Post on 09/01/2020

สุนันทา สมบุญธรรม เปลี่ยนพื้นที่รกร้างเป็นปอดสีเขียว ที่ช่วยสร้างอาชีพให้คนชะอำ

ชะอำ หัวหิน ขึ้นชื่อด้านการเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักตากอากาศที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถสัมผัสบรรยากาศ สูดกลิ่นไอทะเลได้เต็มปอด นอกจากหาดทรายสวยงามอันเป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่แล้ว ความร่มรื่นของต้นไม้สูงใหญ่นานาพรรณ ที่ขึ้นเขียวครึ้มตามหุบเขาน้อยใหญ่ ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นดินและคอยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ ยังเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของดินแดนแห่งนี้

แต่ไม่น่าเชื่อว่าบริเวณพื้นที่สีเขียวที่เต็มไปด้วยแมกไม้ขนาดหลายพันไร่ ที่ตั้งอยู่ติดภูเขาและไม่ห่างจากชายทะเลแห่งนี้ เดิมเคยเป็นไร่สับปะรดรกร้าง ที่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นป่าเขียวเต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่หลายหมื่นต้นภายในเวลาเพียงไม่กี่สิบปี ด้วยการลงมือลงแรงของ สุนันทา สมบุญธรรม ประธานกรรมการบริหารกลุ่มธนิยะ ผู้ตั้งใจให้ที่นี่เป็นปอดแห่งใหม่สำหรับคนที่ต้องการหนีเมืองใหญ่เพื่อมาพักผ่อน

The People : จากครอบครัวสายแพทย์ ทำไมได้มาเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
สุนันทา : เราไม่ได้เป็นหมอคนเดียวเพราะว่ากลัวเลือด ส่วนคุณพ่อ คุณแม่ น้อง ๆ 6 คน เป็นหมอกันหมด ดีที่ครอบครัวโชคดีพอมีที่ดินพอสมควร เลยได้มาพัฒนาที่ดินที่มีอยู่ เราดูในส่วนอสังหาฯ ของเครือธนิยะที่มีทั้งออฟฟิศ รีเทล โรงแรม อพาร์ทเมนต์ สนามกอล์ฟ ถ้าเป็นโรงแรมที่ชะอำ เรามี ‘สปริงฟิลด์ วิลเลจ’ ซึ่งประกอบด้วยสนามกอล์ฟ กับ โรงแรม สปา พื้นที่ทำกิจกรรม สนามฟุตบอล อีกแห่งเป็น ‘สปริงฟิลด์ แอท ซี รีสอร์ท แอนด์ สปา’ ที่มาทำช่วงหลัง เพราะนักท่องเที่ยวบางส่วนอยากจะอยู่ใกล้ทะเล

ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะทำที่ชะอำ แต่ว่าได้ไปปั่นจักรยานแถวนั้น เห็นว่าพื้นดินแถวนี้ดูแห้งแล้ง ส่วนใหญ่เป็นรอยไฟไหม้ดำไปหมด พอไปถามชาวบ้านในพื้นที่ เขาก็บอกว่าบริเวณนี้เป็นไร่สับปะรด พอจะทำการเพาะปลูกต้องจุดไฟเผาไร่ ก่อนลงสับปะรดครั้งใหม่ เราเลยถามต่อว่าแล้วสับปะรดราคากิโลกรัมละเท่าไหร่ เขาบอก 80 สตางค์ พอได้ยินก็ตกใจว่าต้องนั่งหลังขดหลังแข็งทำไร่เป็นเวลานาน แถมยังต้องเผาไฟสร้างมลภาวะขนาดนี้ แต่ได้ค่าตอบแทนแค่ 80 สตางค์ แล้วเมื่อไหร่จะมีเงิน เลยเป็นจุดเริ่มที่จะสร้างงานในพื้นที่ โดยนำสนามกอล์ฟเข้ามา เพราะช่วงนั้นมีฝรั่งเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก การมีสนามกอล์ฟน่าจะตอบโจทย์ เราไปติดต่อ แจ็ค นิคลอส ให้มาช่วยออกแบบสนามกอล์ฟ พอเขาบินมาดูสถานที่เขาบอกว่าตรงนี้มีศักยภาพที่จะทำได้ และเรายังเป็นคนรักต้นไม้อยู่ด้วยแล้ว เห็นด้วยว่าถ้าตรงนี้กลายเป็นป่าที่มีต้นไม้ทึบ ๆ ตามเนินเขาน่าจะดี จากไร่สับปะรดที่เป็นดินผงดินทราย เราเริ่มเอาต้นไม้มาปลูก ตอนแรก ๆ ลงไว้เป็นแสนต้น ต่อมายังคงปลูกปีละหมื่นกว่าต้น

ตอนแรกเลยเราล้อมต้นไม้สูง ๆ มาปลูก แต่ว่าไม่ค่อยทนลมแรง ๆ เพราะไม่มีรากแก้ว เวลาลมพายุมาก็โค่นง่าย เลยเปลี่ยนมาเป็นเอาต้นที่ไม่ค่อยสูงมากมาปลูก เลยรอดมาจนถึงทุกวันนี้ ปลูกมาเกือบ 30 ปี บนพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ กว่าจะกลายเป็นป่าสีเขียวที่มีต้นไม้สูง ๆ ขนาดนี้ได้ ทุกวันนี้ตรงนี้เลยร่มรื่นมาก ตอนแรกพยายามจะปลูกดอกไม้หลากสีด้วย แต่ แจ็ค นิคลอส ไม่แนะนำ เพราะมองว่าจะไปดึงความสนใจของนักกอล์ฟ แต่ถึงห้ามเราก็มีแอบปลูกบ้าง (หัวเราะ)

พอมี ‘สปริงฟิลด์ วิลเลจ’ แล้ว คนที่มาเที่ยวบางส่วนก็ขอว่าอยากอยู่ใกล้ ๆ ทะเลบ้าง เราเลยทำ ‘สปริงฟิลด์ แอท ซี รีสอร์ท แอนด์ สปา’ เพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มีรสนิยมที่หลากหลายขึ้น บางคนชอบภูเขาต้นไม้เยอะ ๆ บางคนอยากมาเพื่อสัมผัสทะเล เราเลยมีทางเลือกให้ทั้งภูเขาและทะเล ลูกค้าของ สปริงฟิลด์ แอท ซี ส่วนใหญ่เลยจะเป็นครอบครัว มีการจัดสัมมนาบ้าง เป็นลูกค้าที่มาจากกรุงเทพฯ เป็นส่วนใหญ่

The People : ธุรกิจโรงแรมมีการปรับตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอย่างไร
สุนันทา : ทุกวันนี้โลกธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมากจากเทคโนโลยีดิจิทัลทั้งหลาย เราก็เลยต้องปรับตัวให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา ต้องรู้ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคว่าเขาต้องการอะไร พักผ่อนแบบไหน เพราะนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มมีความต้องการที่แตกต่างกัน อย่างสมัยก่อนนิยมมาเที่ยวกันเป็นหมู่คณะ ตอนนี้เปลี่ยนมาท่องเที่ยวแบบส่วนตัว หรือมาเป็นครอบครัวมากขึ้น ส่วนใหญ่จะติดต่อเข้ามาเองไม่ผ่านเอเจนท์ หรือพฤติกรรมของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่จะไม่ค่อยวางแผนท่องเที่ยวล่วงหน้าเป็นระยะเวลานาน เทียบกับชาวต่างชาติที่วางแผนท่องเที่ยวนานเป็นปี เราต้องมีวิธีการจัดการที่เหมาะสมกับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม อย่างเช่นมีกิจกรรมต่าง ๆ ไว้รองรับ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมสำหรับเด็ก กิจกรรมสำหรับการผ่อนคลาย กิจกรรมที่เหมาะสำหรับการประชุม หรืออย่างสระว่ายน้ำเราสร้างให้มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ เพราะสมัยนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องการการออกกำลังกาย แล้วก็มีห้องฟิตเนสขนาดใหญ่ มีนวดสปาผ่อนคลาย ที่สำคัญ สปริงฟิลด์ แอท ซี อยู่ติดชายหาดชะอำที่มีเสน่ห์และมีความสวยงามมากไม่แพ้ที่ไหน

อีกสิ่งที่เราต้องพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง คือ พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน ที่มีแนวโน้มไปใช้บริการจองโรงแรมผ่านแพลตฟอร์มจากต่างประเทศมากขึ้น ทำให้ตอนนี้โรงแรมขนาดเล็กทำธุรกิจได้ลำบากมากขึ้น เพราะต้องอาศัยแพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นช่องทางให้นักท่องเที่ยวเข้าถึง แล้วแลกกับส่วนแบ่งรายได้ ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลที่ต้องจ่ายให้กับต่างประเทศ จนตอนนี้โรงแรมขนาดเล็กแทบไม่เหลือกำไรเพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้เลย ที่อยากเสนอคือถ้าประเทศไทยสามารถทำแพลตฟอร์มขึ้นมาเองจะเป็นการช่วยได้ทางหนึ่ง เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความสามารถและมีข้อมูลลูกค้าแต่ละกลุ่มเป็นจำนวนมาก ถ้ามีงบมาพัฒนาแพลตฟอร์มส่วนกลางของเราเอง และช่วยประชาสัมพันธ์ให้คนทั่วโลกรู้จักเหมือนแคมเปญท่องเที่ยวดัง ๆ อย่าง Amazing Thailand จะช่วยทั้งโรงแรมขนาดเล็กและโรงแรมขนาดใหญ่ทั่วประเทศได้มาก

The People : ทิศทางในอนาคตเป็นอย่างไร
สุนันทา : ภาพรวมการท่องเที่ยวประเทศไทยมีหลายอย่างที่เป็นจุดแข็ง ไม่ว่าจะเป็น วัฒนธรรม ธรรมชาติ การบริการ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอยู่แล้ว ทางผู้ประกอบการต้องพยายามรักษาสิ่งที่มีให้คงอยู่อย่างยั่งยืน อย่างเช่นการรณรงค์ไม่ใช้พลาสติก ถ้าเราช่วยกันตรงนี้เยอะ ๆ จะดีมาก เพราะทะเลมีปัญหาเรื่องพลาสติกอยู่เสมอ โชคดีที่ตอนนี้คนส่วนใหญ่เริ่มตระหนักรู้มากขึ้น แต่เราก็ยังต้องร่วมมือกันคนละไม้ละมือกันด้วย ซึ่งเราพยายามจะทำให้สปริงฟิลด์เป็นโรงแรมสีเขียวให้ได้ เหมือนที่ธัญญาพาร์ค ซึ่งเป็นศูนย์การค้าสีเขียวแห่งแรกของประเทศ มีพื้นที่สีเขียวออกแบบให้มีความโปร่งโล่งสบาย เพื่อให้คนได้มาเดินออกกำลังกายกัน จนได้รางวัลสีเขียวมาหลายรางวัล

นอกจากนี้ เรายังมองหาพันธมิตรทั้งไทยและต่างประเทศที่สนใจแนวคิดการทำ active retirement communities ที่ชะอำ เพราะเรามองว่า สปริงฟิลด์ วิลเลจ มีความเหมาะสมที่จะทำเป็น active retirement communities เพราะตอนนี้จำนวนผู้สูงอายุทั้งในประเทศ รวมทั้งในต่างประเทศ มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ประเทศไทยเองก็กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเหมือนกัน จากการที่ทุกวันนี้เรามีสุขภาพดีขึ้น มีชีวิตยืนยาวขึ้น เราจำเป็นต้องมีชีวิตยืนยาวที่มีความสุขไปพร้อมกัน ที่นี่เรามีต้นไม้เยอะมาก เป็นปอดอีกแห่งหนึ่ง มีสิ่งอำนวยความสะดวกสามารถปั่นจักรยานได้ วิ่งออกกำลังกายได้ เล่นกีฬาได้หลายอย่าง ที่จะช่วยสุขภาพที่ดีในระยะยาว

The People : ปรัชญาการทำธุรกิจ?
สุนันทา : นอกจากการปลูกต้นไม้ที่เราอยากคืนความชุ่มชื้นให้กับผืนดินแล้ว เราอยากจะช่วยชุบชีวิตให้คนแถวนี้มีงานทำ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เราเชื่อว่าสิ่งที่เราทำมันดีต่อสิ่งแวดล้อมและผู้คนโดยรอบ มีส่วนช่วยให้คนท้องถิ่นบริเวณนั้นมีงานทำมากขึ้น ตอนงานฉลองครบรอบ 20 ปี เราได้ไปสัมภาษณ์พนักงานที่ทำงานกับเรามานาน ซึ่งที่ทำให้เรารู้สึกดีคือ พวกเขาบอกว่าลูกหลานของเขาต่างมีโอกาสได้เรียนดี ๆ ได้ส่งลูกเรียนปริญญาตรี จบมาเป็นหมอ ทนาย ครู ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวเขาก็ดีขึ้นมาก เขาเปลี่ยนจากเกษตรกรทำไร่ไปวัน ๆ พัฒนามาเป็นคนดูแลต้นไม้ เรียนรู้วิธีการแบบมืออาชีพจากต่างประเทศ และได้รับการอบรมโดยอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ช่วยเพิ่มความรู้อยู่ตลอดเวลา ตอนนี้เราสามารถสร้างงานให้กับคนในท้องถิ่นได้มากกว่า 300-400 คน ทั้งพนักงานในโรงแรม เจ้าหน้าที่ดูแลสนาม ไปจนถึงแคดดี้ นอกจากการดึงดูดเงินตราต่างประเทศจากนักท่องเที่ยวเข้ามาในเมืองไทยแล้ว สิ่งนี้เองที่ถือเป็นกำไรที่แท้จริงจากการทำธุรกิจของเราตลอด 20 กว่าปี

เรามีปรัชญาการทำธุรกิจเปรียบได้กับการจุดเทียน เทียนที่จุดแล้ว เราสามารถเอาไปต่อแสงสว่างให้คนอื่นได้โดยเราไม่ได้เสียอะไร หรือ one candle can light a thousand candles without losing the light แต่แม้ว่าเราจะต้องสูญเสียอะไรเพื่อให้โลกใบนี้ได้มีแสงสว่างเพิ่มมากขึ้นก็เป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดแล้ว เพราะการอยู่บนโลกใบนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการแบ่งปันกัน ถ้าเราไม่แบ่งปันความสุข การที่เรามีเงินมีทองมากมาย แต่คนรอบตัวเราเต็มไปด้วยความทุกข์นั้น มันไม่ช่วยให้เรามีความสุขที่แท้จริง สิ่งนี้ถือเป็นปัญหาหลักของประเทศไทยด้วย ถ้าคนส่วนใหญ่มีหนี้สินครัวเรือนมาก เราต้องช่วยกันสร้างงานให้เขาสามารถดูแลครอบครัวได้เอง

มีผู้ใหญ่เคยสอนว่า การทำธุรกิจอย่างยั่งยืน เราต้องคืนอะไรให้กับสังคม การทำธุรกิจเหมือนการอยู่ในมหาสมุทรกว้างใหญ่ที่มีคลื่นลมอยู่ตลอดเวลา ถ้าเรากวักน้ำเข้าหาตัวตลอดเวลาเราจะล้มทันที แต่ถ้าเราส่งน้ำออกจากตัวเราจะยืนได้อย่างมั่นคง นักธุรกิจที่ดีจะต้องคำนึงถึงผลกำไร profit เพื่อให้อยู่รอด แต่เราต้องคำนึงถึงคน ต้องทำให้ผู้คนที่อยู่รอบด้านเราได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีด้วย รวมไปถึงโลก ถ้าเราไม่ช่วยกันดูแลโลกของเราใบนี้ แล้วต่อไปเราจะไปอยู่ที่ไหนกัน

 

 


นักเขียนที่ชอบนั่งนิ่งเงียบแอบมองโลกและผู้คนที่ผ่านไป แล้วแปลงให้กลายเป็นเรื่องราวบนโลกดิจิทัล

Related

เอ็มมา กอนซาเลซ: ผู้รอดชีวิตเหตุกราดยิง แกนนำม๊อบ ม.ปลาย ที่ทำให้ทั่วโลกหันมาสนใจกฎหมายครอบครองอาวุธปืน

“สเตียน กุสตาฟ ธูลิน” บิดาผู้ให้กำเนิดถุงพลาสติกใบแรกของโลก

นีล ฮาร์บิสสัน มนุษย์ไซบอร์ก ศิลปินผู้ได้ยิน ‘เสียงของสี’  

ชายผู้ทำสงครามกับภูเขา ‘ทัศรัฐ มานจี’ ใช้มือเปล่าสร้างถนนมาตลอด 22 ปีด้วยตัวคนเดียว

ติ๊ก นามสมมติ สาวข้ามเพศที่แดนหญิงทำให้มีเสรีภาพ

จอห์น ลูซินกู: นายแพทย์แทนซาเนียผู้ค้นคว้าวัคซีนจากการป่วยเป็นมาลาเรียกว่า 50 ครั้ง

5 ปลัดอำเภอกับงานช่วยชาวบ้าน“การแก้ไขปัญหาที่แท้จริง ต้องเข้าใจต้นตอปัญหา”

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน จากเด็กโคราชเลี้ยงหมู สู่โฆษก “ศอฉ.โควิด”