Post on 30/04/2020

ครอบครัวสุวรรณพฤกษ์:พลังครอบครัว งดขับแท็กซี่มาขายไก่ทอดในวันที่มีโควิด-19

“สวัสดีค่ะ ชมพู บัญชีรหัส 54 ค่ะ ขอฝากร้านข้าวเหนียวไก่ทอดหาดใหญ่ Pre order จัดส่งทุกพุธและเสาร์ ส่งโซน ม.เกษตรบางเขนค่ะ ค่าส่งคิดตามระยะทางค่ะ @ไลน์มาสอบถามได้เลยค่า”

โพสต์นี้เป็นหนึ่งในโพสต์ “ฝากร้าน” ที่ปรากฏในกลุ่ม “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เเละการฝากร้าน” ใน Facebook โดยผู้ใช้ชื่อ Chompoo Suwannapruk หรือ ชมพู-ณัฐยาพัชญ์ สุวรรณพฤกษ์

นี่อาจจะเป็นเพียงโพสต์หนึ่งในจำนวนหลายพันโพสต์ “ฝากร้าน” ที่อยู่ในกรุ๊ปนี้ แต่พอดีผู้อ่านของ The People ได้ส่งเรื่องราวครอบครัวของชมพู มาเล่าให้ทีมงานฟัง มีความน่าสนใจบางอย่างที่อยากถ่ายทอดสู่ผู้อ่านอีกที

ที่จริงแล้ว ชมพูไม่ได้อยู่บ้านที่เมืองไทย แต่เธอทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศที่บริษัทแห่งหนึ่งในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย แต่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ด้วยความที่ติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ ทำให้เธอกลับมาเมืองไทยไม่ได้ เธอจึงช่วยดูแล สนับสนุนทางบ้านจากทางแดนไกล ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน ตลอดจนการช่วยเหลือเรื่องช่องทางทำมาค้าขายแทน

พื้นที่ตรงนี้จึงเป็นการเล่าเรื่องราวของครอบครัวทั่วไปครอบครัวหนึ่งที่ดูแลและสนับสนุนกันมา ในช่วงเวลาของการปรับตัวกับโลกที่จะมีโควิด-19 อยู่กับมนุษย์เราไปอีกพักใหญ่ เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้อ่านในการข้ามผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน

ทีมงาน The People จึงไปเยี่ยมเยียนครอบครัวสุวรรณพฤกษ์ ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรแถวบางเขน

เดินทางไปในช่วงสายของวันพุธที่ 22 เมษายน 2563 ทันทีที่เจ้าบ้านเปิดประตูออกมา กลิ่นไก่ทอดหอมฉุยลอยมาเตะจมูก เป็นสัญญาณว่ามาถูกบ้านแล้ว

นอกจากชมพูแล้ว ที่บ้านนี้ตอนนี้อยู่กัน 4 คน พี่ชายคนโตของชมพูเป็นพนักงานออฟฟิศ ออกไปทำงานตั้งแต่เช้า เหลือสมาชิกในบ้านที่ช่วยกันทอดไก่ 3 คน นั่นคือ คุณพ่อ ศักดิ์-อุดมศักดิ์ สุวรรณพฤกษ์, คุณแม่ ไก่-จรัลรัตน์ สุวรรณพฤกษ์ และน้องชายคนเล็กของครอบครัว อาร์ท-พัชระเมศฐ์ สุวรรณพฤกษ์ ซึ่งเพิ่งสอบเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัยได้

แม้รายได้ของครอบครัวส่วนหนึ่งจะมาจากชมพูและพี่ชายคนโต แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมา ทุกคนในบ้านต่างมีหน้าที่การงานเพื่อช่วยเหลือรายจ่ายของครอบครัว คุณพ่อขับแท็กซี่ คุณแม่ทำน้ำเต้าหู้ขาย ทุกอย่างเป็นไปตามปกติ จนโควิด-19 แพร่ระบาดขึ้น

“มันกระทบ เพราะจริง ๆ ก่อนหน้านี้ที่บ้านทำน้ำเต้าหู้กับเต้าฮวยนมสดเย็น ขายในละแวกบ้าน ตื่นมาทำน้ำเต้าหู้ตอนตี 5 พอ 6 โมงเช้าก็เอาไปขาย เย็น ๆ ก็ขี่จักรยานขายวันละ 20 ถ้วย พอเกิดโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจแย่ไปหมด มะพร้าวทำกะทิก็แพง คนสั่งน้อยลง บางคนก็กลับต่างจังหวัด พ่อก็ขับรถแท็กซี่ไม่ได้ เลยกลับมาทำอาชีพเดิม…” จรัลรัตน์เล่าถึงสถานการณ์ของครอบครัว

อาชีพเดิมที่ว่า ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน ครอบครัวนี้เปิดร้านข้างทางขายไก่ทอดสูตรหาดใหญ่ จนมีลูกค้าประจำติดใจมากมาย แต่เวลาต่อมา อุดมศักดิ์ พ่อบ้านของครอบครัว เปลี่ยนมาขับรถแท็กซี่ จึงร้างลาการทอดไก่ไป จนถึงวันนี้แม้จะผ่านไปหลายปี แต่สูตรการทอดไก่ก็ยังไม่หายไปไหน เพราะมันอยู่ที่ตัวของเขา 

“ช่วงโควิดเราไม่อยากออกไปเสี่ยง แต่ก็เคยลองออกไปขับแท็กซี่ดู ปรากฏว่าไม่ค่อยมีคน รายได้ก็ไม่คุ้ม วิ่งรถวันหนึ่งก็ 3-4 ร้อยบาทแล้ว เลยงดขับแท็กซี่ กลับมารื้อการทอดไก่ ซึ่งเป็นอาชีพเดิมที่เรามีอยู่นี่แหละ สูตรเดิมที่มีอยู่ อุปกรณ์อย่างกระทะก็ยังเก็บเอาไว้ กะละมังก็ยังมีอยู่ เอาของเดิมมาทำ” อุดมศักดิ์เล่าขณะทอดไก่กลิ่นหอมฉุย ดูทะมัดทะแมงจนไม่รู้ว่าร้างจากกระทะเหล็กมานาน

ด้านจรัลรัตน์เล่าต่อว่า “หลังจากคุยกันว่าจะลองทำไก่ทอดกันดูไหม ก็ตัดสินใจทำเลย ลูกชายคนเล็กก็มาช่วย เริ่มขายตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม ตอนนี้ขายสัปดาห์ละ 2 วัน คือวันเสาร์และวันพุธ ช่วงแรกขายคนในหมู่บ้าน เพราะส่วนมากเคยเป็นลูกค้าเก่า จำได้ว่าวันแรกขายได้ประมาณ 75 ชิ้น บางวันก็ 40-50 ชิ้น ไล่มาเรื่อย ๆ ก็ขายได้ประมาณนี้ พอตอนหลังเลยส่งไลน์หาเพื่อนฝูง แล้วเพื่อนก็สั่งมา อาร์ทกำลังจะเข้าปี 1 ก็มีกระทบ เขาบอกว่าเขาไปเรียน ถ้ากลับมาเสาร์อาทิตย์ก็จะช่วยทำ สองคนตายายทำไป (หัวเราะ) แต่ตอนนี้ช่วยกันสามคน หากทำวันเสาร์ ไปตลาดตอนบ่ายวันศุกร์ ตี 3 ตี 4 แช่ข้าวเหนียว ตอนเช้าก็เริ่มเตรียมอุปกรณ์ วัตถุดิบ 9 โมงเช้าก็เริ่มทอด บางทีลูกค้ารับ 9 โมงครึ่ง ก็จัดของทอดก่อน 9 โมง รอบแรกไปก่อน ทอดรอบสุดท้ายเสร็จตอนเที่ยง

“ความอร่อยของไก่ทอดอยู่ที่สูตร ข้าวเหนียวนุ่ม ไก่ทอดแห้งไม่ชุบแป้ง ไม่อมน้ำมัน หอมเจียวใช้หอมแดง ปอกเอง ซอยเอง น้ำจิ้มทำเองหมด ลูกค้าเก่าชอบ พอกลับมาทำก็ยังติดตามอยู่ ก็ทำคู่กับการขายน้ำเต้าหู้ ยังขายอยู่พอได้ค่าข้าว”

หลังจากชมพูและอาร์ทใช้ช่องทางไลน์แมนเพื่อให้สามารถส่งสินค้าได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น ครอบครัวจึงวางแผนว่า จะขยายมาขายไก่ทอดทุกวัน อย่างน้อยก็ใน 1 ปีนี้ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตใหม่ 

เมื่อถามถึงกลุ่ม “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เเละการฝากร้าน” จรัลรัตน์เล่าว่า ได้เห็นน้ำใจจากคนในกลุ่มที่หลังจากชมพูไปโพสต์ขายของ เริ่มมีคนจากกลุ่มนี้เข้ามาอุดหนุนไก่ทอด “ตอนแรกยังไม่มีไลน์แมน จากกลุ่มธรรมศาสตร์ก็มีมาสั่ง บางทีก็ไกล เขาสู้ค่าส่งไม่ไหว อยู่เชียงรากก็มี จะโทรมาสั่ง เราก็เกรงใจ แล้วก็มีอยู่สะพานควาย เป็นเด็กธรรมศาสตร์มาซื้อ เราก็ขายได้เยอะขึ้น ขอบคุณมากเลยค่ะ”

จรัลรัตน์พูดปิดท้ายแทนสมาชิกครอบครัวทุกคนว่า สภาวะที่เกิดขึ้นตอนนี้ สิ่งที่ทำได้คือ มีสติให้มาก ๆ

“ตอนนี้ต้องพยายามกินประหยัด ใช้ประหยัด มีอะไรในบ้านก็ใช้ไป โควิด-19 สอนให้เรารู้จักป้องกันตัวเอง ต้องประหยัด ต้องคอยระวังทุกอย่าง ไม่ว่าจะออกไปไหน ไปทำอะไร”


บรรณาธิการ at The People

บรรณาธิการ The People ผู้สนใจเรื่องราวชีวิตของผู้คน สนใจหนังสือและภาพยนตร์แนวประวัติชีวิตบุคคล

Senior Photographer

หัวหน้าช่างภาพ The People

Related

ผู้ใหญ่บ้านสมบัติ ยกเชื้อ กับการสร้างความมั่นคงให้ผู้คนอิ่มท้อง อิ่มใจ และขยายความสุขไปไกลกว่าในหมู่บ้าน

สัมภาษณ์ ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร จากศูนย์ SEAMEO STEM-ED “พัฒนาการศึกษา คือการพัฒนาทุกภาคส่วน”

ทะนะกะ โยะชิโอะ – 101 ปีเหมือนคุณหมอได้ด้วยกิจวัตรเล็ก ๆ ที่ทำให้สุขภาพดี

ทายาทเจ๊กฮวด-เรื่องเล่า ร.5 กับคลองดำเนินสะดวก แหล่งท่องเที่ยวดังระดับโลก

เอลิฟ บิลกิน เด็กสาวตุรกีที่รักษ์โลก ด้วยการเปลี่ยนเปลือกกล้วยเป็นพลาสติกชีวภาพ

ความรุนแรงในครอบครัว “ภัยเงียบ” ที่อาจคร่าชีวิตผู้หญิงได้มากกว่าโควิด

เชสลีย์ ซัลเลนเบอร์เกอร์ ชายวัยใกล้เกษียณ ผู้ใช้เวลา 208 วินาทีช่วยคนกว่า 155 ชีวิต

แฟรงก์ อบาเนล : อดีตอัจฉริยะนักต้มตุ๋นวัย 16 ปีที่กวาดเงินหลายล้านเหรียญสหรัฐ สู่แรงบันดาลใจของภาพยนตร์ Catch Me If You Can