Post on 01/04/2019

เสนาะ เทียนทอง นักปั้นนายกฯ ผู้เกิดและดับ…ใต้เงาปืน

1 เมษายน 2562 วันเกิดครบรอบ 85 ปี ของ “เสนาะ เทียนทอง” นักการเมืองอาวุโสแห่งสระแก้ว อาจไม่คึกคักเหมือนหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากทายาทตระกูล “เทียนทอง” ฝ่ายเพื่อไทย เพิ่งประสบความปราชัยในสนามเลือกตั้ง 2562

“เสนาะ” มีบุตรและธิดา 5 คน จากภรรยาคนเก่า จิตรา โตศักดิ์สิทธิ์ 3 คน คือ  สุรศักดิ์ เทียนทอง ,สุรเกียรติ เทียนทอง และสุรชาติ เทียนทอง จากอุไรวรรณ เทียนทอง 2 คน คือ สรวงศ์ เทียนทอง และสิริวัลย์ เทียนทอง

ในทายาททั้งห้า มีเพียง สุรชาติ เทียนทอง และ สรวงศ์ เทียนทอง ที่เล่นการเมือง โดยสุรชาติเป็น ส.ส.กรุงเทพฯ อยู่หลายสมัย และสรวงศ์เป็น ส.ส.สระแก้ว สืบต่อจากป๋าเหนาะ ปรากฏว่าทั้งคู่ลงสนามในนามเพื่อไทย และประสบความพ่ายแพ้ชนิดมีข้อกังขา

 

เติบโตกลางสมรภูมิรบ

43 ปีที่แล้ว “สระแก้ว” ยังเป็นมีสถานะเป็นอำเภอที่ขึ้นกับจังหวัดปราจีนบุรี เช่นเดียวกับหัวเมืองชายแดนบูรพาอย่าง อ.อรัญประเทศ และ อ.วัฒนานคร

ตระกูล “เทียนทอง” ก่อร่างสร้างอาณาจักรธุรกิจที่ อ.วัฒนานคร โดยกำนันแสวง เทียนทอง ได้รับสัมปทานไม้หมอน และไม้ฟืนส่งให้การรถไฟ ,ค้าวัวควาย ,ค้าพืชไร่ และค้าข้าว เนื่องจากมีที่นาจำนวนมาก จึงมีการปล่อยกู้ และให้เช่าทำนา

เมื่อกำนันแสวงเสียชีวิตลง “เสี่ยแหนม” หรือ เสนาะ เทียนทอง จำต้องรับมรดกจากผู้เป็นบิดา เพราะพี่ชายคนโต-เอื้อ เทียนทอง และพี่สาว-สนุ่น เทียนทอง มีภาระที่ต้องไปดูแลกิจการครอบครัวของพวกเขาเอง อีกทั้งน้องชายสองคนคือ วิทยาและพิเชษฐ์ ยังศึกษาเล่าเรียนอยู่

ด้วยบารมีของกำนันแสวง การเริ่มต้นชีวิตทำงานของเสนาะจึงดำเนินไปอย่างราบรื่น วันหนึ่ง เสี่ยแหนมจึงคิดแตกแขนงธุรกิจที่นอกเหนือจากงานที่พ่อเคยสร้างไว้ นั่นคือ การได้รับสัมปทานเหล้าขาวและเหล้าแม่โขงของจังหวัดปราจีนบุรี และเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจภายใต้นาม “ส.เทียนทอง” ก่อนจะขยายฐานธุรกิจไปทำงานด้านรับเหมาก่อสร้าง และโรงโม่หิน

ต้นปี 2519 ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ 4 เมษายน 2519  พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร หัวหน้าพรรคชาติไทย และรักษาการรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกลาโหมในขณะนั้น จึงไหว้วาน พล.ท.ยศ เทพหัสดิน ณ อยุธยา แม่ทัพภาคที่ 1 (ยศและตำแหน่งเวลานั้น) ให้หาบุคคลที่มีศักยภาพเป็นที่นับหน้าถือตาในพื้นที่ปราจีนบุรี เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคชาติไทย

อันเนื่องมาจาก “พล.อ.ยศ” เคยรับราชการอยู่ชายแดนแถวอรัญประเทศ และตาพระยา มีหน้าที่ป้องกันชายแดนไทยจากภัยสงครามในกัมพูชา ซึ่งทหารนิยมใช้งานรับเหมาก่อสร้างของ ส.เทียนทอง และเสี่ยแหนมก็ตอบแทนด้วยการช่วยเหลือแก่ฝ่ายทหาร ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนรถแทรกเตอร์ หรือรถแบคโฮมาทำบังเกอร์ รวมถึงถนนสายยุทธศาสตร์เลียบพรมแดน

เหนืออื่นใด ส.เทียนทอง เป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำมันตรา “สามทหาร” ขององค์การเชื้อเพลิง ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์อันแนบแน่นทหารเป็นอย่างดี

เมื่อเสี่ยแหนมตกปากรับคำ พล.อ.ยศ จึงเริ่มรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ด้วยการใช้ต้นทุนทางสังคมที่มีอยู่เดิมในการช่วยเหลือภาคส่วนราชการ ทั้งฝ่ายปกครองและฝ่ายทหาร ตลอดจนลูกนา-ลูกหนี้หลายพันครัวเรือน ที่กำนันแสวงได้ทิ้งให้เขาก่อนเสียชีวิต เป็นฐานคะแนนเสียงให้กับเขานั่นเอง

ประกอบกับพรรคชาติไทยสมัยโน้น ชูคำขวัญ “ขวาพิฆาตซ้าย” พร้อมเปิดเพลงหาเสียง “เปรี้ยง เปรี้ยงดังเสียงฟ้าฟาด…” ทหารชายแดน และบรรดาลูกเสือชาวบ้าน จึงเทคะแนนเสียงให้เขาเป็น ส.ส.ปราจีนบุรี เขต 2 ได้อันดับหนึ่ง 17,232 คะแนน

 

เจ้าพ่อนมโรงเรียน

ฉายา “เจ้าพ่อวังน้ำเย็น” นั้นมาจากการดับเสียงปืนในชุมชน “วังน้ำเย็น” ก่อนหน้าปี 2519 ยังเป็นป่าดิบดงดำ ชุมทางนักแสวงโชคเหมือนหนังคาวบอย เสียงปืนดังลั่นป่า มีการลอบฆ่ากันเพื่อแย่งชิงที่ดิน เมื่อมีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเข้ามาหักร้างถางพงทำไร่ข้าวโพด

“ขวัญเรือน เทียนทอง” กำนัน ต.วัฒนานคร น้องสะใภ้เสนาะ ได้เข้ามาปล่อยกู้พันธุ์ข้าวโพดและปุ๋ยให้แก่ “ลูกไร่” โดยมี “อำนวย ทงก๊ก” กำนัน ต.วังน้ำเย็น เป็นผู้ช่วย

เมื่อเสนาะได้เป็นผู้แทนฯ จึงเข้ามาแก้ไขปัญหา โดยเสนอให้จัดตั้งสหกรณ์โคนม ด้วยการขอธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ปล่อยเงินกู้จำนวน 40 ล้านบาท ให้กับ 200 ครอบครัว ครอบครัวละ 2 แสนบาท และสั่งวัวมาเป็นจำนวน 2,500 ตัว เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่

ผลงานการแก้ไขความขัดแย้งและปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ชาวไร่วังน้ำเย็น เสนาะจึงได้ฉายา “เจ้าพ่อวังน้ำเย็น” และเป็นแบรนด์ประจำตัวเสนาะมาจนถึงทุกวันนี้

ปี 2529 เสนาะได้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับผิดชอบหลายกรม รวมถึงองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย เสนาะจึงผลักดันให้มีการตั้ง “สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น” และตั้งโรงงานผลิตนมปรุงแต่ง โดยการดูแลของกำนันอำนวย ทงก๊ก

ปัจจุบัน สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็นมีชื่อเสียงในระดับประเทศ และเป็นตัวแทนในการผลิตนมโรงเรียนให้กับโรงเรียนในสังกัดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง

 

ส.เทียนทอง 2 สาย

1 ธันวาคม 2536 อำเภอสระแก้วที่ขึ้นอยู่ในการปกครองของจังหวัดปราจีนบุรี ได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดสระแก้ว ถัดมาอีกสองปี เสนาะก็มีชื่อเสียงเป็น “นักปั้นนายกรัฐมนตรี” เมื่อรับบทแม่ทัพเลือกตั้งนำพาพรรคชาติไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และ บรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี

เสี่ยแหนม ได้ยกระดับจากเจ้าพ่อวังน้ำเย็น กลายเป็นนักปั้นนายกฯ จากปั้นบรรหาร ก็ย้ายไปปั้น พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่พรรคความหวังใหม่ และปั้น ทักษิณ ชินวัตร ที่พรรคไทยรักไทย

ส่วนกิจการ “ส.เทียนทอง” ก็อยู่ภายใต้ดูแลของน้องชายคนสุดท้อง นั่นคือ พิเชษฐ์ เทียนทอง ไม่ว่าจะเป็น หจก.ส.เทียนทอง, บริษัท ส.เทียนทองธุรกิจฯ ,บริษัท ปูนซีเมนต์ ตะวันออก จำกัด ,บริษัท สระแก้ว คอนกรีต โปรดักส์ จำกัด ฯลฯ

พิเชษฐ์และขวัญเรือน เทียนทอง มีทายาท 3 คนคือ “หนึ่ง” ฐานิสร์ เทียนทอง, “เหน่ง”ตรีนุช เทียนทอง และ “หนุ่ย” อนุรักษ์ เทียนทอง

หลังพิเชษฐ์เสียชีวิต กำนันขวัญเรือนได้มอบให้ลูกชายคนเล็ก-อนุรักษ์ ดูแลกิจการ ส.เทียนทอง แทนบิดา ส่วนฐานิสร์กับตรีนุชได้ลงเล่นการเมือง จนได้เป็น ส.ส.สระแก้วมาหลายสมัย

แม้ไม่ได้เป็นกำนันแล้ว ขวัญเรือน เทียนทอง ยังมีตำแหน่งนายกสมาคมผู้นำสตรีพัฒนาชุมชนไทยจังหวัดสระแก้ว รับหน้าที่ดูแลประชาชนทั้งจังหวัดสระแก้ว ในฐานะ “ผู้แทนตัวจริง”

“เทียนทอง” อีกสายหนึ่งคือครอบครัวของ “วิทยา เทียนทอง” น้องชายเสนาะ ที่เดินตามพี่ชายเข้าสภาฯ ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2526 วิทยาดำเนินธุรกิจโรงแรมอยู่ใน อ.อรัญประเทศ และมีลูกชาย-ทรงยศ เทียนทอง เป็นนายก อบจ.สระแก้ว

การเลือกตั้ง 2562 คนสระแก้วดูงุนงงสงสัยในจุดยืนและท่าทีทางการเมืองของ “บ้านใหญ่วัฒนานคร” เมื่อเสนาะ เทียนทอง ยังสังกัดพรรคเพื่อไทย แต่น้องสะใภ้ ขวัญเรือน เทียนทอง พาลูกสองคนไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ

สระแก้ว มี 3 เขตเลือกตั้ง ฐานิสร์ ลงเขต 1 ตรีนุช ลงเขต 2 ส่วนเขต 3 พื้นที่ตามแนวชายแดน สรวงศ์ เทียนทอง ลูกชายสุดรักของเสนาะ ต้องสู้กับนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่ง ที่มีข่าวว่า “บิ๊กป้อม” ส่งลงสนาม เพื่อล้มทายาทป๋าเหนาะโดยเฉพาะ

บทสรุปเลือกตั้ง ส.ส.สระแก้ว “เทียนทอง” สายกำนันขวัญเรือน ชนะทั้งเขต 1 และเขต 2 แต่เขต 3 ลูกชายเจ้าพ่อวังน้ำเย็นพ่ายหมดรูป ซึ่งภาพรวม 3 ที่นั่งของหัวเมืองชายแดนบูรพา ตกเป็นของพรรคพลังประชารัฐ

เสี่ยแหนมที่ได้แจ้งเกิดทางการเมือง จากแรงผลักดันของ “แม่ทัพยศ” ต้องพานพบกับความพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกในรอบ 40 กว่าปีจากน้ำมืออดีตแม่ทัพบูรพา ผู้ทรงอิทธิพลใน พ.ศ.นี้

 

เรื่อง: ชน บทจร 

ภาพ: Facebook Page รักสระแก้ว Sakaeo native

 


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ