Post on 12/12/2019

ปอ-ญาณกร อภิราชกมล เมื่อหัวใจของเทศกาลดนตรีไม่ได้อยู่ที่เสียงเพลง

ท่ามกลางพายุแห่งการเปลี่ยนแปลงที่โหมกระหน่ำไปทั่วทุกวงการ งานเทศกาลดนตรีที่เคยเฟื่องฟู จากที่จัดกันแทบทุกเดือน ปีหนึ่ง ๆ มีหลายสิบงาน ก็ถูกพัดให้ล้มหายจนเหลือเพียงไม่กี่รายที่ยังคงยืนหยัดผ่านกาลเวลามาได้

หนึ่งในนั้นคืองานเทศกาลดนตรี Seasons of Love Song Music Festival เทศกาลดนตรีใหญ่ประจำปี ซึ่งจัดขึ้นที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ในช่วงแรกเข้าฤดูหนาว ซึ่งจัดมาเป็นปีที่ 10 แล้วในปีนี้

เสน่ห์ของเทศกาลดนตรี Seasons of Love Song Music Festival คืออะไร ทำไมยังคงทำให้ใครหลายคนต่างเฝ้ารอจับจองบัตร เพื่อจะได้ปูเสื่อ นั่งบนกองฟาง ห่มผ้าห่มหนา ๆ ภายใต้บรรยากาศหนาวเย็นของสวนผึ้ง และเสน่ห์ของงานนี้ที่มากกว่าเสียงดนตรีคืออะไร ติดตามคำตอบได้จาก ปอ-ญาณกร อภิราชกมล กรรมการบริหาร บริษัท ครีเอท อินเทลลิเจ้นซ์ จำกัด หัวเรือใหญ่ผู้จัดเทศกาลดนตรีนี้

The People: จุดเริ่มต้นของเทศกาลดนตรี Season of Love Song Music Festival คืออะไร
ญาณกร: อยากให้ลองนึกย้อนกลับไปสัก 10-12 ปีก่อน สมัยนั้นเทศกาลดนตรีเพิ่งเข้ามาในเมืองไทย จัดกันอยู่แค่ไม่กี่งาน ถ้านับดูก็มีเทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่เขาใหญ่ ที่พัทยา ที่ชะอำ ที่หัวหิน เลยเป็นโจทย์ว่าทำไมเทศกาลดนตรีจะจัดอยู่แค่สถานที่เหล่านี้เท่านั้นหรือ เราก็เลยมาคิดแล้วเกิดเป็นโปรเจกต์ใหม่ ซึ่งก่อนหน้าที่เราจะมีงานที่สวนผึ้ง ก็มีงาน Samed in Love Music Festival ในปี 2553 เกิดจากความท้าทายตอนนั้นที่เราอยากจัดเทศกาลดนตรีบนเกาะให้ได้ ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นเทศกาลดนตรีบนเกาะงานเดียวในประเทศไทยที่ทุกคนต้องขึ้นเรือไป งานนั้นเราพาคน 15,000-20,000 คน ข้ามไปเทศกาลดนตรีที่เกาะเสม็ด

ช่วงต้นปีพอเราจัดงาน Samed in Love Music Festival สำเร็จ ปีเดียวกันนั้นเราก็มานั่งคุยกันว่า ยังมีที่อื่นอีกไหม ที่พวกเราจะท้าทายและลองสร้างคอนเทนต์ใหม่ ๆ ขึ้นมา ซึ่งในยุคนั้นก็จะมีสวนผึ้ง ที่ตรงโจทย์เรื่องรัศมีการเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 3 ชั่วโมง ดูแล้วน่าจะตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่จะมาเทศกาลนี้ได้

ตอนนั้นสวนผึ้งในยุคที่เพิ่งจะมีโซเชียลมีเดีย มี Facebook พวกคนหนุ่มสาวก็ชอบไปเที่ยวกันที่สวนผึ้ง ที่นี่เลยมีภาพบรรยากาศอำเภอน่ารัก ๆ ที่อยู่ติดชายแดน ใช้เวลาเดินทางไม่ไกลมากนัก รัศมีการเดินทางแค่ 180 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ มาถึงก็จะเจอแกะ มีที่พักอย่าง ซีนเนอร์รี่ รีสอร์ท วินเทจ ฟาร์ม ที่คนชอบไปให้อาหารแกะกัน มีบ้านหอมเทียน กลิ่นความโรแมนติกอบอวลมากเลยตอนนั้น เราเลยลองไปเที่ยวว่าสวนผึ้งจะเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า พอได้สัมผัสสวนผึ้งเลยรู้ว่าเป็นอำเภอเงียบ ๆ ที่น่ารักมาก คนยังไม่เยอะนัก เลยตัดสินใจกันว่าเราน่าจะสร้างคอนเทนต์ขึ้นมาหนึ่งคอนเทนต์ เป็นเทศกาลดนตรีที่สวนผึ้งตามความถนัดของเรา เป็นที่มาของเทศกาลดนตรี Season of Love Song Music Festival ครั้งที่ 1

The People: บรรยากาศครั้งแรกที่ยังคงประทับใจ?
ญาณกร: ความประทับใจในการจัด Season of Love Song Music Festival ครั้งแรก เรื่องแรกคือ เราไปเปิดพื้นที่ที่ไม่เคยมีเทศกาลดนตรีเกิดขึ้นเลย โจทย์ของเราคือ อยากให้มีคนมาเทศกาลที่สวนผึ้งประมาณ 15,000 คน แล้วจะทำอย่างไร เราพยายามขับรถวนหาสถานที่หลายแห่งมาก จนไปเจอสถานที่หนึ่งซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังไม่ถูกพัฒนา เราไปยืนคุยกันตั้งแต่วันแรกที่จะเริ่มทำ ตั้งแต่ปรับพื้นที่ ฝุ่นตลบ เราเข้าไปวางระบบ ทำการตลาดใหม่ ๆ ไปพูดคุยสื่อสารกับคนในสวนผึ้งเพื่อให้เข้าใจถึงสิ่งที่เรากำลังจะมาทำ อันนี้เป็นอีกหนึ่งความท้าทาย ซึ่งหลังจากได้เข้าไปคุย เราก็ได้รับความร่วมมือที่ดีมากจากผู้ประกอบการในสวนผึ้ง ผมว่าปัจจุบันยังเป็นผู้ประกอบการหลัก ๆ อย่างเช่น พี่เอ๋ บ้านหอมเทียน เองก็เข้ามาช่วยเติมเต็ม แชร์ความคิด ผู้ประกอบการอีกหลาย ๆ รายก็เข้ามามีส่วนร่วม ทางท้องถิ่นเองก็ยื่นมือเข้ามา ปัจจุบันพอพูดถึงเทศกาลดนตรี Season of Love Song Music Festival มันกลายเป็นงานประจำปีของสวนผึ้ง เป็นงานใหญ่ของจังหวัดราชบุรีไปแล้ว ทุกคนอยากจะมางานนี้

หรืออย่างเรื่องประทับใจที่ตอนนี้ไม่มีแล้วคือการลอยโคม เราลอยโคมมาตั้งแต่ครั้งแรกที่จัด จนถึงปีที่ 4 ภาครัฐขอความร่วมมือมาว่า ไม่อยากให้ลอยโคม เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ เราก็ตัดการลอยโคมซึ่งเป็นไฮไลท์หนึ่งของเทศกาลนี้ออกไป แต่ภาพความสวยงามของโคมเป็นพัน ๆ ดวงบนท้องฟ้าสวนผึ้งก็ยังคงเป็นสิ่งที่เราประทับใจอยู่

อีกเรื่องที่ประทับใจที่เราพูดถึงเสมอ คือเรื่องขาประจำที่มางานนี้คู่หนึ่ง เริ่มแรกเลยก่อนที่จะถึงวันจัดงานมีจดหมายฉบับหนึ่งส่งมาที่บริษัท มาปรึกษาเราว่าเขาอยากจะขอผู้หญิงคนหนึ่งแต่งงานในงาน Season of Love Song Music Festival จะทำอย่างไรดี เราเลยชวนเขามาคุย พอได้คุยแล้วรู้สึกได้ว่ามันมากกว่าแค่คนที่อยากมาเทศกาลที่เรากำลังจะจัด เราสัมผัสได้ถึงแรงผลักดันของเขาที่อยากจะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ สัมผัสถึงความจริงใจที่เขามีให้กับผู้หญิงคนนี้อย่างมาก เราก็เลยช่วยสร้างบรรยากาศ สร้างซีนขึ้นมาบนเวที จำได้เลยว่าตอนนั้นน่าจะเทศกาลดนตรีกลางแจ้งแรกเลยที่มีคนขอแต่งงานกันกลางคอนเสิร์ต สื่อหลายสื่อก็ลงข่าวนี้ ปัจจุบันคู่รักคู่นี้ก็ได้แต่งงานกันในที่สุด ในงานแต่งงานเขายังเชิญคนในบริษัทไปร่วมงาน ผมก็ได้ไปด้วย ภาพวันที่เขาขอแต่งงานก็อยู่ในฉากงานแต่งงานด้วย แล้วเขาก็ยังมางาน Season of Love Song Music Festival ทุกปี แต่ว่าปีล่าสุดเขาไม่ได้มา เพราะว่ากำลังจะมีลูก แต่จริง ๆ ไม่ได้มาแค่งานนี้ แต่เขามาแทบทุกงานที่เราจัด

เราเชื่อว่ามีคนที่มีช่วงเวลาดี ๆ แบบนี้กับงาน Season of Love Song Music Festival อยู่เป็นจำนวนมาก บางเรื่องเราลองถามเข้าไปใน Facebook ว่ายังจำช่วงเวลาดี ๆ แบบนั้นแบบนี้ได้ไหม หลายครั้งที่เราทึ่งเพราะคนที่มางานยังคงจำบางเรื่องได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่พวกเราเองยังจำไม่ได้ นั่นคือความรู้สึกที่เรามีกับคนมาเทศกาลนี้ บางคนขับรถมาที่บริษัทเพื่อเอาขนมมาให้แอดมินเพจที่โต้ตอบในเพจ Season of Love Song Music Festival ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้ากัน เพราะว่าการจัดงานนี้ไม่ใช่แค่ผู้จัดงานกับผู้มาดูงาน มันเป็นหลาย ๆ เรื่องที่เราอยู่ร่วมกันมาตลอดสิบปี แล้วเป็นความประทับใจที่เรามีร่วมกันมามากกว่า

The People: การเปลี่ยนแปลงจากวันนั้นจนถึงวันนี้มีอะไรบ้าง
ญาณกร: ผมว่าเทศกาลดนตรีมีสิ่งที่หอมหวาน เชื้อเชิญให้หลาย ๆ คน อยากกระโดดเข้ามาทำเทศกาลดนตรี แต่ถ้าลองนับดูในปัจจุบันจะเหลือผู้จัดหลัก ๆ เพียงไม่กี่ราย โดยเทศกาลดนตรี Season of Love Song Music Festival เป็นหนึ่งในเทศกาลดนตรีที่ยังคงจัดต่อเนื่องยาวมาถึงสิบปี ซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่ไม่เยอะนัก

เคล็ดลับที่ทำให้เราจัดมาได้ยาวนาน ส่วนตัวผมมองว่าเพราะคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนของเทศกาลนี้ พอหลับตาจะเห็นภาพว่าผู้คนที่มางาน Season of Love Song Music Festival จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร คือคนที่เป็นวัยรุ่น กลุ่มเพิ่งเริ่มทำงานที่อยากมีช่วงเวลาดี ๆ กับเพื่อน หรืออยากมีช่วงเวลาดี ๆ กับคนรัก แม้ว่ากุญแจสำคัญของงานจะเป็นเทศกาลดนตรีเริ่มต้นฤดูหนาว เพราะเดือนธันวาคมจะมีหลายคอนเทนต์มาก แต่ Season of Love Song Music Festival อยู่ในช่วงก่อนจะเข้าสู่เดือนธันวาคมที่เป็นหยุดยาว มันยังเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว ดังนั้นบรรยากาศของสวนผึ้งที่มีธรรมชาติมากมาย โอบล้อมด้วยขุนเขา อากาศจะดีมากเลย เราเลยวางคาแรคเตอร์ไว้แบบนั้น บวกด้วยพอคนนึกถึงสวนผึ้งก็จะนึกถึงความโรแมนติก เลยมีคาแรคเตอร์ที่ค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นเทศกาลดนตรีแห่งความรักในสายลมหนาว ทำให้คนที่มางานทราบชัดเจนว่า ถ้ามางานนี้จะได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบไหน

The People: เพลงในเทศกาลเป็นเพลงรักอย่างเดียวหรือเปล่า
ญาณกร: นิยามของเพลงรักค่อนข้างกว้าง เพราะทุกคนต่างก็มีความรักได้หมด ไม่ว่าจะเป็นความรักระหว่างหนุ่มสาว ความรักของเพื่อนฝูง ความรักของอะไรหลาย ๆ อย่าง ดังนั้นในความหมายของเพลงรักอาจจะเป็นเพลงร็อกที่พูดถึงความรัก เพลงป็อปที่พูดถึงความรัก เพลงอินดี้ที่พูดถึงความรักก็ได้เช่นเดียวกัน แต่ว่าคาแรคเตอร์ของการมีงาน Season of Love Song Music Festival เองจะเห็นว่าตัวศิลปินจะมีความกลมกลืนที่เวลาพูดถึงเพลงรักก็จะคิดถึงพวกเขา

ถ้ามองย้อนกลับไปตลอดสิบปีที่ผ่านมา คอนเซ็ปต์เพลงรักในงานเทศกาลดนตรี Season of Love Song Music Festival ในแต่ละปีจะมีความแตกต่างกันไป อย่างบางปีจะเน้นเพลงร็อกที่พูดถึงคาแรคเตอร์ของเพลงรัก เน้นพูดถึงศิลปะงานป็อปอาร์ทลงไป แต่ทุกอย่างก็ยังคงอยู่ในเส้นเรื่องของเพลงรักเช่นเดียวกัน

The People: ศิลปินที่มาร่วมงานในปีนี้มีใครบ้าง
ญาณกร: ที่ผ่านมาเรามีศิลปินในประเทศไทยที่ผ่านเวทีของ Season of Love Song Music Festival เป็นร้อยคนเหมือนกัน พอเข้าสู่ปีที่ 10 สิ่งแรกที่พวกเราทีมงานพยายามจะให้เกิดขึ้นก็คือมานั่งดูว่าใครที่นำเสนอความเป็น Season of Love Song Music Festival ได้บ้าง ศิลปินไหนที่มาหลาย ๆ ครั้ง อย่างวง Scrubb ที่ถือว่าเคยขึ้นเวทีนี้ไม่น่าจะต่ำกว่า 8 ครั้ง เราเลยมีช่วงเวลาดี ๆ กับวง Scrubb จึงขอให้ทางวงช่วยแต่งเพลงเป็นที่ระลึกครบรอบ 10 ปีให้กับ Season of Love Song Music Festival หรือวง Mild วง Tattoo Colour, ดา เอ็นโดรฟิน และศิลปินอีกมากมายก็เคยมาร่วมมอบความสุขให้ทุกคนด้วยเช่นกัน

ที่ผ่านมาเราพยายามให้สัดส่วนกับศิลปินหน้าใหม่ที่เริ่มเป็นที่รู้จักได้ขึ้นเวทีบ้าง แต่ปีนี้ที่พิเศษเลยคือเป็นปีแรกที่เราจัดเวทีเล็ก ให้ศิลปินที่เป็นวงค่อนข้างใหม่ แต่มีกลุ่มแฟนจำนวนมากที่ติดตามได้มาเล่นบนเวทีเล็ก เราก็คัดสรรวงเหล่านี้มาเพื่อทำให้คาแรคเตอร์ของปีนี้มีอะไรที่แตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมา

The People: ศิลปินต่างประเทศมีโอกาสมาเทศกาลนี้ไหม
ญาณกร: เราคิดเรื่องนี้อยู่เสมอ คำถามแรก เราคิดว่าเป็นไปได้ไหม แล้วต่อด้วยคำถามที่ว่า ถ้าเป็นไปได้แล้วศิลปินคนไหนที่เหมาะกับงานนี้ เคยคิดภาพถ้าเอาศิลปินปัจจุบันแล้วเป็นที่รู้จักมาในงานเราอย่างเช่น บรูโน มาร์ส, เจสัน มราซ มาได้ น่าจะเป็นปรากฏการณ์เลย เราก็อยากจะลองอยู่เหมือนกัน ใน Season of Love Song Music Festival ครั้งต่อ ๆ ไป อาจมีความเป็นไปได้ที่จะทำเรื่องนี้

ส่วนศิลปินไทยที่ยังไม่เคยมาร่วมเทศกาล Season of Love Song Music Festival แต่เราอยากทำงานด้วยก็อย่างเช่น Bodyslam เพราะเรามองว่าก่อน Bodyslam จะเป็นพี่ตูนอย่างในปัจจุบัน ก็มีเพลงรักที่น่ารัก ๆ ออกมามากมาย แล้วผมว่าเนื้อหาเพลงของ Bodyslam หลาย ๆ เพลงก็เป็นเพลงให้กำลังใจ ที่พูดถึงความรัก แต่เพราะอะไรหลาย ๆ อย่างเราเลยยังไม่ได้มาเจอกันสักที หวังว่าปีถัด ๆ ไปจะสามารถเชิญมาได้

The People: ความยากและความท้าทายที่ผ่านมา?
ญาณกร: ความท้าทายสำหรับเทศกาลดนตรีหนึ่งเทศกาล ในการผ่านจาก 1 ขวบจนสู่ปีที่ 10 ที่มีอายุมากขึ้นทุกปี คือพอมีอายุมากขึ้น คนที่ดูเราตั้งแต่ปีที่ 1 ก็มีอายุมากขึ้นตามไปด้วย หลาย ๆ คนมีครอบครัว หลายคนเริ่มไม่สะดวกที่จะมางานเทศกาลดนตรีแล้ว

ความท้าทายคือจะทำอย่างไรให้ Season of Love Song Music Festival ยังคงความเป็นหนุ่มสาวอยู่เสมอ แล้วทำให้คนรุ่นใหม่ที่โตขึ้นแล้วอยากจะมีช่วงเวลาดี ๆ กับเทศกาลดนตรีท่ามกลางบรรยากาศที่ให้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากการไปชมคอนเสิร์ตในฮอลล์ติดแอร์อยากที่จะออกมาตรงนี้บ้าง เพราะรุ่นที่มาในสมัยนั้นเป็นคนเจนเอ็กซ์ ตอนนี้กำลังเข้าสู่เจนวาย เจนซี ก็เป็นโจทย์ที่เราต้องคิด เพื่อให้คนกลุ่มนี้อยากมางาน Season of Love Song Music Festival แล้วช่วยให้อายุของเทศกาลสามารถจัดได้ถึงปีที่ 20 ปีที่ 30 ซึ่งตอนนั้นอาจไม่ใช่เราที่เป็นคนจัดเทศกาลนี้แล้วก็ได้

The People: หัวใจของเทศกาลนี้คืออะไร
ญาณกร: การมางานเทศกาลดนตรี เราพูดอยู่เสมอว่ามันไม่มีความสะดวกสบายมากนัก ไม่มีห้องน้ำที่เหมือนอยู่ในห้างติดแอร์ ไหนต้องต่อแถวเข้าห้องน้ำอีก เวลากลางวันแดดก็ร้อน พอตกกลางคืนน้ำค้างลงก็หนาว แต่นั่นคือสิ่งที่หาไม่ได้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ เลยเป็นความพิเศษที่คุณได้มีโอกาสสัมผัสบรรยากาศแบบนั้น ดังนั้นลองคิดภาพว่าถ้าคุณลองชวนเพื่อน หรือคนที่คุณอยากให้ได้มาสัมผัสบรรยากาศช่วงเวลาแบบนี้ แล้วไปใช้เวลาอยู่ร่วมกัน 10 ชั่วโมงขึ้นไปในบรรยากาศที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมา มีศิลปินที่คุณชื่นชอบมาเล่นดนตรีให้ฟัง เราว่าใน 1 ปี ได้มีโอกาสไปอย่างน้อยสัก 1 ครั้ง มันก็เหมือนได้รีชาร์จพลังใหม่ ๆ ขึ้นมา แล้วก็ได้สัมผัสบรรยากาศมิตรภาพของคนที่อยู่ในเทศกาลคอนเสิร์ตเดียวกับคุณ มีหัวใจเดียวกันที่อยากได้บรรยากาศแบบนั้นเหมือนกัน

เทศกาลดนตรี Season of Love Song Music Festival ปีนี้เข้าสู่ปีที่ 10 แล้ว ทีมงานตั้งใจมากในการสร้างทุกอย่างขึ้นมา เราเตรียมงานมาเป็นปีเพื่อให้ทุกคนมาสัมผัสงานเพียง 10 ชั่วโมงเท่านั้นเอง เราใส่ความตั้งใจลงไปเพื่อให้ได้ทุกอย่างที่ตรงกับสิ่งที่เราต้องการจะสื่อให้มากที่สุด อยากให้ลองมาสัมผัสบรรยากาศเทศกาลดนตรีนี้ ยิ่งใครยังไม่เคยได้มาจังหวัดราชบุรี ไม่เคยมาเที่ยวสวนผึ้ง หรือชื่นชอบศิลปินที่อยู่ในรายชื่อของ Season of Love Song Music Festival อยากให้ลองมา จะได้บรรยากาศที่รับประกันว่าจะได้ความประทับใจกลับไปแน่นอน ซึ่งปีหนึ่งมีแค่ครั้งเดียวมันไม่ได้หาได้ง่าย ๆ

The People: ความสุขของคุณในการจัดเทศกาลดนตรีคืออะไร
ญาณกร: ความสุขของการทำงานคอนเสิร์ตอย่างเทศกาลดนตรี Season of Love Song Music Festival เราไม่ได้บอกว่าเราเป็น music festival แล้วนะ เรากำลังบอกว่าเรากำลังสร้าง happiness festival ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่เราเริ่มลงรายละเอียด แล้วตอนนี้เราคุยไกลไปถึงปีหน้าแล้วว่า happiness festival ในมุมของเราในงานเทศกาลดนตรีนี้ มันจะทำให้หัวใจเราพองโตแล้วขยายใหญ่ยิ่งขึ้นได้อย่างไร

เทศกาลดนตรี Season of Love Song Music Festival เป็นเทศกาลแห่งความสุขและความรัก ที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในวันวาเลนไทน์ และไม่จำกัดอยู่แค่ในหนุ่มสาว แต่ว่าผู้คนที่อยู่ในงานวันนั้นรักในสิ่งเดียวกัน บรรยากาศทุกอย่างมันอบอวลไปด้วยความสุข และก็มีห้วงเวลาของความรักอยู่เสมอ สำหรับผมแล้ว Season of Love Song Music Festival เป็นมากกว่าเทศกาล มันเป็นวิถีชีวิตมากกว่า


นักเขียนที่ชอบนั่งนิ่งเงียบแอบมองโลกและผู้คนที่ผ่านไป แล้วแปลงให้กลายเป็นเรื่องราวบนโลกดิจิทัล

Photographer

ช่างภาพนิ่งและเคลื่อนไหว

Related

สำรวจรักอันบริสุทธิ์ของมนุษย์ นนท์-โอม สองนักแสดงจาก “ดิว ไปด้วยกันนะ” 

สัมภาษณ์ ไผท ผดุงถิ่น: เทคสตาร์ทอัพสายก่อสร้าง เทรนด์ของโลกและการเลี้ยงลูก

สัมภาษณ์ ภูมิ วิภูริศ กับกีตาร์ตัวแรกที่เปลี่ยนชีวิต และชีวิตใหม่จากดนตรี

สัมภาษณ์ จันจิรา สมบัติพูนศิริ: การเมือง ความเป็นไทย อยู่ตรงไหนบนแผนที่โลก

สัมภาษณ์ ชานน สันตินธรกุล “ความฝันของผมอยู่ที่ฮอลลีวูด”

‘เนวิน ชิดชอบ’ คนพันธุ์บุรีรัมย์ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เปลี่ยนตัวเองจากอดีตนักการเมืองที่ถูกยี้ สู่นักพัฒนาเมืองที่ถูกรัก

สัมภาษณ์ วรทิตย์ เครือวาณิชกิจ และ ไผทวัฒน์ จ่างตระกูล ผู้จัดงาน Hotel Art Fair ที่จับงานศิลปะมารวมอยู่ในห้องโรงแรม

มาโนช พุฒตาล: นักเล่าเรื่องผู้ใช้บทเพลงค้นหาชีวิตผ่านการไหลของ “ลำธาร”