Post on 09/11/2019

สฤณี อาชวานันทกุล “5 เรื่องที่ควรทำและไม่ควรทำ ในการถกเถียงบนโลกออนไลน์”

ในโอกาสครบรอบ 1 ปีของ The People ได้เชิญสฤณี อาชวานันทกุล นักเขียนผู้สนใจประเด็นสังคม โดยเฉพาะสังคมออนไลน์ มาทอล์กในหัวข้อเรื่อง “การถกเถียงในโลกออนไลน์” กับ 5 เรื่องที่คิดว่าควรทำและก็ 5 เรื่องที่ไม่ควรทำ ในการถกเถียงบนโลกออนไลน์

“(เสียงปรบมือ) สวัสดีค่ะผู้มีเกียรติทุกท่านคะ ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับ The People นะคะ ขอบคุณที่ให้เกียรติมาแลกเปลี่ยน

“วันนี้จริง ๆ อยากจะมาแลกเปลี่ยนในประเด็นเรื่องการถกเถียงในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นประเด็นที่คิดว่าหลาย ๆ คนข้องเกี่ยวกับมันอยู่แล้วแหละทุกวัน ซึ่งการถกเถียงมันก็มีหลายแบบ แล้วก็มีเหตุผลต่าง ๆ นานาในการเข้าถกเถียง แต่คิดว่าสิ่งที่ตัวเองคงจะเน้นคือเรื่องการเถียงด้วยเหตุผล การใช้เหตุผล เพราะเราไม่อยากเห็นการถกเถียงด้วยอารมณ์ ซึ่งมันมีเยอะมากแล้ว แล้วก็ต้องยอมรับว่าส่วนตัวไม่เชี่ยวชาญเรื่องการสร้างดรามา หรือดึงดรามา หรือเน้นกระแสดรามาต่าง ๆ ฉะนั้นอยากจะแลกเปลี่ยนสั้น ๆ ว่ามันมี 5 เรื่องที่คิดว่าควรทำ และ 5 เรื่องที่ไม่ควรทำ เวลาที่เราพยายามถกเถียงในโลกออนไลน์ด้วยเหตุผล ก็มาจากประสบการณ์ส่วนตัว

“5 เรื่องที่ควรทำก่อนนะคะ เรื่องแรกเลยคิดว่าก่อนอื่นเราต้องปรับทัศนคติก่อน ไม่ใช่ปรับทัศนคติคนอื่น แต่ปรับทัศนคติตัวเราเอง ก่อนที่จะเข้าไปในโลกออนไลน์ สังเกตว่าหลาย ๆ ท่าน ถ้าเกิดไม่ได้คุ้นเคยกับป่าดงดิบที่ชื่ออินเทอร์เน็ต ก็จะรู้สึกกลัว รู้สึกเอ๊ะ ฉันพูดอะไรไปแล้วจะมีใครมาด่าอะไร หรือจะมีใครมาพาดพิงอะไรก็ตาม เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าโลกออนไลน์มีลักษณะที่เป็นคนจริง ๆ อยู่ แต่ว่าคนจริง ๆ เหล่านั้นจำนวนมาก เราก็คงไม่ได้เจอกับเขาในชีวิตจริง บางทีก็เลิกแล้วจากกันไป

“มิหนำซ้ำ ในแพลตฟอร์มหลาย ๆ ที่เขาก็ยอมให้เราใช้ชื่อแฝง ทั้งชื่อปลอม จริง ๆ เฟซบุ๊กเขาบอกเขามีนโยบายชื่อจริง แต่สังเกตดูมันก็ไม่เห็นไปตามว่าชื่อจริง จะรู้ได้ยังไงว่าชื่อจริงหรือเปล่า แต่ทวิตเตอร์นี่ชัดเจนว่ามีชื่อแฝง ชื่อน่ารัก ๆ ครีเอทีฟเป็นสัญลักษณ์อะไรต่าง ๆ ก็มี ก็อย่างที่เราเห็นว่าเขาให้อิสระในการถกเถียง

“เพราะฉะนั้นการที่คุณสามารถเป็นนิรนาม แล้วก็ความที่ในชีวิตจริงเขารู้อยู่แล้วว่าคุณไม่รู้จักกัน เจอตัวกันจริงหรอก มันก็ทำให้คนมีแนวโน้มที่จะพูดอะไรแบบใส่อารมณ์ พูดอะไรแบบเกินเลย บางทีก็คีย์บอร์ดหรือว่าอารมณ์พาไปเยอะ เพราะงั้นก็อยากจะให้คนปรับทัศนคติก่อนว่าเวลามีใครพาดพิงอะไรหรือด่าเรา เขาอาจจะไม่ได้หมายความอย่างนั้นจริง ๆ หรอก คนเหล่านี้ในเวลาเจอกันตัวเป็น ๆ ก็อาจจะสุภาพเรียบร้อย พูดกับเราดี ๆ ก็ได้ ก็คิดว่าในทวิตเตอร์ ฟังก์ชันเป็นแบบนี้ อย่าไปคิดว่าเขากำลังโจมตีเราเป็นการส่วนตัว

“อันที่สอง อันนี้ก็สำคัญก็คือเรื่องของการเปิดใจนะคะ เปิดใจที่จริงก็อย่ากลัวโง่ เราจะเห็นว่า คือไม่เป็นไรนะคะ เพราะคิดว่าหนึ่งก็คือมันไม่มีใครฉลาดตั้งแต่เกิดใช่ไหมคะ แล้วก็มันไม่มีทางหรอกที่เราจะฉลาดทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นหลายเรื่องเราก็โง่นั่นแหละ แล้วก็จริง ๆ บางเรื่องมันก็ไม่ถึงขนาดว่าไม่รู้เรื่องจริง แต่ว่าอาจจะมองไม่รอบด้าน หรือว่าข้อมูลอาจจะเก่าไปแล้ว หรือว่ามันมีการมองแบบมุมอื่น ๆ ที่เราไม่รู้จักมาก่อนในโลกนี้นะคะ

“เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วก็อยากจะให้เวลาก่อนไปเข้าถกเถียง อยากให้ยอมรับก่อนว่าเราอาจจะผิดก็ได้ไอ้ที่โพสต์ไปเนี่ย หรือว่าถกเถียงกับใคร ให้พยายามฟัง จริง ๆ ชอบคำนี้มาก การฟังก็คือตั้งใจอ่านสิ่งที่คนอื่นเขาเถียงกับเรา เราอาจจะไม่เห็นด้วยกับเขาก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยต้องตั้งใจฟัง อย่าไปตัดสินเขาล่วงหน้าว่าเขาจะต้องคิดอย่างนั้นอย่างนี้ หรือว่าเราถูกแล้วแหละ

“เรื่องที่สามที่คิดว่าสำคัญมากเหมือนกันก็คือว่าเราคิดว่าในยุคนี้ เรากำลังได้ยินคำว่า fake news ข้อมูลบิดเบือน ข้อมูลเท็จอะไรต่าง ๆ มากมาย ซึ่งก็ถูกใช้ในทางที่บางทีก็ไม่ควร คืออินเทอร์เน็ต ที่เราอ่านอยู่ ข้อมูลพวกนี้ จริง ๆ แล้วต้นตอมันเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า หรือว่ามันมีการเปลี่ยนสาร แปลงสาร เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรทำก็คือว่าถ้าเห็นอะไร ถ้าเป็นไปได้ก็พยายามเข้าไปดูที่ต้นตอของมันจริง ๆ อย่างเช่นเวลาที่เราเห็นการนำเสนอข้อมูลที่เป็นตัวเลข แล้วเราเข้าไปดูที่ต้นทางเลย หรือเว็บราชการก็ได้ว่า เขาเขียนอย่างนั้นจริงไหม

“ถ้ามันเป็นการ quote คำพูดของบางคน ซึ่งจริง ๆ ต้องชมเชยเว็บ The People ว่าไม่เคยตัดคำพูดใครมาบิดเบือนนะคะ แต่คำพูดก็เข้าไปดูเลยที่ต้นทางว่าเจ้าตัวเขาพูดอย่างนั้นจริงไหม แล้วบริบทจริง ๆ ทั้งหมดมันคืออะไร ไม่อย่างนั้นตอนนี้เราจะเห็นการบิดเบือน ตัดออกมานอกบริบทเต็มไปหมด ตัวเองก็เคยโดน ตรงนี้ก็คิดว่าสำคัญมาก แล้วต้องพยายามเข้าไปดูแหล่งต้นตอ พยายามตรวจสอบคล้าย ๆ กับพยายามทำงานเป็นสื่อกลาย ๆ

“เรื่องต่อมาที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการหาความหลากหลายของข้อมูล วันนี้จริง ๆ ในโลกอินเทอร์เน็ตมันมีปรากฏการณ์ที่เขาว่ากันว่า echo chamber ห้องเสียงสะท้อน หรือว่า filter bubble คือการที่เรามีฟองสบู่แวดล้อมไปด้วยคนที่คิดเหมือนกันกับเรา เห็นตรงกันกับเรา ซึ่งปรากฏการณ์นี้ส่วนหนึ่งมันเกิดจากอัลกอริทึมด้วย คือถ้าเราไปกดฟอลโลว์แต่คนที่คิดคล้าย ๆ กับเราตลอดเวลา โซเชียลมีเดียมันจะยิ่งต้อนเนื้อหาแบบนั้นมาให้เราเห็น เพราะงั้นโอกาสที่เราจะได้เห็นข้อมูลที่มันหลากหลาย มุมมองที่แตกต่างกันน้อยมาก เราต้องพยายามตั้งสติ แล้วก็พยายามเข้าไปในพื้นที่ที่นี่มันต่างจากเราจริง ๆ หรือว่าเราเชื่อว่าเอ๊ะ คนตรงนี้เขาคิดไม่เหมือนเราแน่ ๆ เพื่อที่จะได้รับความหลากหลาย ไม่อย่างนั้นมันก็อาจจะไม่ได้เกิดการถกเถียงที่เป็นประโยชน์

“เรื่องสุดท้ายที่สำคัญก็คือการพยายามศึกษาเรื่องของตรรกะวิบัติ หรือการใช้เหตุผลผิด ๆ ซึ่งในไทยเป็นเรื่องที่ดีมากเลยในการศึกษาคำพูดที่ตรรกะวิบัติ เจอภูมิต้านทานมโหฬาร ล่อยลอยอยู่นะคะ ที่พบบ่อยมากก็คือเช่น “เป็นคนไทยเปล่า” เช่น “เมื่อก่อนไปอยู่ที่ไหนมา” หรือว่า “ไอ้นี่ใคร ๆ ก็ทำกัน” บางทีคนไทยเก่งเรื่องตรรกะวิบัติในทำนองที่มันเป็นการเบี่ยงประเด็น หรือว่าออกนอกเรื่อง ก็คิดว่าน่าที่จะลองทำความเข้าใจ เพื่อที่จะลองใช้ประโยชน์ที่ว่าบางทีเราก็ทำเองเหมือนกันโดยที่ไม่รู้ตัว นี่คือ 5 เรื่องนี่คือควรทำนะคะ

“ทีนี้ 5 เรื่องที่ไม่ควรทำคืออะไรบ้าง ไหน ๆ คิดว่าก่อนอื่นเลย เรื่องที่ส่วนตัวถ้าเจอก็จะรู้สึกแย่มาก ก็คือว่า เวลาเริ่มการถกเถียงมันเหมือนกับเราต้องให้ความทุ่มเทกับมัน เหมือนเรามีความรับผิดชอบที่จะเถียงอยู่ เรื่องที่ไม่ควรทำก็คือเริ่มเถียงกับใคร แล้วก็หายไปดื้อ ๆ (เสียงหัวเราะ) นึกออกไหมคะ ทุกคนพอจะเข้าใจไหมคะ เวลาที่เราเอ๊ะ ตรงนี้เราอยากเถียงด้วยจังเลย เราก็อุตส่าห์ไปนั่งคิดมาทั้งวันว่าจะตอบอะไร เราก็เรียบเรียงอย่างดีงาม เขียนมาสัก 3 ย่อหน้าเหตุผลทั้งหมด แล้วก็แท็กเขา ปรากฏว่าเขาหายไปแล้ว (หัวเราะ) หายไปแล้วไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน บางคนก็พยายามมากเลย ตามไปหาเจ้าตัวที่เพจของเขาเอง อันนี้ไม่ควรทำอย่างยิ่งนะคะ คู่สนทนาจะรู้สึกว่าเอ๊ะ ตกลงทำไมเข้ามาถามอะไร คุณรับจ้างกวนเขาหรือเปล่าอะไรอย่างนี้

“เรื่องที่ไม่ควรทำเหมือนกันข้อที่สองก็คือว่าถ้าคุณเป็นเจ้าของพื้นที่ ก็คือการลบคอมเมนต์ อันนี้คิดว่าส่วนตัวแล้วเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง แล้วก็เชื่อมโยงกับประเด็นที่สาม ก็คือว่าการแบนหรือว่าบล็อก

“คือจริง ๆ ก็พอเข้าใจนะ ค่อนข้างแบบว่า มันรับไม่ได้จริง ๆ บางคนก็เข้ามาเหมือนว่าก็ด่า ๆๆๆ โดยไม่ฟังอะไรเลย ซึ่งโอเคแหละ แต่ละคนก็คงมีเพดานระดับการรับได้ที่แตกต่างกัน ระดับความอดทนที่ไม่เท่ากัน ก็เข้าใจได้นะ บางคนก็ไม่ได้อยากจะแบนหรืออยากจะลบหรอก แต่ว่าคนอื่นเขาทนไม่ไหว เขาบอกว่าช่วยลบให้หน่อยได้ไหม มันทำให้การสนทนามันไร้สาระมากเลย

“อันนี้ก็คงต้องแล้วแต่สถานการณ์ แต่ว่าให้คุณคิดว่าความเสี่ยงมีอยู่จริง ทุกครั้งที่เราลบคอมเมนต์ของใครหรือว่าเราแบน หรือว่าบล็อกเขาออกไป มันเท่ากับไปเพิ่มความเสี่ยงที่เราจะตกบันไดห้องเสียงสะท้อน echo chamber แล้วก็พลาดโอกาสในการที่จะได้เรียนรู้จากเขา จริง ๆ บางทีเราอาจจะได้เรียนรู้อะไรดี ๆ จากเขาก็ได้ หรือว่าจริง ๆ เราอาจจะคิดผิด เขาอาจจะคิดถูกก็ได้ แล้วแต่

“ข้อที่สี่ก็มีเชื่อมโยงกันก็คือว่าสิ่งที่ไม่ควรทำก็คือว่า ไปตัดสินเขาล่วงหน้า ไปตัดสินว่าเขาคิดยังไงก่อนที่จะตั้งใจฟังเขาจริง ๆ บางทีสังเกตว่าบางคนเห็นภาษาไม่ถูกต้อง บางคนก็ใช้ภาษาผิด ทั้งสะกดผิด ใช้คะเป็นค่ะอะไรพวกนี้ บางคนบอกว่า ไปเพ่งเล็งเขาเรื่องภาษา อันนี้สะกดผิดแสดงว่าคุณไม่ได้เรื่องหรอกความเห็น ซึ่งมันไม่ใช่ เพราะภาษาก็เรื่องหนึ่ง ความเห็นก็เรื่องหนึ่ง อย่าเอาอะไรที่มันไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา มาทำให้เราปิดตาจากความเห็นหรือว่าคอมเมนต์ของเนื้อหาที่แท้จริง

“แล้วก็ข้อสุดท้ายก็คือเรื่องของ… เราไม่อยากให้ใครใช้ตรรกะวิบัติ เราไม่อยากให้ใครมาโจมตีเรา เราไม่อยากให้ใครมาจับแพะชนแกะ หรือว่าเอาคำพูดไปบิดเบือน ก็อย่าทำสิ่งเดียวกันกับคนอื่น สิ่งที่คิดว่าสำคัญมาก ๆ ในเรื่องนี้ก็คือ เช่น ไปด่าคนอื่นว่าโง่ คือเราควรจะยอมรับว่าตัวเองอาจจะโง่ อาจจะเข้าใจผิด แต่อย่าไปว่าคนอื่น เพราะว่าทันทีที่เราบอกว่า “แกนี่มันโง่มากเลย” “ทำไมคุณโง่ได้ขนาดนี้” มันก็ไปตัดโอกาสที่เขาจะอยากคุยกับเราต่อ

“ทั้งหมดนี้ก็เป็นประสบการณ์ที่อยากจะนำเสนอว่า 5 เรื่องที่ควรทำและ 5 เรื่องที่ไม่ควรทำของการคุยในโลกออนไลน์ ซึ่งหวังว่าก็จะทำให้เราสามารถอยู่กันได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้น ขอบคุณค่ะ”

*ทอล์กนี้ เป็นส่วนหนึ่งในงานครบรอบ 1 ปี The People: Do You Hear THE PEOPLE Talk? จัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ณ ห้องคริสตัล บ็อกซ์, เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท

 


The People

กองบรรณาธิการ

Related

ตูรันด็อต โอเปราชิ้นเอกที่แสดงถึงอารยธรรมของมนุษย์ คุณค่าของโลกที่หุ่นยนต์ไม่มีวันแทนที่

The Naked Director เซลส์แมนผู้ปฏิวัติวงการหนังโป๊!

อนาคต 2020 ที่ยังไม่รู้ในสายตาของ ‘เหริน เจิ้งเฟย’ ผู้ก่อตั้งหัวเว่ย

รีวิวคอนเสิร์ต Foals โชว์โคตรเดือดสะท้านปฐพี ความมันนี้ตราตรึงไปอีกนาน “ก็มาดิคร้าบ”

อาร์ยา สตาร์ก แห่ง Game of Thrones – “ฉันไม่ใช่สุภาพสตรี นั่นไม่ใช่ฉัน”

ทดลองขับ Nissan Leaf ขึ้นยอดดอยอินทนนท์ ยานยนต์แห่งอนาคตที่ใช้งานได้จริง

แสง สี เสียง สัญญะแห่งอิสรภาพแด่ความเป็นมนุษย์ ใน “กระเบนราหู”

รีวิวคอนเสิร์ต OneRepublic จากงาน Spotify On Stage โชว์แบบเครื่องดีเซล 11 เพลงฮิต ชวนให้หายคิดถึง