Post on 24/04/2019

ซากาโมโตะ คีว: หนึ่งเดียวที่นำเพลงภาษาเอเชีย Sukiyaki ติดที่ 1 Billboard

หลายคนกำลังฮือฮากับกระแส K-Pop ที่กำลังบุกไปยังฝั่งตะวันตก ไม่ว่าจะเป็น Blackpink กลุ่มศิลปินหญิงที่มีโอกาสไปขึ้นเวทีมหกรรมคอนเสิร์ตยิ่งใหญ่อย่าง Coachella 2019 ที่สะกดสายตาแฟนเพลงมหาศาล หรือจะเป็นกลุ่มศิลปินชายอย่าง BTS ที่สร้างสถิติมีผู้เข้าชม YouTube 74.6 ล้านวิวใน 24 ชั่วโมง กับเพลง “Boy with Luv” แถมยังพาเพลงขึ้นชาร์ตเพลงระดับโลกอย่าง Billboard Hot 100 ในอันดับที่ 8

แต่ย้อนไปเกือบ 50 ปี Billboard Hot 100 เคยมีเพลงที่ร้องเป็นภาษานอกภาคพื้นยุโรปเช่น สเปน ฝรั่งเศส หรืออังกฤษ ขึ้นอันดับที่ 1 มาแล้ว และยังเป็นเพลงเดียวที่ยังรักษาสถิติดังกล่าวได้จนถึงปัจจุบัน นั่นคือเพลง Ue o Muite Arukō หรือที่คนไทยและชาวต่างชาติรู้จักในนามเพลง “Sukiyaki” ที่ทะยานเป็นที่ 1 ในปี 1963 ได้ถึง 4 สัปดาห์ และยังถูกซื้อลิขสิทธิ์นำไปคัฟเวอร์เป็นภาษาต่าง ๆ ทั่วโลก นี่คือตำนานของศิลปินชายที่ชื่อ “ซากาโมโตะ คีว” (Sakamoto Kyū)

คีว นั้นมีชื่อจริงว่า “ฮิราชิ โอชิมะ” เกิดที่เมืองคาวาซากิ จังหวัดคานากาวะ ในปี 1941 ช่วงที่จักรวรรดิญี่ปุ่นกำลังทำสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาเป็นลูกคนสุดท้องจากจำนวนพี่น้อง 9 คน ซึ่งอิทธิพลของสงครามเกิดผลกระทบต่อครอบครัวของคีวโดยตรง หลังโดนยุทธการถล่มน่านฟ้าโตเกียวในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ครอบครัวของเขาต้องระเห็จไปอยู่จังหวัดอิบารากิ ก่อนที่จะเดินทางกลับมาอยู่คาวาซากิอีกครั้งเมื่อมารดากลับมาเปิดร้านอาหาร

ชีวิตของตำนานนักร้องนั้นไม่ราบรื่นเมื่อครอบครัวต้องประสบปัญหาหย่าร้าง นั่นทำให้เกิดปัญหาทางการเงิน เขาเลือกที่จะอยู่กับแม่โดยใช้นามสกุล “โอชิมะ” แทน “ซากาโมโตะ”ที่เป็นของพ่อ และต้องเริ่มหารายได้ช่วยเหลือครอบครัว ด้วยความที่เป็นคนรักเสียงเพลง คีวได้เข้าไปอยู่ในวงดนตรีป๊อปของญี่ปุ่นชื่อ The Drifters แต่อยู่ได้ไม่นานก็มีเรื่องทะเลาะวิวาททำให้ตัวเขาต้องออกจากวงไป จากนั้นเขาคิดจะมุ่งมั่นกับการศึกษาอีกครั้ง แต่โชคชะตาดูเหมือนจะขีดให้เขาเป็นซูเปอร์สตาร์

เมื่อถูกเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยชักชวนไปเป็นนักร้องในวง Danny Iida and Paradise King และเริ่มเป็นที่จับตามอง วงของเขาได้ออกแผ่นเสียงกับค่าย JVC และออกซิงเกิ้ลเดบิวท์ “Kanashiki rokujussai” ด้วยน้ำเสียงที่เอกลักษณ์อบอุ่นและนุ่มลึก ทำให้เขาถูกค่ายโตชิบาเรคคอร์ด (ปัจจุบันคือ EMI Music Japan) ทาบทามให้เป็นศิลปินเดี่ยว และเริ่มปล่อยผลงานเดี่ยวจนถึงปี 1962

ตั้งแต่นั้นมา ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปตลอดกาล

ซิงเกิ้ล Ue o Muite Arukō หรือ Sukiyaki ถูกปล่อยออกมา ด้วยทำนองที่เรียบง่ายติดหูเหมาะแก่การฮัมตาม แต่แฝงความหม่นเศร้าในเนื้อเพลงที่บอกเล่าถึงชายคนหนึ่งที่ต้องแหงนมองฟ้าในยามค่ำคืนเพื่อเดินต่อไปข้างหน้า เพราะไม่อยากให้น้ำตาที่ไหลรินนั้นหยดลงบนพื้น ดั่งคำแปลที่มาของเพลง Ue o Muite Arukō หรือ “ฉันเงยหน้ามองฟ้าเพื่อเดินหน้าต่อไป” ซึ่งมาจากปลายปากกาของนักแต่งเพลงผู้ยิ่งใหญ่ “โรกุสุเกะ เอ.” ที่เพิ่งเสียชีวิตด้วยโรคพาร์กินสันในปี 2016 ซึ่งในเบื้องลึกนั้นเขาแต่งเพื่อรำลึกถึงความขมขื่นที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงคราม และเปิดให้ทหารของสหรัฐฯ เข้ามาตั้งกองทัพในดินแดนของตน

แต่ Soft Power ดังกล่าว กลับกลายเป็นอาวุธที่ทรงประสิทธิภาพของญี่ปุ่นในการบุกอเมริกา เพลงนี้ไต่ขึ้นชาร์ต Billboard100 อย่างรวดเร็วและขึ้นไปสู่อันดับที่ 1 ได้สำเร็จ นั่นทำให้ ซากาโมโตะ คีว ได้จัดคอนเสิร์ต World Tour ยาวนานเกือบ 1 ปี และได้มีโอกาสไปออกรายการโทรทัศน์ชื่อดังในขณะนั้นของสหรัฐฯ อย่าง The Steve Allen Show รวมไปถึงรายการเดียวกันกับที่พา “สี่เต่าทอง” The Beatles มาเขย่าโลกอย่างรายการ The Ed Sullivan Show ด้วย และยังมีโอกาสได้ร้องเพลงที่สวีเดนผ่านรายการโทรทัศน์ ในช่วงที่สวีเดนเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก ฤดูร้อนปี 1964

ผลงานของคีวยังออกมาอย่างต่อเนื่อง “China Nights (Shina no Yoru)” ก็สามารถขึ้นชาร์ต Billboard100 ในอันดับที่ 58 ส่วนเรื่องผลงานการแสดงภาพยนตร์ในญี่ปุ่น เขามีผลงานการแสดงมากเกือบ 10 เรื่อง เรียกได้ว่าเป็นดาวค้างฟ้าของวงการบันเทิงของญี่ปุ่นก็ว่าได้ และมีโอกาสขึ้นแสดงในเทศกาล Kōhaku Uta Gassen หรือ มหกรรมดนตรีขาว-แดง รายการดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นทาง NHK ในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่หลายครั้งหลายครา

แต่แล้ว 12 สิงหาคม 1985 โลกก็ต้องช็อกเมื่อคีวที่กำลังเดินทางด้วยสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ JAL123 เครื่องบินรุ่นโบอิง 747-146SR ประสบอุบัติเหตุจากการเดินทางจากโตเกียวไปโอซาก้า หลังจากเทคออฟเพียง 12 นาที เครื่องได้ประสบอุบัติเหตุแพนหางฉีกขาดเสียการควบคุม และตกลงในบริเวณจังหวัดกุนมะ ลูกเรือพร้อมผู้โดยสารเสียชีวิตรวม 520 คน รวมไปถึงคีวและผู้จัดการส่วนตัวของเขาด้วย ทั้งลำรอดชีวิตเพียง 4 คนเท่านั้น

สิ่งที่เขาสร้างไว้ยังคงยิ่งใหญ่และถูกจารึก งานศพของคีวได้รับการจัดขึ้นที่โตเกียวท่ามกลางญาติสนิทและเพื่อนร่วมวงการ ปัจจุบันมีการสร้างพิพิธภัณฑ์ Kyu Sakamoto Memorial Hall ที่จังหวัดฮอกไกโด รวบรวมผลงานและเครื่องใช้ส่วนตัวของนักร้องเอเชียคนแรกที่พาเพลงขึ้นอันดับที่ 1 Billboard Hot 100 และเมื่อคีวคือดาวค้างฟ้า เมื่อนักดาราศาสตร์ชาวญี่ปุ่นค้นพบดาวเคราะห์น้อยในปี 1993 เขาได้ตั้งชื่อว่า “ดาว 6980 Kyusakamoto” เวลารำลึกความยิ่งใหญ่ที่มีทั้งสุขและทุกข์ของคีว ให้ลองแหงนไปบนท้องฟ้าดังเนื้อเพลงที่บอกว่า

Shiawase wa kumo no ue ni (ความสุขที่ล่องลอยห่างไกลเหนือกลุ่มเมฆ)
Shiawase wa sora no ue ni (ความสุขที่ไกลโพ้นเหนือท้องฟ้า)

 

เรื่อง: พิเชฐ ยิ่งเกียรติคุณ

 


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ