Post on 02/08/2019

ว่าที่ ร.ต.ศิระ บุญแทน เรียนรัฐศาสตร์เพราะอยากช่วยเหลือผู้คน

“ผมเรียนสายวิทย์มา ก็เป็นไปตามเทรนด์ของเด็กมัธยมส่วนใหญ่ที่เรียนสายวิทย์ ได้อยู่ห้องคิง แต่พอคะแนนแอดมิชชันออก ผมกลับเลือกคณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์เป็นอันดับหนึ่ง ส่วนอันดับสองเป็นวิศวฯ จุฬาฯ อันดับสามเป็นคณะวิทยาศาสตร์ อันดับสี่น่าจะเป็นครู”

ย้อนกลับไปสิบกว่าปีที่แล้ว การตัดสินใจเลือกเรียนคณะรัฐศาสตร์ของ “กอล์ฟ-ศิระ บุญแทน” ในวันนั้นได้เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล จากเด็กสายวิทย์ฯ ที่ผลการเรียนดีระดับต้น ๆ ของโรงเรียนเมืองสุราษฎร์ธานี โรงเรียนมีชื่อของสุราษฎร์ฯ ตอนที่ประกาศผลคะแนนสอบแอดมิชชัน ทั้งเพื่อนสนิทและครูอาจารย์หลายคนต่างคิดกันว่า คนอย่างเขาน่าจะเลือกเข้าเรียนที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมากกว่า แต่ศิระกลับเลือกรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นอันดับหนึ่ง ทำให้อีกหลายปีต่อมาประเทศไทยได้ปลัดอำเภอหนุ่มไฟแรงเพิ่มอีกหนึ่งคน

สิ่งที่ทำให้จังหวะชีวิตของศิระ เบนเข็มมาเป็นปลัดอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม แทนที่จะเป็น software engineering อยู่ในบริษัทสตาร์ทอัพดาวรุ่ง หรือบริษัทใหญ่ ๆ สักแห่ง มาจากแรงบันดาลใจในวัยเด็กที่เห็นภาพปลัดอำเภอในต่างจังหวัดลงพื้นที่ทำงานใกล้ชิดกับประชาชน พูดคุยคลุกคลีอยู่กับชาวบ้านในงานแต่งงาน งานบวช และงานศพ ไปจนถึงการเป็นผู้นำในการพัฒนาท้องถิ่นต่าง ๆ

“ตอนผมเรียนมัธยม เวลามีงานต่าง ๆ ก็จะเห็นปลัดอำเภอลงพื้นที่อยู่บ่อย ๆ เลยได้มีโอกาสไปนั่งคุยกับปลัดอำเภอ เขาก็เล่าเรื่องการทำงานให้เราฟังอย่างภาคภูมิใจ จำได้เลยว่าเขาบอกว่างานปลัดอำเภอเป็นงานที่ดี ได้บุญ เพราะได้ช่วยเหลือคนอื่นที่กำลังเดือดร้อน พอเราได้มีโอกาสมาเป็นปลัดอำเภอบ้างก็รู้ว่าจริง ได้ช่วยคนเยอะมากจริง ๆ”

ในช่วงสี่ปีที่เรียนรัฐศาสตร์ ด้วยความที่มีรุ่นพี่ในคณะที่ทำงานเป็นปลัดอำเภออยู่เป็นจำนวนมาก ผลัดกันแวะเวียนมาเล่าประสบการณ์การทำงาน ทำให้เขาได้เรียนรู้ชีวิตการทำงานจริง ๆ ของปลัดอำเภอในอีกมุมมองหนึ่ง ที่แตกต่างจากที่เขาเคยได้ยินมาสมัยยังเรียนชั้นมัธยมว่า นอกจากต้องเข้าถึงประชาชนในท้องที่ต่าง ๆ บางครั้งแทบไม่มีวันหยุดของตัวเอง หรือบางครั้งต้องเสี่ยงภัยไม่ต่างจากเจ้าหน้าที่ปกครองอย่างตำรวจทหาร แต่สิ่งหนึ่งที่ภาพปลัดอำเภอคงเหมือนที่เขาตั้งใจไว้คือ เป็นการได้ช่วยเหลือคน

“ผมเริ่มบรรจุเป็นปลัดอำเภอปี 2558 ที่สุราษฎร์ฯ แล้วก็ย้ายไปอุทัยธานี ต่อมาก็ได้มาเป็นปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงที่กำแพงแสนนี่แหละ ตอนย้ายมาทำงานความมั่นคงที่นี่ไม่ถึงอาทิตย์ เคสแรกเลยคือจับยาเสพติด ออกไปล่อซื้อยาเสพติดกับทหาร เจอยาบ้ากว่าสองพันเม็ดฝังดินเอาไว้ คนขายเป็นแม่ลูกอ่อน ขายยาบ้าหาเงินเลี้ยงลูก”

แทนที่จะได้ช่วยเหลือคนอย่างที่ตั้งใจไว้ งานปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงทำให้เขาต้องไปจับกุมผู้กระทำผิดจำนวนมาก ซึ่งหลายรายสาเหตุที่เริ่มต้นกระทำผิดมาจากปัญหาปากท้อง และความจำเป็นอื่น ๆ ที่บีบบังคับ นอกจากดูแลเรื่องความมั่นคงอื่น ๆ ทั้งเรื่องคนงานต่างด้าว เรื่องการทำผิดกฏหมายคดีอาญา และเรื่องบ่อนการพนัน แต่ช่วงที่ทำงานปลัดฝ่ายความมั่นคงมานานหลายปี โชคดีที่เขายังมีโอกาสได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างที่เขาฝันไว้ ในการอำนวยความสะดวกเรื่องการติดต่องานราชการ ซึ่งหนึ่งในงานที่เขาภาคภูมิใจที่สุดคือการทำบัตรประชาชน

“เชื่อไหมว่างานที่ผมประทับใจสุด ไม่ใช่งานที่ได้รับเรื่องร้องเรียน แต่เป็นงานที่ชาวบ้านขอความช่วยเหลือมากกว่า อย่างการทำบัตรประชาชนให้คนไม่มีบัตร ไม่มีสถานะทางทะเบียน พอเขาไม่มีบัตรประชาชน เขาทำอะไรไม่ได้เลย สิทธิ สวัสดิการ การรักษาพยาบาล การเข้าเรียนต่าง ๆ เขาทำไม่ได้เลย พอเราทำบัตรให้เขามีชื่ออยู่ในทะเบียน หลายคนถึงกับร้องไห้เลย ปีนี้ปีเดียวผมทำไป 12 รายที่เป็นคนไทยตกสำรวจ ตอนเกิดไม่ได้แจ้งเกิด ไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีข้อมูลในทะเบียนราษฎร์ มีตั้งแต่เด็กจนแก่อายุแปดสิบ”

สำหรับคนที่ยังไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎร์ บัตรประชาชนเหมือนเป็นบัตรเปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่งให้มีโอกาสในชีวิตที่ดีขึ้นมาก ทั้งการเข้าเรียน การสมัครงาน การเข้าถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไปจนถึงการมีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งปลัดอำเภอศิระได้อธิบายเพิ่มเติมว่าวิธีในการยืนยันตัวตนของคนไทยที่ไม่มีข้อมูลในทะเบียนราษฎร์นั้น ส่วนใหญ่ใช้วิธีการตรวจ DNA เทียบกับญาติที่เป็นคนไทย หรือหากไม่มีญาติพี่น้อง ก็ใช้วิธีการสอบประวัติคนในชุมชนเพื่อช่วยยืนยันประวัติข้อมูลว่าเป็นคนไทยจริง ๆ

นอกจากนี้จากการที่รัฐบาลมีนโยบายเรื่องศูนย์ดำรงธรรม ทำให้ในแต่ละวันมีชาวบ้านเข้ามาร้องเรียนเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องหนี้นอกระบบ แนวหลักเขตที่ดิน และปัญหาปากท้องข้าวยากหมากแพง

“มีเยอะมาก วันหนึ่งมีเรื่องการร้องเรียนมาอย่างน้อยสองสามเคสแน่นอน เพราะช่วงหลัง ๆ ชาวบ้านค่อนข้างเห็นว่าปลัดอำเภอเป็นที่พึ่งได้ เพราะเราจับจริง ชาวบ้านยังเชื่อมั่นว่าเราไม่รับเงินใต้โต๊ะเหมือนเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ที่ชาวบ้านติดภาพ ก็เลยยังศรัทธาพวกเราอยู่”

การทำงานในแต่ละวัน ปลัดอำเภอศิระ บุญแทน พยายามเอาความสุขเป็นเป้าหมายหลัก ไม่ว่าจะเป็นความสุขของตัวเอง ความสุขของทีมงานที่มีส่วนร่วม และความสุขของประชาชนที่เข้ามาขอความช่วยเหลือ ทำทุกวันให้ดีที่สุด เตรียมพร้อมปรับตัวสำหรับเรื่องใหม่ ๆ ที่เข้ามาในแต่ละวัน โดยเฉพาะงานฝ่ายความมั่นคงที่ค่อนข้างเสี่ยงอันตรายเมื่อเทียบกับงานนั่งโต๊ะเขียนเอกสาร ยิ่งเมื่อเทียบกับงานสายอื่น ๆ ที่อาจทำงานสบายและมีรายได้ดีกว่า ทำให้อดที่จะตั้งคำถามไม่ได้ว่า ถ้าย้อนกลับไปได้ในวันที่เลือกเรียนมหาวิทยาลัย จะตัดสินใจอย่างไร ซึ่งปลัดอำเภอหนุ่มแห่งอำเภอกำแพงแสน ได้ตอบอย่างหนักแน่นว่า

“ถ้ากลับไปเลือกใหม่ก็ยังเลือกเรียนรัฐศาสตร์อยู่ดี เพราะตอนนี้ผมมีความสุขกับชีวิตแบบนี้ ที่มีโอกาสได้ช่วยเหลือคนอื่น การเป็นปลัดอำเภอเป็นอาชีพที่ทั้งสนุกแล้วได้บุญ อย่างที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่สมัยเรียนว่าการรับใช้ประชาชนคือปลายทางที่เล่าเรียน จะบอกว่าทำตามอุดมการณ์ในการได้บำบัดทุกข์บำรุงสุขก็ได้นะ”


นักเขียนที่ชอบนั่งนิ่งเงียบแอบมองโลกและผู้คนที่ผ่านไป แล้วแปลงให้กลายเป็นเรื่องราวบนโลกดิจิทัล