Post on 06/02/2019

การเมืองเรื่องผู้ลี้ภัย “ฮาคีม อัล อาไรบี” ชายผู้แสวงหาที่ปลอดภัยเพื่อเล่นฟุตบอล

“มันเยี่ยมมากที่ได้เล่นฟุตบอล แต่ทำไมผมถึงต้องเตะฟุตบอลในคุก ในเมื่อผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมเป็นผู้ลี้ภัย” (ฮาคีมกล่าวกับเครก ฟอสเตอร์ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติออสเตรเลียขณะเข้าเยี่ยม)

สำหรับฮาคีม อัล อาไรบี (Hakeem Al-Araibi) นักฟุตบอลกองหลังหมายเลข 5 ของสโมสรพาสโค เวล (Pascoe Vale FC) ในลีกกึ่งอาชีพในประเทศออสเตรเลีย คงไม่คิดว่าการเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยกับภรรยาเพื่อฮันนีมูนเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 และถูกจับที่สนามบินสุวรรณภูมิจะทำให้ชีวิตของเขาตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกส่งตัวกลับประเทศบาห์เรนที่ตัวเขาหนีภยันตรายมา การจับกุมดังกล่าวเกิดจากนายฮาคีมมีหมายจับที่ออกโดยองค์กรตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศที่ออกให้ประเทศสมาชิกทั่วโลกติดตามเขาให้มารับโทษที่บาห์เรน ทางกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ออกแถลงการณ์ว่า

“การกักตัวดังกล่าวเป็นไปตามการตอบสนองต่อการแจ้งหมายแดง ซึ่งได้รับการแจ้งเตือนจากสำนักงานกลางตำรวจสากลแห่งชาติออสเตรเลีย (Interpol National Central Bureau) และคำร้องขออย่างเป็นทางการจากรัฐบาลบาห์เรนเพื่อจับกุมและส่งผู้ร้ายข้ามแดน” อย่างไรก็ตามยังมีข้อสงสัยต่างๆ ถึงการออกหมายแดงของสำนักงานกลางตำรวจสากลแห่งชาติออสเตรเลีย หรือการจับกุมนายฮาคีมที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยทั้งที่มีเอกสารการเดินทางและวีซ่าที่ถูกต้อง

ก่อนที่เขาจะลี้ภัยไปออสเตรเลีย ฮาคีมเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์และเป็นนักเตะอนาคตไกลของทีมชาติบาห์เรน เขาคงไม่คิดว่าชีวิตการค้าแข้งของเขาจะถึงจุดเปลี่ยนเมื่อเขาถูกตัดสินจากศาลในประเทศบาห์เรนใน ปี 2557 ให้จำคุก 10 ปี ในข้อหา 1) ลอบวางเพลิงสถานีตำรวจแห่งหนึ่งในกรุงมานามา เมืองหลวงประเทศบาห์เรนซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน 2) ชุมนุมโดยมิชอบด้วยกฎหมายมากกว่า 5 คนในที่สาธารณะ 3) ใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อวัตถุประสงค์ในการก่ออาชญากรรมและก่อกวนความสงบเรียบร้อยของประชาชน 4) ครอบครองวัตถุไวไฟ ซึ่งเป็นระเบิดขวด เพื่อวัตถุประสงค์ในการก่ออันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และ 5) ทำให้รถยนต์ส่วนบุคคลของผู้อื่นเสียหาย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2555 แต่อย่างไรก็ตามการตัดสินคดีครั้งนี้เป็นการตัดสินคดีแบบลับหลังซึ่งเป็นการพิจารณาคดีที่ไม่เป็นธรรม เพราะเขาอยู่ในระหว่างการเล่นฟุตบอลกับทีมชาติของเขาในประเทศการ์ตา

จากนักเตะที่มีพรสวรรค์สูงสู่ผู้ต้องหา หากจะถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับฮาคีม อาจจะต้องย้อนกลับไปที่เหตุการณ์อาหรับสปริงในประเทศบาห์เรน

การชุมนุมประท้วงของประชาชนในประเทศอาหรับเพื่อเรียกร้องการปฎิรูปการเมือง ความเท่าเทียมระหว่างผู้นับถือศาสนาอิสลามนิกาย ซุนนีและชีอะห์ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ซึ่งเริ่มขึ้นในประเทศบาห์เรนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2554 สำหรับประเทศบาห์เรนนั้นปกครองโดยราชวงศ์ อัล คาลิฟะห์ โดยกลุ่มผู้ปกครองนับถือศาสนาอิสลามนิกายซุนนี ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือนิกายชีอะห์ โดยผู้คนหลายพันคนเข้าร่วมชุมนุมประท้วงเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศ โดยกลุ่มนักกีฬาในประเทศบาห์เรน อาทิเช่น นักฟุตบอล นักมวยปล้ำ นักแฮนด์บอลก็ได้เข้าร่วมการชุมนุมในครั้งนั้น อย่างไรก็ตามการชุมนุมในครั้งนี้ได้ถูกยุติลงจากการปราบปรามด้วยความรุนแรง หลังจากเหตุการณ์อาหรับสปริง เจ้าหน้าที่รัฐบาลบาห์เรนได้มีการติดตามจับกุมนักกีฬาที่ได้เข้าร่วมการชุมนุม โดยมีนักฟุตบอล 3 คนได้ถูกไล่ออกจากสโมสรและทีมชาติ ต่อมาได้ถูกจับ และทรมาน หลังจากนั้นนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน 6 คนได้ทำการลี้ภัยออกนอกประเทศ

ในปี 2555 ได้เกิดเหตุการณ์การประท้วงอีกครั้ง ซึ่งหนึ่งในเหตุการณ์นั้นคือการทำลายสถานีตำรวจในเมืองมานามา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงมาถึงฮาคีม ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2555 นายฮาคีมวัย 19 ปีโดนจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ระหว่างการเดินทางไปดูฟุตบอลบิ๊กแมตช์ ระหว่าง รีล มาดริดกับบาร์เซโลน่า ที่คาเฟ่แห่งหนึ่ง ซึ่งนับเป็นการฉลองวันเกิดอันน่าเศร้าของเขา เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาการทำลายสถานีตำรวจแก่ฮาคีม ซึ่งฮาคีมอ้างว่าเขาไม่ส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เพราะเขากำลังเตะฟุตบอลให้กับสโมสรต้นสังกัด อัล ชาบับ (Al-Shabab) ที่มีการถ่ายทอดสดอยู่ จากข้อมูลของสถาบันเพื่อสิทธิและประชาธิปไตยบาห์เรนพบว่าการตัดสินของศาลดังกล่าวไม่ชอบธรรมและไม่สอดคล้องกับหลักฐาน

การกล่าวหาเริ่มมาจากการสารภาพของพี่ชายของนายฮาคีม (ที่มีการคาดการณ์ว่าจะถูกข่มขู่และบีบบังคับ) ที่ขณะนี้รับโทษจำคุก 10 ปีในข้อหาเดียวกับน้องชาย ว่าในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2555 เขา นายฮาคีม และผู้ชุมนุมกว่า 150 คนเข้าทำลายสถานีตำรวจในเวลา 18.30 น. โดยเวลาดังกล่าวอยู่ในช่วงที่ฮาคีมลงเตะให้ทีมต้นสังกัดอยูซึ่งเริ่ม 17.30 น. และสิ้นสุด 19.20 น. และมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ อย่างไรก็ตามศาลได้ตัดสินว่าผู้ชุมนุมได้เริ่มโจมตีสถานีตำรวจเวลา 20.00 น. ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าฮาคีมมีเวลาเดินทางจากสนามฟุตบอลเข้าร่วมก่อเหตุ เขาถูกกักขังเป็นเวลา 45 วัน โดยในระหว่างนี้เขากล่าวว่าได้ถูกเจ้าหน้าที่ทำทรมานให้รับสารภาพ

“เจ้าหน้าที่เอาผ้าปิดตาผม พวกเขาทุบตีผม โดยเฉพาะตรงขาและพูดว่า พวกเขาจะทำลายอนาคตการเล่นฟุตบอลของผม และจะทำให้ผมไม่สามารถเล่นฟุตบอลได้อีก”

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาตัดสินใจลี้ภัยเมื่อได้โอกาสเดินทางไปเล่นฟุตบอลทีมชาติในประเทศกาตาร์ โดยเขาหนีไปยังประเทศอิหร่านก่อนที่จะทำเรื่องขอลี้ภัยในประเทศออสเตรเลียในเดือนพฤษภาคม 2557 และได้สถานะผู้ลี้ภัยอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560

ในช่วงที่เขาลี้ภัยในประเทศออสเตรเลีย เขาได้แสดงความคิดเห็นหลายต่อหลายครั้งต่อ ชีคซัลมาน บิน อิบราฮิม อัล คาห์ลิฟห์ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลบาห์เรนในขณะนั้น ว่าไม่ได้ทำอะไรเพื่อคุ้มครองนักฟุตบอลที่ถูกจับและทรมานและมีส่วนในการจับกุมนักกีฬาที่เข้าร่วมการชุมนุมในเหตุการณ์อาหรับสปริง โดยเฉพาะในช่วงที่ชีคซัลมานลงสมัครเป็นประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติในปี 2559 หลังจากลี้ภัย ฮาคีม ด้วยความรักในอาชีพฟุตบอล เขาได้เริ่มชีวิตค้าแข้งใหม่กับสโมสรฟุตบอลในประเทศออสเตรเลีย ได้ลงเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลในประเทศออสเตรเลีย 3 สโมสรก่อนที่จะเป็นกองหลังหมายเลข 5 ของสโมสรพาสโค เวล ตั้งแต่ปี 2560 (2017) โดยประธานสโมสรพาสโค เวล ได้กล่าวกับสนำข่าว ABC ของออสเตรเลียว่า

“นายอัล อาไรบี เป็นคนสุภาพ และเป็นที่รักของเพื่อนร่วมทีม เขาไม่เคยออกนอกกรอบ เขาเป็นคนที่ถ่อมตัว”

ถึงแม้ว่าผ่านหลังหมายแดงของนายฮาคีมจะถูกยกเลิกเพราะการออกหมายเพื่อจับกุมผู้ลี้ภัยหรือผู้ที่กำลังยื่นเรื่องขอลี้ภัยทางการเมือง เป็นเรื่องที่ขัดต่อหลักการของอินเตอร์โพล แต่กระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้เริ่มต้นแล้วโดยในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 ศาลอาญาของไทยยังไม่ได้พิจารณาคำขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน เนื่องจากนายฮาคีมให้การปฏิเสธการกลับไปรับโทษที่ประเทศบาห์เรนโดยสมัครใจ

โดยศาลให้นายฮาคีมและทนายยื่นคำร้องคัดค้านการส่งกลับบาห์เรนภายในวันที่ 5 เมษายน 2562 และจะทำการพิจารณาเอกสารในวันที่ 22 เมษายน 2562 เหนือสิ่งอื่นใดและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าศาลประเทศไทยจะให้ความสำคัญกับหลักฐาน ความยุติธรรม สิทธิมนุษยชน มนุษยธรรม หลักการสากล การไม่บังคับผลักดันออกนอกประเทศไปสู่อันตราย หรือ non-refoulement และอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน และการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรีที่ประเทศไทยได้ลงนามไว้ เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการคุ้มครองผู้ลี้ภัยคนหนึ่ง นักฟุตบอลคนหนึ่ง พลเมืองโลกคนหนึ่ง และมนุษย์คนหนึ่ง

“ขอให้พวกคุณช่วยต่อสู้เพื่ออิสรภาพของผม และโปรดอย่าหมดหวัง” จากเรื่องราวทั้งหมดจะเห็นได้ว่าทุกช่วงชีวิตของฮาคีม เขามีฟุตบอลอยู่เคียงข้างเขาเสมอ ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่บ้านเกิดบาห์เรน ประเทศที่เขาลี้ภัยออสเตรเลีย หรือในเรือนจำในประเทศไทย เพราะเขารักในการเล่นฟุตบอล กีฬาสอนให้เรามีน้ำใจและมีมิตรภาพต่อผู้อื่น ผู้ลี้ภัยสอนให้เราเคารพความแตกต่างและรักเพื่อนมนุษย์ เพื่อให้เขาได้กลับไปเตะฟุตบอลที่เขารัก

อ้างอิง
http://fiasports.com/hakeem-al-araibi-football-hero-to-tortured-villain/
https://www.worldfootball.net/player_summary/hakeem-al-araibi/
https://gulfnews.com/world/gulf/bahrain/bahrain-sentences-football-player-to-10-years-in-jail-1.1275112
https://voicetv.co.th/read/YIICNj3vy
https://www.itv.com/news/2015-11-03/itv-news-speaks-to-bahraini-footballer-as-fifa-presidential-candidate-sheikh-salman-denies-allegations-of-torture/
https://www.nytimes.com/2016/02/25/sports/soccer/sheikhs-candidacy-opens-new-door-to-criticism-of-fifa-human-rights.html
https://www.youtube.com/watch?v=wxaroSUUIek&t=101s
https://www.sbs.com.au/news/how-al-araibi-became-a-political-football
https://www.news.com.au/sport/sports-life/craig-foster-steps-up-campaign-to-help-refugee-footballer-hakeem-alaraibi/news-story/d7b56da24963e536ab269d79a8e6396c
https://www.theguardian.com/australia-news/2018/dec/13/hakeem-al-araibi-australian-interpol-office-alerted-thailand-arrival-bahrainian-refugee
http://mfa.go.th/main/th/news3/6886/97217-%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2-Hakeem-Ali-Mohamed-Ali-Al-Oraibi.html
http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/826088
https://web.facebook.com/AmnestyThailand/videos/230722034478801

เรื่อง: Our Fields’ Story(เรื่องเล่าจากในฟิลด์)


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

จากไทยถึงรัสเซีย เมื่อเป็ดเหลืองสุดน่ารัก กลายเป็นสัญลักษณ์ประท้วงทั่วโลก

เกาหลีเหนือระเบิดสำนักงานประสานงานเกาหลีใต้ โต้ตอบนักเคลื่อนไหวร่อนใบปลิวข้ามแดน

Movimento Passe Livre ขบวนการ “ขนส่งสาธารณะปลอดค่าโดยสาร”

ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ยอมเปิดหน้าสู้ เพื่อประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ และอนาคตของคนส่วนใหญ่

คำนูณ สิทธิสมาน คนเดือนตุลา ส.ว. สรรหา หลายยุค

มองความขัดแย้งไทยกับจิตแพทย์ ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ “การเข้าใจความเห็นต่าง คือหนทางสู่สังคมประชาธิปไตยที่มีวุฒิภาวะ”

ลุงเล็กจากม็อบ 14 พ.ย. 63 “คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้นักโทษ”

จาซินดา อาร์เดิร์น นายกฯ นิวซีแลนด์: ผู้นำหญิงที่โดดเด่นสุด ในวันที่โลกเผชิญวิกฤต