Post on 18/08/2019

“จีจี้-จีรภัทร ทองชุม” เด็กหญิงเก้าขวบที่หายตัวไปอย่างลึกลับนานเกือบทศวรรษ

น้องจีจี้

18 กันยายน พ.ศ.2553 ขณะที่ “น้องจีจี้-จีรภัทร ทองชุม” เด็กหญิงตัวน้อยวัย 9 ขวบ กำลังช่วยคุณแม่ขายพวงมาลัยเพื่อหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัวอยู่บริเวณหน้าปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนมิตรภาพ ใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เธอเกิดหายตัวไปอย่างลึกลับท่ามกลางผู้คนพลุกพล่าน ทิ้งไว้เพียงร่องรอยในภาพกล้องวงจรปิดที่เหมือนว่าเธอกำลังเดินตามเสียงเรียกของใครบางคน

แม้วันเวลาแห่งการพลัดพรากจะผ่านมานานแล้วเกือบ 9 ปี แต่ด้วยความเป็นแม่ของ มณี ทองชุม ทำให้เธอยังคงเพียรตามหาลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ด้วยความหวังว่าสักวันจะได้ตัวลูกสาวสุดที่รักกลับมา หรืออย่างน้อยได้เพียงแค่เบาะแสสักนิดก็ยังดี

“ความหวังความรักมีเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ คนอื่นอาจจะเลิกหวัง แต่ตัวแม่เองหวังทุกวันหวังทุก ๆ วัน ทุกเวลาด้วยซ้ำ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดก็คือตามหาเขาทุกช่องทาง รอเขาจนกว่าชีวิตตัวเองจะถึงวินาทีสุดท้าย”

วินาทีแรกที่เธอรู้ตัวว่าลูกสาวตัวน้อยของเธอได้หายตัวไป เธอรีบวิ่งตามไปทั่วทุกหนแห่งที่พอเป็นไปได้ ทั้งการขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่ปั๊มน้ำมัน ซึ่งเห็นว่าลูกสาวของเธอในมือถือพวงมาลัย กำลังเดินตามเสียงใครสักคนจนหายลับไปจากสายตา จนแน่ใจว่าลูกสาววัยน่ารักถูกคนร้ายลักพาตัว เธอจึงรีบไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ แต่ทางตำรวจกลับไม่รับเรื่อง เนื่องจากเป็นกรณีคนหายที่ยังไม่ครบ 24 ชั่วโมง

“หนึ่งวินาทีของเราอาจจะเปรียบเทียบไม่รู้กี่ร้อยวันของคนอื่นเลยมั้ง หนึ่งวินาทีของเรามันมีค่ามาก หนึ่งวินาทีถ้าเราเจอลูกนะ แต่ถ้ามองย้อนอีกที หนึ่งวินาทีถ้าเราเสียลูกนะ เราจะเสียใจกว่าร้อยเท่าพันเท่าเลยนะ”

เมื่อผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไม่อาจเป็นที่พึ่งพา ในห้วงยามที่พ่อแม่คนหนึ่งกำลังเดือดร้อนเป็นกังวลที่สุดในชีวิต สิ่งที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่การเฝ้ารออย่างนิ่งนอนใจ แม่ของน้องจีจี้ และสามี ตัดสินใจออกตามหาลูกด้วยตัวเองทั้งการขับรถกระบะที่ติดสติกเกอร์รูปน้องจีจี้ไปตามจุดต่าง ๆ เดินแจกจ่ายเบอร์โทรติดต่อแนบไปพร้อมรูปถ่ายใบเล็กของน้องจีจี้ให้ผู้ที่พบเห็น ขณะที่ความหวังเริ่มเลือนรางก็เริ่มมีแสงสว่างจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงจิตอาสาจากทั่วประเทศที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

ทั้งรายการวิทยุท้องถิ่น ข่าวโทรทัศน์ในประเทศไทยแทบทุกช่อง สื่อต่างประเทศ ผู้คนบนสื่อโซเชียลมีเดีย ร้านกาแฟจิตอาสา และมูลนิธิกระจกเงาที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการตามหา ล่าสุดทางน้ำดื่มสิงห์ ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออีกหนึ่งแรง ด้วยการผลิตน้ำดื่มสิงห์ฉลากพิเศษ ที่พิมพ์รูปหน้าจำลองของน้องจีจี้ในวัยปัจจุบัน ที่ได้จากเทคนิคการสร้างภาพจำลองที่มีความใกล้เคียงความเป็นไปได้มากที่สุด

โดยน้ำดื่มสิงห์ ฉลากพิเศษกว่า 20 ล้านขวดนี้ จะกระจายไปตามช่องทางต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์ในวงกว้างอย่างทั่วถึง เพื่อเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะตามหาน้องจีจี้, น้องเจต, น้องพลอย, น้องเท็น และน้องโอ๊ต กลับคืนอ้อมอกของพ่อแม่หลังจากหายตัวไปนานกว่า 9-17 ปี ซึ่งโครงการนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่าง บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และ มูลนิธิกระจกเงา ที่จุดเริ่มต้นแนวคิดมาจาก ภูริต ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด ที่มีประสบการณ์ตรงจากการที่ครั้งหนึ่งลูกรักของเขาได้หายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

“ปัญหาเด็กหายเป็นอีกปัญหาทางสังคมที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด ผมเข้าใจถึงความรู้สึกของผู้ที่เป็นพ่อแม่ของน้อง ๆ ที่หายไปว่าทุกข์ทรมานขนาดไหน เพราะผมเองเคยทำลูกหายไปห้านาที เชื่อไหมครับ แค่ห้านาทีแต่ความรู้สึกตอนนั้นมันเหมือนยาวนานหลายชั่วโมง ตอนนี้ทุกครั้งที่ผมได้ยินเรื่องราวของเด็กหาย ผมกลับมาถามตัวเองตลอดว่าเราจะช่วยอะไรได้บ้าง วันหนึ่งผมพบว่าเราน่าจะใช้ฉลากน้ำดื่มสิงห์เป็นอีกช่องทางการสื่อสารที่ช่วยในการติดตามได้ เลยได้ติดต่อไปยังมูลนิธิกระจกเงาเพื่อประสานการทำงานร่วมกัน จนสำเร็จเป็นโครงการ ‘คืนดวงใจให้แม่ return heart to home’ นี้”

ด้วยเคยสัมผัสประสบการณ์ตรงที่ใครไม่เคยเป็นพ่อแม่คงไม่รู้สึก ถึงความห่วงหาเป็นกังวลยามที่ลูกสุดที่รักของเราหายไปจากสายตา โดยไม่ทราบชะตากรรมว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร โครงการนี้เลยพยายามเป็นส่วนหนึ่งในการตามหาเด็กที่หายไปอย่างยาวนาน 5 คน โดยเด็กสูญหายทั้ง 5 คนที่ถูกเลือกให้มาอยู่บนฉลากน้ำดื่มสิงห์ ถือเป็นกรณีที่ยากที่สุดของมูลนิธิกระจกเงา ที่ใช้เวลาติดตามมานานตั้งแต่ 9 ปีถึง 17 ปี ทั้งที่มีสื่อหลากหลายประเภทในการติดตามแล้ว แต่ก็ยังคงไม่พบตัว จำเป็นต้องอาศัยสื่อที่มีช่องทางสามารถเข้าถึงคนหมู่มากและใกล้ชิดกับผู้บริโภคโดยตรงอย่างขวดน้ำดื่ม ที่เป็นกำลังสำคัญในการดับความทุกข์ร้อนของพ่อแม่ ผู้กำลังตามหาลูกน้อยที่พลัดพรากไปนาน

นอกจาก น้องจีจี้-เด็กหญิงจีรภัทร ทองชุม ที่หายไปเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2553 ขณะอายุ 9 ปี บริเวณหน้าปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งถ้ายังมีชีวิตอยู่ปัจจุบันจะมีอายุ 17 ปี แล้ว ยังมีเด็กหายอีก 4 คนได้แก่

น้องเจต-เด็กชายเดชาวัต ยาต่อ หายไปเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2556 ขณะมีอายุ 12 ปี หายไปจากบริเวณแถวบ้าน ที่หมู่บ้านอันห่างไกล ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ใน ต.ม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ ทำให้การค้นหาเป็นไปอย่างยากลำบาก ปัจจุบันน้องเจตมีอายุ 17 ปี

น้องพลอย-เด็กหญิงเบญรัตน์ วงษ์ประจันต์ ได้หายตัวไปตอนที่ยังมีอายุเพียง 4 ขวบ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2549 เธอหายไปบริเวณตลาดนัดคลองหลวง จ.ปทุมธานี ขณะที่แม่กำลังวุ่นขายของ ปัจจุบันน้องพลอยอายุ 17 ปี เธอมีตำหนิ แผลเป็นที่ใต้รักแร้ข้างซ้าย

น้องเท็น-เด็กชายชัยภาส ด้านเกื้อกูล หายไปจากบ้านที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อ 16 ธันวาคม 2549 ตอนอายุ 11 ปี เขามีตำหนิไฝที่ข้อมือซ้าย และแผลเป็นที่หางคิ้วข้างขวา พ่อของน้องเท็นตรอมใจจากไปหลังเขาหายตัวไปได้หนึ่งปี เหลือเพียงแม่เพียงคนเดียวที่ยังคงนับคืนวันรอคอยลูกชายของเธอกลับคืนมา

น้องโอ๊ต-เด็กชายนฤดล เยื้อนหนูวงศ์ หายไปตอนอายุ 8 ปี เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2545 จากบ้านที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ระหว่างที่แม่ไปทำงาน สมัยก่อนนั้นยังไม่มีสื่อโซเชียล แม่ของน้องโอ๊ตเลยได้เพียงแค่แจ้งตำรวจ แต่ปัจจุบันเธอเคยซื้อโฆษณาลงสื่อโซเชียลเพื่อตามหาลูกชาย ที่ปัจจุบันอยู่ในวัยเบญจเพสพอดี

ข้อมูลสถิติจากมูลนิธิกระจกเงา เด็กอายุระหว่างแรกเกิดจนถึง 18 ปี ที่หายไป ในปี 2559 มีจำนวน 418 คน พบแล้ว 387 คน คิดเป็น 92.58% ปี 2560 จำนวน 403 คน พบแล้ว 365 คน คิดเป็น 90% และ ปี 2561 จำนวน 309 คน พบแล้ว 265 คน คิดเป็น 85.76%

โดยในแต่ละปีแม้จะสามารถติดตามเด็กสูญหายได้สำเร็จกว่า 90% แต่ในขณะเดียวกันยังมีสถิติเด็กที่หายมายาวนานมากกว่า 5 ปี และยังหาไม่พบประมาณ 1% ดังนั้นฉลากน้ำดื่มสิงห์รุ่นพิเศษ ที่พิมพ์หน้าของเด็กหายทั้ง 5 รายนี้ น่าจะช่วยเป็นส่วนหนี่งในช่องทางการตามหา พาดวงใจของพ่อแม่กลับบ้านอย่างปลอดภัย จะช่วยสร้างการรับรู้และตระหนักถึงปัญหาเด็กหาย ทำให้พ่อแม่มีการระมัดระวัง และป้องกันปัญหาเด็กหายได้อีกทางหนึ่ง

“เราใช้ช่องทางการสื่อสารใหม่ที่มีประสิทธิภาพในการเข้าคนในวงกว้าง ด้วยการ เปลี่ยนฉลากน้ำดื่มสิงห์เป็นเครื่องมือช่วยตามหาเด็กหาย จากเดิมที่ฉลากใช้ทำการตลาดส่งชิงรางวัล วันนี้ถ้าฉลากเด็กหายช่วยให้น้อง ๆ กลับคืนพ่อแม่ได้ หรือช่วยให้เด็กหายน้อยลงได้สักคนหนึ่ง ผมเชื่อว่านี่จะเป็นรางวัลที่มีค่ามากที่สุดของพวกเราทุกคน” ภูริต ภิรมย์ภักดี กล่าว

พบเห็นคนหายติดต่อ ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา สายด่วนคนหาย 080-7752673 หรือ Facebook : ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา www.facebook.com/thaimissing

ข้อมูล : https://www.facebook.com/mirrorf/videos/548016132286313/


The People

กองบรรณาธิการ

Related

โดโรธี พอลแลค : คุณยายผู้ฉลองวันเกิดอายุ 103 ด้วยการสักครั้งแรกในชีวิต

ซัลมาน ข่าน แห่ง Khan Academy ก่อตั้งเว็บเรียนออนไลน์ฟรี จากการสอนการบ้านหลาน

จุรีพร ตรีนนทสกุล: ปลัดอำเภอสาวสามจังหวัดชายแดนใต้ ผู้กลับมาพัฒนาบ้านเกิด

เนินชะลอความเร็วสุดนิ่ม จากการคำนวณของนักฟิสิกส์รางวัลโนเบล “อาร์เทอร์ คอมป์ตัน”

รัตเกอร์ เบรกแมน นักประวัติศาสตร์ผู้ทำเศรษฐีวงแตกในดาวอสด้วย “ภาษี” 

เลดี้ กาก้า สตรีที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อความหลากหลายทางเพศ

“หวง หย่ง ฟู่” ทหารผ่านศึกเฒ่า ผู้ใช้สีและพู่กันปกป้องหมู่บ้านที่กำลังจะถูกทำลาย

ทิงเกอร์ แฮตฟิลด์ จากนักกีฬาค้ำถ่อ สู่ผู้ออกแบบ Nike Air Max สนีกเกอร์ดีไซน์แปลก ที่กลายมาเป็นตำนานของไนกี้