Post on 01/12/2021

Sushiro กับกลยุทธ์เรียกลูกค้า ถ้าคุณชื่อ ‘แซลมอน’ เราจะให้คุณกินซูชิฟรี 2 วัน

ในโลกที่ทุกสิ่งอย่างโคจรและหมุนวนด้วยกระแสสังคมบนโลกอินเทอร์เน็ต เหล่านักการตลาดต่างพยายามสรรสร้างกระแสบนโลกออนไลน์ให้สินค้าหรือบริการของตัวเองมีตัวตนและถูกพูดถึงอยู่เสมอในหมู่พลเมืองชาวเน็ต ทั้งการคิดแคมเปญเจ๋ง ๆ สร้างคาแรกเตอร์ของแบรนด์หรือแอดมินเพจให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการสร้างไวรัลบนโลกออนไลน์ให้เกิดการพูดถึงต่อกันเป็นทอด ๆ ในวงกว้าง 

และแบรนด์ ‘Sushiro’ คืออีกหนึ่งแบรนด์ที่สร้างกระแสบนโลกออนไลน์ได้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดสาขา หรือการขยายกิจการ

Sushiro คือร้านซูชิที่เสิร์ฟผ่านทางสายพานชื่อดังจากญี่ปุ่น ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1984 โดยบริษัท Akindo Sushiro จุดขายอย่างหนึ่งของ Sushiro คือวัตถุดิบที่มีคุณภาพ สด ใหม่ และราคาที่เข้าถึงได้ง่าย โดยเริ่มต้นที่จานละ 100 เยน หรือ 28.52 บาท! ในญี่ปุ่น (รวมภาษีแล้วตกอยู่ที่ 110 เยน หรือ 31.37 บาท) โดย Sushiro สาขาในประเทศไทยเริ่มต้นที่ราคาจานละ 40 บาท (ยังไม่รวมภาษี)

Sushiro เป็นร้านซูชิเชนที่มีสาขานอกประเทศญี่ปุ่นถึง 59 แห่ง แต่เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน 2021 Sushiro ประกาศแผนว่าจะเพิ่มสาขานอกญี่ปุ่นให้ได้มากถึง 200 แห่งภายในเดือนกันยายน ปี 2024 ถือเป็นเป้าหมายที่ทะเยอทะยาน และ ‘เป็นการขยายสาขาที่เกรี้ยวกราดมากที่สุดของร้านอาหารสัญชาติญี่ปุ่น’ ตามคำจำกัดความของ Nikkei Asia ต่อแผนการขยายร้านของ Sushiro

แต่ก่อนจะหมุนเข็มนาฬิกาไปข้างหน้า เพื่อรอดูความสำเร็จของการขยายสาขาของ Sushiro ในปี 2024 เราลองมาหมุนเข็มนาฬิกาย้อนกลับเพื่อดูไวรัลแคมเปญที่ Sushiro เคยทำไว้และประสบความสำเร็จแบบพลุแตกที่ไต้หวันเมื่อต้นปี 2021 ที่ผ่านมากันดีกว่า

ก่อนจะเริ่มทำความรู้จักกับแคมเปญนี้ เราคงต้องถามคุณก่อนว่า “คุณจะยอมทำอะไรบ้างเพื่อการได้กินซูชิฟรีเป็นเวลา 2 วัน?” คุณจะยอมไปที่อำเภอ เพื่อยื่นเอกสาร ทำบัตรประชาชนใหม่ เพื่อให้ได้กินซูชิฟรี (เป็นเวลา 2 วัน) ไหม? ถ้าคำตอบคือใช่ ถ้าอย่างนั้นเตรียมตัวไปกินซูชิฟรีที่ Sushiro ไต้หวันได้เลย (แต่แคมเปญนี้มันจบไปแล้ว คุณคงไม่ได้กินฟรีแล้วละ)

จุดเริ่มต้นมันเกิดจากร้าน Sushiro อยากจะสร้างกระแสไวรัลบนโลกอินเทอร์เน็ต โดยเป้าหมายของแคมเปญมุ่งไปที่กลุ่มลูกค้าผู้ชอบกินปลาแซลมอน และชื่อของตัวเองก็มีการออกเสียงพ้องกับคำว่าแซลมอนในภาษาจีน โดยคำว่า ‘แซลมอน’ ในภาษาจีนประกอบไปด้วยตัวอักษร 2 ตัว คือ 鮭 อ่านออกเสียงว่า ‘gui’ (กุย) และ 魚 ที่อ่านออกเสียงว่า ‘Yu’ (หยีว์) เพราะฉะนั้น ถ้าชื่อของคุณมีคำที่อ่านออกเสียงว่า กุย หรือ หยีว์ คุณจะได้ส่วนลดค่าอาหาร 10% แต่ถ้าชื่อของคุณมีทั้งคำที่อ่านออกเสียงว่า กุย และ หยีว์ คุณจะได้ส่วนลดค่าอาหาร 50% แต่ถ้าคุณมีชื่อที่ประกอบไปด้วยตัวอักษร 2 ตัวนี้ และแปลความหมายตรง ๆ ว่า ‘แซลมอน’ คุณจะได้สิทธิ์กินฟรีไปเลย! อธิบายไปก็อาจจะยังไม่เห็นภาพ ฉะนั้นเรามาดูตัวอย่างกัน

ถ้าคุณชื่อ Yu Xiaoming, Chen Xiaogui ชื่อคุณมีคำว่า กุย หรือ หยีว์ คุณได้ส่วนลด 10%

ถ้าคุณชื่อ Chen Yugui  ชื่อคุณมีทั้งคำว่า กุย และ หยีว์ คุณจะได้ส่วนลด 50%

กติกาการเข้าร่วมแคมเปญนี้นั้นง่ายแสนง่าย เพียงคุณไปที่ร้าน Sushiro แล้วโชว์บัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ร้านดู เจ้าหน้าที่ก็จะจัดสรรส่วนลดให้คุณอย่างดีให้ตรงกับโปรโมชั่นที่คุณควรจะได้รับ แต่มีข้อแม้อยู่เล็กน้อย คือใน 1 โต๊ะจะสามารถใช้สิทธิ์ส่วนลดนี้ได้เพียงแค่ 6 คนเท่านั้น และแคมเปญนี้ใช้ได้เพียงแค่ 2 วัน คือวันที่ 17 และ 18 มีนาคม 2021

มาถึงตรงนี้ทุกคน (รวมถึงนักการตลาด) ก็คงคิดกันว่ามากที่สุดผู้คนก็คงโชว์บัตรประชาชนที่มีตัวอักษรอ่านออกเสียงว่า กุย หรือ หยีว์ รวมกันในชื่อและรับส่วนลดไปเลย 50% เพราะมีโอกาสที่พอจะเป็นไปได้บ้าง แต่หารู้ไม่ว่า แรงจูงใจเพื่อให้ได้กินซูชิฟรี 2 วัน ทำให้คนไปได้ไกลเกินกว่านั้น เพราะปรากฏว่ามีประชาชนชาวไต้หวันจำนวนหนึ่งผู้ไม่ย่อท้อต่อการติดต่อราชการและเดินเอกสาร ได้ทำเรื่องขอเปลี่ยนชื่อของตัวเอง เพื่อให้ได้กินซูชิฟรี 2 วัน

แซลมอน หลิว, เจ้าชายแซลมอน, ข้าวผัดแซลมอน, ช่วยไม่ได้ก็อยากกินแซลมอนฟรี, จิ้มวาซาบิและกินแซลมอนฟรี 

เหล่านี้คือตัวอย่างส่วนหนึ่งของชาวไต้หวันที่เปลี่ยนชื่อเพื่อจะได้มาใช้สิทธิ์กินซูชิฟรี 2 วันที่ Sushiro แถมมีชาวไต้หวันหนึ่งคนที่ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อโดยใช้ตัวอักษรทั้งหมด 36 ตัวในชื่อของเขา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชื่อของอาหารทะเล เช่น ‘เป๋าฮื้อ’, ‘ปู’, ‘ล็อบสเตอร์’ โดยเหตุผลว่า เปลี่ยนไปเลยทีเดียวเผื่อว่าร้านอาหารร้านอื่นจะมีแคมเปญคล้าย ๆ กันออกมาอีกจะได้ไม่ต้องไปเปลี่ยนชื่อหลายหน

จากสถิติที่รายงาน (ข้อมูลจาก https://leadstosuccess.me/2021/03/24/viral-marketing-case-study-taiwanese-change-their-names-to-salmon-for-free-sushi/) แก๊งชาวไต้หวันที่มีชื่อว่า ‘แซลมอน’ และกินซูชิฟรี 2 วัน บางคนกินซูชิที่ร้าน Sushiro เข้าไปถึง $460 (เทียบเป็นเงินไทยที่ 32.74 บาทต่อ 1 USD จะได้เท่ากับ 15,060.40 บาท) ต่อการกินซูชิ 1 ครั้ง แน่นอนว่าส่วนหนึ่งหลังจากที่ได้กินซูชิฟรีที่ร้านก็จะกลับไปโพสต์ข้อความบนโลกโซเชียลฯ ว่า “ฉันคิดว่าคงจะไม่อยาก (กิน) แซลมอนไปอีกนานเลยละ”

แคมเปญนี้ประสบความสำเร็จไหม?

คำถามมูลค่าพันล้านของนักการตลาดหลังจากปล่อยแคมเปญออกไปคือ แคมเปญนี้ถือว่าประสบความสำเร็จหรือไม่? 

ถ้าดูจากตัวเลขแล้ว มูลค่าของซูชิฟรีที่ทาง Sushiro ต้องเสียไปจากแคมเปญนี้อาจจะนับได้ว่าหลายสตางค์ แต่หากเทียบกับกระแสออนไลน์ที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในบรรดาชาวเน็ตไต้หวัน และสื่อต่างประเทศที่พูดถึงแคมเปญนี้ เช่น BBC, NBC News, New York Post และ Business Insider บวกกับจำนวนผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาร่วมแคมเปญนี้ คาดว่ามีจำนวนอย่างต่ำราว 1,000 คน เท่ากับว่าภายใน 2 วัน (17-18 มีนาคม 2021) Sushiro ที่ไต้หวันมีลูกค้าเข้ามาเยือนที่ร้านไม่ต่ำกว่า 1,000 คน ถือว่าได้ทั้งการสร้างการรับรู้ในโลกออนไลน์ที่กระหึ่มไปทั่วโลก และการนำพาผู้คนให้เข้ามาเยือนร้านจริง ๆ ได้ ทาง Sushiro จึงถือว่าแคมเปญนี้เป็นแคมเปญที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

อย่างไรก็ตาม ไต้หวันมีกฎว่าแต่ละคนจะสามารถเปลี่ยนชื่อได้ไม่เกิน 3 ครั้งตลอดชีพ และค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนชื่อต่อครั้ง คือประมาณ 3 USD (98.22 บาท) ดังนั้น ผู้คนที่แห่กันไปเปลี่ยนชื่อให้มีคำว่า ‘แซลมอน’ คงจะชั่งน้ำหนักในใจแล้วว่า คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม เพราะเสียค่าเปลี่ยนชื่อให้มีคำว่าแซลมอน (98.22 บาท) + เปลี่ยนชื่อกลับมาเป็นชื่อเดิม (98.22 บาท) สนนราคาตกอยู่ที่ประมาณ 200 บาท จะเอาอะไรมาไม่คุ้มล่ะ

 

ความฝันอยากกินแซลมอนฟรีนำไปสู่ชื่อที่ต้องอยู่ติดตัวตลอดไป

แม้จะฟังดูเป็นการเปลี่ยนชื่อที่คุ้มค่า แต่สำหรับนักศึกษาแซ่จางคนหนึ่งจากมหาวิทยาลัย China Medical University in Taichung กลับไม่แน่ใจว่าจะเรียกการเปลี่ยนชื่อครั้งนี้ว่า ‘โชคดี’ ที่ได้กินซูชิฟรีได้หรือไม่ เพราะเขาได้ไปเปลี่ยนชื่อให้ตรงตามเกณฑ์ของ Sushiro แบบที่ชาวไต้หวันคนอื่น ๆ ทำกัน โดยให้มีคำว่าแซลมอนอยู่ในชื่อ และเขาเลือกที่จะใช้ชื่อว่า ‘ความฝันของแซลมอน’ หากทันทีที่เขาเปลี่ยนชื่อเสร็จ เจ้าหน้าที่ที่อำเภอกลับบอกเขาว่า “คุณได้ใช้สิทธิ์เปลี่ยนชื่อครบแล้ว 3 ครั้ง ชื่อนี้คือชื่อที่คุณจะต้องใช้ตลอดไปต่อจากนี้”

จางได้ยินดังนั้นคงแทบจะล้มทั้งยืน เพราะเขาไม่รู้มาก่อนเลยว่าพ่อแม่เขาเคยใช้สิทธิ์การเปลี่ยนชื่อให้เขาแล้วถึง 2 ครั้งเมื่อตอนยังเป็นเด็ก จางจึงต้องติดอยู่กับ ‘ความฝันของแซลมอน’ ตลอดไป…

 

ที่มา: https://www.todayonline.com/8days/eatanddrink/newsandopening/man-stuck-salmon-dream-name-after-changing-it-sushiro-free-flow

https://leadstosuccess.me/2021/03/24/viral-marketing-case-study-taiwanese-change-their-names-to-salmon-for-free-sushi/

https://asia.nikkei.com/Business/Food-Beverage/Japan-s-Sushiro-to-triple-overseas-shops-taking-bigger-bite-of-China

https://www.bbc.com/news/world-asia-56442439 

 

ที่มาภาพ http://sushiro.co.th/ 


อดีตเคยเป็นนักแต่งเพลง ปัจจุบันเป็นอาจารย์ที่คณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สนใจเรื่องอาหาร เบื้องหลังของเพลงดัง และคนในวงการ Pop Culture ในมุมอื่น ๆ

Related

CNN+ การสูญเงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์ของสื่อยักษ์ใหญ่ หลังกระโจนเข้าสู่บริการข่าวสตรีมมิ่งได้เพียงเดือนเดียว

‘อิเกีย สุขุมวิท’ จาก ‘ชานเมือง’ สู่การบุก ‘ดาวน์ทาวน์’ ครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปีของ ‘อิเกีย’ ประเทศไทย

แฟรงคลิน คลาเรนซ์ มาร์ส ผู้สยบความวีนด้วย ‘Snickers’ ช็อกโกแลตบาร์ที่เข้าใจคนหิวมากที่สุด

แดนนี เมเยอร์ ผู้สร้างตำนาน Shake Shack จากร้านฮอทด็อกรถเข็น สู่เชนเบอร์เกอร์โตไวที่เริ่มจากความรักที่มีให้สวนสาธารณะ

Lady Dior: เจ้าหญิงไดอานากับกระเป๋าที่โลกตกหลุมรัก

โรเบิร์ต คลาร์ก แกรห์ม: สร้างโลกแห่งการเหยียด จาก ‘น้ำเชื้อ’ ของอัจฉริยะรางวัลโนเบล

ศิริภา จึงสวัสดิ์ ผู้พา foodpanda สู่เส้นทางใหม่ Quick-Commerce อยากสั่งอะไร ได้เลย

วทันยา อมตานนท์: จากบุญเติม สู่ ‘เต่าบิน’ คาเฟ่อัตโนมัติฝีมือคนไทย ที่ขอเป็นความสุนทรีย์เล็ก ๆ ระหว่างทาง