Post on 30/04/2022

Rohan Seth พ่อที่สู้เพื่อลูก และสร้าง Clubhouse เป็นโลกใหม่ของการสื่อสารให้รู้สึกถึงความเป็นมนุษย์มากขึ้น

Clubhouse เป็นสตาร์ทอัพด้านโซเชียลเน็ตเวิร์กน้องใหม่ที่ร้อนแรงมากในช่วงที่ผ่านมา เพราะใช้เวลาเพียงหนึ่งปีมียอดผู้ใช้กว่า 10 ล้านคน และมีมูลค่าบริษัทถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยประเด็นที่ทำให้สตาร์ทอัพรายนี้ดังเปรี้ยงเพียงชั่วข้ามคืน เพราะ Elon Musk ผู้ก่อตั้ง Tesla และ SpaceX ได้เปิดห้องใน Clubhouse เล่าถึงความใฝ่ฝันของเขาที่อยากย้ายไปใช้ชีวิตบนดาวอังคาร  ซึ่งเปลี่ยนจากแอปฯที่มีผู้ใช้ 1,500 คน พุ่งไปถึง 2 ล้านคน และมีการเติบโตอย่างที่เราได้เห็นกันในปัจจุบัน

ใครเป็นคนพัฒนา Clubhouse?

ผู้พัฒนาและอยู่เบื้องหลังแอปฯโซเชียลเน็ตเวิร์กน้องใหม่ที่มาแรงเหลือเกินแอปฯนี้ ก็คือ Rohan Seth หนุ่มเชื้อสายอินเดียอดีตพนักงาน Google โดยเขาจบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สาขาวิทยาการจัดการและวิศวกรรมศาสตร์ ในปี 2008 และก่อนจบการศึกษา 2 ปีได้เริ่มทำงานในฐานะวิศวกรที่ Google รับผิดชอบการพัฒนาเว็บไซต์ Google สำหรับผู้ที่ใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ และรับผิดชอบทีม machine learning รวมถึงมีส่วนในการก่อตั้งแพลตฟอร์ม Google Location ที่ทำให้รู้ตำแหน่งของผู้คนไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลกใบนี้ผ่านทางสมาร์ทโฟน

ต่อมาในปี 2014 เขาได้ลาออกจาก Google เพื่อก่อตั้งบริษัทสตาร์อัพด้านเทคโนโลยีของตัวเอง ในชื่อว่า Memry Labs พัฒนาแพลตฟอร์มช่วยบันทึกความจำที่ออกแบบให้เหมือนกับการจดบันทึกไดอารีง่ายๆ ซึ่งได้รับการตอบรับดีจนในปี 2017 ทาง Open Doors ได้เข้ามาซื้อกิจการต่อ แต่ Rohan Seth ก็ยังทำงานอยู่ที่นี้ปีจนถึงปี 2019 และสามารถระดมทุนให้กับ Memry Labs ได้ถึง 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ

พ่อที่สู้เพื่อลูก

ในปี 2019 เขาได้สมรสกับ Jennifer Fernquist อดีตเพื่อนร่วมงานที่ Google มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน ชื่อว่า Lydia Niru Seth ที่เกิดมาพร้อมโรคยีนส์มีความผิดปกติ ทำให้หนูน้อยไม่สามารถเดินหรือพูดคุยได้

“หมอบอกว่า เธอเป็นโรคที่หาได้ยาก และไม่มีทางรักษา แต่เราไม่เชื่อว่าจะเป็นเรื่องจริง และไม่ยอมหยุดสู้ไปพร้อมกับเธอ รวมทั้งเด็กๆ คนไหนก็ตามที่ป่วยเป็นโรคเดียวกัน ทุกคนจะต้องหายและมีอนาคตที่สดใส” Rohan Seth ได้โพสต์ข้อความนี้บนทวิตเตอร์ของเขา

เขาไม่ได้ทวิตแบบลอย ๆ แต่เขากับภรรยาลงมือทำจริง ด้วยการร่วมกันก่อตั้ง Lydian Accelerator แพลตฟอร์ม open-source สำหรับรวบรวมและแบ่งปันข้อมูลในการช่วยรักษาโรคทางพันธุกรรม และได้ทำงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำ โดยทั้งคู่หวังว่า จะสามารถให้เด็ก ๆ ที่ป่วยโรคนี้มีโอกาสหายหรือได้รับการรักษาที่ดีขึ้น

เริ่มต้นClubhouse

จากการเป็นพ่อที่สู้เพื่อลูก ทำให้ Paul Davison อดีตเพื่อนร่วมงานของเขาที่ Google และเป็นสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งในซิลิคอน วัลเลย์ ได้เข้ามาช่วยเหลือในการระดมทุนช่วย Lydia ก่อนทั้งคู่จะตัดสินใจทำธุรกิจร่วมกันในเดือนมีนาคม 2020  ด้วยการก่อตั้งบริษัท Alpha Exploration และเดือนเมษายนปีเดียวกันได้เริ่มเปิดตัว Clubhouse แพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์กที่มีรูปแบบการสนทนาและการสร้างปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งาน โดยใช้เสียงเป็นหลัก  

ความตั้งใจของ Rohan Seth และ Paul Davison ต้องการสร้างให้ Clubhouse เป็นพื้นที่ที่ให้ผู้คนได้พบปะกับเพื่อนใหม่ แบ่งปันเรื่องราวที่ตัวเองสนใจ สามารถตั้งคำถาม พูดคุยหรือดีเบตในประเด็นร้อนที่สังคมสนใจได้ โดยผู้ใช้งานสามารถเข้า-ออกห้องสนทนาต่างๆ ได้อย่างอิสระตามแต่ละช่วงเวลาตามต้องการเหมือนกับ ‘ไปร่วมงานอีเวนท์หรืองานสัมมนา’

ส่วนทำไมต้องเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กในรูปแบบเสียง นั่นเพราะทั้งคู่เห็นตรงกันว่า เสียงเป็น‘สื่อกลางที่ดี’ และ ‘มีความพิเศษ’ สามารถสร้างประสบการณ์ทางสังคมให้รู้สึกถึงความเป็นมนุษย์ มีความเป็นส่วนตัว เนื่องจากไม่จำเป็นต้องเปิดกล้อง หรือมานั่งกังวลเรื่อง Eye Contact รวมถึงหน้าตากระทั่งการแต่งกาย

แม้จะมีความแตกต่าง แต่ช่วงเริ่มต้น Clubhouse มีผู้ใช้งานเพียง 1,500 คน กระทั่งวันนึง Elon Musk ผู้ก่อตั้ง Tesla และ SpaceX ได้ทวิตผ่านทวิตเตอร์ของเขาว่า จะเปิดห้องใน Clubhouse พูดคุยถึงความใฝ่ฝันที่อยากย้ายไปใช้ชีวิตบนดาวอังคาร ปรากฏว่า ชั่วข้ามคืนผู้ใช้งาน Clubhouse พุ่งไปถึง 2 ล้านคน

จากนั้นเหล่าบรรดาคนดังก็เข้ามาใช้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Mark Zuckerberg, Jared Leto, Kanye West ฯลฯ ทำให้แอปฯน้องใหม่ที่มีอายุเพียง 1-2 ปี ดังและได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก จนจำนวนผู้ใช้เพิ่มไม่หยุด อย่างเมื่อปลายปีที่ผ่านมามีผู้ใช้อยู่กว่า 10 ล้านคน

ส่วนมูลค่าบริษัทก็เติบโตชัดเจนไม่แพ้กัน โดยตอนนี้มีผู้ลงทุนร่วมกับ Clubhouse ทั้งหมด 180 ราย ในเดือนธันวาคม 2020 มีการประเมินมูลค่าไว้ที่ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มเป็น 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนมกราคม 2021 กลายเป็นสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นอยู่ในตำแหน่งเดียวกับ Airbnb และ Uber

ด้วยความร้อนแรงของ Clubhouse ทางแอปฯยักษ์ใหญ่ทั้ง Facebook , Twitter , Spotify , Slack และ LinkedIn ต่างตบเท้าประกาศว่า จะพัฒนาพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ที่ใกล้เคียงกับ Clubhouse ออกมาสู้  (ตอนนี้ส่วนใหญ่อยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาและเริ่มทดลองใช้)

ขณะที่ Clubhouse เองพยายามพัฒนาเพื่อหนีคู่แข่งต่อไป อย่างเช่น ให้สามารถเข้าใช้ได้แลลไม่ต้องรับคำเชิญ ไปจนถึงการสร้างฟีเจอร์ให้ครีเอเตอร์ สามารถสร้างรายได้จากแอปฯตัวนี้ได้ รวมถึงมีฟังก์ชั่นใหม่ ๆ ซึ่งน่าติดตามว่า จะน่าสนใจและสร้างกระแสฮือฮาได้อีกรอบเหมือนช่วงก่อนหน้านี้ได้หรือไม่

 .

ภาพ: gettyimages , twitter Rohan Seth

อ้างอิง

https://www.bloomberg.com/opinion/articles/2021-01-25/forget-tiktok-clubhouse-is-social-media-s-next-star?sref=CVqPBMVg

https://www.theverge.com/2021/2/10/22276645/facebook-clubhouse-social-audio-app-develop

https://www.forbes.com/sites/falonfatemi/2022/02/10/the-rise-and-fall-of-social-audio-will-continue-to-impact-the-entertainment-industry-for-the-next-generation/?sh=112767285c9f

https://www.scmp.com/magazines/style/celebrity/article/3122031/elon-musk-got-clubhouse-noticed-now-its-valued-us1


Related

‘Ellen Helmke’ เจ้าของร้านที่ลูกค้าสามารถจิบกาแฟ อ่านหนังสือ และ ‘รับแมวไปเลี้ยงได้’

ไมเคิล เซย์เลอร์: ราชาแห่ง ‘บิตคอยน์’ ที่ครั้งหนึ่งเคยสูญเงิน 2 แสนล้านบาทภายในวันเดียว

Sushiro กับกลยุทธ์เรียกลูกค้า ถ้าคุณชื่อ ‘แซลมอน’ เราจะให้คุณกินซูชิฟรี 2 วัน

Next step ‘หิรัญ ตันมิตร’ สร้าง EVEANDBOY ให้เป็นอาณาจักร ‘หมื่นล้าน’ ภายใน 5 ปี

NISSIN: เจ้าแห่งไอเดียกับ ‘ไอศกรีมราเม็ง’ ผู้มาก่อนกาล

เพราะ ‘น่าเกลียด’ จึง ‘น่าซื้อ’ เมื่อรองเท้า Crocs เปลี่ยนจุดอ่อนให้กลายเป็นจุดแข็ง พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

ญาดา ปิยะจอมขวัญ : คนไทยผู้ร่วมก่อตั้ง ‘Ajaib’ สตาร์ทอัพพันล้านในอินโดนีเซียที่ช่วยให้ ‘การลงทุน’ เป็นเรื่องเข้าถึงง่าย

เคอร์ติส คาสเซล : เจ้าของแบรนด์ ‘Queera Wang’ ชุดแต่งงานที่ไร้กฎเกณฑ์ทางเพศ