Post on 26/08/2020

อาห์น จุง ฮวาน นักเตะเกาหลีใต้ แพะรับบาป “ความขี้โกง” ในบอลโลก 2002

       ในประเทศอิตาลี จะมีคำที่ไว้ใช้เรียกนักเตะที่ดังในชั่วข้ามคืนหรือทำประตูสำคัญแบบ “one-hit-wonders” ว่า “meteora” หรือที่แปลว่าดาวตกถ้าพูดถึงนักเตะแบบนี้แน่นอนต้องมีชื่อของ โอเล็ก ซาเลนโก้ นักเตะรัสเซียที่ยิง 5 ประตูใส่แคเมอรูน ในฟุตบอลโลก ปี 1994 และไม่เคยกลับมาติดทีมชาติอีกเลย รวมถึง เฟเดอริโก มาเคด้า ที่ทำประตูสำคัญในช่วงทดเวลาบาดเจ็บให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ มาริโอ สตานิช ที่เปิดตัวยิงสองลูกกับเชลซี ทั้งสามคือตัวอย่างส่วนหนึ่งของนักเตะที่เคยสร้างความหวังให้แฟนบอลในระยะเวลาสั้น ๆ ก่อนที่พวกเขาจะโชว์ฟอร์มออกทะเล และหายเข้ากลีบเมฆไป

อาห์น จุง ฮวาน (Ahn Jung Hwan) อดีตนักเตะทีมชาติเกาหลีใต้ เป็นอีกคนที่โด่งดังเป็นพลุแตกเพียงชั่วข้ามคืนจากประตูที่เขาทำใส่ทีมชาติอิตาลี ในศึกฟุตบอลโลกปี 2002 ตลอดอาชีพการค้าแข้งของอาห์น เขามีโอกาสลงเล่นกับหลายทีมในยุโรป ไล่ตั้งแต่ เปรูจา เม็ทซ์ หรือดุยส์บวร์ก ซึ่งสุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก แต่ถ้าพูดถึงไฮไลท์สำคัญในชีวิตของผู้ชายคนนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 18 ปีที่แล้วในศึกฟุตบอลโลกปี 2002 เพราะนั่นเป็นเกมเปลี่ยนชีวิตที่ทำให้เขากลายเป็นฮีโร่และถูกตราหน้าว่าเป็นคนขี้โกงในเวลาเดียวกัน

ฟุตบอลคือการแข่งขันที่มีทั้งผู้แพ้และผู้ชนะ ซึ่งคำว่าชัยชนะนี่แหละที่ทำให้บางคนถึงขั้นยอมโกงเพื่อได้มันมา… ถ้าเราพูดถึง “การโกง” ในวงการฟุตบอล หลายคนน่าจะจำตำนาน “หัตถ์พระเจ้า” ของ ดิเอโก้ มาราโดน่า ในศึกฟุตบอลโลกปี 1986 ได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงคดีล้มบอลของยูเวนตุส เมื่อปี 2006 แต่ทั้งหลายทั้งปวง ถ้าพูดถึงภาพจำที่ส่อเค้าความโกงชนิดค้านสายตาคนทั้งโลก จนถูกยกให้เป็น “แมตช์อัปยศ” ตลอดกาล คงต้องยกให้แมตช์ระหว่างเกาหลีใต้กับอิตาลี

ในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2002 ที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพร่วม นั่นเป็นครั้งแรกของโลกที่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายจัดขึ้นนอกทวีปอเมริกาเหนือ/ใต้ และยุโรป โดยตลอดทัวร์นาเมนต์ เกาหลีใต้ในฐานะเจ้าภาพโชว์ฟอร์มเทพภายใต้การคุมทีมของกุส ฮิดดิงก์ กุนซือชาวดัตช์ จนสามารถทะลุเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปเจอกับกระดูกชิ้นโตอย่างทีมชาติอิตาลี ที่กำลังอยู่ในช่วงยุคทอง โดยมีนักเตะอย่าง ฟรานเชสโก้ ต็อตติ, เปาโล มัลดินี, จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน, อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่, อเลสซานโดร เนสต้า เป็นกำลังสำคัญ แน่นอนว่าเพียงแค่เห็นรายชื่อ สื่อทุกสำนักก็พร้อมใจกันฟันธงผู้ชนะ รวมถึงตัดชื่อทีมชาติเกาหลีใต้ออกจากสารบบทันที แต่…ใครจะเชื่อล่ะ ว่าสุดท้ายทีมพลังโสมจะหักปากกาเซียน พลิกล็อกเอาชนะไปได้ชนิดช็อกคนทั้งโลก

อาห์น ขณะกระชากบอลหนีเปาโล มัลดินี

       ในเกมวันนั้นเกาหลีใต้มาพร้อมกับแผนการเล่นสุดรัดกุม แต่ก็เป็นอิตาลีที่ออกนำก่อนจากการทำประตูของคริสเตียน วิเอรี ในนาทีที่ 18  ก่อนจะโดนโซล คี-เฮือน ยิงให้เกาหลีใต้ตามตีเสมอในเวลาต่อมา โดยตลอดทั้งเกมฝั่งทีมอัซซูรีพยายามบุกเข้าใส่เจ้าถิ่นตลอดเวลา แต่ก็เจอสไตล์การเข้าบอลถึงลูกถึงคนของเกาหลีใต้ ชนิดที่ว่าหวดทั้งคนทั้งบอลจนฝั่งอิตาลีเลือดตกยางออก บวกกับการตัดสินค้านสายตาของ ไบรอน โมเรโน ผู้ตัดสินชาวเอกวาดอร์ ทำให้เกมคู่นี้ต้องไปฎีกากันในช่วงการต่อเวลาพิเศษ

แต่แล้วในช่วงต่อเวลาพิเศษนาทีที่ 117 อาห์นก็ช็อกคนทั้งโลกโดยการโหม่งประตูชัยให้เกาหลีใต้ได้สำเร็จ (ตอนนั้นยังมีกฏโกลเดน โกล ที่ใครยิงได้ก่อนชนะไปเลย) ก่อนที่ทีมโสมขาวจะทะลุเข้าไปชนะสเปน แต่ดันแพ้เยอรมนี 0-1 ในรอบรองชนะเลิศ และจบทัวร์นาเมนต์ด้วยการคว้าอันดับ 4

แม้ประตูที่เกาหลีใต้ได้ทั้งสองลูกนั้นจะมาจากฝีมือของพวกเขาจริง ๆ แต่กระนั้นภาพรวมของเกมที่ออกมาทำให้พวกเขาถูกตั้งคำถามจากคนทั้งโลกว่า “จ่ายเงินซื้อกรรมการหรือเปล่า?” ซึ่งหลังเกม ทางฟีฟ่าก็ออกมายอมรับว่า เกมดังกล่าวเป็นการตัดสินที่ผิดพลาดของกรรมการ ก่อนจะสั่งแบนโมเรโนห้ามตัดสินการแข่งขันระดับฟีฟ่าจำนวน 20 เกม (ในปี 2010 เปาโมเรโนคนนี้ก็ถูกเจ้าหน้าที่สนามบิน เจเอฟเค ในนิวยอร์ก จับข้อหามีเฮโรอีนในครอบครองถึง 6 กิโลกรัม)

จังหวะโหม่งประตูชัย

       สิ่งที่เกิดขึ้นในเกมรอบ 16 ทีม สร้างความคับแค้นใจให้คนอิตาลีทั้งประเทศ โดยเฉพาะ ลูเซียโน่ กาอุชชี่ ประธานสโมสรเปรูจา ต้นสังกัดของอาห์น ที่โมโหถึงขนาดยกเลิกใบอนุญาตทำงานในอิตาลีของอาห์น พร้อมกับถอนข้อเสนอสัญญาสามปีของอาห์นกับทีม และให้สัมภาษณ์ด้วยอารมณ์ขึ้น ๆ ว่า เขาไม่มีความคิดที่จะจ่ายเงินให้กับคนที่ทำลายฟุตบอลอิตาลี

“เขา (อาห์น) เป็นปรากฏการณ์เฉพาะตอนที่แข่งกับอิตาลีเท่านั้นแหละ ผมเป็นพวกคลั่งชาติ และผมถือว่าการกระทำแบบนั้นไม่ใช่แค่เป็นการดูถูกศักดิ์ศรีของชาวอิตาเลียน แต่ยังถือว่าเป็นการสบประมาทประเทศที่เคยเปิดประตูให้เขาด้วยซ้ำเมื่อ 2 ปีก่อน ผมไม่อยากจ่ายเงินเดือนให้ใครก็ตามที่เป็นบ่อนทำลายวงการฟุตบอลของอิตาลี” กาอุชชีให้สัมภาษณ์

ด้านอาห์น หลังถูกยกเลิกการเซ็นสัญญาถาวร ก็ออกมาให้สัมภาษณ์แบบโนสนโนแคร์ว่า

“ผมจะไม่พูดเรื่องการย้ายไปเปรูจาอีก คนชอบพุ่งเข้ามาหาผมเพื่อถามอะไรแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่พวกเขาควรจะแสดงความยินดีกับผมเรื่องประตูนั้นมากกว่า”

ย้อนกลับไปในปี 2000 เปรูจาดึงตัวอาห์นมาจาก ปูซาน แดวู โรยัลส์ คลับ ด้วยสัญญายืมตัว ก่อนที่แนวรุกเจ้าของฉายา ”ลอร์ด ออฟ เดอะ ริง” จะลงสนามไป 15 นัด ทำไป 4 ประตู จนกาอุชชีสนใจจะดึงตัวเขามาร่วมทีมเป็นการถาวร อาห์นให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2013 ว่า แม้ชัยชนะในครั้งนั้นจะทำให้เขาถูกยกเลิกสัญญา แต่ตัวเขาเองก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจเท่าไหร่นัก เพราะสมัยที่ยังค้าแข้งในอิตาลี เขาได้รับการปฏิบัติอย่างมีอคติและถูกเหยียดเชื้อชาติจากเพื่อนร่วมทีมมาแล้ว

“มีอยู่วันหนึ่ง อยู่ดี ๆ มาร์โก มาเตรัสซี ก็เดินเข้ามาในห้องแต่งตัวและตะโกนใส่ผมต่อหน้าทุกคนหาว่า ‘ไอ้นี่แม่งตัวเหม็นเหมือนกระเทียมเลยว่ะ’ ตอนแรกผมไม่เข้าใจว่าเขาพูดอะไร แต่ผมสังเกตปฏิกิริยาของล่ามที่เป็นคนเกาหลีด้วยกัน เขาดูอายและไม่กล้าแปลให้ผมฟัง ยิ่งไปกว่านั้นตอนลงแข่ง พวกเขาแทบไม่ส่งบอลมาให้ผมยิงเลย ทั้ง ๆ ที่ บางครั้งพวกเขาเองก็อยู่ในจุดที่ยิงไม่ได้ด้วยซ้ำ” อาห์นระบายความในใจ

อาห์น กับ หม่าหมิงหยู ในสีเสื้อเปรูจา

       หลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบอลโลก 2002 อิตาลีก็ประกาศแบนนักเตะจากเกาหลีใต้ทันที จนกระทั่ง 16 ปีต่อมา ศึกกัลโช่ เซเรีย อา ก็กลับมามีนักเตะเกาหลีใต้อีกครั้งหลังจากที่คิเอโว่ไปดึง อี ซึง วู มาร่วมทีม

อาห์นอาจจะไม่ได้มีฝีเท้าโดดเด่น เมื่อเทียบกับสิ่งที่ปาร์ค จี ซอง (อดีตนักเตะแมนฯ ยูไนเต็ด) หรือ ซน เฮือง มิน (ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส) ทำไว้ในพรีเมียร์ลีก แม้จะถูกมองว่าเป็น “แพะรับบาป” ของเกาหลีใต้ในบอลโลก 2002 แต่ลูกโหม่งของเขาในครั้งนั้นก็ถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลเกาหลีใต้ พร้อมกับข้อความยกย่องเชิดชูว่า “ประตูแห่งชัยชนะ”

 

ที่มา:

https://www.footchampion.com/the-story-of-ahn-jung-hwan-who-was-kicked-out-from-serie-a/

https://www.goal.com/en/news/ahn-jung-hwan-koreas-forgotten-talisman/s80k2rn2v1e21028ugxn68sq8

https://www.theguardian.com/football/2020/apr/26/my-favourite-game-when-ahn-jung-hwan-eliminated-italy-from-world-cup


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

นิโคลา เนเลอร์ นักกีฬาศิลปะการบังคับม้ากับความพิการทางสายตาที่ไม่อาจมาขวางกั้นความฝัน

เปาโล มัลดินี “อิล กัปปิตาโน” กัปตันอมตะ ผู้กำลังเอาชนะโควิด -19

ทอม เคอร์ริดจ์ เชฟมิชลินสตาร์คนใหม่ของแมนฯยูฯ ผู้เข้ามาเปลี่ยนโอลด์ แทรฟฟอร์ด ให้เป็น รีสอร์ท แอนด์ สปา ของจริง

“โค้ชหนึ่ง” หนึ่งฤทัย สระทองเวียน: “เป๊ป กวาร์ดิโอล่า” คือ ไอดอล

สัมภาษณ์ แอมแปร์-ณัฐวดี อดีตเด็กเนิร์ด สู่จอมทัพดาวรุ่งว่าที่อนาคตทีม “ชบาแก้ว” กับชีวิตที่เรียนรู้จากฟุตบอล

‘I Will Survive’ เพลงชาติเกย์ ที่คนฝรั่งเศส เอาไว้ “เชียร์ฟุตบอล”

แมตต์ จัดจ์ หัวหน้าเจรจาซื้อขาย แมนฯ ยูฯ มือขวาลอร์ดเอ็ด ชายผู้ทำให้ดีลง่ายเป็นดีลยาก

บรูโน่ แฟร์นันเดส ตำนาน “48 ชั่วโมง” แมนฯยูฯ เจ้าของฉายา “มาเอสโตรสามตา”