Post on 22/05/2021

ซุน จินหลง – พนักงานโรงพิมพ์ที่ลาออกมาตั้งบริษัท ‘ตามหาสัตว์เลี้ยง’ ทำรายได้หลักล้านบาทต่อปี

ท่ามกลางค่ำคืนอันมืดสนิท เสียงกรีดกริ่งของโทรศัพท์ดังขึ้น ซุน จินหลง (Sun Jinrong) ยกหูโทรศัพท์โดยไม่มีท่าทีหงุดหงิดใจ ก่อนจะลุกไปเตรียมของเพื่อออกตามหา ‘สัตว์เลี้ยงที่หายไป’

“บางคนโทรฯ หาผมพร้อมเสียงสะอื้น และพอมาเจอผมพวกเขาก็ยังร้องไห้…พวกเขามองว่าผมเป็นผู้ช่วยชีวิต แล้วฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่ผม” (จากบทสัมภาษณ์ในเว็บไซต์ SIXTH TONE ปี 2020)

ซุน จินหลง ได้ชื่อว่าเป็น ‘นักสืบสัตว์เลี้ยง’ คนแรกของประเทศจีน ซึ่งทำรายได้หลักพันหยวนต่อครั้ง และเคยมีลูกค้าที่ยอมจ่ายถึง 8,000 หยวน หรือประมาณ 39,000 บาท สำหรับตามหาแมวตัวหนึ่งที่หายไป และตลอด 7 ปี (2012-2019) เขาสามารถตามหาหมาแมวได้อย่างน้อย 1,000 ตัว ซึ่งหากคำนวณดูแล้ว แต่ละปีซุนจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท

 

จากความสนุกในงานอาสา

ซุน จินหลง ในวัย 38 ปี ย้ายจากมณฑลอันฮุย (Anhui) มายังมณฑลเซี่ยงไฮ้ (Shanghai) เพื่อเลี้ยงชีพด้วยการทำงานในโรงพิมพ์ ส่วนนอกเวลางาน เขามีอีกบทบาทหนึ่ง คือการเป็นอาสาสมัครในหน่วยงานอุปถัมภ์สัตว์เลี้ยง โดยมีหน้าที่ช่วยเหลือสัตว์หลงทางและจัดหาบ้านใหม่ที่รับอุปถัมภ์สัตว์เลี้ยงเหล่านี้ แต่บางคราว หมาแมวหรือสัตว์เลี้ยงดังกล่าวมักจะหายตัวไปจากบ้านของผู้อุปถัมภ์ ซุนเลยพยายามช่วยเจ้าของตามหาหมาแมวที่หายไป 

“เหมือนว่าพวกเขา (สัตว์เลี้ยง) กำลังเล่นซ่อนหากับผม แล้วผมต้องพยายามคิดว่าจะชนะเกมนี้อย่างไร”

และในตอนนั้นเขาก็เริ่มตระหนักได้ว่า นี่อาจเป็นงานถนัดของตนเองก็เป็นได้ เมื่อความสนุกของงานอาสาเริ่มเปลี่ยนเป็นการสร้างรายได้ เพราะเจ้าของสัตว์เลี้ยงคนอื่น ๆ ที่ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเขาเริ่มติดต่อเข้ามาเสนอค่าใช้จ่ายสำหรับการตามหาสัตว์เลี้ยง ซุนจึงตัดสินใจออกจากงานประจำมาทำธุรกิจ ‘ตามหาสัตว์เลี้ยง’ อย่างเต็มตัว โดยบริษัทของเขามีพนักงานเพียง 10 คน พร้อมอุปกรณ์ครบครัน ทั้งกับดัก กล้องที่ช่วยให้มองเห็นได้ตอนกลางคืน รวมทั้งเครื่องตรวจจับสิ่งมีชีวิตซึ่งมักจะใช้สำหรับค้นหาผู้รอดชีวิตในภัยพิบัติต่าง ๆ 

นอกจากนี้เขายังปรับเอาเทคนิคแบบนักล่ามาใช้กับการตามหาสัตว์เลี้ยงแบบอ่อนโยนมากยิ่งขึ้น “คุณจะต้องระวังมาก ๆ ตอนที่จับสัตว์เลี้ยง คุณไม่สามารถจับสุนัขตัวน้อย ๆ อย่างสุนัขพันธุ์ปอมฯ ได้ด้วยตาข่าย หัวใจของเขาเล็กมาก มันอาจจะฆ่าเจ้าตัวเล็กได้เลย” ซุนกล่าว

 

ทักษะที่มากกว่าการสืบหา

ปัญหาหนึ่งที่ซุนต้องเผชิญในช่วงแรก ๆ คือบางคนกล่าวหาว่าเขาเป็นนักต้มตุ๋น บ้างก็ไม่ไว้วางใจที่จะจ่ายเงินให้กับเขา แม้กระทั่งพ่อแม่ของซุนเองก็ไม่คิดว่า ‘นักสืบสัตว์เลี้ยง’ จะเป็นอาชีพที่หาเงินได้จริง ฉะนั้นการลาออกจากงานมาเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง จึงต้องแลกกับความยากลำบาก บางครั้งซุนต้องกลับมาพึ่งพามื้ออาหารใต้ชายคาของพ่อแม่ จนเวลาผ่านไป ซุนเริ่มหาสัตว์เลี้ยงพบบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ บวกกับจำนวนสัตว์เลี้ยงในประเทศจีนที่เพิ่มสูงขึ้นจนถึง 91.5 ล้านตัว (ข้อมูลจาก Pet Fair Asia และเว็บไซต์สัตว์เลี้ยง Goumin.com ในปี 2019) ทำให้จำนวนลูกค้าและราคาที่ยอมจ่ายเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

7 ปีผ่านไป ชายคนนี้สามารถนำสัตว์เลี้ยงกลับสู่อ้อมกอดของผู้คนได้ถึง 1,000 ตัว ทั้งยังเริ่มมีคนทำอาชีพนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศจีน 

“เมื่อเจ้าของได้พบกับสัตว์เลี้ยงของเขาอีกครั้ง พวกเขาขอบคุณผมทั้งน้ำตา เสียงหัวเราะ และอาการอึ้งจนพูดไม่เป็นภาษา บางคนถึงกับเข่าทรุดลงเมื่อได้กลับมาเจอสัตว์เลี้ยงของตัวเองอีกครั้ง”

ซุนเล่าถึงเหตุการณ์ที่พบบ่อยครั้งเมื่อนำสัตว์เลี้ยงไปคืนเจ้าของ และยิ่งนานวันเข้า เขายิ่งพบว่า การสูญเสียสัตว์เลี้ยงส่งผลต่อชีวิตของผู้คนมากเพียงไหน ซุนเล่าว่าบางคนถึงกับออกจากงานมาตามหาสุนัขที่หายไป หรือบางคนเลิกรากับคนรักเพียงเพราะคิดเห็นไม่ตรงกันในเรื่องนี้ 

ดังนั้น เขาจึงอุทิศเวลาให้กับการทำงานอย่างเต็มที่ ทั้งการเรียนรู้ด้วยตัวเอง เช่น การเลียนเสียงของนกเพื่อล่อแมวที่ซ่อนตัวอยู่ หรืออ่านหนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยาและสัตววิทยา เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมสัตว์และเข้าใจสภาพจิตใจของเจ้าของ 

 

ความเจ็บปวดของนักสืบสัตว์เลี้ยง

ซุนกล่าวว่า โดยเฉลี่ยโอกาสที่จะตามหาสัตว์เลี้ยงเจออยู่ที่ประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์ แต่หากเป็นสุนัข ซุนให้คำตอบว่าความเป็นไปได้จะขึ้นอยู่กับเคสนั้น ๆ 

“ถ้าเจ้าสุนัขหายตัวไปในพื้นที่ที่มีวัฒนธรรมการกินเนื้อสุนัข โอกาสที่จะพบมัน แทบจะเป็นศูนย์”

นั่นทำให้อาชีพ ‘นักสืบสัตว์เลี้ยง’ สร้างความเจ็บปวดให้กับเขาไม่ต่างไปจากเจ้าของ เพราะซุนมักจะลืมเคสที่ประสบความสำเร็จ แต่จดจำเคสที่ล้มเหลวได้มากกว่า และทุกครั้งที่ล้มเหลว ซุนจะไม่กล้าสู้หน้าหรือพูดคุยกับลูกค้าที่เขาไม่สามารถตามหาสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นได้ จึงไม่น่าแปลกใจที่แม้อาชีพจะทำรายได้ค่อนข้างดี แต่ซุนกลับบอกว่าอยากให้อาชีพนี้หายไป อย่างที่เคยให้สัมภาษณ์กับ SIXTH TONE ว่า “ผมหวังว่าสักวันอาชีพนี้จะหายไป เพราะนั่นหมายความว่าจะไม่มีสัตว์เลี้ยงตัวไหนที่หายตัวไปอีก…” 

 

ที่มา

 

ที่มาภาพ

AFP / Getty Images


มนุษย์ friendly introvert ที่มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ คือ ลาเต้เย็น การเดินเล่น และหนังสือมูราคามิ

Related

ทีปกร โลจนะโกสินทร์ ปรับลุค Lotus ปั้น Omazz ครองใจคนสายนอน

ปิแอร์ การ์แดง: แกะดำวงการแฟชัน ผู้หลงรักอวกาศ และมาจากอนาคต

รีด แฮสติ้งส์: จากร้านเช่าซีดีสู่เจ้าพ่อสตรีมมิง NETFLIX ที่คอหนังต้องรู้จัก

โชคชัย บูลกุล คาวบอยเมืองไทย ตำนาน “ฟาร์มโชคชัย” กับชีวิตที่โชคชะตาไม่เคยเข้าข้าง

ชวนล ไคสิริ เลิกออกแบบตึก มาเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า POEM

เบอร์นาร์ด แมดอฟฟ์: บทเรียนการลงทุนแชร์ลูกโซ่ระดับโลก Ponzi ที่เงินหายไปกว่าสองแสนล้านบาท

ศักดา พันธุ์น้อย คนขับรถบริษัทบ้านจัดสรร สู่ “ศักดาทุบตึก” ผู้รับทุบตึกทั่วเมืองไทย

เจมส์ ไดสัน: คิดค้นเครื่องดูดฝุ่นในตำนาน จากความพยายาม 5,127 ครั้ง