Post on 09/04/2020

โซ จีซอบ: พระเอกมาดเซอร์ ทูตสันถวไมตรี สมบัติแห่งชาติเกาหลี ผู้หลงรักดนตรีฮิปฮอป

ใครเป็นแฟนซีรีส์เกาหลีมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2000s น่าจะคุ้นหน้าคุ้นตาพระเอกมาดเซอร์ที่เริ่มโด่งดังเป็นนักแสดงแถวหน้าของวงการอย่าโซ จีซอบ (So Ji Sub) ภาพลักษณ์ที่ค่อนไปทางแบดบอย สบาย ๆ ไม่ได้เนี้ยบเรียบหรู โซ จีซอบจึงกลายเป็นนักแสดงที่มีเสน่ห์โดดเด่น จนคว้าใจเหล่าแฟน ๆ และกลายมาเป็น 1 ใน 4 สมบัติชาติเกาหลี ร่วมกับ กงยู ฮยอนบิน และ คัง ดงวอน ได้

คล้ายกับพระเอกดังคนอื่น ๆ ด้วยรูปร่างสูงโปร่ง และหน้าตาค่อนข้างดี เขาจึงถูกทาบทามให้เข้าวงการโดยเริ่มจากอาชีพนายแบบ หลังถูกเลือกเป็นนายแบบให้กับแบรนด์กางเกงยีนส์ชื่อ STORM โซ จีซอบก็ก้าวเข้าสู่อาชีพนักแสดงจากซีรีส์ซิทคอมเรื่อง Three Guys and Three Girls และ Model แต่นั่นก็ยังไม่ได้ทำให้เขาเป็นที่รู้จักสักเท่าไหร่

โซ จีซอบวิ่งวนอยู่ในวงการนานหลายปี ตั้งแต่ช่วงปี 1998-2000 เขาได้รับแต่บทละครเล็ก ๆ เส้นทางการพัฒนาชื่อเสียงดูจะยากลำบากไม่น้อย เขาถึงกับคิดว่าหรืออาชีพนี้จะไม่ใช่ทางที่ถูก? เพราะก่อนหน้านี้สาเหตุที่เขาตัดสินใจเข้ามาเป็นนายแบบ โซ จีซอบแค่อยากทำงานร่วมกับ คิมซองแจ แรปเปอร์จากวง Deux ศิลปินฮิปฮอปที่เขาเป็นแฟนคลับก็เท่านั้น

“ผมไม่เคยสนใจเรื่องการเป็นคนดังเลยจริง ๆ” โซ จีซอบ กล่าว “ชีวิตของผมมีแต่เรื่องว่ายน้ำแล้วก็เพลงฮิปฮอป ผมมาถ่ายแบบเพราะผมอยากเจอคิมซองแจ และก็เพราะมันดูเป็นช่องทางที่หาเงินได้ง่าย ๆ”

ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้ โซ จีซอบเกือบได้เป็นนักโปโลน้ำทีมชาติ เขาเรียนว่ายน้ำตั้งแต่เด็ก และยังเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติเกาหลี (Korea National Sport University) ระหว่างเรียนเขายังใช้เวลาว่างเป็นครูสอนว่ายน้ำให้กับเด็ก ๆ เพราะต้องการหาเงินแบ่งเบาภาระที่บ้าน แต่เมื่อเริ่มต้นเข้าสู่วงการ เขาก็ตัดสินใจบอกลาความฝันที่อยากเป็นนักกีฬาไป

ปี 2004 เขาจะมาถึงจุดที่เรียกว่าแจ้งเกิดอย่างแท้จริง เพราะละครสุดฮิตเรื่อง What Happened in Bali แม้จะไม่ได้เล่นเป็นพระเอก แต่บทบาทชายหนุ่มเงียบขรึมเย็นชา ก็พาให้เขากลายเป็นที่พูดถึงไม่หยุดหย่อน เขายังได้เล่นซีรีส์เรื่อง I’m Sorry, I Love You ในบทบาทพระเอกที่มีชีวิตสุดแสนจะดราม่าผลงาน 2 เรื่องนี้เองที่ทำให้เขาได้รับการยอมรับในฐานะนักแสดงแถวหน้าของเกาหลี เขาสามารถกวาดรางวัลใหญ่จากเวที KBS Acting Award ในปี 2004 มาได้ถึง 4 รางวัลรวด ก่อนที่ปี 2005 จะถึงเวลาที่ โซ จีซอบต้องเข้าไปปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติในกรมทหาร

หลังออกจากกรมได้ไม่นาน เขาก็เริ่มรับงานแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Rough Cut (2008) โซ จีซอบได้รับบทบาทเป็น คัง แพ หนุ่มอันธพาลที่ฝันอยากเป็นนักแสดง แต่เพราะเป็นผลงานเรื่องแรกของผู้กำกับจาง ฮุน มันจึงมีต้นทุนที่ต่ำแสนต่ำ ทั้งโซ จีซอบ และ คัง จีฮวาน นักแสดงร่วม ถึงขนาดต้องช่วยกันออกทุนค่าถ่ายทำเพื่อเข็นให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายจนจบ ทั้งสองได้มีเครดิตเป็นผู้สร้างของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย

“หลายคนถามผมว่าทำไมถึงรับงานที่มีต้นทุนต่ำแบบนี้ หายหน้าจากวงการไป 2 ปี ไม่กลัวจะกู้ชื่อเสียงกลับมาไม่ได้หรือ สำหรับผม มันไม่สำคัญเลยตราบใดที่งานออกมาดี ตอนผมอ่านสคริปต์เรื่องนี้ มันเยี่ยมมาก ผมมีบางอย่างที่เชื่อมโยงกับตัวละครคัง แพ เพราะเขาอยากจะเป็นนักแสดง ตัวผมเองก็เป็นนักแสดงที่อยากจะเป็นนักแสดง ‘ที่แท้จริง’ ด้วย ความคล้ายคลึงกันแบบนี้ทำให้ผมเลือกที่จะรับเล่น”

ระหว่างนี้เองที่โซ จีซอบมีโอกาสกลับมาคลุกคลีกับสิ่งที่เขารัก นั่นก็คือเพลงฮิปฮอป เขาได้ร่วมแรปในเพลง ‘Lonely Life’ และ ‘Foolish Love’ ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Rough Cut และซีรีส์เรื่อง Cain and Abel ที่เขารับแสดงต่อจากนั้น ในปี 2011 เขายังได้ปล่อยดิจิทัลซิงเกิลเพลง ‘Pick Up Line’ ซึ่งแม้จะทำยอดขายได้น้อย แต่ก็ถือเป็นก้าวที่เขาเข้าใกล้ความฝันของตัวเองไปอีกก้าวใหญ่ ๆ

หลังจากนั้นก็ดูเหมือนเขาทุ่มเทกับการทำเพลงฮิปฮอปอย่างจริงจัง เพราะเขาออกผลงานอย่างน้อยปีละ 1 อัลบั้มเลยก็ว่าได้ ทั้ง Corona Borealis (2012), 6 PM…Ground (2013) และ 18 Years (2014) ผลงานเพลงครั้งสุดท้ายของเขาเป็นซิงเกิลชื่อ ‘Are You With Me?’ ที่ปล่อยมาในปี 2017

แม้โซ จีซอบจะได้รับคำชมจากศิลปินที่ทำงานร่วมกันมาบ้าง แต่ดูเหมือนเขาจะไม่คิดทำอาชีพนี้จริงจัง เพราะนอกจากในงานแฟตมีตติ้ง เขาก็ไม่เคยแสดงเพลงของตัวเองสด ๆ ที่ไหนอีก “ผมทำเพลงฮิปฮอปเพราะผมชอบ และมีความสุขที่ได้ทำ ผมทำเพลงเพื่อแฟน ๆ ที่ชอบผม และจะแสดงมันต่อหน้าแฟน ๆ ของผมเท่านั้น”

นอกจากผลงานเพลงฮิปฮอปที่โซ จีซอบเลือกทำเพราะรักแล้ว การท่องเที่ยวและถ่ายภาพ ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่นักแสดงหนุ่มชอบทำ เขาเก็บภาพสวย ๆ มาฝากเหล่าแฟนคลับ โดยทำออกมาเป็นหนังสือภาพ และนิตยสารแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร และการไดเอ็ทให้แฟน ๆ ได้ตามรอยเขาไปอีกด้วย

หนึ่งในเล่มที่โดดเด่นที่สุดคงหนีไม่พ้นหนังสือสารคดีภาพชื่อ So Ji Sub’s Journey ที่บันทึกภาพตอนเขาเดินทางไปท่องเที่ยวในเขต DMZ (Demilitarized Zone) หรือเขตปลอดปฏิบัติการทหารของจังหวัดกังวอน พื้นที่ดังกล่าวคือบริเวณที่ตั้งประจันหน้ากันระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้

หนังสือเล่มนี้ก็ขายดีเป็นน้ำเทท่า ทั้งยังทำให้มีคนสนใจตามไปเที่ยวพื้นที่ดังกล่าวมากขึ้น เพื่อแทนคำขอบคุณ จังหวัดกังวอนจึงประกาศแต่งตั้งให้ โซ จีซอบ เป็นทูตสันถวไมตรีประจำจังหวัด แถมเส้นทางท่องเที่ยวยาว 51 กิโลเมตรที่ปรากฏในหนังสือของเขา ก็ได้รับการตั้งชื่อว่า “ถนนสายโซจีซอบ” นี่จึงทำให้เขากลายเป็นนักแสดงเกาหลีคนแรกที่มีชื่อถนนเป็นของตัวเอง

กลับมาที่งานแสดง หลังจากผลงานภาพยนตร์ทุนต่ำอย่าง Rough Cut เขาก็ยังได้ร่วมแสดงในซีรีส์ชื่อดังอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Cain and Abel (2009), Road No.1 (2010) กระทั่งปี 2013 โซ จีซอบตัดสินใจพลิกบทบาทจากบทพระเอกสายดราม่า มารับงานสายโรแมนติกคอเมดี้ เขาได้ร่วมงานกับนางเอกแถวหน้าอย่าง กง ฮโยจิน ใน Master’s Sun ซึ่งก็นับว่ามีกระแสตอบรับที่ดี เพราะเขาสามารถถ่ายทอดบทละครออกมาได้อย่างตลกและมีเสน่ห์

การพลิกบทบาทหันมาเล่นละครคอเมดี้ดูเหมือนจะทำให้เขาได้รับความนิยมจากคนดูทั้งในและต่างประเทศ พระเอกตาปรือของเราจึงมีผลงานเรื่องต่อมาเป็นแนวนี้อีก คราวนี้ในเรื่อง Oh My Venus เขารับบทเป็นเทรนเนอร์ชื่อดัง ที่เข้ามาช่วยทนายสาว (รับบทโดย ชิน มินอา) ลดน้ำหนักและหาความงามภายในของเธอ

โซ จีซอบยังมีผลงานซีรีส์และภาพยนตร์กระแสดีตามมาอีกหลายเรื่อง คราวนี้ขอแค่มีชื่อของเขาอยู่ในลิสต์นักแสดง ก็สามารถการันตีผลตอบรับจากแฟน ๆ ได้ไม่มากก็น้อย เขากลายมาเป็นท็อปสตาร์ระดับ A List เป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศเกาหลี มันจึงดูเหมือนจะแปลกดีที่ตลอด 24 ปีในชีวิตการทำงานของโซ จีซอบ เขาไม่เคยมีข่าวคบหากับใครมาก่อน

อาจจะมีข่าวลือว่าเขากำลังดูใจกับดาราหรือไอดอลสาวคนนั้นคนนี้บ้าง แต่ก็ยังไม่เคยได้รับการคอนเฟิร์มว่าเป็นเรื่องจริงจากทางต้นสังกัด แน่นอนว่านี่คือเหตุผลที่ภาพหลุดเมื่อกลางปี 2019 ที่เขาอยู่ระหว่างการเดตกับผู้ประกาศข่าวสาวโจ อึนจอง วัย 26 ปี ทำเอาแฟนคลับช็อคกันอยู่ไม่น้อย เพราะหลังจากที่ภาพดังกล่าวออกมาได้ไม่นาน โซ จีซอบก็ออกมายอมรับว่าพวกเขากำลังคบหาดูใจกันจริง ๆ

เพราะอายุที่ห่างกันมากถึง 17 ปี (โซ จีซอบ อายุ 43 ปี) ทำให้หลายคนคาดเดาว่าคู่นี้อาจจะอยู่กันได้ไม่ยืด แต่ก็คงต้องช้ำใจกันไปอีกยาว ๆ เพราะในวันที่ 7 เมษายน 2020 ต้นสังกัดของโซ จีซอบออกมายืนยันแล้วว่า แม้จะไม่สามารถจัดพิธีแต่งงานใหญ่เพราะติดสถานการณ์โควิด-19 แต่เขาและโจอึนจองก็ได้จดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้ว นับว่าเป็นคนแรกจาก 4 สมบัติแห่งชาติเกาหลีที่เปิดฉากแต่งงาน

โซ จีซอบ เขียนจดหมายถึงแฟน ๆ ใจความส่วนหนึ่งระบุว่า “ผมกลัวว่าทุกคนจะเซอร์ไพรส์กับข่าวนี้ อย่างไรก็ตามมันเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตของผม ผมหวังว่าทุกคนจะยังคงสนับสนุนผมอย่างดีเหมือนที่เคยเป็นมา ผมจะพยายามให้ดีที่สุดในการเป็นนักแสดงที่ดี ผมหวังว่าทุกคนจะมีสุขภาพดี และหวังว่าจะได้พบกับทุกคนในอีกไม่ช้านี้ ขอบคุณเสมอ”

 

 

ที่มา 

https://www.thefamouspeople.com/profiles/so-ji-sub-34193.php

https://channel-korea.com/so-ji-sub-profile-dating/

https://factmandu.com/so-ji-sub

http://www.kdramastars.com/articles/10144/20130809/five-fun-facts-ji-sub.htm

https://channels.vlive.tv/EBF267/celeb/0.11132125

https://www.soompi.com/article/1137151wpp/ji-sub-talks-love-hip-hop-new-perspective-acting


Related