่างทาง ในการนำมงกุฎของกษัตริย์ริชาร์ดกลับบ้าน กล่าวหลังจากมองเห็น ‘ทัค’ (Tuck) บาทหลวงแห่งนอตทิงแฮม กำลังส่งส่วยไปยังยอร์กก่อนจะส่งไปยังลอนดอน เพื่อบรรณาการกษัตริย์ ประโยคดังกล่าวสะท้อนถึงความเห็นแก่ตัวของชนชั้นปกครองที่มักขูดรีดประชาชนผ่านการจัดเก็บภาษี ผลผลิตทางเกษตรที่ประชาชนตรากตรำผลิตขึ้นอย่างยากลำบากเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องกลับถูกฉกฉวยไปอย่างไม่เป็นธรรม 

ในขณะเดียวกันเหล่าขุนนางที่กำลังลุ่มหลงในอำนาจซึ่งไม่ต่างจากกษัตริย์ของเขาก็กำลังใช้อำนาจในการคุกคามประชาชน และหาผลประโยชน์จากตำแหน่งของตนโดยไม่คำนึงถึงความรู้ความสามารถ คนเหล่านี้เห็นชอบกับการเพิ่มอัตราภาษี โดยอ้างว่าการจัดเก็บภาษีเป็นหน้าที่ และเป็นการแสดงความภักดีต่อกษัตริย์ผู้ไม่เคยมองเห็นความทุกข์ยากของประชาชน ดังที่ ‘ก็อดฟรีย์’ (Godfrey) ข้าราชการของพระราชาผู้อาสาที่จะนำทหารม้าไปทางตอนเหนือของอังกฤษ เพื่อเก็บภาษีจากเหล่าวาณิชและเจ้าของที่ดิน กล่าวว่า

“การถวายเงินทองในการปกป้องแผ่นดินแก่กษัตริย์เป็นหนึ่งในวิธีการแสดงความภักดี”

 

โรบิน ผู้ริเริ่มปลดแอกสังคมออกจากอำนาจกษัตริย์

“หากทรงอยากสร้างอนาคตที่ดี รากฐานต้องมั่นคงเข้มแข็งก่อน กฎหมายบ้านเมืองนี้กดขี่เราให้เป็นทาสกษัตริย์ กษัตริย์ผู้ร้องหาความภักดีแต่กลับไม่ปูนบำนาญตอบแทน ทรราชจะพาชาติสู่วิบัติ

“หากกษัตริย์พระราชทานความเป็นธรรมผ่านกฎหมายที่ว่าด้วยเสรีภาพ อนุญาตให้ทุกคนได้หาเลี้ยงเพื่อครอบครัว ให้มีอยู่ มีกิน และได้ประกอบสัมมาอาชีวะ และมีความสุขตามอัตภาพ กษัตริย์ก็จะสุขสำราญ ไม่เพียงแต่ความภักดีจากไพร่ฟ้า แต่ยังทรงเป็นที่รักด้วย”

โรบินกล่าวกับกษัตริย์จอห์นต่อหน้าสภาที่มีประชาชนมากมายฟังเขาอยู่ แนวคิดเรื่อง ‘เสรีภาพ’ เป็นสิ่งที่ใหม่ในยุคนั้น ชนชั้นทางสังคมที่มีมาอย่างยาวนานกดขี่ให้สามัญชนคนธรรมดาถูกลดทอนความเป็นคน สามัญชนจึงต้องก้มหน้ายอมรับโชคชะตาของตนจนหลงลืมว่าทุกคนก็เป็นคนเท่ากัน ซึ่งแนวคิดของโรบินเกิดจากพ่อของเขาที่เป็นนักปรัชญา และนักเรียกร้องให้ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันตั้งแต่บารอน (บรรดาศักดิ์ของขุนนางของอังกฤษชั้นต่ำที่สุดในสภาขุนนาง) ไปจนถึงทาส ซึ่งเป็นที่มาของจารึกที่บันทึกไว้ว่า

“ล้มแล้วจงลุกใหม่จนกว่าลูกแกะจะกลายเป็นราชสีห์”

นอกจากนี้ แนวคิดของโรบินยังมีความคล้ายคลึงกับกฎบัตร ‘แมกนาคาร์ตา’ (Magna Carta) ซึ่งเกิดขึ้นในยุคปลายของกษัตริย์จอห์น เป็นบทบัญญัติที่จำกัดสิทธิของพระมหากษัตริย์ให้อยู่ในขอบเขตและอยู่ภายใต้กฎหมาย โดยกฎบัตรฉบับนี้ขึ้นชื่อเรื่องการให้ความสำคัญกับเสรีภาพและความเท่าเทียม จนกลายเป็นแม่แบบของรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยยุคปัจจุบัน 

ในยุคที่ประชาธิปไตยยังไม่เบ่งบาน ผู้คนที่เห็นต่างกลายเป็นสิ่งที่แปลกแยกในสังคม ขณะที่ ‘ป่ากรีนวู้ด’ กลับเป็นเพียงสถานที่เดียวที่ต้อนรับพวกเขา

 

ป่ากรีนวู้ด ดินแดนแห่งความเท่าเทียมที่ทุกคนใฝ่ฝัน

ในยุคที่กษัตริย์ทรราชปกครองบ้านเมือง ทุกอย่างกลับดูกลับตาลปัตรไปเสียหมด สิ่งที่ดีกลายเป็นสิ่งชั่วร้าย สิ่งชั่วร้ายกลับกลายเป็นสิ่งที่ดี แน่นอนว่าการลุกขึ้นต่อสู้ของโรบินทำให้เขากลายเป็นคนเถื่อนไปโดยทันที กษัตริย์จอห์นตั้งข้อหาให้กับโรบินในข้อหาลักทรัพย์และปลุกปั่นความไม่สงบ ทั้งยังสวมรอยเป็นอัศวิน โดยโทษสถานเดียวของโรบิน คือ ประหารชีวิต 

ตรงข้ามกับเมืองที่มอดไหม้ด้วยไฟแห่งอำนาจ ป่ากรีนวู้ดกลับเป็นเพียงสถานที่เดียวที่ยอมรับโรบิน โดยป่าแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ปราศจากการจัดลำดับทางสังคมอย่างสิ้นเชิง เมื่อไม่มีเงินตราเข้ามาเป็นมาตรฐานในการใช้ชีวิต ผู้คนจึงอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขและเท่าเทียม โดยไม่จำเป็นต้องสร้างความพึงพอใจให้กับตนเองและผู้อื่นอันเป็นที่มาของการเอารัดเอาเปรียบ

“ป่ากรีนวู้ดคือมิตรภาพของคนเถื่อน ตอนนี้เด็กชายกำพร้าเหล่านี้ต้อนรับพวกเรา ไม่มีส่วย ไม่มีภาษี ไม่มีคนรวย ไม่มีคนจน ทุกคนเท่าเทียมกันท่ามกลางธรรมชาติ”

ในสังคมปัจจุบัน ประชาชนต่างมองหาป่ากรีนวู้ดของพวกเขา แต่ด้วยปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคมมาอย่างเนิ่นนาน ทำให้ป่ากรีนวู้ดที่ทุกคนใฝ่ฝันยังไม่ถูกปลูกและปลุกขึ้นมาเสียที

แม้เรื่องราวของโรบิน ฮู้ด จะยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเขามีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถเรียนรู้ได้จากเรื่องของเขา คือแนวคิดของคนธรรมดาที่หาญกล้าท้าทายต่อความอยุติธรรมและการกดขี่จากความไม่เท่าเทียมจนถูกขับออกจากสังคมและถูกขนานนามว่าเป็นคนเถื่อน

แต่เรื่องที่น่ายินดี คือ ทุกวันนี้เรากลับพบเห็น โรบิน ฮู้ด ตัวจริงเกิดขึ้นมากมายในหลายสังคม พวกเขาลุกขึ้นต่อสู้เพื่อเสรีภาพและความเท่าเทียมเช่นเดียวกับตำนานโรบิน ฮู้ด แห่งป่ากรีนวู้ดคนนี้

 

เรื่อง: สรายุทธ ปลิวปลอด (The People Junior)

 

ภาพ:

https://m.imdb.com/title/tt0955308/mediaviewer/rm959352320/

https://m.youtube.com/watch?v=fQ6zXDSgwIY&t=67s

 

อ้างอิง: ภาพยนตร์จอมโจรกู้แผ่นดินเดือด (Robin Hood) ปี 2010


The People Junior

เด็กฝึกงานผู้มีใจรักในการสร้างสรรค์คอนเทนต์

Related

Sweet & Sour : หวาน 2 เปรี้ยว 3 รสรักแห่งการตัดสินใจที่สอนให้เราเติบโต

The Breadwinner: ภาพยนตร์สะท้อนชีวิตและสิ่งที่ ‘หายไป’ ของพลเมืองอัฟกานิสถาน เมื่อความเป็นชายคือ ‘ทุกสิ่ง’ และความเป็นผู้หญิงคือ ‘สิ่งไร้ค่า’

Friends : ครบรอบ 27 ปี ซีรีส์เพื่อนรักที่ (ไม่ได้) รักคนดูทุกคน

รีวิวคอนเสิร์ต The 1975 แมตตี้อย่างบ้า ซาวนด์โคตรดี คนถ่ายวิดีโอตลอดโชว์ และไฮไลท์ที่สะท้อนให้เห็นความน่ากลัวของน้ำมือมนุษย์

Zootopia (2016): สังคมเท่าเทียมที่เปิดกว้างและหลากหลาย โลกที่กระต่ายสามารถเป็นตำรวจได้

ฐปณีย์ เอียดศรีไชย “สื่อและการปรับตัวเพื่อ disrupt”

แฟรงก์ แทสโซน แห่ง Bad Education: ตีแผ่คดีคอร์รัปชันการศึกษา ผลเสียจากแนวคิดที่ว่า ‘เขาเป็นคนดี จึงไม่จำเป็นต้องตรวจสอบ’

รีวิวคอนเสิร์ต Two Door Cinema Club ธันเดอร์โดม นายเล่นเราแล้ว !