Post on 01/11/2021

เซเวอร์รัส สเนป: ชายผู้มีมวลความรัก ‘ตลอดกาล’ อยู่เหนือความเกลียดชัง

***บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาในหนังสือและภาพยนตร์ ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์’

“มองฉัน”

คำพูดสุดท้ายของเซเวอร์รัส สเนป ปรากฏในหนังสือเครื่องรางยมทูตที่พูดกับแฮร์รี่ในเพิงโหยหวน (สถานที่ที่รีมัส ลูปิน เคยใช้กักตัวตอนกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าในสมัยที่เขายังเรียนอยู่ที่ฮอกวอตส์ เพิงแห่งนี้เชื่อมกับฮอกวอตส์ด้วยทางลับใต้ต้นวิลโล่จอมหวด) ก่อนที่เขาจะสิ้นใจ ทิ้งรอยทางความสงสัยให้เหล่าบรรดานักอ่านทั่วโลกว่าประโยคนี้หมายความว่าอย่างไรกันแน่

สำหรับในภาพยนตร์ภาค เครื่องรางยมทูต 7.2  ได้มีการเพิ่มประโยคสุดท้ายเพื่อขยายความประโยคดังกล่าว ในการเผยร่องรอยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสเนปกับลิลี่ พอตเตอร์ แม่ของแฮร์รี่ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า

“เธอมีดวงตาเหมือนแม่เธอ”

นี่คือเรื่องราวของเขา…เซเวอร์รัส สเนป ชายผู้กุมความลับของอดีตที่หวานปนขมของตัวเองไว้จวบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

ศาสตราจารย์เซเวอร์รัส สเนป อาจารย์ประจำวิชาปรุงยา อาจารย์ที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ ‘ชอบน้อยที่สุด’ ในฮอกวอตส์ (หากไม่นับอัมบริดจ์) เขาปรากฏตัวครั้งแรกในหนังสือและภาพยนตร์ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ ในฉากงานเลี้ยงต้อนรับเปิดเทอม สเนปมีผมสีดำเป็นมันเยิ้ม จมูกงุ้มเป็นตะขอ และมีผิวซีดเซียวเหมือนคนเจ็บ และยังเป็นอาจารย์ประจำบ้านสลิธีริน เขาเป็นตัวละครที่นับได้ว่าซับซ้อนที่สุดตัวหนึ่งในโลกเวทมนตร์ การกระทำของเขาทุกอย่างดูมีเงื่อนงำและชวนให้เกิดคำถามว่า ‘เป็นคนยังไงกันแน่’ หรือ ‘อยู่ฝ่ายไหนจริง ๆ กันแน่นะ’ ตลอดทั้ง 7 เล่มของแฮร์รี่ พอตเตอร์

อาจารย์วิชาปรุงยา

ตั้งแต่ครั้งแรกที่สเนปกับแฮร์รี่พบกันในวิชาปรุงยา สเนปมักหาเรื่องกลั่นแกล้งแฮร์รี่อย่างไร้เหตุผลอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการหักคะแนน พูดจาประชดประชัน จนแฮร์รี่รู้สึกได้ว่าสเนปไม่ใช่แค่ไม่ชอบเขา แต่เกลียดเขาเลย “จุ๊ ๆ–เห็นได้ชัดว่า ชื่อเสียงไม่ใช่ทุกอย่าง” สเนปกล่าวเยาะหยันเมื่อแฮร์รี่ไม่สามารถตอบคำถามเรื่องส่วนผสมของยาได้ พฤติกรรมอื่น ๆ ของสเนปก็ยิ่งส่งเสริมให้เห็นความร้ายกาจของเขามากขึ้นไปอีก เขามักเข้าข้างเด็กในบ้านสลิธีรินอย่างเห็นได้ชัด และข่มขู่นักเรียนที่ดูอ่อนแออย่างเนวิลล์ ลองบัตท่อม ในชั้นเรียนเสมอ กระทั่งเพื่อนร่วมงานที่ดูอ่อนแอกว่าอย่างศาสตราจารย์ควีเรลล์ก็ไม่เว้น ดังนั้น ในสายตาของแฮร์รี่ (และนักอ่าน) สเนปจึงกลายผู้ต้องสงสัยในการขโมยศิลาอาถรรพ์ไปโดยปริยาย

เกลียดชังหรือปกป้อง(?)

ในเล่มศิลาอาถรรพ์ เมื่อแฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์เดินทางมาถึงจุดคลี่คลาย กลายเป็นว่าสเนปคอยปกป้องแฮร์รี่จากอันตรายอยู่เสมอ กระทั่งเป็นคนช่วยชีวิตแฮร์รี่ไว้จากไม้กวาดที่ถูกสาปให้สะบัดแฮร์รี่ร่วงในการแข่งขันควิชดิชนัดแรกกับบ้านสลิธีริน และในการแข่งขันครั้งต่อมา เขาขอรับหน้าที่กรรมการควิชดิช เพื่อคอยจับตาดูแฮร์รี่ไว้ และในเล่มภาคีนกฟีนิกซ์ เมื่อสเนปได้รับคำเตือนเป็นรหัสลับจากแฮร์รี่ที่เข้าใจว่าโวลเดอมอร์จับตัวซีเรียสไปขังไว้ที่กองปริศนา แม้จะพูดจาถากถางและทำท่าไม่ยี่หระ แต่เขาก็ติดต่อสมาชิกภาคีนกฟีนิกซ์เพื่อให้ไปช่วยแฮร์รี่ในกระทรวงเวทมนตร์ได้ทันเวลา และในเล่มเจ้าชายเลือดผสม เมื่อสเนปฆ่าดัมเบิ้ลดอร์แล้วกำลังหนีไป แฮร์รี่ได้พยายามร่ายคำสาปเพื่อจับเขา แต่สเนปไม่สู้กลับเลยแม้แต่น้อย เขาทำเพียงปัดป้องคาถาที่แฮร์รี่เสกใส่เขาเท่านั้น จากเรื่องราวเหล่านี้ เห็นได้ชัดว่า แม้จะเกลียดชังแฮร์รี่เพียงใด แต่ในอีกด้านหนึ่ง เขาก็คอยปกป้องแฮร์รี่ด้วยเช่นกัน

ความเกลียดชังนี้มีที่มา

“คือ เขาสองคนไม่ถูกกัน ก็ไม่ต่างจากเธอกับมิสเตอร์มัลฟอยหรอกนะ และพ่อของเธอได้ทำสิ่งหนึ่งที่สเนปไม่มีวันให้อภัยได้…เขาช่วยชีวิตสเนปไว้”  

จากคำบอกเล่าของศาสตราจารย์ดัมเบิ้ลดอร์ในตอนจบของศิลาอาถรรพ์ แฮร์รี่รู้เพียงว่าพ่อของเขากับสเนปเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นที่เกลียดขี้หน้ากันมากที่ฮอกวอตส์ เจมส์ พอตเตอร์ พ่อของแฮร์รี่เคยช่วยชีวิตสเนปไว้ ในตอนแรกความรู้สึกของสเนปดูจะเป็นแค่การติดหนี้ แต่เรื่องราวระหว่างเจมส์ พอตเตอร์กับสเนปก็ได้รับการเปิดเผยออกมามากขึ้นในเล่มนักโทษแห่งอัซคาบันว่า ในสมัยที่สเนปและเจมส์ พอตเตอร์ พ่อของแฮร์รี่ยังเรียนหนังสือด้วยกันที่ฮอกวอตส์ แก๊งตัวกวนซึ่งประกอบไปด้วยเจมส์ พอตเตอร์, ซีเรียส แบล็ก, รีมัส ลูปิน และ ปีเตอร์ เพ็ดดิกรูว์ กับสเนปนั้นเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาก่อน

ศาสตราจารย์ลูปิน อาจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดของแฮร์รี่ในปีนั้น เล่าเรื่องนี้ให้แฮร์รี่ฟังในเพิงโหยหวน ลูปินเป็นมนุษย์หมาป่า สภาวะที่เป็นที่รังเกียจของสังคมพ่อมดแม่มด การเป็นมนุษย์หมาป่าเหมือนกับโรคติดต่อร้ายแรง หากถูกมนุษย์หมาป่ากัด ผู้ที่ถูกกัดจะต้องกลายเป็นมนุษย์หมาป่า และมีโอกาสเสียชีวิตจากการถูกมนุษย์หมาป่าทำร้ายได้ เพราะเมื่อกลายร่างแล้ว มนุษย์หมาป่าจะไม่มีสติ ลูปินมีความจำเป็นต้องหลบผู้คนเพื่อไปแปลงร่าง แต่เขาได้เพื่อนสนิทของเขาอีกสามคนมาอยู่เป็นเพื่อนเขาด้วยการแปลงร่างเป็นสัตว์ 

ในตอนนั้น ซีเรียส แบล็กเกือบทำให้สเนปตายด้วยการบอกวิธีที่จะตามลูปินไปตอนแปลงร่าง จากปฏิกิริยาของซีเรียส เขาแสดงออกถึงความชิงชังสเนปอย่างเห็นได้ชัด 

“สมน้ำหน้ามัน…เที่ยวได้สอดรู้สอดเห็น อยากรู้นักว่าเราแอบทำอะไรกัน…หวังจะให้พวกเราถูกไล่ออก” 

ในเล่มภาคีนกฟีนิกซ์ เมื่อแฮร์รี่ได้เข้าไปในความทรงจำของสเนป เขาพบว่า แก๊งตัวกวนเคยกลั่นแกล้งสเนปให้อับอายมาก่อน ส่งผลให้สเนปเอาความเกลียดชังที่มีต่อเจมส์ พอตเตอร์ พ่อของแฮร์รี่มาลงที่แฮร์รี่ ผู้ที่มีใบหน้าและลักษณะท่าทางเหมือนพ่อของเขาไม่ผิดเพี้ยน สเนปมักย้ำอยู่บ่อย ๆ ทุกครั้งที่ต้องการถากถางแฮร์รี่ว่า แฮร์รี่นั้นเหมือนพ่อของเขาเหลือเกิน 

“เธอนี่ช่างเหมือนพ่อเสียเหลือเกินนะ พอตเตอร์…พ่อเธอก็เย่อหยิ่งอย่างวายร้ายเหมือนกัน แค่ความสามารถพิเศษเล็ก ๆ น้อย ๆ ในสนามควิชดิชก็ทำให้เขานึกว่าตัวเองเหนือกว่าพวกเราคนอื่น ๆ เที่ยวได้ทำกร่างไปทั่วกับพรรคพวกและคนที่หลงใหลได้ปลื้ม….ทำไมถึงได้เหมือนกันอย่างนี้ 

“–ไม่เห็นจะมีอะไรดี หยิ่งจองหองเหมือนพ่อ จงใจแหกกฎ ชอบมีชื่อเสียง เรียกร้องความสนใจ และทะลึ่งเป็นที่สุด”  

ทว่า อะไรที่ทำให้สเนปตัดสินใจปกป้องแฮร์รี่ พอตเตอร์ จนยอมแลกด้วยชีวิต

ในท้ายเล่มของเครื่องรางยมทูต หลังจากสเนปเสียชีวิต แฮร์รี่ได้ใช้เพนซิฟที่สเนปให้เพื่อท่องไปในความทรงจำของเขา และ ณ ที่แห่งนั้น ความรู้สึกของสเนปที่มีต่อลิลี่ เอฟแวนส์ (พอตเตอร์) เจ้าของดวงตาสีเขียวคู่นั้น ได้เปิดเผยออกมา

แล้วจุดเริ่มต้น ที่ทำให้เรารู้จักที่มาของสเนป ก็อยู่ตรงนี้

เด็กชายเซเวอร์รัส สเนป เป็นเด็กผอมกะหร่องจากตรอกโรงงานปั่นด้ายริมแม่น้ำ ที่คอยแอบดูพี่สาวน้องสาวสองคน เพ็ตทูเนียและลิลี่ เอฟแวนส์ เล่นด้วยกัน และทุ่มเถียงกันอยู่ระยะหนึ่งในสนามเด็กเล่น ก่อนที่เขาจะเปิดเผยตัวออกมาให้ทั้งสองได้เห็น และบอกกับเด็กหญิงลิลี่ เอฟแวนส์ ผู้มีผมสีแดงและดวงตาสีเขียวสดใสว่าเธอเป็นแม่มด แม้การพบกันครั้งแรกจะไม่ประทับใจนักเพราะรูปลักษณ์ที่ดูมอมแมมกับการแต่งตัวด้วยชุดที่ไม่เข้ากันของสเนป เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นเด็กที่ถูกละเลย แถมเขายังพูดออกมาตรง ๆ ว่าลิลี่เป็นแม่มดอีก แต่ต่อมา มิตรภาพของพวกเขาก็ค่อย ๆ งอกงามขึ้นเมื่อสเนปบอกเล่าเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับโลกเวทมนตร์ให้ลิลี่ฟัง เขาพยายามทำให้เธอประทับใจอยู่เสมอด้วยเรื่องราวของโลกพ่อมดแม่มด หรือพยายามทำให้เธอร่าเริงขึ้นหลังจากทะเลาะกับพี่สาวและจากครอบครัวมาเรียนที่ฮอกวอตส์

ทางแยก

สเนปต้องผิดหวังเมื่อลิลี่ถูกคัดสรรไปอยู่ในบ้านกริฟฟินดอร์ ตัวเขาได้อยู่สลิธีริน และเริ่มมีกลุ่มเพื่อนใหม่ที่นั่น เช่น ลูเซียส มัลฟอย ที่อนาคตคือพ่อของเดโกร มัลฟอย ผู้เป็นพรีเฟ็ค (นักเรียนชั้นปีที่ 5) ทำหน้าที่เป็นหัวหน้านักเรียน ต่อมาเขาได้เข้าร่วมกับฝั่งลอร์ดโวลเดอมอร์, เอเวอรี่ และมัลซิเบอร์ ผู้ชื่นชอบการใช้ศาสตร์มืดและต่อมาก็กลายเป็นผู้เสพความตายเช่นกัน สเนปยังคงพยายามรักษามิตรภาพระหว่างเขากับลิลี่เอาไว้ แต่เหตุการณ์ดูจะไม่เป็นเช่นนั้น

“คิดว่าเราเป็นเพื่อนกันเสียอีก” สเนปพูด “เพื่อนสนิทไม่ใช่หรือ”

“ใช่ เราเป็น เซฟ (ชื่อเล่นของเซเวอร์รัส สเนป) แต่ฉันไม่ชอบคนบางคนที่เธอคบด้วย ขอโทษนะ ฉันเกลียดเอเวอรี่กับมัลซิเบอร์ มัลซิเบอร์! ฉันไม่รู้ว่าเธอเห็นดีอะไรในตัวหมอนั่น เซฟ เขาน่าขยะแขยงจะตาย…” 

จากบทสนทนาของสเนปกับลิลี่ เริ่มเห็นเค้าลางของความแตกร้าวในมิตรภาพของพวกเขา แม้ลิลี่จะยังคงเรียกสเนปอย่างสนิทสนม แต่ลิลี่ก็เห็นว่าเพื่อนเหล่านั้นของสเนปใช้เวทมนตร์ศาสตร์มืดในการกลั่นแกล้งผู้อื่น สเนปมองเป็นเรื่องตลกล้อเล่น แต่ลิลี่ดูจะไม่ขำด้วย ในทางกลับกัน สเนปพูดถึงเจมส์ พอตเตอร์เสีย ๆ หาย ๆ ว่าเขาเป็นคนน่ารังเกียจ (ที่แอบชอบลิลี่ด้วย) เขาไม่อยากให้เธอไปสุงสิงกับเจมส์ พอตเตอร์  

ลิลี่ยืนยันในมิตรภาพของพวกเขา แต่เธอก็ยืนยันหนักแน่นด้วยเช่นกันว่าไม่เห็นด้วยกับเพื่อนสลิธีรินและศาสตร์มืดที่สเนปชื่นชอบ ดูราวกับว่าสเนปกำลังเดินมาถึงทางแยก ที่ต้องเลือกระหว่างสองสิ่งที่เขาอยากไขว่คว้าไว้ ซึ่งก็คือลิลี่ กับเพื่อนพ้องและศาสตร์มืด แต่ทั้งสองสิ่งนี้ก็ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ เมื่อลิลี่แสดงท่าทีชัดเจนว่าเป็นปฏิปักษ์กับเพื่อนของเขาและศาสตร์มืดอย่างชัดเจน เส้นทางของพวกเขาค่อย ๆ แยกจากกันไปทีละน้อย แม้สเนปจะไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นก็ตาม

จุดแตกหัก

มิตรภาพของพวกเขามาถึงจุดจบเมื่อสเนปหลุดปากเรียกเธอว่า “เลือดสีโคลน” ซึ่งเป็นคำดูถูกพ่อมดแม่มดที่เกิดในครอบครัวมักเกิ้ลใส่ลิลี่ เขาได้ตามไปขอโทษเธอหลังจากนั้น แต่ดูเหมือนว่าจะสายไปแล้ว ลิลี่ไม่ต้องการพูดกับเขาอีก เพราะเธอรู้ดีว่าเขาชื่นชอบศาสตร์มืดและกลุ่มเพื่อนผู้เสพความตายของเขา ลิลี่หมดข้อแก้ตัวใด ๆ ที่จะเป็นเพื่อนกับสเนปต่อไปอีกแล้ว เพราะทั้งสองยืนอยู่บนฐานความคิดที่ต่างกัน เขาเรียกคนที่มีชาติกำเนิดเหมือนลิลี่ว่าเลือดสีโคลน แต่กลับไม่ต้องการและไม่ได้ตั้งใจจะเรียกเธอแบบนั้น แม้สเนปจะทำตัวร้ายกาจกับคนอื่น แต่เห็นได้ชัดว่าคนที่เขายอมทำทุกอย่างเพื่อรักษาความรู้สึกเสมอมาคือลิลี่ แต่ครั้งนี้เขาทำพลาดอย่างมหันต์ด้วยการหลุดปากไปแล้วจริง ๆ

ถึงคราวต้องเลือก

เมื่อลอร์ดโวลเดอมอร์เรืองอำนาจ สเนปเป็นหนึ่งในเหล่าผู้เสพความตายได้ล่วงรู้แผนการของจอมมารที่จะสังหารเด็กตามคำพยากรณ์ เมื่อภัยร้ายมาถึงตัวคนที่เขารัก สเนปวิงวอนขอจอมมารให้ละเว้นเธอ แต่นั่นไม่เป็นผล เขาจึงตัดสินใจบากหน้าไปขอร้องกับดัมเบิ้ลดอร์แทน และในที่สุด เพื่อปกป้องลิลี่ พอตเตอร์ เขายอมให้ดัมเบิ้ลดอร์ซ่อนเธอและครอบครัวของเธอ สเนปแลกชีวิตของเธอด้วยชีวิตของเขา ความรักที่เขามีต่อลิลี่นั้นมากพอที่เขาจะยอมเสียสละตัวตนด้านที่เขาเป็นมาทั้งชีวิต รวมถึงเสียสละความปลอดภัยของตัวเอง ด้วยการเปลี่ยนฝั่งกลับมาทำงานเสี่ยงชีวิตในฐานะสายลับให้กับดัมเบิ้ลดอร์

ปกป้อง

เมื่อครอบครัวพอตเตอร์ถูกสังหาร สเนปเป็นคนที่ต้องเจ็บปวดที่สุด แม้จะพยายามเต็มที่ แต่ก็ไม่สามารถรักษาชีวิตของหญิงที่เขารักไว้ได้ เมื่อเขารู้ว่าลูกชายของลิลี่ พอตเตอร์ รอดชีวิตจากการสังหารหมู่คืนนั้นได้ ความรู้สึกซับซ้อนสับสนถาโถมเข้ามา เด็กชายคนนี้มีส่วนเสี้ยวของคนที่เขาเกลียดอย่างเจมส์ พอตเตอร์ แต่ก็ยังคงอีกส่วนของลิลี่ผู้เป็นที่รักของเขา และท้ายที่สุด สเนปตัดสินใจจะปกป้องลูกชายของลิลี่ โดยขอให้ดัมเบิ้ลดอร์เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ทั้งที่การกระทำนี้เป็นส่วนที่ดีที่สุดในตัวสเนป แต่สเนปไม่ต้องการเปิดเผยให้ใครรู้ เขาอยากเก็บความรู้สึกที่มีต่อลิลี่ไว้เป็นความทรงจำสำหรับตัวเขาเพียงผู้เดียว

เซเวอร์รัส สเนป เสียชีวิตในสงครามฮอกวอตส์เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 1998 และในวาระสุดท้ายของเขา สิ่งสุดท้ายที่เขาได้มอง คือดวงตาสีเขียวเจิดจ้าที่เหมือนกับดวงตาของลิลี่ผู้เป็นที่รักของเขา เขาส่งต่อความทรงจำที่เปิดเผยเรื่องราวระหว่างเขากับลิลี่ และแผนการทั้งหมดที่เขากับดัมเบิ้ลดอร์ได้ร่วมมือกันให้กับแฮร์รี่ และนั่นเป็นกุญแจดอกสำคัญในชัยชนะของสงครามฮอกวอตส์

สเนปไม่เคยสมหวังในความรักที่เขามีต่อลิลี่ แต่เขายังคงเลือกจะเฝ้าดูและปกป้องเธอเสมอมา เขาเก็บรูปยามเธอหัวเราะและคำว่ารักในท้ายจดหมายของลิลี่ถึงซีเรียสไว้เป็นภาพแทนความทรงจำที่มีต่อเธอ เขายังคงรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับดัมเบิ้ลดอร์ว่าจะปกป้องลูกชายของลิลี่จนวาระสุดท้ายของชีวิตเขา เมื่อดัมเบิ้ลดอร์ถามถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อแฮร์รี่ สเนปตอบดัมเบิ้ลดอร์ด้วยการเสกผู้พิทักษ์ออกมา ผู้พิทักษ์ของเขายังคงเป็นกวางตัวเมีย ซึ่งเป็นตัวแทนของลิลี่ ตัวแทนของความรู้สึกที่ไม่เปลี่ยนแปลงของสเนป ตัวแทนความรักมั่นคงที่ดึงเอาส่วนเสี้ยวของความดีและความเสียสละในตัวเขาออกมา ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน

เมื่อดัมเบิ้ลดอร์เห็นเช่นนั้น จึงเอ่ยถามถึงความรู้สึกของสเนปว่า “ตลอดเวลาที่ผ่านมานี่น่ะหรือ”

สเนปตอบกลับด้วยคำสั้น ๆ ที่ติดตรึงในใจผู้อ่านอย่างยาวนาน

“ตลอดกาล”

หนังสือ:

เจ.เค. โรว์ลิ่ง 2540, แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์ พับลิเคชั่นส์

เจ.เค. โรว์ลิ่ง 2542, แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับนักโทษแห่งอัซคาบัน พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์ พับลิเคชั่นส์

เจ.เค. โรว์ลิ่ง 2546, แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับภาคีนกฟีนิกซ์ พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์ พับลิเคชั่นส์

เจ.เค. โรว์ลิ่ง 2547, แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเจ้าชายเลือดผสม พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์ พับลิเคชั่นส์

เจ.เค. โรว์ลิ่ง 2550, แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเครื่องรางยมฑูต พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์ พับลิเคชั่นส์

เรื่อง: นิจวดี ศีลคุณ


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

วิลสัน: จากโรงงานบรรจุเนื้อ สู่บริษัทผลิตอุปกรณ์กีฬาที่สร้าง ‘ลูกบอลเพื่อนรัก’ ของคนติดเกาะใน ‘Cast Away’

แว่นวิดีโอ: ร้านขายหนังเถื่อน ผู้ส่งต่อวัฒนธรรมหนังนอกกระแสให้แก่สังคมไทย 

ไบรอัน เมย์: ‘(52665) Brianmay’ ดวงดาวนำทางชีวิต ของนักดนตรีที่ใช้ปิ๊กเป็นเหรียญหกเพนนี

เชฟ ‘อันโดนี หลุยส์ อดูริซ’ เจ้าของร้าน Mugaritz ที่ได้ 2 มิชลินสตาร์และทำเมนูซูชิจาก ‘รา’ (ที่กินได้)

พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล: จากนักร้องดูโอ สู่นักแสดงโกอินเตอร์ที่ได้กระทบไหล่ 007 ใน ‘The Misfits’

Voice of Baceprot: ร็อกไปให้พระเจ้าได้ยิน วงเมทัลหญิงสวมฮิญาบที่แต่งเพลงขอพระเจ้าเล่นดนตรี

อิญญากิ โกดอย (Iñaki Godoy) เด็กชายวัย 18 ผู้กลายเป็นว่าที่เจ้าแห่งโจรสลัด ‘ลูฟี่’ จาก ‘One Piece’

Frankie Valli – Can’t Take My Eyes Off You: เบื้องหลังเพลงรักคู่ป็อปคัลเจอร์ ที่ถูกคัฟเวอร์มากกว่า 300 เวอร์ชัน