Post on 25/02/2019

เบื้องหลังเพลง “Shallow” เคมีที่เข้ากันของ เลดี้ กาก้า และ แบรดลีย์ คูเปอร์ แค่มองตาครั้งแรกก็รู้ใจกันเลย

       งานประกาศผลรางวัลออสการ์ ประจำปี 2019 เพิ่งจะเสร็จสิ้นไปเมื่อช่วงเช้าตามเวลาประเทศไทย และสำหรับรางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประจำปีนี้ ก็ตกเป็นของเพลง “Shallow” จากภาพยนตร์เรื่อง “A Star Is Born” ที่นำแสดงโดยนักร้องสาว เลดี้ กาก้า และพระเอกหนุ่ม แบรดลีย์ คูเปอร์ ที่งานนี้เขาพ่วงหน้าที่กำกับการแสดงด้วย

ซึ่งถือว่าไม่พลิกโผที่ “Shallow” จะสามารถคว้ารางวัลนี้ไปครองได้ เพราะก่อนหน้านี้ก็คว้าสาขาเดียวกันในงานประกาศผลลูกโลกทองคำมาแล้ว บวกกับนักวิจารณ์ส่วนใหญ่ก็ต่างพร้อมใจยกให้เพลงนี้เป็นเต็งหนึ่งเหนือเพลงอย่าง “All the Stars” จากเรื่อง Black Panther หรือเพลง “When a Cowboy Trades His Spurs for Wings” จาก The Ballad of Buster Scruggs จะเรียกได้ว่า “Shallow” นอนยาว ๆ มาเลยก็ได้ และในงานนี้ทั้งคู่ก็ได้มีโอกาสแสดงเพลงนี้สด ๆ อย่างเป็นทางการครั้งแรก ซึ่งทำเอาคนในงานต่างลุกขึ้นมา standing ovation ให้แก่ทั้งคู่และสร้างความประทับใจให้กับคนดูนับล้านทั่วโลกอีกด้วย

“Shallow” ถูกเขียนขึ้นในช่วงหลังการทำอัลบั้ม Joanne (อัลบั้มชุดล่าสุดของกาก้า) และถูกพัฒนาควบคู่ไปกับสคริปต์ของเรื่องด้วยเช่นกัน โดยผู้อยู่เบื้องหลังเพลงออสการ์เพลงนี้คือ สาวกาก้าเอง มาร์ค รอนสัน โปรดิวเซอร์คู่บุญ แอนดรูว์ ไวแอตต์ และแอนโธนี รอสโซแมนโด แน่นอนการต้องร้องเพลงประกอบภาพยนตร์คงไม่ใช่เรื่องที่ยากนักสำหรับกาก้า แต่กลับกันสำหรับหนุ่มคูเปอร์แล้ว นี่อาจจะเป็นเรื่องที่ยากพอ ๆ กับการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกเสียอีก

        ภายในเรื่องนักแสดงวัย 43 ปี ต้องมารับบทเป็น “แจ็กสัน เมน” นักร้องแนวคันทรีชื่อดังและนั่นทำให้เขาต้องเรียนรู้วิธีการใช้เสียงที่ถูกต้อง และรวมถึงการเข้าคอร์สเรียนร้องเพลงอีกด้วย คูเปอร์ต้องใช้เวลากว่า 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ในการฝึกร้องเพลงให้มีสำเนียงเหมือนนักร้องคันทรี ซึ่งถ้าพูดถึงต้นกำเนิดของดนตรีคันทรีแล้วนั้น หลายคนอาจจะนึกถึงรัฐเท็กซัสหรือรัฐทางตอนใต้ของสหรัฐฯ แต่การที่ คูเปอร์ เป็นเด็ก “ฟิลลี” แท้ ๆ (เขาเกิดและโตในฟิลาเดลเฟีย) นั่นทำให้เขาต้องเริ่มหัดใช้เสียงที่ต่ำลงเพื่อมาร้องเพลงนี้

“ผมรู้ดีว่า ผมไม่สามารถเอาตัวเองมาแสดงในบทนี้ได้ ผมจึงได้เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ผมรู้ว่าผมต้องลดเสียงให้ต่ำลงมา 1 อ็อกเทฟ” (อ็อกเทฟ คือ ? https://th.wikipedia.org/wiki/อ็อกเทฟ) ดังนั้นผมจำเป็นต้องจ้างคนที่จะมาช่วยผมในเรื่องนี้ (ทิม โมนิช นักภาษาถิ่น) เป็นเวลาปี ๆ ก่อนที่เราจะเริ่มถ่ายทำ เขาย้ายมาจากลอสแองเจลิสและเราทำงานด้วยกันตลอด 5 วันทำงาน เป็นเวลา 4 ชั่วโมงต่อวันเพื่อให้ผมได้ออกกำลังที่เสียง เพื่อมันจะได้ต่ำลง”

ก่อนจะเริ่มเข้าฉากร้องเพลงในเรื่องกาก้าและโดยเฉพาะคูเปอร์ต้องมานั่งร้องแบบฝึกหัดการออกเสียงเป็นหน้า ๆ เช่นประโยคอย่าง ”Baby bubble…kiki cookie…eleven benevolent elephants” (อารมณ์ประมาณ เช้าฟาดผัดฟัก เย็นฟาดฟักผัด) ซึ่ง คูเปอร์ ยังเสริมอีกว่า แซม เอลเลียต (หนึ่งในนักแสดงที่รับบทเป็นพี่ชายของเขาในเรื่อง) ช่วยเขาเรื่องการออกสำเนียงแบบเท็กซัส อย่างมาก

“ผมใช้เวลาเป็นเดือน ๆ กว่าจะได้เสียงที่ถูกต้อง เสียงของ แซม เอลเลียต คือเสียงที่ผมนำมาใช้ เพราะผมไม่ต้องการเป็นแค่นักร้องคันทรี และไม่ต้องการแค่สำเนียง แซมโตในแคลิฟอร์เนีย คุณแม่ของเขาก็เป็นคนเท็กซัส นั่นทำให้เสียงของเขามีความผสมกันที่ยอดเยี่ยม”

       “Shallow” ถือเป็นเพลงที่ได้รับคำชมในเรื่องของเคมีที่ตรงกันของทั้งสองนักแสดงนำ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่านี่คือครั้งแรกของทั้งคู่ที่ได้มาร่วมงานกัน

“ในหัวฉันตอนร้อง Shallow ฉันคิดแค่ว่าฉันเป็นนักร้อง ฉันกำลังเข้าฉากอยู่ แบรดลีย์คือเพื่อนฉัน แต่ในสถานการณ์นั้นมันช่างเหมือนเรื่องจริงมาก ๆ มันเป็นอะไรที่ฉันไม่เคยทำมาก่อนเลย” กาก้าบรรยายความรู้สึกที่มีต่อเพลงนี้ ก่อนจะเล่าย้อนว่าเธอประทับใจในตัวคูเปอร์ตั้งแต่ครั้งแรกที่คุยกันเลย

“ฉันได้ขึ้นไปร้องเพลงในงานการกุศลช่วยผู้ป่วยเป็นมะเร็ง และวันต่อมาแบรดลีย์ต้องการจะพบฉัน เราคุยกัน มองหน้ากัน เราเชื่อมต่อกันได้ในทันที มันไม่น่าเชื่อเลยที่เราทั้งคู่ต่างรู้สึกสบายใจมาก ๆ เวลาคุยกัน เขาถามฉันว่าจะเป็นไปได้ไหมถ้าเรามาร้องเพลงด้วยกัน และจากนั้นเขาก็เปิดปากร้อง เขาทำฉันทึ่งไปเลยเพราะเสียงของเขามันเหมือนออกมาจากวิญญาณข้างในจริง ๆ ฉันตอบรับเขาในทันทีเพราะฉันเชื่อในตัวเขาอย่างมาก”

เมื่อถูกถามว่าทำไมทั้งคู่ถึงร้องหรือเล่นเข้าขากันเหลือเกิน สาวกาก้า ก็ให้สัมภาษณ์ว่า “เพราะความเชื่อใจ” ที่เธอมีให้กับคูเปอร์

“เขา (คูเปอร์) พูดกับฉันทั้งในหนังและชีวิตจริงว่า ‘คุณต้องเชื่อใจผมนะ’ และความจริงก็คือฉันเชื่อเขาจริง ๆ ฉันไม่กล้าบอกเขาด้วยซ้ำว่าสิ่งนี้มันเปลี่ยนชีวิตฉันไปเลย”

ด้านหนุ่มคูเปอร์ ก็มักจะออกมายกย่องสาวกาก้าอยู่บ่อยครั้งเช่นกัน “ผมรู้สึกเยี่ยมมาก ๆ ที่พระเจ้ามอบพรสวรรค์นี้ให้แก่เธอ เราทำงานกันอย่างหนัก เพื่อจะได้แน่ใจว่ามันจะออกมาดี” คูเปอร์ ให้สัมภาษณ์

       “A Star Is Born” เวอร์ชั่นของคูเปอร์ในครั้งนี้ เป็นการรีเมกครั้งที่สี่ นับตั้งแต่ครั้งล่าสุดปี 1976 ซึ่งก่อนหน้านี้หนังอยู่ในขั้นพัฒนาบทโดยผู้กำกับ คลินท์ อีสต์วูด แต่สุดท้ายหวยก็มาตกที่หนุ่มคูเปอร์ และถือเป็นหนังที่ได้รับคำวิจารณ์ในแง่บวกทั่วโลก การันตีการเข้าชิงออสการ์ถึงเจ็ดสาขา และสุดท้ายสามารถคว้าไปได้หนึ่งจากสาขาเพลงยอดเยี่ยม

 


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว