‘เคสุเกะ ฮอนดะ’ มือปืนรับจ้างแห่งโลกลูกหนัง จากนักเตะญี่ปุ่น สู่กุนซือล่าฝันไปบอลโลก

‘เคสุเกะ ฮอนดะ’ มือปืนรับจ้างแห่งโลกลูกหนัง จากนักเตะญี่ปุ่น สู่กุนซือล่าฝันไปบอลโลก

มือปืนรับจ้างแห่งโลกลูกหนัง ผู้ประกาศล่าเป้าหมายพาทีมชาติที่จ้างงานไปลุยฟุตบอลโลก อดีตนักเตะทีมชาติญี่ปุ่นนามว่า ‘เคสุเกะ ฮอนดะ’ ไม่เพียงมีเพลงแข้งระดับโลก เส้นทางในบทบาทกุนซือและผู้พัฒนาโครงสร้างลูกหนังก็ถือว่าน่าจับตา

“ผมสนใจรับงานคุมทีมชาติโอมาน, ยูเออี, นิวซีแลนด์ และไทย หรือประเทศใดก็ตามที่อยากเล่นฟุตบอลโลก 2026”

ประโยคดังกล่าวคือประโยคที่ยอดนักฟุตบอลอดีตทีมชาติญี่ปุ่นอย่าง ‘เคสุเกะ ฮอนดะ’ โพสต์ลงสื่อโซเชียลมีเดีย หลังจากเจ้าตัวหมดภาระหน้าที่ในการคุมทีมชาติกัมพูชาเข้าร่วมศึกฟุตบอลในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ปี 2023 ที่ประเทศกัมพูชาเป็นเจ้าภาพและต้องตกรอบแรกไปแบบน่าเสียดาย ซึ่งข้อความดังกล่าวก็สร้างความฮือฮาและเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงการฟุตบอลไทยกันพอสมควร

‘เคสุเกะ ฮอนดะ’ คนนี้คือใคร สมัยเป็นนักฟุตบอล เขายิ่งใหญ่ขนาดไหน และมีเป้าหมายอย่างไรในชีวิต บทความนี้จะพาไปรู้จักเขากันครับ

จุดเริ่มต้นในวัยเด็ก และความล้มเหลวกับกัมบะ โอซาก้า

‘เคสุเกะ ฮอนดะ’ เกิดในครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์พร้อมนัก โดยเจ้าตัวต้องอาศัยอยู่ในห้องเช่าขนาดเล็กกับคุณย่าขณะที่พ่อและแม่ของฮอนดะนั้นหย่าร้างกัน นั่นจึงทำให้เด็กชายฮอนดะ ต้องอาศัยกีฬาลูกหนังในการหาความสุขให้กับตัวเอง

การเล่นฟุตบอลของเจ้าตัวนั้นนอกจากจะเป็นเรื่องของความสนุกสนานแล้วมันก็ยังเต็มไปด้วยความฝัน ฮอนดะ ตั้งใจอยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพตั้งแต่วัยเด็ก อยากติดทีมชาติญี่ปุ่น และอยากไปเล่นฟุตบอลโลก และเมื่อกาลเวลาผ่านไป ความฝันก็ได้กลายเป็นเป้าหมายหลักของชีวิต

เคสุเกะ ฮอนดะ เริ่มต้นเล่นฟุตบอลในระดับเยาวชนให้กับสโมสรฟุตบอลท้องถิ่นอย่างเซ็ตสึ จากนั้นก็มีโอกาสย้ายไปเล่นให้ทีมระดับเยาวชนของสโมสรกัมบะ โอซาก้า แต่ฮอนดะก็เป็นเพียงนักเตะชุดเล็กของทีมเยาวชนเท่านั้น ไม่สามารถก้าวไปสู่ทีมชุดหลักในระดับเยาวชนของสโมสรกัมบะ โอซาก้า ได้ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เจ้าตัวท้อแท้แต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม ฮอนดะ กลับใช้ความมุ่งมั่นและพยายามเพิ่มขึ้นเพื่อบรรลุเป้าหมายในการเล่นฟุตบอลอาชีพให้ได้

เมื่อเส้นทางที่เลือกเดินนั้นไม่ประสบความสำเร็จ เราก็แค่เปลี่ยนเส้นทางเดินใหม่ นี่คือแนวคิดของ เคสุเกะ ฮอนดะ หลังจากที่เจ้าตัวไม่ประสบความสำเร็จในการเป็นผู้เล่นในทีมเยาวชนของสโมสรกัมบะ โอซาก้า ฮอนดะ ย้ายไปเล่นฟุตบอลให้กับโรงเรียนมัธยมเซเรียว ในปี 2004 และเจ้าตัวก็สามารถเป็นตัวหลักของทีมและพาทีมผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศในการแข่งขันฟุตบอลมัธยมระดับประเทศได้ อีกทั้งฟอร์มของเจ้าตัวก็โดดเด่นจนได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการเก็บตัวของสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นหรือเจเอฟเอ (JFA) เพื่อเป็นการพัฒนานักฟุตบอลระดับเยาวชนของญี่ปุ่นให้สามารถก้าวไปสู่การแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพอย่างเจลีก (J League) ได้

ลงสนามในเจลีก เป็นนักฟุตบอลอาชีพตามฝัน

หลังจากฮอนดะ เข้าแคมป์เก็บตัวของเจเอฟเอแล้ว เจ้าตัวมีโอกาสเริ่มต้นเล่นฟุตบอลอาชีพตามความฝันขณะที่ยังเรียนหนังสืออยู่ โดยสโมสรที่เปิดโอกาสให้ฮอนดะ คือสโมสรนาโกย่า แกรมปัส เอต แห่งศึกเจลีก 1 (J League 1) โดยฮอนดะ มีโอกาสลงสนามนัดแรกให้กับสโมสรก็คือการแข่งขันฟุตบอลรายการเจลีก คัพ โดยเป็นการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มกับสโมสรจูบิโล อิวาตะ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2004 และผลการแข่งขันก็เสมอกันไป 1-1 โดยฮอนดะนั้นมีโอกาสลงเล่นในสนามทั้งหมด 13 นาที แม้จะเป็นระยะเวลาที่ไม่มากมายนัก แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางสายนักฟุตบอลอาชีพที่น่าจดจำ และเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญของเจ้าตัว

เคสุเกะ ฮอนดะ ใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อจะพิสูจน์ให้สโมสรต้นสังกัดได้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของเจ้าตัว ซึ่งแน่นอนว่าสโมสรนาโกย่า แกรมปัส เอต ก็มองเห็นความตั้งใจดังกล่าว จึงเปิดโอกาสให้ฮอนดะ ได้เป็นหนึ่งในขุนพลทีมชุดใหญ่ลงแข่งขันฟุตบอลเจลีก 1 ในฤดูกาล 2005 และกองกลางตัวรุกรายนี้ก็ตอบแทนความไว้วางใจของสโมสร โดยลงสนามไปทั้งสิ้น 31 นัด และสามารถทำประตูได้ 2 ประตู ประตูแรกเกิดขึ้นในเกมกับสโมสรโตเกียว เวอร์ดี้ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2005 ซึ่งประตูดังกล่าวถือว่าเป็นประตูแรกในฟุตบอลอาชีพของเจ้าตัว

เคสุเกะ ฮอนดะ ลงเล่นให้สโมสรนาโกย่า แกรมปัส เอต แบบเต็มฤดูกาลเป็นจำนวนทั้งสิ้น 3 ฤดูกาล ระหว่าง 2005-2007 โดยลงสนามรวมกว่า 75 นัด (60 นัดในฟุตบอลลีกและ 15 นัดในฟุตบอลถ้วย) ทำประตูไปทั้งสิ้น 13 ประตู ซึ่งเส้นทางต่อไปของเจ้าตัวก็คือการมุ่งหน้าสู่ทวีปที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายลูกหนังอย่างยุโรป

 

มุ่งหน้าสู่ยุโรป ตามล่าหาความฝันยังดินแดนกังหันลม

ความฝันในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพของ เคสุเกะ ฮอนดะ สำเร็จไปแล้วตั้งแต่วันที่เจ้าตัวได้ลงสนามในศึกฟุตบอลเจลีกกับสโมสรนาโกย่า แกรมปัส เอต เพียงแต่ฮอนดะ ไม่ได้พึงพอใจเพียงแค่นั้น ความฝันของเจ้าตัวเริ่มไปไกลถึงการค้าแข้งบนแผ่นดินยุโรป ซึ่งเจ้าตัวก็ได้มีโอกาสย้ายไปยังเอเรดิวิซี (Eredivisie) ซึ่งเป็นฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยสังกัดสโมสรวีวีวี-เวนโล (VVV-Venlo) เป็นระยะเวลา 2 ปี

ฤดูกาลแรกของเจ้าตัวก็คือ 2007-2008 ในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง และ เคสุเกะ ฮอนดะ มีโอกาสลงสนามในฟุตบอลลีกสูงสุดของเนเธอร์แลนด์ไปทั้งสิ้น 14 นัดและยิงประตูไป 2 ประตู โดยประตูแรกบนแผ่นดินยุโรปนั้น เจ้าตัวทำได้ในนัดที่ต้นสังกัดพบกับยอดทีมอย่างเฟเยนูร์ด ก่อนที่ในนัดถัดมา ฮอนดะ จะยังคงร้อนแรงได้ต่อเนื่องเมื่อสามารถทำประตูที่สองของตัวเองในเอเรดิวิซี ลีกได้สำเร็จในเกมพบกับสโมสรเอ็นอีซี ไนจ์เมเก้น อย่างไรก็ตาม เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล ฮอนดะ ต้องพบกับความผิดหวังเพราะสโมสรต้นสังกัดอย่างวีวีวี-เวนโล มีอันต้องร่วงตกชั้นไปแบบน่าเจ็บใจ

ฤดูกาล 2008-2009 เคสุเกะ ฮอนดะ ยังคงลงสนามให้กับสโมสรวีวีวี-เวนโล เพียงแต่ครั้งนี้เป็นการเล่นในฟุตบอลลีกรองของเนเธอร์แลนด์อย่างคูเคน คัมเปียน ดิวิซี (Keuken Kampioen Divisie) เท่านั้น แต่เรื่องดังกล่าวกับเป็นผลดีของเจ้าตัว เพราะในลีกรองนี้ ฮอนดะ ได้มีโอกาสปรับตัวและแสดงผลงานได้อย่างเต็มที่ เป็นกำลังสำคัญของทีมและมีโอกาสลงสนามไปทั้งสิ้นกว่า 36 นัด ทำประตูไปได้ 16 ประตูกับ 14 แอสซิสต์ พาสโมสรวีวีวี-เวนโล เลื่อนชั้นสู่เอเรดิวิซี ลีกสูงสุดได้อีกครั้ง

ฤดูกาล 2009-2010 ฮอนดะ ลงสนามในลีกสูงสุดอย่างเอเรดิวิซี ให้กับสโมสรวีวีวี-เวนโล ในช่วงฤดูกาลแรกเท่านั้น โดยในนัดเปิดสนามกับยอดทีมอย่างพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ฮอนดะ ลงสนามในฐานะกัปตันทีมและสามารถพาลูกทีมจากแดนใต้บุกมาเสมอกับยอดทีมของเนเอร์แลนด์ไปได้ 3-3 โดย 3 ประตูที่เกิดขึ้นนั้นก็มาจากการทำประตูของเจ้าตัวเอง ทั้งยังแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้อีกด้วย โดยในช่วงครึ่งฤดูกาลแรกนั้นเจ้าตัวลงสนามให้ทีมไปทั้งสิ้น 20 นัด และทำประตูได้ถึง 8 ประตู กับอีก 8 แอสซิสต์ (รวมฟุตบอลลีกและฟุตบอลถ้วย) ก่อนจะอำลาสโมสรไปสู่ความท้าทายใหม่

 

สร้างตำนานบนดินแดนหมีขาว

หลังจาก เคสุเกะ ฮอนดะ สามารถสร้างผลงานในฟุตบอลลีกของเนเธอร์แลนด์กับสโมสรวีวีวี-เวนโล ได้อย่างน่าประทับใจ เจ้าตัวมุ่งหน้าสู่ความท้าทายใหม่ด้วยการย้ายไปยังสโมสรซีเอสเคเอ มอสโก (CSKA Moscow) ในฟุตบอลรัสเซียน พรีเมียร์ ลีกา (Russian Premier Liga) โดยมีค่าตัวประมาณ 6 ล้านยูโร กับสัญญาระยะเวลา 4 ปี ซึ่ง ณ สโมสรแห่งนี้ ฮอนดะ มีโอกาสลงสนามวาดลวดลายอย่างเต็มที่โดยเฉพาะการได้มีโอกาสลงเล่นในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก (UEFA Champions League) และยูโรป้า ลีก (Europa League) โดยตั้งแต่ปี 2009-2014 ฮอนดะ มีโอกาสลงสนามในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ไปทั้งสิ้น 11 นัด ทำประตูได้ทั้งสิ้น 3 ประตู โดยสองในสามประตูนั้นคือการยิงใส่ยอดทีมอย่างเซบีญ่า และบาเยิร์น มิวนิค

ตลอด 4 ปีกับสโมสรซีเอสเคเอ มอสโก เจ้าตัวสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลรัสเซียน พรีเมียร์ ลีกา ไปได้ 2 สมัยในฤดูกาล 2012-2013 และ 2013-2014 และคว้าแชมป์ฟุตบอลรัสเซียน คัพ (Russian Cup) พ่วงมาด้วยอีก 2 สมัย ลงสนามไปทั้งสิ้นกว่า 127 นัดทำประตูได้ทั้งหมด 28 ประตูกับอีก 29 แอสซิสต์ ซึ่งเมื่อบวกกับผลงานของฮอนดะ กับทีมชาติญี่ปุ่นในช่วงเวลาดังกล่าว ก็ยิ่งทำให้เจ้าตัวได้รับความสนใจจากสโมสรยักษ์ใหญ่ในทวีปยุโรปหลายทีมและหนึ่งในนั้นก็คือปีศาจแดงดำแห่งเมืองมิลาน

 

สวมเสื้อเบอร์ 10 ในถิ่นซานซิโร่

เคสุเกะ ฮอนดะ สานฝันของตัวเองได้สำเร็จขึ้นไปอีกขั้นเมื่อ ‘มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี’ กุนซือของสโมสรเอซี มิลาน ในขณะนั้นได้ประกาศคว้าตัวฮอนดะ ไปร่วมทัพในฤดูกาล 2013-2014 โดยเจ้าตัวจะได้สวมเสื้อหมายเลข 10 ของสโมสร โดยเจ้าตัวได้ลงสนามนัดแรกให้กับเอซี มิลานเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2014 ในเกมพบกับสโมสรอูเอซเซ ซัสซูโอโล กัลโช จากนั้นประตูแรกของเจ้าตัวในเกมกัลโช่ เซเรีย อา ก็เกิดขึ้นในการลงสนามพบกับสโมสรเจนัว ณ วันที่ 7 เมษายน 2014

ในฤดูกาล 2014-2015 ถือว่าเป็นฤดูกาลแรกที่ฮอนดะได้ลงเล่นแบบเต็มฤดูกาลกับปีศาจแดงดำ และเจ้าตัวก็ฉายแววความโดดเด่นได้ตั้งแต่นัดเปิดสนามเมื่อสามารถทำประตูในเกมพบกับลาซิโอ ได้ในบ้านของตัวเองและก็เป็นเกมที่เอซี มิลานสามารถเอาชนะลาซิโอไปได้ 3-1 จากนั้นในนัดถัดมาฮอนดะ สามารถทำได้ 1 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ ในเกมกับสโมสรปาร์ม่า จากนั้นก็เป็นเอ็มโปลี, เวโรน่า และเฮลลัส เวโรน่า ที่เป็นเหยื่อฝีเท้าของนักเตะจากแดนอาทิตย์อุทัยคนนี้ จากนั้นในฤดูกาลถัดมา ฮอนดะ ยังคงเป็นกำลังสำคัญของทีมแม้จะไม่สามารถทำประตูได้มากนัก

โดยตลอดระยะเวลาการค้าแข้งกับสโมสรเอซี มิลาน ฮอนดะมีโอกาสลงสนามไปทั้งสิ้น 92 นัดและทำประตูไปได้ทั้งสิ้น 11 ประตู แม้จะไม่อาจประสบความสำเร็จในด้านถ้วยรางวัลเกียรติยศกับทางสโมสร แต่ในเรื่องของภาพลักษณ์และความเป็นไอคอลของการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความฝันในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพนั้น เจ้าตัวถือว่าประสบความสำเร็จมากพอสมควร และนั่นก็ทำให้เจ้าตัวยังเป็นที่ต้องการของสโมสรชื่อดังอีกมากมาย

 

ผลงานกับทีมชาติญี่ปุ่น

เคสุเกะ ฮอนดะ มีชื่อติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในเกมกระชับมิตรกับทีมชาติเปรู เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2007 แต่ก็ไม่มีโอกาสลงสนาม ในปีถัดมา เจ้าตัวก็ได้มีโอกาสลงสนามให้กับทีมชาติญี่ปุ่นเป็นนัดแรกในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือกกับทีมชาติบาห์เรนเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2008 ซึ่งในเกมนัดทีมชาติญี่ปุ่นสามารถเปิดบ้านเอาชนะทีมชาติบาห์เรนไปได้ 1-0 จากนั้นฮอนดะ ก็ห่างหายจากทีมชาติญี่ปุ่นไปร่วมปี ก่อนจะได้ลงสนามเป็นนัดที่สองโดยพบกับทีมชาติบาห์เรนเช่นเดิมในการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี เอเชียน คัพ รอบคดเลือก (AFC Asian Cup Qualifier) 

ฮอนดะ มีโอกาสลงสนามให้ทีมชาติญี่ปุ่นอีกครั้งในการแข่งขันนัดกระชับมิตรกับทีมชาติชิลี ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2009 และเจ้าตัวก็สามารถยิงประตูแรกในนามทีมชาติได้ในเกมดังกล่าว และตามต่อมาด้วยการทำประตูในเกมกับทีมชาติสกอตแลนด์และโตโก ในการแข่งขันนัดกระชับมิตร จากนั้นเจ้าตัวก็มีโอกาสติดทีมชาติญี่ปุ่นชุดใหญ่อย่างสม่ำเสมอมากขึ้น และที่สำคัญที่สุด เคสุเกะ ฮอนดะ คือหนึ่งในขุนพลกองทัพซามูไรบลูชุดฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้

เกมเปิดสนามกับทีมชาติแคเมอรูน คือเกมที่จารึกชื่อของ เคสุเกะ ฮอนดะ กับทีมชาติญี่ปุ่นอย่างแท้จริงเมื่อเจ้าตัวที่สวมเสื้อหมายเลข 18 สามารถยิงประตูชัยได้จากการจับบอลลงพื้นอย่างสวยงามและแปบอลด้วยเท้าซ้ายสวนทางผู้รักษาประตูเข้าไปตุงตาข่ายในนาที 39 และเป็นประชัยในเกมนี้ให้ทีมชาติญี่ปุ่นสามารถเอาชนะแคเมอรูนไปได้ 1-0 จากนั้นในนัดสุดท้ายของรอบแรกที่เป็นการชี้ชะตาการเข้ารอบ ฮอนดะก็ยิงประตูให้ทีมชาติญี่ปุ่นขึ้นนำเดนมาร์กไปก่อน 1-0 ก่อนที่ในท้ายที่สุดทีมซามูไรบลูจะสามารถเอาชนะไปได้ 3-1 แต่ในท้ายที่สุดเจ้าตัวและทีมชาติญี่ปุ่นก็ต้องยุติเส้นทางฟุตบอลโลก 2010 ไว้เพียงรอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น

ในปี 2011 เคสุเกะ ฮอนดะ นำทัพทีมชาติญี่ปุ่นเข้าการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติเอเชีย หรือรายการเอเอฟซี เอเชียน คัพ (AFC Asian Cup) และฮอนดะ สามารถทำประตูสำคัญในนัดที่ทีมชาติญี่ปุ่นสามารถเอาชนะทีมชาติซีเรียไปได้ 2-1 ในรอบแรก นอกจากนี้ในตลอดทั้งทัวนาเมนต์เจ้าตัวสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นกำลังสำคัญในการพาทีมชาติญี่ปุ่นคว้าแชมป์เอเอฟซี เอเชียน คัพ 2011 ไปครองได้สำเร็จและเจ้าตัวก็ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมหรือ MVP ประจำการแข่งขัน

ปี 2014 ฮอนดะ ยังคงเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติญี่ปุ่นชุดฟุตบอลโลกที่ประเทศบราซิล ในเกมเปิดสนามกับทีมชาติโกตดิวัวร์นั้น ฮอนดะ คือผู้ยิงประตูให้ทีมชาติญี่ปุ่นขึ้นนำไปก่อนในนาที 16 แต่จากนั้นก็เป็นโกตดิวัวร์ ที่ทำได้ดีกว่าและแซงเอาชนะไปได้ 2-1 และในครั้งนั้นทีมชาติญี่ปุ่นและฮอนดะก็ต้องหยุดเส้นทางของตัวเองไว้ที่รอบแรกเท่านั้น เจ้าตัวกลับบ้านมาพร้อมด้วยความผิดหวัง

ในปีถัดมา ฮอนดะ ต้องมาพบกับความผิดหวังอีกครั้งเมื่อทีมชาติญี่ปุ่นไม่สามารถป้องกันแชมป์เอเอฟซี เอเชียน คัพได้ โดยต้องยุติเส้นทางไว้เพียงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเท่านั้น แต่หากพูดถึงผลงานส่วนตัวของฮอนดะ ในรายการดังกล่าวก็ถือว่าเป็นอะไรที่ทำได้ดีเลยทีเดียว เมื่อเจ้าตัวสามารถยิงประตูได้ทุกนัดในรอบแรกที่ลงสนามแข่งกับปาเลสสไตน์, อิรัก และจอร์แดน

แม้จะพบกับความผิดหวัง เคสุเกะ ฮอนดะ ก็ยังคงรับใช้ทีมชาติอย่างต่อเนื่องจนถึงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายของเจ้าตัวและฮอนดะก็ยังคงไว้ลายด้วยการทำประตูใส่ทีมชาติเซเนกัล จากการแปบอลด้วยเท้าซ้ายเป้นประตูตีเสมอได้ในนาที 78 แบ่งแต้มไปอย่างสนุก และเป็นการปิดฉากการรับใช้ทีมชาติที่สวยงามของเจ้าตัว โดยสถิติบันทึกว่า เคสุเกะ ฮอนดะ ติดทีมชาติชุดใหญ่ญี่ปุ่นไปทั้งหมด 98 นัดและทำประตูได้ทั้งหมด 37 ประตู

 

เส้นทางที่เลือกเดิน การสร้างคอนเนคชั่นคือสิ่งสำคัญ

หลังจากสิ้นสุดการค้าแข้งกับสโมสรเอซี มิลาน มีสโมสรชื่อดังอีกมากมายให้ความสนใจในตัวของฮอนดะ แต่เจ้าตัวเลือกที่จะไปสู่โลกกว้างด้วยการค้าแข้งกับสโมสรต่าง ๆ ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นคลับ เดอร์ ฟุตบอล ปาชูกา ของประเทศเม็กซิโก, เมลเบิร์น วิคตอรี่ (ออสเตรเลีย), เอสเบเฟ ฟีเตสเซอร์ (เนเธอร์แลนด์), โบตาโฟโก้ (บราซิล), เนฟต์ชี บากู (อาเซอร์ไบจาน) และซูดูวา มาริจัมโพล (ลิทัวเนีย) ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการสร้างเครือข่ายให้ผู้คนทั่วโลกได้รู้จักกับเจ้าตัว เพื่อสานฝันที่ฮอนดะ อยากมีสโมสรฟุตบอลและอคาเดมีสอนฟุตบอลเป็นของตัวเอง นับว่าเป็นแผนการตลาดการสร้างแบรนด์ที่น่าชื่นชมของฮอนดะ

ซึ่งหลังจากเลิกเล่นฟุตบอลแล้วนั้น ฮอนดะ ได้รับงานคุมทีมชาติกัมพูชาลงแข่งขันในฟุตบอลรายการต่าง ๆ ซึ่งผลงานเด่นก็คือการคุมทีมชาติกัมพูชาเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟเอฟ แชมเปียนชิพ (AFF Championship) และซีเกมส์ (SEA Games) 2023 ซึ่งทีมชาติกัมพูชามีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องของผลการแข่งขันก็ตาม แต่ล่าสุดก็เป็นที่น่าเสียดายว่า ฮอนดะ ได้ลาออกจากการคุมทีมชาติกัมพูชาแล้ว

ล่าสุด สโมสรฟุตบอลโซลติโล อังกอร์ เอฟซี ที่ครั้งหนึ่งเคยโลดแล่นอยู่ในฟุตบอลลีกสูงสุดของกัมพูชา และมี เคสุเกะ ฮอนดะ เป็นประธานร่วมนั้นมีอันต้องยุบทีมลงไปหลังจากที่ฮอนดะ ลาออกจากการคุมทีมชาติกัมพูชาได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม ต้องถือว่าฮอนดะ สร้างสีสันและพัฒนาวงการฟุตบอลกัมพูชาให้ได้รับความสนใจในโลกของฟุตบอลได้มากพอสมควร

เส้นทางต่อไปของเคสุเกะ ฮอนดะ จะเป็นเช่นใด ประเทศไทยจะมีชายคนนี้มาสร้างสีสันให้กับวงการฟุตบอลไทยหรือไม่? เราต้องมาลุ้นกันต่อไปครับ

 

เรื่อง: ธิษณา ธนคลัง (เต้นคุง)

ภาพ: แฟ้มภาพจาก Getty Images