Post on 28/08/2019

ซงคังโฮ แห่ง Parasite ความใฝ่เรียนรู้กับนักแสดงผู้เป็นภาพจำในหนังเกาหลี

ท่ามกลางกระแสคำวิจารณ์ปากต่อปากถึงหนัง “ว่าที่ชิงออสการ์” อย่าง Parasite ตอนนี้คนดูชาวไทยต่างจำภาพ “คุณพ่อคนจน” ผู้มีอาชีพขับรถรับส่งและพาคนดูหัวใจสลายกันในโรงภาพยนตร์

การแสดงทรงพลังนี้ถูกถ่ายทอดจากฝีมือของ ซงคังโฮ (Song Kang-ho) นักแสดงมากฝีมืออันดับต้น ๆ ของเกาหลี แต่กว่าจะถึงขั้นนี้ได้ชีวิตของเขาก็ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมามากเลยทีเดียว

ใฝ่การเรียนรู้ เคล็ดลับการแสดงของซงคังโฮ

จุดเริ่มต้นชีวิตการแสดงของซงคังโฮไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบนัก เพราะเขาไม่ได้มีเอเจนต์หางานแต่แรก หรือจบมหาวิทยาลัยสายการแสดงโดยตรง

“ตั้งแต่ผมขึ้นมัธยมฯ สอง ผมใฝ่ฝันที่จะเรียนรู้ครับ” ประโยคนี้เป็นคำพูดของซงคังโฮที่ย้อนกลับไปในวัยหนุ่ม ณ คย็องซังใต้ จังหวัดทางตะวันตกของปูซาน ซงคังโฮเติบโตในยุค 80 เขาเป็นเด็กขยันเรียนแต่ก็พยายามหลุดออกจากกรอบ เมื่อตอนมีโอกาสได้เรียนมหาวิทยาลัยคย็องซัง สาขาโทรทัศน์และสื่อบันเทิง เขาเรียนเพียงปีเดียวก็ขอลาออก

พออายุได้ 24 ปีหลังจากเกณฑ์ทหาร เป็นช่วงปี 1990 เขาเลือกเข้าคณะละครปูซาน และได้สานต่อการแสดงที่คณะละครยอนอู ที่นี่เขาได้เรียนรู้ทักษะการแสดงและการด้นสดรวมถึงร้องเพลง “เวทียอนอูทำให้ผมตระหนักได้ว่าผมทำอะไรอยู่ และการแสดงที่นี่ได้ให้โอกาสผมกำหนดทิศทางได้ว่าผมควรเดินต่อไปทางไหน”

ช่วงใกล้ปี 2000 จากคำแนะนำของนักแสดงรุ่นพี่ คิมอึยซอง (คนไทยน่าจะจำเขาได้จากบทตาลุงตัวร้ายจากเรื่อง Train to Busan) ทำให้ซงคังโฮมีโอกาสได้เล่นหนังเรื่องแรกในชีวิตเรื่อง The Day a Pig Fell into the Well (1996) ของผู้กำกับหนังหน้าใหม่ช่วงเวลานั้นอย่าง ฮองซางซู (ต่อมาเขาก็ได้เป็นหนึ่งในผู้กำกับล่ารางวัลคนสำคัญของเกาหลี) และมาจุดติดไฟการแสดงอย่างแท้จริงเมื่อเขาได้เล่นหนังของอีซางดงเรื่อง Green Fish (1997) ในบทผู้พิพากษา “มันเป็นการร่วมงานชิ้นสำคัญสำหรับผมที่ทำให้ผมเป็นผมแบบทุกวันนี้ ผมรู้สึกถึงการ ‘เล่นหนัง’ ก็จากเล่นหนังเรื่องนี้ครับ”

เขาได้เล่นหนังอีซางดงอีกครั้งคือเรื่อง Secret Sunshine (2007) ต่อมามันกลายเป็นหนึ่งในการแสดงสำคัญของซงคังโฮ ส่วนอีซางดงก็เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติมากขึ้นจนมีผลงานล่าสุดที่ดัดแปลงผลงานของ ฮารุกิ มูราคามิ เป็นหนังยาวเกือบชิงออสการ์เรื่อง Burning (2018)

สิ่งที่อีซางดงทิ้งเอาไว้ ซงคังโฮได้เรียนรู้หลังการแสดงหนังเรื่องนี้ไว้ว่า “การเป็นนักแสดง มันต้องทำจิตให้ว่างเท่าที่เป็นไปได้ และผมคิดว่าการฝึกแบบนี้มันสำคัญมากกว่าศึกษาความแตกต่างระหว่างตัวละครไปอีก เคล็ดลับผมนะ อย่าคิดให้มาก ก็เล่นไปเลยสิครับคุณ!!”

ชื่อเสียงระดับนานาชาติ กับการร่วมงานกับผู้กำกับคู่บุญ

ผลงานของซงคังโฮเริ่มฉายแววดังขึ้นเรื่อย ๆ เขาพัฒนาความสามารถตนเองด้วยการ “แย่งซีน” จากหนังเรื่อง No. 3 (1997) จนสามารถชิงรางวัลการแสดงชิ้นแรก รางวัลสาขานักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากเวที Daejong Awards ปี 1997 มานอนกอดได้สำเร็จ นับแต่นั้นซงคังโฮได้สานต่อความสำเร็จเรื่อยมาจนได้เล่นหนังสายลับทุนสร้างสูง Shiri (1999) และเล่นบทนำครั้งแรกกับบทนักมวยปล้ำจากหนังเรื่อง The Foul King (2000) ของผู้กำกับคิมจีวุน (ผู้กำกับหนังตู้ซ่อนผี) แถมเขายังเล่นเอง เจ็บเอง แทบไม่ต้องใช้สตันต์แมนอีกต่างหาก โดยหนังทั้งสองเรื่องต่างกวาดรายได้เป็นกอบเป็นกำโดยเฉพาะ Shiri กลายเป็นหนังทำลายสถิติหนังเกาหลีเรื่องแรกที่มีคนดูสูงถึง 5 ล้านกว่าคน ทำให้ซงคังโฮมีหมุดไมล์ในการเล่นหนังกระแสหลักมากขึ้น ไหนจะเริ่มมีชื่อเสียงในระดับประเทศและระดับสากลในฐานะนักแสดงขายฝีมือ เล่นเรื่องไหนก็มักมีรางวัลประดับตัว

หนึ่งในผู้กำกับที่พาซงคังโฮโด่งดังไปไกลถึงต่างประเทศได้แก่ ปาร์ค ชานวุก ที่พาซงคังโฮเข้าสู่เวทีรางวัลระดับนานาชาติ ด้วยหนังสืบสวนความขัดแย้งระหว่างเกาหลีเหนือและใต้จากหนังเรื่อง Joint Security Area (2000) โดยตัวหนังได้ฉายในสายประกวดที่เทศกาลหนังเบอร์ลิน หนึ่งในสามเทศกาลเก่าแก่ที่สุดในโลก และเป็นหนังเรื่องแรกที่ซงคังโฮได้รางวัลการแสดงในฐานะบทนำ ทั้งจากสมาคมนักวิจารณ์เกาหลี (Busan Film Critics Association), เทศกาลหนังเอเชียที่ฝรั่งเศส (Deauville Asian Film Festival) และ รางวัลออสการ์ของเกาหลี (Grandbell Awards)

หลังจากที่เล่นหนังเรื่อง Joint Security Area (2000) ซงคังโฮยังมีผลงานเล่นหนังกับปาร์ค ชานวุก ต่ออีกสองเรื่อง ได้แก่ หนังเปิดไตรภาคล้างแค้น Sympathy for Mr. Vengeance (2002) จนถึงหนังอีโรติกฉาวบาทหลวงหลงราคะสาวแวมไพร์เรื่อง The Thrist (2009) ซึ่งได้ฉายสายประกวดที่เทศกาลหนังเมืองคานส์

ส่วนผู้กำกับอีกคนที่กลายเป็นภาพจำยิ่งกว่าจนแทบจะเป็นผีเน่าโรงผุ นั่นคือผู้กำกับ บงจุนโฮ จุดเริ่มต้นของการร่วมงานระหว่างทั้งสองคนก็เหมือนโชคชะตาที่ดูตลกร้ายเสียเหลือเกิน

“เมื่อตอนที่ผมนั่งดูหนังเรื่องแรกของบงจุนโฮ ‘Barking Dogs Never Bite’ (2000) ที่บ้าน ผมหัวเราะบ่อยมากซะจนผมสำลักเลย ตอนนั้นไอ้ผมก็ไม่รู้เลยว่าเขากำกับ หรือแม้แต่ชื่อก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ แต่ผมอยากเจอหมอนี่เหลือเกิน” จนกระทั่งหนึ่งปีถัดมา บงจุนโฮชวนซงคังโฮมาเล่น Memories of Murder” (2003) ซงคังโฮตอบตกลง ซึ่งก็ไม่ใช่เพราะชื่อเสียงของบงจุนโฮ แต่เป็นที่ตัวบทหนังต่างหาก

“ตัวโครงเรื่อง มันก็น่าทึ่งแล้วครับ แถมบทพูดและการกระทำตัวละครก็เจ๋งเป้งอีกต่างหาก” และนี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นการจับมือกันทำงานอย่างยาวนานระหว่างสองศรีนักแสดงและผู้กำกับขวัญใจคอหนังรางวัลต่อมาอีกสามเรื่อง ตั้งแต่หนังสัตว์ประหลาดลักพาตัวลูกสาวต้องพาตัวกลับมาใน The Host (2006) , ศึกปฏิวัติในรถไฟที่โลกภายนอกอุณหภูมิติดลบ Snowpiercer (2013) และล่าสุดกับหนัง “ว่าที่ออสการ์” Parasite (2019)

ส่วนหลักเกณฑ์เลือกเล่นหนังของเขา ซงคังโฮกล่าวถึงกรณีนี้ว่า “เหตุผลหลักในการร่วมงานหนังแต่ละเรื่อง ผมไม่ได้ดูที่ชื่อเสียงผู้กำกับเลยครับ ผมรู้สึกว่านักแสดงต่างต้องการทำสิ่งที่แตกต่างออกไปบ้าง ผมอยากจะสร้างสรรค์ผลงานใหม่และหาเนื้อเรื่องที่สดใหม่ นี่แหละคือเหตุผลที่ผมเลือกบทบาทในหนังเรื่องนั้น ๆ ครับ”

ซงคังโฮ ผู้เป็นภาพจำในหนังเกาหลี

ซงคังโฮได้กลายเป็นนักแสดงคนแรกของเอเชียที่ได้รับรางวัลเกียรติยศในสาขา “Excellent Awards” ณ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโลการ์โน (Locarno International Film Festival) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยรางวัลนี้จะมอบให้แก่ศิลปินระดับนานาชาติที่สร้างผลงานคุณูปการแด่โลกภาพยนตร์

เจอเรมี เซกาย ผู้แทน UniFrance ดูแลตลาดหนังฝรั่งเศสในอาเซียนและเป็นที่ปรึกษางานโลการ์โน ให้เหตุผลการให้รางวัลซงคังโฮไว้ว่า “เขาเป็นนักแสดงเก่งฉกาจ เป็นผู้สร้างการแสดงที่หลากหลายและทรงพลังให้แก่วงการภาพยนตร์เกาหลีเกือบสองทศวรรษ ไม่ว่าเขาจะแสดงหนังตลก หนังย้อนยุค และหนังการเมือง เขาก็ทำคุณขนลุกซู่ได้ ซงคังโฮ ถือเป็นภาพจำในหนังเกาหลี ณ ช่วงเวลานี้ครับ”

คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า เพราะนิสัยรักการเรียนรู้ทางการแสดง จึงทำให้ซงคังโฮ ในวัย 52 ปี มายืนอยู่ตรงจุดนี้ได้อย่างสง่างามนั่นเอง

ที่มา :
http://en.tenasia.com/archives/2026
https://www.soompi.com/article/1345275wpp/song-kang-ho-shines-as-1st-asian-actor-to-receive-locarno-international-film-festivals-excellence-award
https://variety.com/2019/film/news/south-korean-actor-song-kang-ho-is-first-asian-honored-with-locarno-excellence-award-1203218865/
https://m-en.yna.co.kr/view/AEN20190530003600315?
https://forums.soompi.com/topic/113838-song-kang-ho-송강호-congratulations-parasite-awarded-palme-dor-at-cannes-2019/

เรื่อง: ธนพัฒน์ วงษ์วิสิทธิ์


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

โตโตโระ ยักษ์ใหญ่ที่กุมหัวใจเด็กทั้งโลกจากสตูดิโอจิบลิ

เควิน ไมเออร์ส บอดี้การ์ดส่วนตัวสุดฮาของ เอ็ด ชีแรน ชายผู้พร้อมรับกระสุนแทนเขาได้ทุกเมื่อ

จอน จี ฮยอน (จวนจีฮุน) : 18 ปี อยากบอกให้เธอได้ฟังคิดถึงเธอจัง “ยัยตัวร้าย”

คริส อีแวนส์ กัปตันอเมริกา รักเด็ก รักหมา ด่าทรัมป์

บิลลี่ อายลิช นักร้องวัย 17 กับ มรสุมชีวิตอาการป่วยทางจิต ที่มาของเพลงดังและความสำเร็จ

เมียเดียวหลายผัว ธรรมเนียมการครองเรือนของมนุษย์แบบดั้งเดิม

Prodigy แร็ปเปอร์ยุค 90 ต้นตอ “อิลลูมินาติ” ในวัฒนธรรมป๊อป

จอห์นนี คิตากาวะ ชายผู้มอบความฝันให้ชายหนุ่ม (และหญิงสาว) ชาวญี่ปุ่นมากกว่า 50 ปี