Post on 30/12/2020

ทราย-อินทิรา เจริญปุระ นักแสดงหญิงผู้ออกมาย้ำกับสังคมว่า ‘การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน’

หากพูดถึงดารานักแสดงที่ออกมาพูดเรื่องการเมืองอย่าง คนแรก ๆ ที่เรานึกถึงคือ ทราย-อินทิรา เจริญปุระ นักแสดงคุณภาพที่อยู่ในจอและในใจคนมานานกว่า 20 ปี 

“สำหรับเราเป็นไปไม่ได้เลยที่คนจะพูดถึงเรื่องรอบ ๆ ตัวโดยไม่ได้มองสภาพสังคม โดยไม่ได้กังวลเรื่องของนโยบายในระยะสั้นและระยะยาว” ทรายกล่าวในบทสัมภาษณ์ของ a day bulletin เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

“เราก็เลยไม่เข้าใจคนที่บอกว่าอย่าไปด่าเรื่องโครงสร้าง อย่าไปพูดถึงประเด็นสังคม อย่าด่ารัฐบาล ต้องด่าดิ เราเป็นพลเมือง เราอยู่ในสังคมที่มันห่วย เอาแค่เวลาขึ้นรถไฟฟ้าเรายังรู้สึกว่ามันยากเกินไปเลย ไปนั่งประเทศอื่นไม่เห็นยากขนาดนี้ หรือสะพานลอยกว่าจะเดินไปถึงอีกฝั่งหนึ่ง แถมลื่นเชียว ไหนจะสายไฟระโยงระยางอีก แล้วถ้าเป็นคนที่แก่กว่าเรา ถ้าเป็นคนตาบอด ถ้าเขาเดินไม่ไหว คือยังไง ต้องไม่ออกจากบ้านเหรอ” (จากบทสัมภาษณ์ของ a day bulletin, 17 กุมภาพันธ์ 2020)

เมื่อมองเห็นว่า ถ้าการเมืองดี ปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้คงไม่เกิดขึ้น ทรายจึงออกมาเคลื่อนไหวและแสดงจุดยืนทางการเมือง โดยเฉพาะช่วงปี 2020 ที่มีการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง เธอได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านทวิตเตอร์และสวมบทบาทแม่ยกแห่งชาติที่คอยสนับสนุนการเคลื่อนไหวของเยาวชน

 

บทบาทแม่ยกของม็อบ 

ถ้าใครติดตามทราย-อินทิรา จะรู้ว่าเธอเริ่มสนใจการเมืองมาตั้งแต่ 10 กว่าปีที่แล้ว โดยเฉพาะช่วงที่เกิดรัฐประหารในปี 2549 เรื่อยมาจนถึงปี 2553 ที่มีการสลายการชุมนุมซึ่งลงเอยด้วยความรุนแรง 

แม้ในช่วง 10 กว่าปีก่อน ผู้คนในสังคมจำนวนมากจะยังไม่เข้าใจสิ่งที่เธอคิด ผู้ใหญ่ที่ไม่เห็นด้วย และมีแรงสนับสนุนความคิดเห็นเพียงน้อยนิด แต่กลับไม่ได้ทำให้เธอเปลี่ยนแปลงความคิดและจุดยืนเดิมที่มี 

จนกระทั่งกลางปี 2563 ทรายกลายเป็นหนึ่งในผู้ใหญ่ที่ออกมาสนับสนุนการชุมนุมและการเรียกร้องประชาธิปไตยของเหล่าเยาวชนคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่าที่ไม่เห็นด้วยกับการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ โดยทรายกล่าวถึงมุมมองการเคลื่อนไหวครั้งนี้ว่า

“ถามว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ ทรายไปปลุกระดมน้อง ๆ เหรอ ก็เปล่า น้องเขาก็โตขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ เด็กมันโตขึ้นทุกวันอยู่แล้ว มันคือเรื่องของโลกอนาคต คือโลกมันไปข้างหน้าเสมอ และเราก็ไม่มีวันเดาได้ เพียงแต่ว่าวันนี้เด็ก ๆ หลายคนรู้สึกว่าเขามีสิทธิ์ที่จะกำหนดอนาคตของเขาเองแล้ว เขามีสิทธิ์ที่จะเลือกเสพสิ่งที่เขาต้องการแล้ว เขามีสิทธิ์ที่จะเลือกฟังคนที่เขาสนใจแล้ว และเขาก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ซื้อหรือไม่สนับสนุนคำตอบบางแบบไปแล้ว” (จากบทสัมภาษณ์ของ work point today, 31 สิงหาคม 2563)

ไม่นานหลังจากนั้น ทรายก็มีบทบาทในฐานะ ‘แม่ยก’ ของม็อบ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนของหวาน อาหารเครื่องดื่ม ไปจนถึงห้องสุขา 

“ไม่ว่าหนูจะไปชูสามนิ้ว จะไปผูกโบว์ หรือจะอะไร หนูหันมาก็ยังมีข้าวให้กิน ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวดูแลเอง คือคิดเริ่มจากแค่นั้นเองง่าย ๆ เงินก็เป็นเงินส่วนตัว ที่ได้จากทำมาหากินมา ขายเสื้อยืดมา และเงินที่ได้จากคดีฟ้องร้องไม่รู้จะเอาไปทำอะไรกับมันดี เลยเอาไปช่วยสนับสนุนน้อง ๆ”(จากบทสัมภาษณ์ของ work point today, 31 สิงหาคม 2563)

แม้ว่าครั้งนี้จะเริ่มมีคนที่คิดและกล้าออกมาแสดงจุดยืนแบบทรายมากยิ่งขึ้น แต่เธอก็คิดว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นในพริบตาและต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ แต่อย่างน้อยการชุมนุมในปี 2020 ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่มีพลังและปลุกให้ผู้คนหันมาสนใจการเมืองมากกว่าเดิม 

“เวลาคนมันตื่นแล้ว มันผลักกลับไปไม่ได้”

ทรายกล่าวในบทสัมภาษณ์ของ work point today ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

 

ราคาที่ต้องจ่ายเมื่อออกมาแสดงจุดยืนทางการเมือง

ขณะที่ทรายกำลังขยายวงกว้างให้มีผู้คนสนใจการเมืองมากขึ้นและสนับสนุนม็อบอย่างต่อเนื่อง เธอเองก็มีราคาที่ต้องจ่าย ทั้งการกดดัน การถูกแบนและหน้าที่การงานที่ลดน้อยถอยลงไปมากกว่าครึ่ง

“ทุกคนมีจุดยืน มีราคาที่ต้องจ่ายกันทั้งนั้น ทรายว่ามันเป็นเรื่องธรรมดามาก ๆ ไม่ใช่แค่ดาราที่โดนแบน ชีวิตเขามีคุณค่า ทุกคนก็มีคุณค่า ชีวิตของทุกคนก็มีคุณค่า มีราคากันทั้งนั้น มันไม่ใครไม่เสียอะไรเลย ทุกคนอาจจะต้องเสียเพื่อนบ้าง งอนกับแม่บ้างหรืออะไรก็ตาม ซึ่งของแบบนี้มันตีเป็นมูลค่าตลอดเวลาไม่ได้หรอก” (จากบทสัมภาษณ์ของ work point today, 31 สิงหาคม 2563)

แต่ถึงอย่างนั้น ทราย-อินทิราก็ยังคงยืนยันจุดยืนเดิมและเคารพคนที่เห็นต่างออกไป เพราะการแสดงความคิดเห็นเป็นสิทธิของแต่ละคน ส่วนการแบนก็เป็นวิธีการแสดงออกอย่างหนึ่งของคนที่ไม่เห็นด้วย เธอเชื่อว่าอย่างน้อยการที่กล้าออกมาพูดอย่างเปิดเผยจะช่วยให้การออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองกลายเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย

 

ทราย-อินทิรา กับข้อหา ม.112 

การออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงที่มีประเด็นใหม่อย่างการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ทำให้เมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา ทรายมีหมายเรียกคดีอาญาด้วยเหตุที่ต้องหาว่า หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือ แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต ตามมาตรา 112 แต่เธอได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซี (BBC) ไทย เมื่อวันที่ 18 ธันวาคมว่า

“ไม่ (ท้อ) ทำต่ออย่างเดียวเลย จริง ๆ อาจจะโดนอีกใบด้วยซ้ำ ไม่ได้ทำให้หยุด…เราจะทำต่อจนกว่าจะโดนจับหรือโดนอายัดบัญชีที่ทำให้เราไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ แต่ไม่ได้รู้สึกว่าโดนแล้วต้องหยุดเลย” 

หลังจากที่ทรายไปรับบทราบข้อกล่าวหาที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขน เธอกล่าวขอบคุณผู้ชุมนุมพร้อมบอกว่า 

“ความรู้สึกที่โดนข้อหา ม.112 ก็รู้สึกกล้ามาก เก่งมาก กูโดนได้ไง (หัวเราะ) แต่ก็คิดว่าถ้าเราโดนได้ ทุกคนก็โดนได้นะคะ ก็ยินดีกับทุก ๆ คนด้วย ถ้ายังไม่เลิกทุกคนก็มีสิทธิ์โดน เดินผ่านไม่ก้ม ยิ้มมากไม่พอ ใส่เสื้อไม่สวย อะไรก็โดนได้หมดเลย ขอบคุณมากนะคะที่มา แต่อยากให้เวลาน้องๆ ทุกคนที่เป็นแกนนำไป อยากให้มีคนไปให้กำลังใจเยอะ ๆ แบบนี้ มันมีความหมายมาก ๆ เลย ขอบคุณค่ะ” (จากบทความผู้จัดการออนไลน์, 21 ธันวาคม 2563)

หากการทำงานในวงการบันเทิง หรือการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) มีหน้าที่หนึ่งคือเป็นกระบอกเสียงให้กับสังคม เราเชื่อว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาจนถึงปี 2020 นี้ ทราย-อินทิรา เจริญปุระได้ทำหน้าที่นั้นอย่างเต็มที่ทั้งต่อเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยและเพื่อนมนุษย์ที่ต้องการแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียม

 

เรื่อง ธัญญารัตน์  โคตรวันทา

 

ที่มา

 

ที่มาภาพ https://www.instagram.com/p/CHurlHkH69K/ 


มนุษย์ friendly introvert ที่มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ คือ ลาเต้เย็น การเดินเล่น และหนังสือมูราคามิ

Related

เสนาะ เทียนทอง นักปั้นนายกฯ ผู้เกิดและดับ…ใต้เงาปืน

“ถ้าการเมืองดี ผมก็คงไม่ต้องบวชเรียนตั้งแต่แรก” สามเณรผู้เข้าร่วมการชุมนุม 14 ตุลา 63

แอนดรูว์ แยง คนเอเชียผู้สมัคร ปธน. ที่จะแจกเงินชาวบ้านเดือนละ 1,000 ดอลลาร์

โรเบิร์ต มูกาเบ เผด็จการสังหารหมู่ แต่ได้เป็นทูตพิเศษ UN 

อเล็กซานเดรีย โอกาซิโอ-กอร์เตซ: ส.ส. หญิงเด็กสุดในสภาฯ กับภารกิจท้าทายอำนาจทุนนิยมอเมริกา

ณ็อง เบเดล โบกัสซา: นายทหารที่สถาปนาตัวเป็นจักรพรรดิแห่งแอฟริกากลาง

มองอับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 16 ผ่านภาพยนตร์ Lincoln(2012)

ไช่ อิง เหวิน ผู้นำหญิงคนแรกของไต้หวัน ที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องประชาธิปไตย