Post on 30/01/2020

เซบาสเทียว ซาลกาโด:ช่างภาพระดับโลกผู้ใช้เวลา 20 ปีปลูกป่าที่บราซิล 2 ล้านต้น

ในแต่ละปี ป่าไม้ถูกทำลายพื้นที่เท่ากับประเทศประเทศหนึ่ง ซึ่งนับว่าไม่น้อยทีเดียว แต่ก็ยังมีคนที่ทำให้เห็นว่า เราสามารถฟื้นฟูพื้นที่ป่าได้ ด้วยการปลูกต้นไม้จำนวนนับล้านต้นได้ในเวลา 20 ปี!

เขาคือช่างภาพระดับโลกสัญชาติบราซิล ที่มีชื่อว่า เซบาสเทียว ซาลกาโด(Sebastião Salgado)

กรณีไฟป่าออสเตรเลียที่เกิดขึ้นใน ค.ศ. 2019 ต่อเนื่องมาถึงช่วงต้นปี 2020 หากนับพื้นที่ป่าที่ถูกเผาไหม้ 186,000 ตารางกิโลเมตร จะกินพื้นที่เสียหายมากกว่าพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งภาคของไทย (168,854 ตารางกิโลเมตร) เสียอีก

ข้อมูลจาก องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า ตั้งแต่ปี 1990-2019 พื้นที่ป่าจำนวน 1.29 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งมีขนาดเกือบเท่าประเทศแอฟริกาใต้ (1.22 ล้านตารางกิโลเมตร) ถูกทำลายจากการตัดไม้ทำลายป่ามาตั้งแต่ปี 1990 ซึ่งหากคำนวณคร่าว ๆ ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา แต่ละปีจะมีพื้นที่ป่าถูกทำลายขนาดเท่า ๆ ประเทศปานามา (75,417 ตารางกิโลเมตร) เลยทีเดียว

ขณะที่นโยบายหลักของแต่ละประเทศเน้นไปที่การเติบโตทางเศรษฐกิจ เน้นการผลิต อันเป็นที่มาหนึ่งของการทำลายป่า หากความหวังไม่ได้อยู่ที่แนวทางด้านสิ่งแวดล้อมของรัฐบาลในแต่ละประเทศ คำถามคือ คนธรรมดาคนหนึ่งสามารถทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทางสังคม เป็นแรงบันดาลใจทำให้เราอยากจะอนุรักษ์และพัฒนาผืนป่าได้ไหม?

คำตอบของ เซบาสเทียว ซาลกาโด และภรรยาของเขา-ไลเลีย วานิค ซาลกาโด(Lélia Wanick Salgado) คงจะตอบเหมือนกันว่า…ทำได้สิ

ความคิดในการดูแลผืนป่าของสองสามีภรรยา ต้องย้อนไปไกลถึงชีวิตของเซบาสเทียว ตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ที่โตอยู่ในป่าของประเทศบราซิล

 

ช่างภาพผู้เป็นนักเคลื่อนไหวสังคม

เซบาสเทียว เกิดในปี 1944 ที่ไอมอเรส (Aimorés) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของบราซิล บ้านของเขาเป็นท้องไร่ท้องนาที่ล้อมรอบไปด้วยป่าดงดิบ เซบาสเทียวเติบโตมากับการเลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชผัก และรับประทานอาหารจากผลผลิตที่ครอบครัวเขาผลิตเอง จนเมื่อเป็นวัยรุ่น เซบาสเทียวได้ออกสู่โลกภายนอกครั้งแรกด้วยการไปเรียนระดับมัธยมศึกษา แล้วมาเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ต่อที่มหาวิทยาลัยในเมือง

ก่อนที่จะกลายเป็นช่างภาพที่มีชื่อเสียง ในช่วงเวลานั้น ชีวิตของชายหนุ่มไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการถ่ายภาพเลย แต่เป็นช่วงที่อุดมการณ์ทางการเมืองในแบบ “ซ้าย” ของเขากำลังคุกรุ่น ในยุคที่ประเทศบราซิลยังปกครองด้วยรัฐบาลเผด็จการ

เซบาสเทียวมีทางเลือกสองทาง นั่นก็คือ เข้าร่วมกับกองกำลังติดอาวุธ หรือหนีไปจากประเทศนี้เสีย โชคดีที่เด็กหนุ่มเลือกทางเดินอย่างหลัง เราจึงได้เห็นเขาเป็นช่างภาพในเวลาต่อมา

ในเวลานั้นเอง เซบาสเทียวและไลเลีย เลือกที่จะเดินทางมาที่เมืองอันแสนจะรุ่มรวยทางวัฒนธรรมอย่างกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส แต่เขาก็ยังไม่ได้เลือกที่จะเดินทางในสายช่างภาพ เซบาสเทียวเลือกเรียนปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์จนจบ แล้วเริ่มออกเดินทางไปทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจในหลายพื้นที่บนโลก โดยเฉพาะที่ทวีปแอฟริกา 

เซบาสเทียวและไลเลีย ภรรยา

 

การเดินทางบ่อยครั้งนั่นเอง ทำให้เซบาสเทียวมีโอกาสได้ใช้กล้องบันทึกภาพผู้คนและสังคมที่เขาพานพบ นั่นเองทำให้เขาเริ่มจุดประกายในใจว่า จริง ๆ ชีวิตของเขาอาจจะเหมาะกับการเป็นช่างภาพมากกว่า

เซบาสเทียวเลือกไม่ผิด สิ่งที่ค่อย ๆ สะสมเป็นตัวเขาเอง ทำให้เขากลายเป็นช่างภาพที่มี “ลายเซ็น” เฉพาะตัว 

เซบาสเทียวเคยพูดบนเวที Ted Talk เมื่อปี 2013 ว่า มีคนมองว่าเขาเป็นช่างภาพเชิงข่าว เขาเป็นช่างภาพที่เป็นนักเคลื่อนไหวสังคม บางคนก็ว่าเขาเป็นช่างภาพที่มีความเป็นนักมานุษยวิทยา แต่เขาบอกว่า เขาเป็นช่างภาพที่มีมากกว่านั้น ซึ่งหากพิจารณางานของเซบาสเทียวแล้ว เราจะเห็นความมีเสน่ห์ มีมนต์ขลัง ทรงพลัง และไร้กาลเวลา อย่างเช่น ภาพคนจำนวนหลายร้อยคนทำงานในเหมืองแร่ทองคำที่ Serra Pelada ที่บราซิล ที่อารมณ์ของภาพถูกชวนให้ตีความอย่างหลากหลาย ทั้งชวนให้นึกถึงภาพของอารยธรรมโบราณ ไปไกลจนถึงการจินตนาการว่าเป็นภาพนรก แม้ว่าภาพนี้จะถูกถ่ายมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980s หรือเมื่อ 30 ปีที่แล้วก็ตาม (งานชุดนี้เคยจัดแสดงที่ประเทศไทยเมื่อปี 2017 จัดโดยสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์)

ภาพถ่ายอีกชุดหนึ่งที่กระทบความรู้สึกของผู้ชมและตัวเซบาสเทียวเอง ก็คือ ภาพที่เขาถ่ายบันทึกเหตุการณ์ที่ผู้คนอพยพหนีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่รวันดาในปี 1994 ซึ่งทำให้มีคนตายร่วมล้านคน

การทำงานที่รวันดาในครั้งนั้น คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เซบาสเทียวอยากกลับบราซิลบ้านเกิด เพื่อปลูกป่า

 

พาจิตวิญญาณกลับบ้านมาปลูกป่า

งานถ่ายภาพที่เจาะลึกถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ทำให้เขาเหนื่อยกับการเห็นคนตาย เห็นความสูญเสียจำนวนมากมาย ความรู้สึกนี้กระทบต่อจิตใจของเขาแล้วลามมาสู่ร่างกาย เหมือนกับว่าเขาป่วยไข้ แต่หาสาเหตุไม่พบ เพราะมันเกิดจากหัวใจที่อ่อนล้าของเขาเอง

หลังเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่รวันดา จากที่เดินทางรอบโลก เซบาสเทียวขอหยุดพัก แล้วเดินทางไปค้นหาคำตอบบางอย่างที่บ้านเกิดของเขาเอง…

สิ่งที่เขาเห็นที่บ้านเกิดในบราซิล ช่างต่างจากอดีตที่เขาเติบโตมา ขณะที่ประเทศบราซิลพัฒนาจนถึงขีดสุด แต่ป่าไม้ในประเทศถูกทำลายไปจำนวนมากมาย บ้านเกิดของเซบาสเทียวก็เช่นเดียวกัน อดีตเต็มไปด้วยป่าดงดิบ ปัจจุบันเหลือแต่เขาหัวโล้น

แต่ท่ามกลางความสิ้นหวังในการฟื้นฟูพื้นที่ป่า เขากับไลเลียกลับมีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่าจะสามารถฟื้นฟูป่านี้ให้กลับมาสมบูรณ์อย่างที่เคยเป็นได้

“แผ่นดินนี้กำลังป่วยเหมือนที่ผมเคยเป็น ทุกสิ่งทุกอย่างถูกทำลาย” เซบาสเทียวให้สัมภาษณ์กับ The Guardian เมื่อปี 2015 “มีเพียงแค่ 0.5% ของแผ่นดินเท่านั้นที่มีต้นไม้ปกคลุม ดังนั้นภรรยาของผมจึงมีความคิดอันเหลือเชื่อในการปลูกป่าขึ้นมาใหม่ และเมื่อพวกเราลงมือปลูกป่ากัน แมลง นก และปลาทั้งหมดก็กลับคืนมาขอบคุณที่ต้นไม้ในที่ที่ผมเกิดมามันเพิ่มขึ้น นี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด”

ในปี 1998 เซบาสเทียวและไลเลียก่อตั้งองค์กร Instituto Terra ขึ้น องค์กรนี้ปลูกต้นกล้านับล้านต้นเพื่อไปปลูก และนำผืนป่ากลับคืนมาจากความตาย 

ผ่านไป 20 กว่าปี องค์กรของเขาปลูกต้นไม้ไปร่วม 2 ล้านต้น สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็คือ สัตว์ป่ากลับคืนสู่ป่า เราได้ยินเสียงนกร้องทั่วป่า มีการสำรวจป่า พบว่าทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนมา พบนก 172 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 33 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 15 ชนิด สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 15 ชนิด และต้นไม้ 293 ชนิด ระบบนิเวศเริ่มกลับคืนมาเรื่อย ๆ

จากเขาหัวโล้น สู่พื้นที่ป่าที่สมบูรณ์ใน 20 ปี โครงการนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนจำนวนมาก เป็นตัวอย่างเชิงรูปธรรมที่แสดงให้เห็นว่า ทัศนคติที่ถูกต้องทำให้สภาพแวดล้อมที่ดีกลับคืนมาอย่างรวดเร็วได้อย่างไร

วันนี้ เซบาสเทียว ซาลกาโด อายุ 75 ปี และ ไลเลีย วานิค ซาลกาโด อายุ 72 ปี แน่นอนว่า นอกจากที่เขาจะรักษาจิตวิญญาณที่เข้มแข็งให้กลับคืนมาจากการปลูกป่าแล้ว

สิ่งดี ๆ ที่เขาทั้งสองทำให้กับโลกในรอบสองทศวรรษที่ผ่านมา สำหรับคนรุ่นหลัง คงไม่มีอะไรเกินเลยหากจะกล่าวคำว่า “ขอบคุณ” ให้กับคุณปู่คุณย่าทั้งสองท่านนี้

.

ที่มา

https://www.boredpanda.com/brazilian-couple-recreated-forest-sebastiao-leila-salgado-reforestation/?utm_source=google&utm_medium=organic&utm_campaign=organic

https://metro.co.uk/2019/05/04/couple-create-new-rainforest-by-planting-2000000-trees-over-20-years-9412376/

https://www.youtube.com/watch?v=qH4GAXXH29s

https://www.kfw.de/stories/society/people/photographer-sebastiao-salgado/

http://povmagazine.com/articles/view/the-pov-interview-sebastiaeo-salgado


บรรณาธิการ at The People

บรรณาธิการ The People ผู้สนใจเรื่องราวชีวิตของผู้คน สนใจหนังสือและภาพยนตร์แนวประวัติชีวิตบุคคล

Related

5 ปลัดอำเภอกับงานช่วยชาวบ้าน“การแก้ไขปัญหาที่แท้จริง ต้องเข้าใจต้นตอปัญหา”

สมพร ทองรักษ์: ความฝันที่ไม่ยอมแพ้ของชายผู้สอบปลัดอำเภอในวัย 58

ฟาง ฟาง: นักเขียนจีน ผู้เผยแพร่ ‘อู่ฮั่นไดอารี่’ ช่วงโควิด จนถูกหาว่าทรยศชาติ

“อเล็กซานดร้า สก็อตต์” สาวน้อย 4 ขวบ ที่ตั้งแผงขายน้ำมะนาวเพื่อหาเงินช่วยเพื่อนเป็นโรคมะเร็ง

ปีเตอร์ ทาบีชี ครูดีเด่นโลกที่ปฏิวัติการสอนจากพ่อแม่เด็ก

อนันต์ธรณ์ วินิจเถาปฐม ผู้ดูแลสัตว์จรจัดเกือบ 2,000 ชีวิต แห่ง “บ้านนางฟ้าของสัตว์จร”

วิลล์ ไรต์ บ้านไฟไหม้เลยได้ไอเดียออกแบบ The Sims เกมจำลองชีวิตขวัญใจคนทั่วโลก

ประวิทย์ สะสีสังข์ วินมอเตอร์ไซค์บำราศนราดูร “ไม่กลัวโรค แต่กลัวอดตาย”