Post on 19/11/2019

ซูฉี: ลูกเป็ดขี้เหร่ในสายตาแม่ จากหนังเรตอาร์ สู่ดาราฮอลลีวูด

“แม่ชอบบอกว่า ฉันหน้าตาขี้เหร่มาก ๆ มากแบบที่แม่ว่าไม่เคยเห็นใครขี้เหร่เท่านี้เลยนะคะ” 

แม้ว่าครั้งหนึ่ง ซูฉี จะเคยให้สัมภาษณ์ว่าเธอคือลูกเป็ดขี้เหร่ในสายตาของแม่ แต่ลูกเป็ดขี้เหร่คนนี้นั่นแหละ ที่ครั้งหนึ่งเคยเจิดจรัสไกลถึงฮอลลีวูดมาแล้ว

เราอาจเคยได้ยินการยกย่อง “เอลวิส เพรสลีย์ เมืองไทย” อย่าง ตี๋-จิระศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ หรือ “อาแล็ง เดอลงเมืองไทย” อย่าง ชาย เมืองสิงห์ ซึ่งฉายาดังกล่าวนั้นเป็นการคารวะต้นฉบับว่ามีเสน่ห์เป็นที่นิยมและจดจำ และในยุคสมัยหนึ่งเราก็มี เมย์-พิชญ์นาฏ สาขากร ดาราสาวคนดังมากความสามารถของไทย ที่ถูกเรียกว่า “ซูฉีเมืองไทย”  เพราะรูปร่างหน้าตานั้นแทบจะถอดบล็อกกันมาเลยทีเดียว และเป็นเหมือนการสะท้อนว่า “ซูฉี” นั้นดังและมีอิทธิพลกับวงการบันเทิงไทยแค่ไหน

ซูฉี หรือ แฟนนี มีชื่อตอนเกิดว่า หลิน ลี่ฮุ่ย(林立慧)เป็นชาวไต้หวัน เรียนจบระดับมัธยมศึกษา เพราะพ่อประสบปัญหาจากธุรกิจ เธอจึงต้องดิ้นรนเอาตัวรอดด้วยการก้าวสู่วงการบันเทิงด้วยความหวังว่าชีวิตของเธอจะดีขึ้น ซูฉีตัดสินใจเสี่ยงโชคข้ามน้ำข้ามทะเลไปฮ่องกงในช่วงที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของฮ่องกงเฟื่องฟู ผลิตดาราระดับแถวหน้าเอเชียอย่าง เฉินหลง, หลิวเต๋อหัว หรือ โจวซิงฉือ ออกมากวาดรายได้ทั่วเอเชีย

แต่ไม่ใช่ว่าทุกรายจะประสบความสำเร็จ เพราะชื่อดาราทั้งสามที่เอ่ยมาข้างต้นนั้น ก่อนจะดังเปรี้ยงปร้างก็ล้วนแล้วแต่ผ่านบทสตันต์แมน ตัวประกอบอดทน หรือแม้กระทั่งเล่นเป็นศพนอนนิ่ง ๆ มาแล้ว เช่นกันกับ ซูฉี ที่เริ่มงานจากการถ่ายแบบแนวเซ็กซี่ รวมไปถึงวิดีโอ MV แนวปลุกใจเสือป่า ซึ่งเป็นบันไดสำหรับคนที่อยากจะมีชื่อเสียงในระยะอันสั้น แต่คำสาปและคำสบประมาทของคนที่ทำงานด้านขายภาพความเซ็กซี่ก็คือคนมักจะติดตากับภาพลักษณ์สาวฮอตทรงเสน่ห์ จนไม่สามารถก้าวข้ามไปรับบทบาทอย่างอื่นได้ บางคนอาจสบประมาทว่าเป็นเพียงพวกแค่ขายความสาวและความสวยเพียงชั่วคราวเท่านั้น

ภาพยนตร์ Sex and Zen II

คำถามก็คือ แล้วซูฉีจะก้าวข้ามคำสาปเหล่านี้ได้หรือไม่? สิ่งที่พิสูจน์เธอ คืองานของเธอที่ค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านจากนักแสดงเรตอาร์ พัฒนาสู่นักแสดงคุณภาพนั่นเอง

สำหรับโลกเซลลูลอยด์ ซูฉีเองก็เริ่มต่อยอดจากงานถ่ายแบบและมีโอกาสแสดงภาพยนตร์ไต้หวันอย่าง Unexpected Challenges ในปี 1995 แต่ไม่ได้ประสบความสำเร็จแต่อย่างใด จนปี 1996 ชื่อของเธอเริ่มเป็นเป็นที่รู้จักในวงการภาพยนตร์เกรด 3 ของฮ่องกงที่เน้นความรุนแรงและฉากวับ ๆ แวม ๆ กับหนังอีโรติกกำลังภายในย้อนยุค อย่าง “อาบรักกระบี่คม 2 “ (Sex and Zen II) ซึ่งเป็นภาคต่อจากหนังอีโรติกในตำนานภาคแรกที่สร้างขึ้นในปี 1988 โดยภาคสองนี้ หวังจิง ผู้กำกับจอมขยัน ที่เคยสร้างผลงานคลาสสิกอย่าง “คนตัดคน” ที่นำโจวเหวินฟะมาปะทะหลิวเต๋อหัว เป็นคนกุมบังเหียนอำนวยการสร้าง Sex and Zen II

Sex and Zen II มีความผสมผสานระหว่างหนังกำลังภายใน คอเมดี และอีโรติก ได้อย่างลงตัว หนังเล่าเรื่องในยุคราชวงศ์หมิง โดยล้อเลียนไปกับนิยายคลาสสิกอย่าง “ม่านประเพณี” เป็นเรื่องของลูกสาวเศรษฐีที่เกิดในบ้านของพ่อซึ่งเป็นคนมักมากในกาม และฝึกวิชา “จู๋เหล็ก” แข็งแกร่งระดับหิ้วลูกตุ้มได้ เธอเบื่อหน่ายที่พ่อกดขี่ผู้หญิงจึงหนีออกจากบ้าน ปลอมตัวเป็นผู้ชาย โดยใส่เกราะพรหมจรรย์เพื่อไม่ให้ชายใดล่วงล้ำ บทบาทที่ซูฉีได้รับในเรื่องนี้คือ “ปีศาจไร้เพศ” ที่แฝงตัวเข้ามาแต่งงานกับพี่ชายปัญญาอ่อนของนางเอก และหว่านเสน่ห์ใส่พ่อผู้มักมากในกาม จนนางเอกพยายามที่จะเปิดโปงเธอ ภาพของตัวร้ายในชุดเซ็กซี่สีแดงในฉากโชว์เนื้อหนังตัดกับผิวสีขาวในฉากอาบน้ำ รวมไปถึงการร่วมรักในแบบที่มีฝนสาด ทำให้ชื่อเสียงของซูฉีเริ่มเป็นที่รู้จัก ทำให้หลังจากนั้นเธอมีโอกาสได้รับงานมากขึ้น

ภาพยนตร์ Unexpected Challenges

“รักที่ตัว หัวใจไม่เกี่ยว” (Viva Erotica-1996) และ “ผู้หญิงกินอร่อยรัก” (The Fruit is swelling-1997) เป็นผลงานที่เธอฉายแววดารามากฝีมือ โดยเฉพาะเรื่องแรกถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของซูฉี ด้วยเนื้อหาที่ตีแผ่วงการหนังเกรด 3 ของฮ่องกง ที่ได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง เลสลี จาง มารับบทนำในบทผู้กำกับหนังเกรด 3 ที่ทนรับสภาพตัวเองไม่ได้ เขาอยากสร้างงานที่ทรงคุณค่ามากกว่านั้น เรื่องนี้ซูฉีแสดงบทบาทได้ดีในบทดาราที่ต้องเข้าฉากเลิฟซีน ซึ่งเธอถ่ายทอดผ่านประสบการณ์จริง เพราะตัวละครที่เธอได้รับบทบาทนั้นเดินทางมาจากไต้หวันและก้าวเข้าสู่วงการหนังเกรด 3 หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จด้านเสียงวิจารณ์อย่างล้นหลามบนเวที Hong Kong Film Awards ปี 1997 ที่เข้าชิงถึง 8 รางวัล ซึ่งซูฉีคว้ารางวัลมาได้ถึง 2 รางวัล ทั้งนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมและนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม

เมื่อโอกาสเป็นของเธอ ซูฉีก็คว้ามันในการร่วมแสดงภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง “เบ่งหัวใจฟัดให้ใหญ่” (Gorgeous-1999) ประกบกับนักบู๊เบอร์หนึ่งอย่าง เฉินหลง ทำเงินใน Box Office ฮ่องกงไปกว่า 41 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง รวมไปถึงภาพยนตร์กำลังภายในที่นำเอฟเฟกต์ระดับโลกในขณะนั้นมาใช้อย่าง “ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า” (The Storm Riders-1998) ในบท “ฉูฉู่” ลูกสาวของ “แขนกิเลน” ผู้สละแขนของตนเองให้กับเมฆา (Cloud) “ปู้จิ้งอวิ๋น” ภาพยนตร์สองเรื่องนี้เข้าฉายในไทย ทำให้ชื่อของซูฉีเป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งวงการบันเทิงไทยตอนนั้นพยายามจะขายข่าวเรื่องที่ว่า ซูฉีเคยผ่านงานแนวอีโรติกมาก่อน มากกว่าจะโฟกัสเรื่องฝีไม้ลายมือในการแสดงของเธอ

ภาพยนตร์ Gorgeous

ที่จริงซูฉีเป็นคนที่มีทักษะการแสดงหลากหลายบทบาท อย่างเรื่อง City of Glass(1998) ภาพยนตร์โรแมนติกที่เธอประกบกับ หลี่หมิง 1 ใน 4 จตุรเทพ เธอก็ถ่ายทอดบทบาทออกมาได้อย่างซาบซึ้ง และทั้งสองคนก็คบหากันอยู่ช่วงหนึ่ง สาเหตุจากการเลิกรากันนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแฟนคลับของหลี่หมิงรับไม่ได้กับผลงานแนวอีโรติกของซูฉีที่เคยถ่ายในอดีต อย่างไรก็ตาม หลี่หมิงเคยให้สัมภาษณ์ถึงซูฉีว่าเป็นคนที่เขารักและชื่นชมที่สุด

เมื่อฮ่องกงเล็กไปสำหรับคนฝันใหญ่ ซูฉีประเดิมแสดงภาพยนตร์แอ็คชันฟอร์มยักษ์ของฮอลลีวูดอย่าง The Transporter (2002) โปรดิวซ์โดย ลุค เบซง ประกบกับ เจสัน สเตแธม ที่มารับบท “แฟรงก์ มาร์ติน” นักส่งของมืออาชีพผู้ไม่ถามว่าใครเป็นผู้ส่งและจะส่งไปให้ใคร แต่วันหนึ่งเขาละเมิดกฎโดยเปิดห่อที่เขาบรรทุกไปแล้วพบ “บราย” (ซูฉี) ถูกจัดส่งในขบวนการค้ามนุษย์ หนังเรื่องนี้มีทุนสร้างกว่า 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และกวาดรายได้ทั่วโลกไป 43.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ชื่อเสียงของซูฉีไม่ได้จำกัดแค่ในเอเชียอีกต่อไป

ภาพยนตร์ My Wife is a Gangster 3

ซูฉียังมีผลงานต่อเนื่องในวงการภาพยนตร์เอเชีย ตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ที่ชาวไทยรู้จักเธอก็เช่น So Close (2002) หนังแอ็คชันสุดมันทีมสาวล้วน คล้าย ๆ กับ Charlie’s Angels ที่ซูฉีนำแสดงร่วมทีมกับ คาเรน ม็อก และ เจ้าเหว่ย รวมไปถึง The Eye 2 (2004) ฝีมือกำกับของ ออกไซด์ และ แดนนี แปง ประกบกับพระเอกไทยอย่าง ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี เธอยังข้ามประเทศไปเล่นบทนำในหนังเกาหลีอย่าง My Wife is a Gangster 3 – ขอโทษอีกที แฟนผมเป็น ยากูซ่า 3 (2006) อีกด้วย นอกจากนี้ ช่วงหลังเธอผันตัวไปรับแสดงภาพยนตร์จากจีนแผ่นดินใหญ่ หลังจีนเปิดประเทศและอุตสาหกรรมภาพยนตร์คึกคัก อย่างเรื่อง The Island และ Shanghai Fortress อีกทั้งยังเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์สินค้าทั้งแฟชันและเครื่องประดับอีกหลายแบรนด์ด้วย

ซูฉีเคยให้สัมภาษณ์กับ VOGUE ว่าตัวจริงเธอเป็นคนตรงไปตรงมา และด้วยความที่มาจากครอบครัวที่เคยยากไร้มาก่อน มีบางช่วงเธอยอมรับว่าเตลิดไปกับการใช้เงินฟุ่มเฟือย แต่ก็ได้สติกลับมาหลังจากมีโอกาสเดินทางไปยังแอฟริกา และพบว่ายังมีคนที่ลำบากและขาดแคลนกว่าอีกมากมาย ซูฉียังยอมรับว่าเธอเป็นคนค่อนข้างขี้เกียจและไม่อยากทำงานหนัก ชื่อเสียงของเธอก็พอมีอยู่ ทำให้ไม่จำเป็นต้องดิ้นรนไปพิสูจน์ตัวเองที่ฮอลลีวูดอีกแล้ว เพราะเธอเคยทำมันมาแล้ว

เมื่อพูดถึงซูฉี ทุกคนมักจะนึกถึงปากอิ่มทรงเสน่ห์ที่เป็นสัญลักษณ์ของเธอ แต่ซูฉีกลับบอกว่า “แม่ชอบบอกว่า ฉันหน้าตาขี้เหร่มาก ๆ มากแบบที่แม่ว่าไม่เคยเห็นใครขี้เหร่เท่านี้เลยนะคะ” ครั้งหนึ่งสื่อบันเทิงจากสิงคโปร์ 8 Days พยายามถามถึงผลงานในอดีต แต่ซูฉีตอบกลับไปว่า “มันเป็นเรื่องนานกว่าสิบปีแล้ว ซึ่งการที่ยังถูกถามเรื่องนี้ ค่อนข้างจะทำให้น่าหงุดหงิดใจเหมือนกัน” เพราะสำหรับเธอ การมองไปข้างหน้านั้นสำคัญกว่ามองย้อนกลับหลัง

ซูฉีเข้าพิธีวิวาห์กับผู้กำกับหนุ่ม ฝง เต๋อหลุน เมื่อปี 2016 ทั้งคู่เป็นเพื่อนกันมากว่า 20 ปีก่อนที่จะตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ เธอเคยให้สัมภาษณ์ถึงสามีว่า รู้จักกันตั้งแต่เล่นหนังเรื่อง Bishonen ด้วยกันในปี 1998 แล้วพัฒนาความสัมพันธ์เรื่อยมาจนใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เธออยากมีลูกเป็นอย่างมากเพื่อให้ครอบครัวสมบูรณ์ถึงกับเลิกเหล้าและบุหรี่ แต่ว่าสามีก็ทำแต่งานจนยังไม่มีลูก ซึ่งในปี 2017 สามีของเธอได้กำกับหนัง The Adventurers โดยมีซูฉีเป็นนางเอก ถือเป็นการกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งในฐานะสามีภรรยา

 ภาพยนตร์ The Adventurers

หากมองจากจุดเริ่มต้นแล้ว ชีวิตของซูฉีเดินทางมาไกลเหลือเกิน และเป็นบทเรียนว่าชีวิตทุกคนนั้นไม่สมบูรณ์แบบ บางคนอาจจะต้องดิ้นรน แต่ท้ายที่สุดคุณก็สามารถประสบความสำเร็จได้ หากคุณสามารถไขว่คว้าโอกาสของตัวเองเมื่อมาถึงไว้กับมือ เช่นเดียวกับซูฉีที่เป็นดาวค้างฟ้าของวงการบันเทิงเอเชีย

และเมื่อนึกถึงซูฉี ไม่มีใครลืมแววตาแสนซน รอยยิ้มที่ขี้เล่น และริมฝีปากที่อวบอิ่มของเธอได้เป็นอันขาด

เรื่อง: พิเชฐ ยิ่งเกียรติคุณ


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

ทอม โอเดลล​์ เดี่ยวเปียโนคอนเสิร์ตครั้งแรกในไทย ที่สะกดทุกคนให้อยู่ในชั่วโมงต้องมนต์

วิลเลียม เจมิสัน ดื่มชาหลอนจนได้เป็นราชานักสะสมกะโหลกมนุษย์

ลุยจิ พระรอง พี่น้อง และเรื่องสยองในแมนชัน

รีวิวคอนเสิร์ต เอ็ด ชีแรน กับโชว์ครั้งที่สอง ที่กระตุ้นแฟนเพลงสุด “ผมร้องดังแค่ไหนพวกคุณต้องร้องให้ดังกว่าผม”

มาร์ก รัฟฟาโล จอมสปอยล์ตัวจริง แม่นจริงแห่ง Avengers

โธมัส กัลลาเกอร์ “พ่อ” ที่โนล และ เลียม กัลลาเกอร์ สองพี่น้องวง Oasis “อยากฆ่า”

บ็อบบี และ นิก เออร์โคไลน์: คู่รัก Woodstock กับความรักที่ยืนนาน 50 ปี

อกหัก รักคุด มนุษย์ไม่สนใจ เบื้องหลังความ “อยากตาย” ของแมว “ทอม” จาก ทอม แอนด์ เจอร์รี