Post on 10/01/2019

สัมภาษณ์ ซิลลี่ ฟูลส์ : กับเรื่องลิขสิทธิ์เพลงไทยและความหวังที่จะกลับมาดังให้ได้อีกครั้ง

       ซิลลี่ ฟูลส์ วงร็อกรุ่นใหญ่แห่งวงการเพลงไทย ฝากผลงานฮิตมากมายซึ่งถ้าให้พูดชื่อเพลงหลายคนอาจจะต้องร้องอ๋อกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น “ผิดที่ไว้ใจ”, “ขี้หึง”, “วัดใจ” หรือ “คิดถึง”

ซิลลี่ ฟูลส์ ถือเป็นวงร็อกที่มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกภายในวงอยู่บ่อยครั้ง แม้เสียงร้องของฟรอนต์แมนจะเปลี่ยนไปบ้างแต่เรื่องของภาคดนตรีวงร็อกวงนี้ก็ยังทำได้อย่างยอดเยี่ยมเสมอ ปัจจุบันซิลลี่ ฟูลส์ ย้ายมาร่วมงานกับค่าย Me Records ภายใต้การบริหารงานของ “ฟองเบียร์” ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม นักแต่งเพลงชื่อดัง

การย้ายบ้านหลังใหม่ในครั้งนี้ของซิลลี่ ฟูลส์ ดูเหมือนจะเป็นการเริ่มต้นวิ่งอีกครั้งของพวกเขา และล่าสุดพวกเขาเพิ่งจะสร้างเซอร์ไพรส์ปล่อยซิงเกิลใหม่ “20 ตุลา” ออกมาให้แฟน ๆ ได้หายคิดถึงกัน แม้จะมีหลายคนรู้สึกไม่คุ้นชินกับการเรียบเรียงแบบนี้เท่าไหร่นัก แต่ทางวงก็แฝงนัยยะซ่อนเร้นบางอย่างไว้ในเพลงที่น่าสนใจไม่น้อย

วันนี้ The People ได้มีโอกาสคุยกับ ซิลลี่ ฟูลส์ เกี่ยวกับหลายประเด็นไม่ว่าจะเป็น การโดนเอาเปรียบในเรื่องระบบการจัดเก็บลิขสิทธิ์ในไทยที่ค่อนข้างไม่ยุติธรรมต่อคนแต่งเพลง และก้าวต่อไปในวงการเพลงของพวกเขา

The People : เบื้องหลังของเพลง “20 ตุลา”
ต้น : เพลงนี้หรั่งทำทำนองมาก่อน มีกีตาร์โปร่งแล้วก็ฮัมเมโลดี้มาแล้วก็ส่งมา ก็ถามว่าชอบเหรอเขาก็บอกชอบ แล้วก็มาเรียบเรียงต่อ เรียบเรียงเสร็จปุ๊ปก็เรียกเบียร์ (ฟองเบียร์) มาฟัง แล้วเบียร์เขาก็โอเคเลย เขาเข้าใจว่าเพลงนี้มันออกแนวดาร์ค ๆ หน่อย หม่น ๆ เขาบอกเขาจะเขียนเรื่องของคนคนหนึ่ง

The People : มีฟีดแบ็กจากแฟน ๆ ดูไม่ค่อยปลื้ม “20 ตุลา” เท่าไหร่นัก เพราะมีการเปลี่ยนแปลงเยอะ
ต้น : มีทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจ เป็นเรื่องปกติของทุกเพลงที่ปล่อยไปเป็นแบบนี้หมด คือตอนแรกที่หรั่งทำมาก็ไม่ใช่แบบนี้ คอร์ดหนึ่งคอร์ดสองคอร์ดสามมันจะเป็นแบบเพลง “ไหนว่าจะไม่หลอกกัน” แบบเดียวกันเป๊ะ ก็เลยคุยกับหรั่งว่าอยากเปลี่ยนเรียบเรียงให้ตามกับอารมณ์ผมช่วงนั้น หรั่งก็โอเคให้เปลี่ยนเลย เปลี่ยนเสร็จปุ๊บเบียร์ฟังก็อินตาม เขาก็เลยไปนึกถึงคนคนหนึ่งมา ก็เลยต่อ ๆ กันมาจนกลายเป็น “20 ตุลา”

The People : เป็นวงที่มีการเปลี่ยนแปลงเยอะและถูกคาดหวังมาก ทางวงชินกับกระแสเหล่านี้หรือยัง
ต้น : ไม่ได้สนใจเลย คือวงไม่ได้ทำเพลงตามคำวิจารณ์ของใครเลยอยู่แล้วก็ทำตามความรู้สึกตัวเอง จริง ๆ ก็เหมือนกับวงทั่วไปเราก็ทำของเราไป ส่วนคนจะชอบไม่ชอบก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่นี่เราอยากจะเก็บความรู้สึกของเพลงนี้ไว้สำหรับตรงนี้ อันนี้มันเป็นเรื่องของเราแล้ว ส่วนคนจะชอบไม่ชอบก็เป็นเรื่องปกติของทุกวงของทุกเพลงที่เจอกัน

The People : เพลงนี้เสียงของริมต่างจากสองเพลงก่อนหน้า นี่คือเสียงจริง ๆ ของคุณหรือเปล่า
ริม : คือเรื่องเสียงเนี่ย ผมอยากจะบอกไว้อย่างหนึ่งว่า เสียงจริง ๆ เป็นแบบนี้อยู่แล้วในรูปแบบของเสียงแค่เปลี่ยนสระคำบางคำให้มันชัดขึ้น ซึ่งแต่ก่อนผมเองก็เป็นคนที่ร้องสระไม่มี ไม่มีอะไรที่ชัดเท่านั้นเอง จริง ๆ เพื่อน ๆ หรือคนใกล้ชิดก็จะรู้ว่าเนี่ยคือเสียงของผมนั่นแหละไม่ได้เปลี่ยนอะไรมากมาย

The People : นักร้องคนก่อนหน้านี้เหมือนเป็นการเปลี่ยนแปลง แต่กับ ริม หลายคนสงสัยว่าเหมือนวงพยายามกลับมาหาสุ้มเสียงเดิม ๆ หรือเปล่า
ต้น : ริมไม่ได้อยู่ในการเปลี่ยนแปลงหรอกตอนแรก เพราะเบนเขาเตะฟุตบอลแล้วก็มีงานทัวร์คอนเสิร์ตอยู่แล้ว คราวนี้เขาไปเตะบอลอีท่าไหนไม่รู้เอ็นฉีก คราวนี้ก็สะสมไปเรื่อย ๆ เขาก็ไม่รักษา จนวันหนึ่งเขาไปหาหมอ หมอบอกว่าต้องหยุดกระโดดหยุดวิ่ง ไม่งั้นอาจจะถึงขึ้นพิการ เขาก็เลยมาคุยกับวงว่าจะทำยังไง จะไปทัวร์ก็ไปไม่ได้แล้ว ก็โอเคงานที่เรารับมาก็รับมาแล้ว ก็เลยต้องหานักร้องมาร้องฉุกเฉินแล้วพอดีหรั่งก็ไปเห็นคลิปวิดีโอก็เลยติดต่อริมมาร้องไปก่อน ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าจะมาอยู่วงก็เลยให้ใส่หน้ากากไว้ก่อนเพราะไม่ได้คิดว่าจะเป็นสมาชิกในวง กลายเป็นว่ากระแสตอบรับดี นิสัยส่วนตัวก็โอเคด้วย ก็เลยให้ร้องเนี่ยแหละ

The People : ทำไมถึงเลือกริม
ต้น : คือไม่ได้คิดอะไรมากเลย คือพอมาร้องปุ๊บแล้วมันโอเค งานโอเค กลายเป็นว่าคนดูชอบ วงก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรมากอยู่แล้ว ในเมื่ออยู่ดี ๆ มาร้องแทน ร้องไปร้องมาคนชอบก็อยู่ไปเลยแล้วกัน อีกอย่างหนึ่งคือนิสัยเขาก็โอเคด้วย ก็เลยไปด้วยกันได้

The People : ซิลลี่ ฟูลส์ คืออะไร
ต้น : ตอบไม่ได้หรอก คือคนก็ถาม ส่วนใหญ่ก็มีแต่คนพูดว่านี่คือซิลลี่ ฟูลส์ แต่ตัววงไม่เคยพูดนะว่าคือแบบไหน ไปถามคนฟังเหอะ ผมก็ไม่รู้จะบอกยังไงก็เล่นออกมาแบบที่เห็นเนี่ย

The People : วงเคยให้สัมภาษณ์ว่าจะทำเพลงหนีตัวเองไปเรื่อย ๆ
ต้น : คือตอนหลังไม่ได้คิดนะ ช่วงแรก ๆ ก็คิดเหมือนกันช่วงเมื่อสิบปีที่แล้วก็คิดว่าเราก็ไม่อยากเล่นอะไรแบบเดิม ๆ จนเกินไป ตอนนี้ไม่ได้คิดแบบนั้นเลยก็คืออารมณ์ไหนมา คนในวงโอเคก็ทำตามอารมณ์นั้น ไม่ได้คิดจะหนีไม่ได้คิดอะไรและคือเลิกคิดไปแล้วว่าจะทำแนวใหม่แนวอะไร คือไม่ได้คิดมาเป็นสิบปีแล้ว

The People : อะไรคือสิ่งที่ทำให้ซิลลี่ ฟูลส์ ยังอยู่จนถึงทุกวันนี้
ต้น : คืออย่างแรกผมกับหรั่งหรือทุกคนไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์สตาร์หรือว่าศิลปินที่แบบว่า เฮ้ย เราอยู่ในจุดนี้มาอย่างนี้ มันเป็นแค่อาชีพเลยนะ ผมก็เป็นแค่อาชีพเล่นดนตรีอะไรแบบนี้ไม่ได้รู้สึก fail มันเป็นเรื่องปกติเพียงแต่ว่าบางอย่างเราไม่ได้ตั้งตัวต้องต่อสู้กับชีวิตไป
หรั่ง : พอไม่ทำก็ไม่มีงาน นี่ก็หาเลี้ยงชีพเลย คือดนตรีมันเป็นแค่อาชีพเลยนะสำหรับผม ตัวผมไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นศิลปินที่แบบโอโหกูนี่ระดับมันสมอง อัจฉริยะปัญญาอ่อน ผมไม่อะ ผมแค่ทำไงให้เพลงออกไปแล้วเราเลี้ยงชีพต่อไปได้กับดนตรีที่เราเล่นเท่านี้เอง

The People : ลิขสิทธิ์เพลงไทยเอาเปรียบเจ้าของผลงานเสมอ
ต้น : มันก็ช่วยไม่ได้ เขาเรียกว่าอยู่ในฐานะจำยอม ถ้าเราไม่ยอมรับข้อเสนอนี้เราก็ไม่ได้มาอยู่กับค่ายนี้ เพราะว่าประเทศไทยมันเล็กมาก มันมีค่ายเพลงแค่กี่ค่ายเอง เออถ้าประเทศไทยมีค่ายเพลงเหมือนแกรมมี่เหมือนอาร์เอสใหญ่ ๆ แบบนี้สักสิบค่ายก็อาจจะเปลี่ยนไป สิ่งที่จะดึงศิลปินเข้าค่ายก็คือสัญญาที่ยุติธรรมแค่นั้นเอง
หรั่ง : มันเป็นความโง่เขลาในวัยเด็ก

The People : ศิลปินแต่งเพลงเองแต่ต้องซื้อเพลงตัวเองเพื่อเล่น ทางวงมีความเห็นในเรื่องนี้อย่างไร
ต้น : มันอยู่ที่คุณเลือก ว่าคุณจะเลือกยอมรับเงื่อนไขนี้รึเปล่าในตอนนั้นก็บอกตรง ๆ ว่า เรายอมรับเงื่อนไขนี้ แล้วเราก็ต้องรับเงื่อนไขนี้ต่อไป ไม่มีใครเอาปืนมาจ่อหัวให้เราเซ็น ถามว่าดีไหมถ้าลิขสิทธิ์เป็นชื่อของคนแต่ง มันดีอยู่แล้วล่ะ แต่ในเมื่อเราไม่มีทางเลือก มันอยู่ในฐานะจำยอมเราก็ต้องทำแบบนี้

The People : ก้าวต่อไปของซิลลี่ ฟูลส์
ต้น : ไม่มี
หรั่ง : เราเป็นวงที่ไม่ค่อยวางแผนแบบไม่คิดว่าเราจะเป็นอย่างโน่นอย่างนี้ แต่ชีวิตจริงมันเป็นแบบนั้นไม่ได้ บางทีเราก็ต้องเอา ณ ตอนนั้นที่เราคิดดีที่สุดแล้ว เหมือนจะทำเพลงเก็บเราไม่ทำหรอก เพราะยังไงมันก็สู้ตอนที่เราคิดปัจจุบันไม่ได้

The People : ยังมีแฟนเพลงรออัลบั้มเต็มของ ซิลลี่ ฟูลส์
ต้น : ยังมีคนรออีกเหรอ ไม่คิดจะทำอัลบั้มแล้วด้วย ปล่อยเป็นเพลง ๆ ไป สบายกว่าเยอะ
หรั่ง : สิบคนมีคนหนึ่ง

The People : เปรียบการเดินทางของซิลลี่ ฟูลส์ ที่ผ่านมา คิดว่าจะเป็นเพลงอะไร
หรั่ง : “ผิดที่ไว้ใจ” แล้วกัน
ต้น : “เราเป็นคนเลือกเอง”
ริม : “น้ำนิ่งไหลลึก”
รัตน์ : “แกล้ง”

The People : เมื่อไหร่จะกลับมาจัดเต็มรูปแบบ
ต้น : มันก็เต็มทุกอันนะ แต่อยู่ที่ว่าจะเข้าใจรึเปล่า ไอคนฟังเพลงเยอะรู้ทุกเพลงรู้ทุกท่อน มันก็ไม่ใช่คนที่ฟังแล้วจะเข้าใจอารมณ์ดนตรีทุกแนวทุกประเภท อันนี้เราว่ากันไม่ได้ ส่วนเขาจะเข้าใจเรารึเปล่าเราก็ไม่สนใจ เพราะงั้นเต็มรูปแบบก็เต็มทุกเพลงแต่ไอ้เพลงนี้เราต้องการแบบนี้ แค่นี้ ถ้ามากไปกว่านี้เพลงนี้มันก็เสียเลย

The People : วางแผนจะออกผลงานแบบไหน
หรั่ง : ปีหน้าคงถี่ขึ้นหน่อย เพราะปีนี้ติดเที่ยวติดอะไรเยอะก็เลยปีหนึ่งได้เพลงเดียว
ต้น : ปีหน้าคงรัวหน่อยแหละ เพราะบริษัทบ่น

The People : อีกสิบสองปีข้างหน้าของซิลลี่ ฟูลส์ จะเป็นอย่างไร
หรั่ง : สิบสองหลังจากนี้ไปข้างหน้า ก็อยากดังอีกสักดอกหนึ่ง ถ้าดังได้นะ

The People : ตอนนี้ก็ดังอยู่แล้วนะ?
ซิลลี่ ฟูลส์ : ตอนนี้ยัง ๆ
หรั่ง : ตอนนี้เหมือนเราเริ่มต้นใหม่ กำลังออกวิ่งใหม่อีกรอบหนึ่ง


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

“เราไม่อยากเป็นสิ่งแปลกปลอมบนโลกใบนี้ ทั้งที่โลกใบนี้เป็นของเราเหมือนกัน” คณะละครมาร็องดู (Malongdu) คณะละครเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม

สัมภาษณ์ ทาทา ยัง กับชีวิตที่ราวกับรถไฟเหาะ สัญญาฉบับแรก, โอกาสครั้งสำคัญ และอาการป่วย

น้ำพราว สุวรรณมงคล: ผู้หลงรักนิยายไซ-ไฟ สู่สำนักพิมพ์ที่ชวนเคว้งคว้างในอวกาศ

สัมภาษณ์ ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ Enjoy Your Life นี่แหละคือชีวิต

สัมภาษณ์ Alexander 23 นักร้องเจ้าของเพลง ’IDK You Yet’ ชายผู้หลงใหลในเลข 23

ความต่างที่ “เข้ากันดี” อดีตที่เคยโดนปฏิเสธตัวตน จุดเริ่มต้นของ Scrubb ที่ยังคง “คู่กัน” เสมอ

สัมภาษณ์ สุกี้-กมล สุโกศล แคลปป์ จากสูงสุดคืนสู่สามัญ ย้อนความหลังในวันที่รุ่งและร่วงที่สุดของ เบเกอรี่ มิวสิค

สัมภาษณ์ ศุกลวัฒน์ คณารศ แด่ความเจ็บปวดในวันนั้น ด้วยความสุขในวันนี้