Post on 24/09/2020

ชนสรณ์ สมหวัง: ชีวิตภายใต้รั้วศิลปากร กับมุมมองในวันที่เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนโลก

       บ่ายวันหนึ่งของเดือนกันยายน The People ได้มีโอกาสนั่งคุยกับนักศึกษาจากรั้วศิลปากรคนหนึ่ง ที่หลงใหลในเรื่องอิเล็กทรอนิกส์และระบบคอมพิวเตอร์ ชายคนนี้มีชื่อว่า สรณ์-ชนสรณ์ สมหวัง นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และระบบคอมพิวเตอร์ ชั้นปีที่ 4

เริ่มต้นบทสนทนาด้วยการถามว่าเหตุใดถึงเลือกเรียนคณะนี้ สรณ์นั่งลงและเริ่มเล่าย้อนกลับไปในวัยเด็กของเขา สรณ์เล่าว่าก่อนที่ชีวิตจะมาลงเอยกับเรื่องเทคโนโลยี ช่วงชีวิตหนึ่งของเขาเคยหลงใหลในวิชารัฐศาสตร์และการปกครองมาก่อน แม้คณะวิศวกรรมศาสตร์อาจไม่ใช่รักแรกของเขาในวันวาน แต่ ณ วันนี้มันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่เขารักไปแล้ว

นี่คือจุดเริ่มต้นของบทสนทนาที่จะพาเราไปสัมผัสเรื่องราวชีวิตของเขาภายใต้รั้วศิลปากร และมุมมองของผู้ชายคนนี้ที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่มีผลต่อโลกใบนี้

The People : ความชอบในวิชารัฐศาสตร์ ที่สุดท้ายมาลงเอยที่คณะวิศวะ จุดเริ่มต้นของเรื่องราวนี้เกิดขึ้นตอนไหน

ชนสรณ์ : ตอนเด็กก็ไม่ค่อยได้สนใจทางด้านนี้ ผมชอบเรื่องการเมืองการปกครอง ทางสังคมสงเคราะห์ ผมชอบแนวช่วยเหลือสังคม  เรื่องการบริหาร การช่วยเหลือคนยากไร้หรือด้อยโอกาส เพราะว่าผมชอบทำเรื่องเกี่ยวกับทางนี้ด้วย

มีดู ๆ ไว้ตอนแรกว่าจะเลือกลงรัฐศาสตร์ ที่บ้านอยากให้เรียนทางด้านวิศวะมากกว่า แต่ส่วนตัวชอบรัฐศาสตร์ เพราะว่าตอนอยู่มัธยมฯ ก็เป็นประธานนักเรียนด้วย ได้ทำกิจกรรมนอกโรงเรียน ได้เป็นประธานสภานักเรียน สพม. เขต 3 ก็เลยคิดว่ารัฐศาสตร์น่าจะเป็นอะไรที่เหมาะกับเรา

The People : ยากไหมที่ต้องเรียนในสิ่งที่ขัดกับความรู้สึกตัวเอง

ชนสรณ์ : ก็ยากครับ ต้องใช้ความเข้าใจ ต้องใช้ความพยายามสูงด้วย แล้วก็ต้องพยายามมากกว่าคนอื่น

The People : อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้เราหันมาเลือกเรียนสาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และระบบคอมพิวเตอร์

ชนสรณ์ : ตอนแรกผมมีความสนใจทางด้านคอมพิวเตอร์ด้วย แต่ก็พอมาดู Open House ที่ศิลปากร ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และระบบคอมพิวเตอร์ เขาเป็นการประยุกต์ศาสตร์ระหว่างคอมพิวเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์รวมกัน เป็นหลักสูตรที่มหาวิทยาลัยเขาเขียนมาใหม่ ซึ่งแตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่น เราก็รู้สึกว่าสาขานี้น่าจะมีสาขาเดียวในประเทศไทยที่เขียนหลักสูตรใหม่ และประยุกต์ศาสตร์ทั้ง 4 อย่าง ก็คิดว่าน่าสนใจเลยลองมาเรียนที่นี่

The People : หลาย ๆ คนอาจไม่เคยรู้ว่าที่ศิลปากรมีสอนในสาขานี้ด้วย บรรยากาศการเรียนเป็นอย่างไร

ชนสรณ์ : ปี 1 แรก ๆ ก็จะเรียนพื้นฐานก่อน เรื่องคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ พอปี 2 ปี 3 ก็เรียนของภาควิชา ซึ่งเขาจะเน้นไปทางซอฟต์แวร์ เรียนภาษา เน้นการประยุกต์ใช้ การควบคุม Mechatronics ในโรงงาน และเดี๋ยวนี้ก็ให้นักศึกษาอบรมเกี่ยวกับ IoT หรือ Internet of Things พวก Smart Home ปิด-เปิดไฟแบบใช้โทรศัพท์ เราสามารถทำเองได้ ออกแบบเองได้ สอนการเขียนวงจร ออกแบบวงจร

The People : พูดถึง IoT ส่วนตัวเรามองเรื่องนี้อย่างไร เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าความสะดวกสบายที่เกิดขึ้นจากสิ่งนี้มาพร้อมกับการ Disrupt ชีวิตคน

ชนสรณ์ : ผมมองว่า Internet of Things มันเป็นสิ่งที่สะดวกและรวดเร็ว อย่างในอนาคตก็อาจจะมีแค่ชิปติดสินค้า แล้วก็เดินผ่านเครื่องสแกนและหักเงินผ่านบัญชีเราเลย โดยเราไม่จำเป็นต้องมีแคชเชียร์ เพราะมันเป็นการอำนวยความสะดวก และมันจะมีชิปสำหรับตรวจสอบสินค้า โดยไม่ต้องมานั่งเช็กของ ซึ่งเราต้องมานั่งสแกนเช็กพัสดุ แค่เราผ่านเครื่องสแกนเราก็สามารถทราบแล้วว่าพัสดุในรถคันหนึ่งมันมีอะไรบ้าง มีกี่ชิ้น  มันอำนวยความสะดวกให้เรา

The People : อะไรคือความต่างของศิลปากรที่เราสัมผัสได้นับตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา

ชนสรณ์ : ก้าวแรกที่เข้ามาตั้งแต่มัธยมฯ เลย รู้สึกว่ารุ่นพี่เขาเป็นกันเองมาก อุ่นใจเหมือนได้อยู่บ้านอีกหลัง เคยมาทับแก้ววิชาการตอนมัธยมฯ ตอนนั้นจะมีพี่ ๆ คอยแนะนำตั้งแต่ทางเดิน แนะนำคณะ ไม่ว่าพี่เขาจะอยู่คณะไหน เหมือนเข้ามาช่วยเหลือเราตลอด แล้วตอนผมเรียนปี 1 ผมเดินในทางเปลี่ยว ๆ พี่คนหนึ่งเขาขับมอเตอร์ไซค์จากคณะจิตรกรรม ผมรู้ว่าเขาน่าจะเรียนจิตรกรรม เพราะว่าดูจากสไตล์การแต่งตัวเขา แล้วผมเดินในที่เปลี่ยว เขาก็บอกว่า “น้องไปเปล่า เดี๋ยวพี่ไปส่งหน้ามอ” ซึ่งผมไม่รู้จักเขาเลย แล้วเขาก็รับผมไปส่งหน้ามอ นั่นคือความเป็นกันเองที่ผมสัมผัสได้ พี่เขาเหมือนเป็นพี่น้อง ไม่ว่าเราจะเป็นใคร เห็นใครเดือดร้อนก็พยายามไปรับไปส่ง พอประสบอุบัติเหตุ ทุกคนก็เข้ามาช่วยเหลือ

นอกจากบรรยากาศดีก็มีรุ่นพี่ที่คอยซัพพอร์ต และอาจารย์ที่เทคแคร์เราตลอด เราสามารถปรึกษาอาจารย์ทุกเรื่องเลยก็ว่าได้ เหมือนครอบครัวเดียวกัน อาจารย์คอยซัพพอร์ตทั้งเรื่องทุนการศึกษา เวลาในคลาสเรียนอันไหนที่เราไม่เข้าใจ อาจารย์เขาเหมือนวัยรุ่นหน่อย เขาก็จะสอนจนกว่าจะเข้าใจ เหมือนเป็นที่เปิดโอกาสมาก ๆ เป็นที่เปิดโอกาสให้เราตลอด

The People : ศิลปากรยืดหยุ่นและเปิดโอกาสให้เราคิดได้มากกว่า?

ชนสรณ์ : ใช่ครับ มีการเสนอทฤษฎีใหม่ หรือมีการพูดคุย มีการถกกันเรื่องทฤษฎี เรื่องเทคโนโลยีที่คิดว่ามันไม่ถูกต้อง และมีการเสนอแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อให้อาจารย์ได้ทราบ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของนักศึกษา มีการแลกเปลี่ยนทฤษฎี มีการพูดคุย และมีการเสนอโปรเจกต์ต่าง ๆ มีการสนับสนุนเรื่องสตาร์ทอัพด้วย

The People : ความสร้างสรรค์ในแบบศิลปากรคืออะไร

ชนสรณ์ : ผมมองว่าการเรียนการสอนด้านวิศวะของที่นี่มันไปด้วยกันกับความสร้างสรรค์ด้วย นั่นคือสิ่งที่แตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่น วิศวะที่ศิลปากรแตกต่างเรื่องการทำงาน เรื่องการอยู่ร่วมกัน ความคิดสร้างสรรค์ก็เลยฉีกและแตกต่างจากการทำงานของระบบอื่น ๆ มันมีความเป็นพี่เป็นน้องมากขึ้น อาจจะมีการทำงานที่ไม่เครียด ตลก ๆ สนุก ๆ เป็นการทำงานร่วมกันที่สนุก

The People : ส่วนตัวเราได้ทำหน้าที่เป็นประธานของหอพักด้วย อะไรคือสิ่งที่เราได้เรียนรู้เมื่อมาทำหน้าที่ตรงนี้

ชนสรณ์ : ผมก็เป็นประธานคณะกรรมการหอพัก หน้าที่หลัก ๆ คือการดูแลนักศึกษาที่อยู่ในหอพักทั้ง 10 หอ แต่ละห้องก็จะมีคณะกรรมการประจำหอ จะดูแลน้อง พูดได้ว่าแทบจะตลอด 24 ชั่วโมงเลยก็ได้ เพราะอาจจะมีเรื่องฉุกเฉิน น้องหอบ ช็อก ตี 4 ตี 5 เราก็ต้องตื่นมาดูแลน้อง แทบตลอด 24 ชั่วโมงเลย เราก็เหมือนเป็นการรับผิดชอบชีวิตคนคนหนึ่งที่พ่อแม่เขาฝากมาถึงหอ ที่เหลือก็จะเป็นหน้าที่เราที่ดูแลน้องต่อ

เราเป็นเหมือนพี่สอนน้องให้รู้ว่าเขาควรใช้ชีวิตอย่างไรเมื่อเขาออกมาจากอ้อมอกพ่อแม่แล้ว สอนให้เขาปรับตัว และมีกิจกรรมสานสัมพันธ์พี่น้องแต่ละคณะหรือคณะอื่น ๆ ที่ทำให้คนที่อยู่ในหอรู้จักกันมากขึ้น

หน้าที่นี้ทำให้เราได้เรียนรู้การแก้ปัญหาทุก ๆ อย่างที่เกิดขึ้นภายในหอ เรื่องการคุยกับคนว่าเราควรคุยกับเขาอย่างไร เพราะว่าเราต้องรับมือหลายสถานการณ์ ซึ่งปัญหาพวกนี้ผมว่าเป็นปัญหาที่สอนให้เราโตขึ้น เรียนรู้มัน แล้วก็รับผิดชอบมันให้ได้

The People : เคยรู้สึกไหมว่าการต้องดูแลชีวิตคนอื่นในหอเป็นภาระ

ชนสรณ์ : โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่ามันไม่ใช่ภาระ คิดว่ามันเป็นงานที่ไม่ช้าก็เร็วยังไงเราก็ต้องเจอ เหมือนเป็นการฝึกการทำงาน เหมือนเราเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ก็เป็นปกติอยู่แล้ว ถ้าไม่เจอตอนนี้ในอนาคตก็ต้องเจอ สมัยนี้บางครั้งคนเราทำอาชีพเดียวก็คงไม่ได้ ต้องทำสองอย่างไปพร้อมกัน เพราะไม่อย่างนั้นระบบ AI มันจะเข้ามาแทนที่ เดี๋ยวนี้คนเราก็ต้องมีสกิลมากกว่าหนึ่งอย่าง หรือว่าทำสองอย่างพร้อมกัน เป็นการฝึกไปในตัวด้วย

The People : อะไรคือเอกลักษณ์ของศิลปากร

ชนสรณ์ : ถ้ามองในมุมกายภาพก็น่าจะเป็นเรื่องการแต่งตัว แต่ในมุมมองของผมน่าจะเป็นเรื่องของการทำงาน เรื่องนิสัยการอยู่ร่วมกัน มันเป็นการที่เราเข้ากับใครก็ได้ เราเป็นคนที่จริงจังกับงาน และเราเน้นในเชิงปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี ทำให้เราได้เปรียบในหลาย ๆ ด้าน เรื่องการปฏิบัติ เรื่องความคิดที่แตกต่างจากอย่างอื่น  อย่างระบบต่าง ๆ ที่คนบางคนก็อาจจะคิดไม่ได้ในมุมมองหนึ่ง แต่เพื่อนบางคนเขาจะเห็นอีกมุมมองหนึ่ง เพราะว่าจินตนาการเขาไม่ค่อยจำกัดเรื่องพวกนี้ บางครั้งเราคิดไม่ถึงสโคปเรื่องเล็ก ๆ แล้วเขาสามารถมองออกในเรื่องที่เรามองไม่ออก

The People : มองว่าอนาคตเทคโนโลยีจะเข้ามาทดแทนหรือเปลี่ยนแปลงโลกอย่างไร

ชนสรณ์ : ตอนนี้ผมสนใจที่วิศวกรรมสิ่งแวดล้อมครับ ผมสนใจทางด้านโซลาร์เซลล์ พลังงานทดแทน เพราะว่าพลังงานทดแทนอีกไม่ช้าก็เร็วในอนาคตจะต้องมาถึง ผมมองว่าอีกไม่ใกล้ไม่ไกล อย่างเทสลาก็มาแล้ว รถยนต์ไฟฟ้าก็เริ่มเข้ามาตีตลาดพอสมควร อีกไม่ช้าก็เร็ว ผมคิดว่าทุกอย่างน่าจะใช้ระบบไฟฟ้าหมด

ถ้าถามในมุมมองของผมคิดว่าในอนาคตเราไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันไปเลยก็ได้ ก็จะมีผลต่อเศรษฐกิจด้วยส่วนหนึ่ง แต่ถ้าพูดถึงอนาคตก็คิดว่าคงไม่จำเป็นต้องใช้ อยากให้เปลี่ยนทั้งหมด เพราะว่ามันเป็นการพึ่งตัวเองด้วย ไม่จำเป็นต้องไปนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเพื่อนำมาใช้ คือในมุมมองผมในอนาคตก็คิดว่าน่าจะเปลี่ยนทั้งหมด

The People : ‘ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น’ ในมุมมองของคุณ

ชนสรณ์ : ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น สำหรับผมก็เหมือนความดีที่เราทำหรือทิ้งไว้ให้กับคนรุ่นหลัง นั่นคือศิลปะ ถึงชีวิตเราจะไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว แต่ยังเหลือความดีที่คนยังจดจำอยู่


The People

กองบรรณาธิการ

Related

รูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก: ตุลาการสูงสุดสหรัฐฯ ผู้อุทิศชีวิตแก้ไขกฎหมายความเท่าเทียมระหว่างเพศ

นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ผู้ผลักดันหลักประกันสุขภาพไทย ที่มาโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค

สุนันทา สมบุญธรรม เปลี่ยนพื้นที่รกร้างเป็นปอดสีเขียว ที่ช่วยสร้างอาชีพให้คนชะอำ

ชวนล ไคสิริ เลิกออกแบบตึก มาเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า POEM

กมลนันท์ เจียรวนนท์ เยาวชนผู้เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ เพื่อเด็กกำพร้า และคนไร้สัญชาติ

ทิลลี ล็อคกีย์ สาววัยรุ่นกับแขนไซบอร์ก Alita นอกจอภาพยนตร์

อ.เดชา ศิริภัทร สกัดน้ำมันกัญชา เปลี่ยนสาร “ยิ้ม” เป็นสาร “ยา”

ปวริส มินา : เรียนรู้ศิลปะแห่งการใช้ชีวิต เพราะชีวิตสั้น ศิลปะยืนยาว