Post on 04/10/2020

สตีฟ เออร์วิน : นักอนุรักษ์ผู้มีฉายาเป็น ‘นักล่า’ ชายที่อยากให้โลกเห็นคุณค่าของชีวิตสัตว์

หากคุณเคยดูรายการสารคดีสัตว์โลก ที่ดำเนินรายการโดยพิธีกรชายผู้ชอบใส่ชุดสีกากี แถมยังดูดี๊ด๊าอยู่ตลอดเวลาที่ได้อยู่ใกล้กับสัตว์ คุณก็น่าจะรู้จัก สตีฟ เออร์วิน (Steve Irwin) นักอนุรักษ์สัตว์ป่าที่กล้าจะเดินเข้าไปจับสัตว์ร้ายที่หลายคนหวาดกลัวด้วยมือเปล่า เขาคือชายผู้ได้รับฉายาว่า ‘นักล่าจระเข้’

เพราะเติบโตมาในสวนสัตว์ที่พ่อแม่เขาเป็นเจ้าของ ชีวิตวัยเด็กของสตีฟจึงแตกต่างจากเด็กออสเตรเลียทั่วไป นอกจากจะได้เห็น งู กิ้งก่า จิงโจ้กำพร้า หมีโคอาลาบาดเจ็บ ตอนอายุ 6 ขวบ เพราะพยายามเลียนแบบพ่อ เขาจึงเริ่มจับงูพิษใส่ถุงได้ 3 ปีต่อมา เขาโดดลงไปปล้ำกับจระเข้จนน้ำสาดกระจาย ก่อนจะโยนมันขึ้นเรือ สตีฟบอกว่า ตอนนั้นน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ความหลงใหลในชีวิตสัตว์ป่าของเขาตื่นขึ้นโดยสมบูรณ์

“จระเข้น่ะง่าย เป้าหมายของพวกมันชัดเจนว่าพยายามจะเขมือบคุณ คนสิยากกว่า บางครั้งพวกเขาจะแสร้งมาเป็นเพื่อนกับคุณก่อน”

หลังค่อย ๆ สั่งสมความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับสัตว์มาเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์น่ารัก สัตว์เลื้อยคลาน หรือสัตว์อันตรายก็ล้วนได้รับความรักจากเขาทั้งหมด ช่วงปี 1991 สตีฟต้องรับช่วงต่อบริหารอุทยานสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ท้องถิ่น (Queensland Reptile and Fauna Park) ที่ก่อตั้งมาโดยครอบครัวของเขาตั้งแต่ปี 1970 สตีฟทำให้สวนสัตว์โด่งดังขึ้นมาได้ เพราะโชว์ให้อาหารจระเข้สุดท้าทาย และเพราะเขาใช้ที่นี่เป็นโลเคชันหลักในการถ่ายรายการสารคดีที่เป็นดั่งผลงานชิ้นเอก ‘The Crocodile Hunter’

The Crocodile Hunter เป็นรายการสารคดีเกี่ยวกับชีวิตสัตว์ป่าและการอนุรักษ์ สตีฟเริ่มต้นทำโปรเจกต์นี้หลังจากแต่งงานกับ เทอร์รี ผู้เป็นภรรยา รายการของพวกเขาเริ่มต้นออกอากาศทางช่องโทรทัศน์หลักของออสเตรเลีย มาตั้งแต่ช่วงปี 1992 หลังประสบความสำเร็จจนมีกลุ่มคนดูคอยติดตามอย่างแพร่หลาย 4 ปีต่อมาช่อง Animal Planet จึงซื้อลิขสิทธิ์ไปฉายทางทีวีเคเบิลของอเมริกา ก่อนจะโด่งดังจนได้ฉายในอีกกว่า 200 ประเทศทั่วโลก

ด้วยลีลาการดำเนินรายการที่มักจะมีฉากระทึกขวัญ อย่างการที่สตีฟกระโดดลงไปปล้ำกับจระเข้ในแม่น้ำ หรือเดินลุยป่าแอมะซอนไปจับงูอนาคอนดาที่ใครเห็นเป็นต้องหลีกหนี สารคดีของสตีฟมอบอรรถรสให้คนดูได้ทั้งความสนุก ระทึก และตื่นเต้น แต่ก็ไม่ทิ้งจุดประสงค์หลักในการให้ความรู้คนดูไปแม้แต่นิดเดียว

“ผมเชื่อว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นจากความรู้สึกตื่นเต้นสนใจ การทำให้สิ่งนั้นดูน่าหลงใหลจะยิ่งช่วยให้เราสื่อสารสิ่งที่ต้องการบอกผู้คนได้ดียิ่งขึ้น”

สตีฟ เออร์วิน ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ร่ำเรียนมาจนมีใบประกอบ ทั้งความรู้และความรักที่เขามีเติบโตขึ้นมาเพราะได้คลุกคลีกับสัตว์มาทั้งชีวิต ทุกครั้งที่เขาเข้าหาสัตว์ สตีฟมักจะเข้าหาอย่างระมัดระวัง แต่ก็ไม่มีท่าทีหวาดกลัว เขาปฏิบัติกับพวกมันอย่างทะนุถนอม ราวกับพวกมันคือเพื่อน สิ่งที่คนดูสัมผัสได้จากสตีฟ ทั้งสีหน้า แววตา และน้ำเสียงที่ราวกับกำลังเล่าเรื่องที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลก สะท้อนให้เห็นว่าเขารักสิ่งมีชีวิตเหล่านี้เพียงใด

“ถ้าเราไม่รีบพาสัตว์เข้าไปอยู่ในใจของผู้คน พวกมันอาจจะสูญพันธุ์ได้ เราเหลือเวลาไม่มากแล้ว”

ช่วงปี 2006 อาจเรียกได้ว่าชีวิตของสตีฟประสบความสำเร็จถึงขีดสุด เขาได้บริหารสวนสัตว์ที่เขารัก ได้แต่งงานกับภรรยาที่ร่วมแชร์ปณิธานเดียวกัน เขามีรายการถ่ายทอดความรู้ที่เข้าถึงคนดูได้ทั่วโลก แถมยังมีลูกสาวและลูกชายแสนน่ารักที่เขาเคยบอกว่าเป็นของขวัญที่ดีที่สุด ตอนนั้นสตีฟกับเทอร์รีตัดสินใจจะขยายขอบเขตเนื้อหาของสารคดี โดยนอกจากจะมีรายการหลักและรายการพิเศษเกี่ยวกับจระเข้อย่าง Croc Files, The Crocodile Hunter Diaries และ The Crocodile Hunter: Collision Course แล้ว เขายังทำซีรีส์เกี่ยวกับสัตว์ชนิดอื่น ๆ อย่าง New Breed Vets รวมถึงรายการสุดท้ายของเขา Ocean’s Deadliest

สตีฟ เออร์วิน นักล่าจระเข้ นักอนุรักษ์ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์อันตราย เสียชีวิตลงอย่างน่าเสียดาย เพราะอุบัติเหตุขณะกำลังดำน้ำถ่ายทำสารคดีชุด Ocean’s Deadliest แถวแนวปะการัง Great Barrier Reef นอกชายฝั่งรัฐควีนส์แลนด์ ที่บอกว่าเป็นอุบัติเหตุ เพราะโดยปกติปลากระเบนซึ่งเป็นสัตว์ขวัญอ่อน ตกใจง่าย และจะเลือกหนีมากกว่าทำร้ายใครก็ตามที่เข้าไปใกล้ กลับสะบัดหางมาทำร้ายสตีฟที่ว่ายน้ำอยู่ไม่ไกล

จากคำบอกเล่าของช่างภาพผู้กำลังทำหน้าที่ถ่ายสารคดีอยู่ในเหตุการณ์นั้น เขาบอกว่าเงี่ยงของปลากระเบนแทงเข้าที่หัวใจของสตีฟพอดี โอกาสรอดของเขาจึงมีน้อยมาก สตีฟเสียเลือดมากและหยุดหายใจไปก่อนที่เขาจะถึงห้องผ่าตัด และแล้ว…โลกก็ต้องสูญเสียนักอนุรักษ์ ผู้มีจิตวิญญาณแห่งการปกป้องสัตว์ไปตลอดกาล

แต่สิ่งที่เขาเหลือทิ้งไว้ นอกจากรายการสารคดีที่ยังคงมีองค์ความรู้อมตะให้ผู้ที่สนใจสามารถหาดูย้อนหลังได้ สตีฟยังเปลี่ยนโฉมหน้าอุทยานสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ท้องถิ่นของเขา ให้กลายเป็น Australia Zoo โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้สามารถขยายขอบเขตการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ได้กว้างขึ้น สตีฟและเทอร์รียังจัดตั้งมูลนิธิ Wildlife Warriors เพื่อปกป้องและคุ้มครองสัตว์ป่าเพื่อป้องกันการสูญพันธุ์ไว้อีกด้วย

ที่ไกลไปกว่านั้น หากคุณได้มีโอกาสดูสารคดีของเขามาตั้งแต่เด็กเช่นเดียวกับผู้เขียน คุณก็น่าจะรู้ว่า สตีฟ เออร์วิน ประสบความสำเร็จมากแค่ไหน ในการปลูกจิตสำนึกแห่งการอนุรักษ์ไว้ในหัวใจของผู้คน

 

ที่มา
https://www.australiazoo.com.au/about-us/the-irwins/steve/
https://www.biography.com/news/steve-irwin-crocodile-hunter-death 
https://www.nytimes.com/2006/09/05/obituaries/05irwin.html


Related

ประเทศไทยมีสิทธิเลือกปฏิบัติกับคนต่างชาติอย่างไรก็ได้?

พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ: สงฆ์ กับโควิด-19 เมื่อโรคภัยไม่ใช่เรื่องเล่น จงตระหนักแต่อย่าตระหนก

สมพร ทองรักษ์: ความฝันที่ไม่ยอมแพ้ของชายผู้สอบปลัดอำเภอในวัย 58

ชนสรณ์ สมหวัง: ชีวิตภายใต้รั้วศิลปากร กับมุมมองในวันที่เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนโลก

การแชร์ภาพคนตาย บทเรียนจากการฟ้องร้องกรณีแชร์ภาพ โคบี ไบรอันต์ ฮ. ตก

แดน เบอร์ลิน ชายตาบอดที่ออกผจญภัยทำภารกิจเสี่ยงตาย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คน

พระพยอม กลฺยาโณ พระนักพัฒนา ครีเอทีฟทางธรรม และวิบากกรรม “โฉนดถุงกล้วยแขก”

พัสกร กมลสุวรรณ ชายที่พยายามทำให้การเลือกใช้ถ้วยกระดาษ เป็นทางเลือกในการรักษ์โลกแบบง่าย ๆ