Post on 02/09/2019

‘รุ่งยศ จันทภาษา’ กับภารกิจปั้น Blue Whale Assets ทะยานสู่ผู้จัดการกองทรัสต์โรงแรมใหญ่สุดในไทย

แม้ในช่วงครึ่งปีแรก ภาคการท่องเที่ยวของไทยเผชิญกับความท้าทาย อาทิ การแข็งค่าของค่าเงินบาท รวมถึงการเลือกตั้ง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมืองไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวจากแดนมังกรที่มีสัดส่วนกว่า 27.5% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทย(1) ทั้งที่ปัจจุบันชาวจีนที่มีพาสปอร์ตยังมีสัดส่วนเพียง 10% ของประชากรจีนเท่านั้น(2) นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของสายการบินต้นทุนต่ำ (Low-Cost Airlines) และจำนวนประชากรชนชั้นกลางที่มากขึ้น รวมถึงการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศทั้งจากภาครัฐและเอกชน การท่องเที่ยวไทยจึงยังมีศักยภาพเติบโตต่อได้อย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยดังกล่าวเป็นผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่างโรงแรมและที่พักที่มีแนวโน้มขยายตัวตามไปด้วย ทั้งในด้านอัตราการเข้าพักและราคาห้องพัก อีกทั้งมีแนวโน้มขยายตัวเพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 41 ล้านคนในปีนี้(3) หรือเท่ากับว่าทุก 1 ชั่วโมงจะมีนักท่องเที่ยวมาไทยประมาณ 4,680 คน ทำให้ธุรกิจโรงแรมเป็นอีกเซ็กเตอร์ที่น่าจับตามองในระยะยาว

จากเทรนด์การเติบโตดังกล่าว ‘รุ่งยศ จันทภาษา’ ซีอีโอ Blue Whale Assets ผู้จัดการกองทรัสต์อิสระ จึงเห็นโอกาสเดินหน้าจัดตั้ง ‘กองทรัสต์บลูเวล ฮอสพิทอลลิตี้’ (BWHREIT) เพื่อเข้าลงทุนครั้งแรกในโรงแรมที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ และตั้งอยู่ในทำเลที่โดดเด่นบนแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศไทย

 

 

จากวิศวกร สู่มืออาชีพด้านอสังหาฯ

‘รุ่งยศ จันทภาษา’ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านวิศวกรรมอุตสาหการ (Industrial Engineering) จากมหาวิทยาลัย Kingston ประเทศอังกฤษ และปริญญาโทจากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านประสบการณ์การทำงานทั้งในส่วนโรงงาน ระบบขนส่งมวลชน ตลอดจนการบริหารจัดการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ให้แก่ธุรกิจสื่อ

จากนั้นได้ผันตัวเข้าสู่แวดวงอสังหาริมทรัพย์เต็มรูปแบบ ในตำแหน่งคีย์แมนด้านฝ่ายพัฒนาธุรกิจ และการตลาดของกลุ่มเกษร พร็อพเพอร์ตี้ โดยเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาโครงการ Gaysorn Village หนึ่งในโครงการมิกซ์ยูสชั้นนำในย่านราชประสงค์ เพื่อยกระดับย่านราชประสงค์เป็นแลนด์มาร์คระดับโลก

 

จับตาเมกะเทรนด์ท่องเที่ยวมาแรง

จากประสบการณ์ด้านการตลาดและอสังหาฯ ที่ยาวนานกว่าสิบปี ทำให้ ‘รุ่งยศ’ สามารถวิเคราะห์พฤติกรรม รวมถึงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจ นอกจากนี้ ยังเล็งเห็นโอกาสเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่จะกลายเป็นเมกะเทรนด์ระดับโลก และมีศักยภาพที่พร้อมเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด

“ผมมองว่าทุกวันนี้คนนิยมเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น มีการใช้จ่ายเพื่อแลกกับประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ หรือไปท่องเที่ยวในสถานที่ใหม่ ๆ หลังจากนั้นก็จะบอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ เว็บไซต์ ไปจนถึงแอปพลิเคชันต่าง ๆ เกิดการแลกเปลี่ยน แชร์ข้อมูลกัน ทำให้การท่องเที่ยวสามารถทำได้อย่างสะดวกและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว”

 

ธุรกิจโรงแรมขึ้นแท่นดาวเด่น พร้อมเติบโตรับเทรนด์ท่องเที่ยว

นอกจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านอสังหาฯ ‘รุ่งยศ’ ยังเป็นนักเดินทางตัวยงที่รักการท่องเที่ยวในไทยและต่างประเทศ จึงได้เห็นข้อได้เปรียบ จุดแข็ง และศักยภาพอันดับหนึ่งของประเทศไทยที่แท้จริงคือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว นั่นเอง

“ประเทศไทยเป็น The Affordable Luxury Tourism มีแหล่งท่องเที่ยวระดับลักชัวรี่ในราคาที่เข้าถึงได้ เรามีทรัพยากรธรรมชาติหลากหลาย ทั้งทะเล ภูเขา น้ำตก มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีอาหารที่ขึ้นชื่อระดับโลก ซึ่งประเทศเรามีเมืองที่ติดอยู่ใน top destination ของโลกมากถึง 6 แห่ง คือ กรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย พัทยา เชียงใหม่ และกระบี่ บางทีเราอาจจะมองข้ามคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่จริง ๆ แล้ว นักท่องเที่ยวต่างชาติมาบ้านเราเยอะมาก และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย”

นอกจากเรื่องความคุ้มค่าและแหล่งท่องเที่ยวหลายสไตล์ที่เป็นไฮไลต์แล้ว ซีอีโอแห่ง Blue Whale Assets เล่าถึงเหตุผลที่เมืองไทยได้รับความนิยมว่า เนื่องจากความได้เปรียบของประเทศไทยที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ในย่านศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน มีสภาพอากาศที่ท่องเที่ยวได้ทั้งปี และอยู่ไม่ไกลจากประเทศที่เป็นตลาดใหญ่ด้านการท่องเที่ยวของโลกอย่างจีนและอินเดีย โดยสามารถบินมาประเทศไทยได้ภายใน 5 ชั่วโมง อีกทั้งปัจจุบันยังมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ เช่น โครงการขยายท่าอากาศยาน และโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางท่องเที่ยวเมืองต่าง ๆ

ธุรกิจโรงแรมจึงขึ้นแท่นเป็นดาวเด่น ที่เติบโตไปพร้อมกับการท่องเที่ยวไทย สะท้อนผ่านตัวเลขอัตราการเข้าพักของโรงแรมทั่วประเทศที่ไต่ระดับขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา และสามารถรักษาอัตราการเข้าพักได้กว่า 70% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลดีต่อศักยภาพในการเพิ่มราคาห้องพัก และยกระดับเสถียรภาพของธุรกิจโรงแรมในอนาคต

“ธุรกิจของ Blue Whale Assets คือทำหน้าที่บริหารจัดการกองทรัสต์ที่ลงทุนในธุรกิจโรงแรม เราจะมองหาโรงแรม ที่ตั้งอยู่ในทำเลที่โดดเด่น และมีศักยภาพในการสร้างรายได้ เพื่อนำมาระดมทุนผ่านการจัดตั้งกองทรัสต์ ซึ่งตอนนี้เราเห็นเทรนด์ที่น่าสนใจของธุรกิจโรงแรม เลยเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดตั้งทรัสต์ประเภท Hospitality REIT คือ BWHREIT เป็นทรัสต์กองแรกของบริษัทฯ และตั้งเป้าหมายว่า ในอนาคตเราจะเป็นผู้บริหารกองทรัสต์ที่ลงทุนในโรงแรมที่มีขนาดทรัพย์สินรวมใหญ่ที่สุดในประเทศไทย”

 

 

แจ้งเกิด BWHREIT ลงทุนโรงแรมชั้นนำในประเทศไทย

สำหรับทรัสต์ BWHREIT จะเข้าลงทุนครั้งแรกในโครงการโรงแรมชั้นนำ 3 แห่ง ในเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ประกอบด้วย โรงแรม Langham Splash Jungle Resort and Water Park ภูเก็ต, โรงแรมหรรษา เกาะสมุย และ โรงแรม Greenery Resort and Khao Yai Convention Center เขาใหญ่

การเป็นบริษัทบริหารจัดการกองทรัสต์อิสระนั้น เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนคัดเลือกทรัพย์สินที่จะเข้าลงทุน ซึ่งถือเป็นขั้นตอนตั้งต้นที่สำคัญอย่างยิ่ง ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้พิจารณาโรงแรมกว่า 60 แห่งทั่วประเทศ โดยบริษัท ฯ จะคัดเลือกโรงแรมที่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำ มีความได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้ง เดินทางสะดวก มีผู้บริหารและผลการดำเนินงานที่ดี ที่สำคัญคอนเซ็ปต์ของโรงแรมต้องสอดคล้องและส่งเสริมกับเอกลักษณ์ของจังหวัดที่ตั้งอยู่

ยกตัวอย่างคอนเซ็ปต์ของโรงแรมเข้ากับคาแรกเตอร์ของจังหวัดหรือไม่ เพื่อส่งเสริมจุดขายของจังหวัด เช่น นักท่องเที่ยวไปภูเก็ตหรือสมุยย่อมต้องการเห็นทะเล โรงแรมควรเป็น beach resort อยู่ติดชายหาด ถ้าไปแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างเขาใหญ่ ที่พักต้องได้สัมผัสกับธรรมชาติจริง ๆ หรือถ้าจะเลือกโรงแรมในเชียงใหม่ ก็ควรจะเป็นโรงแรมที่มีสไตล์ หรือการออกแบบที่กลมกลืนและสะท้อนวัฒนธรรมพื้นเมืองได้อย่างโดดเด่นด้วย

เราอยากให้ BWHREIT เป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่มั่นคง ประกอบกับการมีโอกาสร่วมรับผลประโยชน์ไปพร้อมกับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย นอกจากนี้ การที่เราเป็นบริษัทบริหารกองทรัสต์อิสระยังทำหน้าที่เป็นคนกลางที่เชื่อมต่อให้เจ้าของโรงแรมได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อขยายธุรกิจ ผ่านการใช้กองทรัสต์เป็นเครื่องมือในการระดมทุนและเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น สามารถพัฒนาโครงการได้อย่างรวดเร็วขึ้นและพร้อมรับโอกาสการท่องเที่ยวที่จะเติบโตในอนาคต” รุ่งยศ กล่าวทิ้งท้าย

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.bwhreit.com/th/set/upcoming-ipo-set

 

แหล่งข้อมูล

(1) ข้อมูลปี 2561 จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

(2) bangkokbiznews.com/news/detail/828397

(3) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

 


The People

กองบรรณาธิการ

Related

โชคชัย บูลกุล คาวบอยเมืองไทย ตำนาน “ฟาร์มโชคชัย” กับชีวิตที่โชคชะตาไม่เคยเข้าข้าง

น้อมจิตต์ จิตรมีศิลป์ “น้อมจิตต์” เจ้านวัตกรรมชุดนักเรียนติดแอร์

สมศักดิ์ จิตติพลังศรี ปั้น “ซัยโจ เด็นกิ” แอร์พันล้าน สู้ศึกแดดร้อนเมืองไทย

“หรีด” รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ เจ้าแม่เฮลโล คิตตี้ และรักครั้งสุดท้ายของ “น้าชาติ”

พฤฒิ เกิดชูชื่น “แดรี่โฮม” ยักษ์เล็ก ผู้บุกเบิกตลาดนมออร์แกนิก

ชัยวัฒน์ แต้ไพสิฐพงษ์ ขายผ้า ทำโรงสี ก่อนปั้น “เบทาโกร” สู่หมื่นล้าน

ชวนล ไคสิริ เลิกออกแบบตึก มาเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า POEM

ฤทธิ์ ธีระโกเมน ปรุงสูตรเด็ดธุรกิจแม่ยาย “MK” สุกี้หมื่นล้าน