Post on 29/10/2021

Steppenwolf – Born To Be Wild: อิสระหลังคันเร่งมอเตอร์ไซค์ ในเพลงแรกที่บรรจุชื่อแนว ‘Heavy Metal’

สองขาก้าวคร่อมอาน สองมือคว้าคันเร่ง เสียงสตาร์ทเครื่องยนต์ดังขึ้น ดนตรีแรกของ ‘Born To Be Wild’ ดังขึ้นพร้อมการพุ่งทะยานไปของรถมอเตอร์ไซค์ที่ขับเลาะล่องไปบนถนนกลางทะเลทราย

‘Easy Rider’ (1969) คือภาพยนตร์อิสระสัญชาติอเมริกัน เขียนบทโดย ‘ปีเตอร์ ฟอนดา’ (Peter Fonda) ‘เดนนิส ฮอปเปอร์’ (Dennis Hopper) และ ‘เทอร์รี เซาเทิร์น’ (Terry Southern) ซึ่งฟอนดาและฮอปเปอร์ก็ได้ขึ้นขี่ ‘ชอปเปอร์’ คันใหญ่ในฐานะตัวละครนำ ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำเงินได้ 60 ล้านเหรียญจากต้นทุนเพียงไม่ถึงล้าน และได้รับคำชื่นชมในหลายแง่มุม นับจากบทที่สะท้อนสังคมอเมริกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฮิปปี้ ยาเสพติด และวิถีชีวิตวัยรุ่น อีกทั้งยังมีซาวนด์แทร็กที่เสริมส่งเรื่องราวและอารมณ์ได้อย่างดี 

เพราะความโด่งดังของหนังเรื่องนี้ บทเพลง ‘Born To Be Wild’ ของคณะหมาป่าเดียวดาย ‘Steppenwolf’ ที่ปรากฏในช่วงต้นของภาพยนตร์ จึงได้รับภาพจำว่าเกี่ยวโยงกับอานหนังและคันเร่งบิดมือเรื่อยมา แม้ว่ามันจะถูกเขียนขึ้นโดยชายผู้ขับรถยนต์แบบ ‘family car’ ก็ตาม

 

เบื้องหลังอิสระหลังคันเร่งมอเตอร์ไซค์

ก่อนที่ ‘Born To Be Wild’ จะกลายเป็นเพลงของเหล่านักบิด เพลงนี้เกิดขึ้นได้ด้วยปลายปากกาของชายหนุ่มที่ชื่อว่า ‘เดนนิส เอ็ดมอนตัน’ (Dennis Edmonton) หรือชื่อที่เขาเรียกตัวเองในช่วงนั้นว่า ‘มาร์ส บอนไฟร์’ (Mars Bonfire) บอนไฟร์เป็นพี่น้องร่วมท้องกับ ‘เจอร์รี เอ็ดมอนตัน’ (Jerry Edmonton) มือกลองวง Steppenwolf นั่นเอง

ช่วงเวลาดังกล่าวพวกเขาทั้งคู่ยังเป็นหนุ่มล่าฝันที่รวมตัวอยู่กับวงดนตรีชื่อ ‘Sparrows’ พวกเขาย้ายจากโทรอนโตไปซานฟรานซิสโกเพื่อเสาะหาความสำเร็จ ใต้ร่มเงาไซคีเดลิกของยุค 60s Sparrows เสพยา เล่นดนตรีกับ The Doors และ เจนิส จอปลิน แต่สุดท้ายเพราะความสำเร็จที่มาไม่ถึงเสียที บอนไฟร์ออกจากวง หันมาจดจ่อกับการเขียนเพลง

ในวันแห่งการเดินเตร่ บอนไฟร์ย่ำเท้าไปตามถนนฮอลลีวูด บูเลอวาร์ด ฟากหนึ่งของผนังมีโปสเตอร์เขียนคำ ‘Born To Ride’ พร้อมรูปมอเตอร์ไซค์ทะยานขึ้นจากผิวโลก

“ในที่สุดผมก็เก็บเงินซื้อรถ Ford Falcon มือสองได้ ผมขับมันตะลุยทะเลทรายกลางภูเขาในลอสแอนเจลิส การเดินทางเหล่านั้นเป็นแรงบันดาลใจให้ ‘Born To Be Wild’ ถือกำเนิด ผมได้ริฟฟ์กีตาร์ก่อน ตามมาด้วยเนื้อเพลง”

 

/ Get your motor runnin’

Head out on the highway

Looking for adventure

In whatever comes our way /

 

ยามบ่ายของวันที่พายุกระหน่ำ ฝนตกราวฟ้ารั่วจนถนนกลายเป็นแม่น้ำ ท้องฟ้าอึมครึมสีตะกั่ว บอนไฟร์มองฟ้าและพยายามอธิบายมันออกมาเป็นคำพูด จนกระทั่งคำว่า ‘heavy metals’ จากตารางธาตุที่เคยเรียนในวิชาเคมีเข้ามาในหัว

 

/ I like smoke and lightnin’

Heavy metal thunder

Racing with the wind

And the feeling that I’m under /

 

เฮฟวีเมทัลและคืนวันก่อนความ ‘wild’

แม้ ‘Born To Be Wild’ จะกลายเป็นอีกหนึ่งเพลงฮิตประจำรอยต่อยุค 60s-70s ทว่าในวันที่บอนไฟร์เอาเพลงนี้ไปเสนอตามค่ายเพลง ผลตอบรับของมันกลับเป็นการถูกปัดตกซ้ำ ๆ จนกระทั่งเจอร์รีติดต่อเขามาอีกครั้ง และบอกว่าวงดนตรีของเขากำลังจะรวมตัวกันอีกครั้งนาม ‘Steppenwolf’ และพวกเขาต้องการเพลงดี ๆ สำหรับบรรจุในอัลบั้ม

“ตอนนั้นผมเพิ่งถูกไล่ออกจากห้องเช่าเพราะเล่นกีตาร์ดังเกินไป เดโม ‘Born To Be Wild’ ที่ผมส่งให้พวกเขาจึงถูกเล่นด้วยเสียงเบาเกือบกระซิบ โชคดีที่วงรู้สึกว่าเพลงนี้มีของ และ ‘ไมเคิล โมนาร์ช’ (Michael Monarch) มือกีตาร์อายุ 17 ก็เล่นมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

ขณะที่ ‘จอห์น เคย์’ (John Kay) นักร้องนำวงหมาป่าเปลี่ยวเคยเล่าถึงเรื่องราวก่อนเพลงนี้จะกลายเป็นเพลงฮิตไว้ว่า ตอนที่เขาได้ยินเทปเดโม ดนตรีฟังดูค่อนข้างปวกเปียก แต่พวกเขาก็รู้สึกว่าเพลงนี้สามารถนำมาเขย่าให้เข้าที่ได้

“ผมเกิดในแคว้นปรัสเซียตะวันออก ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง พ่อของผมถูกฆ่า แม่ของผมต้องหนีมาพร้อมกับผมในรถถังรัสเซีย สารแห่งเสรีภาพในเพลงจึงโดนใจผมเข้าเต็ม ๆ

“เราซ้อมมันในโรงรถเมื่อโปรดิวเซอร์ ‘เกเบรียล เมคเลอร์’ (Gabriel Mekler) ย้ายมาอยู่บ้านข้าง ๆ เขาได้ยินเรา โปรดิวซ์เพลงให้เรา และจับเราเซ็นสัญญา แต่ค่ายไม่คิดว่าเพลงนี้จะเป็นซิงเกิลได้ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยอมให้มันเป็น doubled-sided single ร่วมกับเพลง ‘Everybody’s Next One’”

‘Born To Be Wild’ ประสบความสำเร็จอย่างกว้างขวาง และสร้างชื่อให้กับวงฮาร์ดร็อกสัญชาติแคนาเดียน-อเมริกันวงนี้ และแม้ว่ามันจะถูกยกย่องให้เป็นเพลงฮิตเพลงแรกของโลกดนตรี ที่บรรจุคำ ‘heavy metal’ ที่ภายหลังกลายเป็นชื่อแนวเพลงเอาไว้ แต่จอห์น เคย์ก็ได้เคยให้สัมภาษณ์กับ Songfacts ไว้ว่าเขาไม่คิดว่าวง ‘Steppenwolf’ เป็น ‘heavy metal’ แต่อย่างใด

“สำหรับผม heavy metal เริ่มต้นจาก Led Zeppelin และอื่น ๆ เราถือว่า Steppenwolf เป็นวงฮาร์ดร็อกที่มีพื้นฐานจากเพลงบลูส์”

 

ที่มา: https://www.theguardian.com/music/2018/jul/31/how-we-made-steppenwolf-born-to-be-wild

https://www.youtube.com/watch?v=J1cDECkN2xg

https://www.songfacts.com/facts/steppenwolf/born-to-be-wild


อ่านและเขียนเกี่ยวกับศิลปะ ดนตรี ชีวิต และแมว

Related

แว่นวิดีโอ: ร้านขายหนังเถื่อน ผู้ส่งต่อวัฒนธรรมหนังนอกกระแสให้แก่สังคมไทย 

ไบรอัน เมย์: ‘(52665) Brianmay’ ดวงดาวนำทางชีวิต ของนักดนตรีที่ใช้ปิ๊กเป็นเหรียญหกเพนนี

วิลสัน: จากโรงงานบรรจุเนื้อ สู่บริษัทผลิตอุปกรณ์กีฬาที่สร้าง ‘ลูกบอลเพื่อนรัก’ ของคนติดเกาะใน ‘Cast Away’

เชฟ ‘อันโดนี หลุยส์ อดูริซ’ เจ้าของร้าน Mugaritz ที่ได้ 2 มิชลินสตาร์และทำเมนูซูชิจาก ‘รา’ (ที่กินได้)

พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล: จากนักร้องดูโอ สู่นักแสดงโกอินเตอร์ที่ได้กระทบไหล่ 007 ใน ‘The Misfits’

Voice of Baceprot: ร็อกไปให้พระเจ้าได้ยิน วงเมทัลหญิงสวมฮิญาบที่แต่งเพลงขอพระเจ้าเล่นดนตรี

อิญญากิ โกดอย (Iñaki Godoy) เด็กชายวัย 18 ผู้กลายเป็นว่าที่เจ้าแห่งโจรสลัด ‘ลูฟี่’ จาก ‘One Piece’

Frankie Valli – Can’t Take My Eyes Off You: เบื้องหลังเพลงรักคู่ป็อปคัลเจอร์ ที่ถูกคัฟเวอร์มากกว่า 300 เวอร์ชัน