Post on 14/05/2022

“สกลธี” ปราศัยใหญ่ ชูนโยบายทำเป็น ทำทันที ทำได้ “สกลธีโมเดล” กรุงเทพฯ ดีกว่านี้ได้

เวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกของ นาย สกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครฯผู้ว่ากรุงเทพมหานคร หมายเลข 3  ลานคนเมือง เปิดนโยบายทำเป็น ทำทันที ทำได้ “สกลธีโมเดล” อยากให้กรุงเทพฯ ดีกว่านี้เลือก (จั้ม) สกลธี ทำเป็น ทำได้ ทำทันธี เบอร์ 3  วันที่ 22 พค.นี้ “เลือกสกลธี ทำทันทีเบอร์3″


นาย สกลธี  เปิดนโยบายทำทันที ทำได้ “สกลธีโมเดล  “กรุงเทพฯดีกว่านี้ได้”  พร้อมเปิดตัวทีมงานพลังหนุนสำคัญบนเวที ประกอบด้วย ดร.จิรวัฒน์ ตั้งปณิธานนท์ ทีมที่ปรึกษาด้านไอทีและดิจิทัล, ฝันดี จรรยาธนากร ทีมที่ปรึกษาด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ดร.นริศรา ลิ้มธนากุล ทีมที่ปรึกษาด้านการจราจรและการขนส่งสาธารณะ, กฤษณะ แก้วธำรงค์ ทีมที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยว เจตน์​ โศภิษฐ์พงศธร ทีมที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมศิลปะและวัฒนธรรม, ณัฐรดา เลขะธนชลท์ ทีมที่ปรึกษาด้านการศึกษา


นอกจากนี้  นายสกลธี ได้ขึ้นเวทีปราศรัยขอบคุณทุกคนที่มาร่วมให้กำลังใจตนในวันนี้ โดยกล่าวว่า เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นนานแล้วในการมีปราศรัย ตนคิดว่าการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.มีความสำคัญอย่างมาก ซึ่งครั้งนี้มีผู้สมัครถึง 31 คน หลายคนก็มีการนำเสนอนโยบายที่ดีกับกทม. ก็เป็นเรื่องดีของคนกทม. 



โดยตนเองก็เป็นคนหนึ่งที่อาสาเข้ามาในครั้งนี้ หลายท่านอาจจะรู้จักตนอยู่แล้ว หลายท่านก็ยังไม่ทราบ ซึ่งตนเคยเป็น สส.เขตบางซื่อ พญาไท และเคยเป็นรองผู้ว่ากทม.อยู่ 4 ปี ก่อนจะมาลงสมัครผู้ว่าฯ ในครั้งนี้


ส่วนเรื่องที่ตนเคยเป็นแกนนำ กปปส.นั้น ตนไม่เคยเสียใจ เพราะตอนนั้นตนไม่เห็นด้วยที่มีกลุ่มคนทำให้เกิดความเสียหายต่องบประมาณของประเทศ ซึ่งการที่ตนมาลงสมัครผู้ว่า กทม.ครั้งนี้เพราะตนอยากให้ กทม.ดีขึ้นกว่านี้ และคนก็หลงรักเมืองนี้ทั้งผู้คน สถานที่และอาหาร แต่ทั้งนี้ตนก็อึดอัดและคิดว่าทำไมกรุงเทพจะดีขึ้นกว่านี้ไม่ได้ ทั้งที่ทุกคนก็จ่ายภาษี


การที่ตนเข้ามาเป็นรองผู้ว่าฯ กทม.ก่อนหน้านี้นั้น ตนคิดว่าไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะทำให้กรุงเทพดีขึ้น ซึ่งตนก็ได้ดำเนินการเรื่องเรือไฟฟ้าที่วิ่งโดยสารที่คลองแสนแสบ และต้องทำให้เงินทุกบาททุกสตางค์ของคนกทม. ที่เสียภาษีเกิดประโยชน์มากที่สุดให้กับคนกทม. รวมถึงเรื่องของการเก็บขยะของกทม. ด้วยว่าที่ผ่านมาล้มเหลว ซึ่งถ้าตนได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.จะให้เอกชนทำในเรื่องนี้แทน จะมีงบประมาณไปทำเรื่องอื่น ๆ ด้วย โดยผู้ว่าฯ กทม. ต้องหาเงินเป็นและต้องใช้เงินเป็นด้วย


พร้อมย้ำว่าเพราะอะไรต้องเลือกตนเป็นผู้ว่าฯ กทม. คือถ้าเลือกตนจะได้ผู้ว่าที่อยู่ในวันทำงาน มีความพร้อมและมีในการทำงานในวัย 44 ปี และจะได้ผู้ว่าฯ ที่มีประสบการณ์ในการทำงานซึ่งตนทราบเรื่องทุกอย่างและสามารถทำงานได้ทันที รวมถึงจะได้ผู้ว่าฯ ที่หาเงินได้ใช้เงินเป็นและจะกระจายงบประมาณไม่ให้กระจุก และสิ่งที่ตนทำจะมีความยั่งยืน ไม่ให้เป็นอนุสรณ์ที่ไม่มีประโยชน์และที่สำคัญจะได้ผู้ว่าฯ ที่มีความอิสระ ทีมงานของตนไม่มีสานสัมพันธ์อะไรกับนักการเมืองทั้งสิ้น และคนเดียวที่ตนจะตอบแทนคือคนกรุงเทพมหานคร


ทำไมถึงต้องเป็นสกลธี  สาเหตุที่ต้องเลือก”สกลธีทำทันธี เบอร์ 3″

  1. ได้ผู้ว่าที่อยู่ในวัยทำงาน อย่างตนที่อยู่ในวัยที่มีไฟในการทำงาน
  2. ได้ผู้ว่าที่มีประสบการณ์ทำงาน ที่สามารถทำงานได้เลย
  3. ได้ผู้ว่าที่หาเงินได้ใช้เงินเป็น และกระจายไปครบทุกเขตของ กทม. และจะไม่มีปัญหาเรื่องเงินในการพัฒนากทม. ไม่พอ ที่สำคัญจะต้องมีความยั่งยืน
  4. ได้ผู้ว่าอิสระที่ทำเพื่อคนกทม.อย่างแท้จริง จากฝีมือและความสามารถโดยไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมืองใดก็สามารถพัฒนากทม. ได้

 

 


The People

กองบรรณาธิการ

Related

มิคาอิล กอร์บาชอฟ: ประธานาธิบดีคนสุดท้ายของโซเวียต ผู้นำ ‘สันติ’ มาสู่โลก

จอห์น ลี: มือปราบ ‘ยิปมัน – ปิกาจู’ ตำรวจคนแรกที่ขึ้นสู่ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง

สารคดี Winter on Fire:  ฤดูหนาวที่ร้อนเป็นไฟกับการประท้วงต่อต้านฝ่ายนิยมรัสเซียในยูเครนปี 2013

บุญชู ไพรวัลย์ : 15 ปีการจากไปของ ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ “คิดว่าเขาไปต่างจังหวัดเดี๋ยวก็กลับมา” 

วลาดีมีร์ ปูติน: อดีตสายลับ KGB ผู้เปิดประตูสู่ ‘สงคราม’ ในโลกยุคใหม่

เทียบหมัดต่อหมัดนโยบาย ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ใครเชื่อมต่อทุกเส้นทางและเชื่อมโยงทุกคนได้มากกว่ากัน

บอริส เยลต์ซิน: ประธานาธิบดีผู้แหวกม่านเหล็ก นำ ‘โลกเสรี’ สู่รัสเซีย

น.ต. ศิธา ทิวารี: รถเมล์ไฟฟ้าใต้ทางด่วนรามอินทรา-เอกมัย คิดต่างในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าทำ เพื่อคน กทม. มีชีวิตที่ดีขึ้น