Post on 07/12/2018

แท้ ประกาศวุฒิสาร ผู้บันทึกภาพยนตร์การก่อรัฐประหาร ปี 2490

รู้จักกับชายผู้บันทึกเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไทย ตั้งแต่น้ำท่วมกรุงเทพ ปี 2485 จนถึงรัฐประหาร 2490

ย้อนไปเมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ.2561 นับเป็นวาระพิเศษที่ควรค่าต่อการเฉลิมฉลองของวงการภาพยนตร์ไทย เมื่อ แท้ ประกาศวุฒิสาร นักสร้างภาพยนตร์ไทยผู้ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี พ.ศ. 2542 ได้ดำเนินชีวิตมาจนมีอายุครบ 100 ปีบริบูรณ์ 

แต่ช่วงเวลาอันเป็นมงคลนี้กลับดำรงอยู่ได้เพียงไม่นาน ก็ต้องผันเปลี่ยนไปสู่บรรยากาศแห่งความอาลัยในอีกไม่กี่เดือนต่อมา เมื่อนักทำหนังไทยผู้มีอายุยืนนานที่สุดในประวัติศาสตร์ท่านนี้ได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบในวันที่ 12 สิงหาคม ปี 2561

แม้ดวงวิญญาณจะล่วงลับ แต่สิ่งที่ แท้ ประกาศวุฒิสาร สร้างสมไว้ให้แก่วงการหนังไทยและสังคมไทยนั้น ย่อมไม่อาจดับสูญตามไปด้วย 

นี่คือ “มรดก” ที่ แท้ ประกาศวุฒิสาร ทิ้งเอาไว้ในฐานะต่าง ๆ จากชีวิตอันโลดเต้นและหายใจเข้าออกเป็นงานภาพยนตร์

 

ผู้บันทึกประวัติศาสตร์ด้วยกล้องถ่ายภาพยนตร์

จิตวิญญาณการเป็นนักบันทึกภาพของ แท้ ประกาศวุฒิสาร นั้นปรากฏมาให้เห็นตั้งแต่เด็ก เมื่อเขาเริ่มซื้อกล้องถ่ายรูปเองตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี และต่อมาขณะเรียนอยู่โรงเรียนเพาะช่าง เขายังได้ตัดสินใจย้ายจากแผนกฝึกหัดครูวาดเขียนมาเรียนวิชาถ่ายรูป รวมทั้งยึดชีวิตช่างถ่ายรูปเป็นอาชีพเริ่มต้น 

ด้วยใจที่รักในภาพยนตร์เช่นเดียวกัน จากช่างถ่ายรูป แท้จึงก้าวไปสู่การเป็นนักถ่ายหนังในเวลาต่อมา โดยนอกจากการถ่ายหนังในอุตสาหกรรมที่ทำให้เขามีชื่อเสียงนั้น ความเป็น “นักเลงกล้อง” ทั้งโดยฝีมือและสัญชาตญาณ ทำให้เขาได้ใช้กล้องถ่ายภาพยนตร์บันทึกเหตุการณ์สำคัญของประเทศเอาไว้มากมาย ซึ่งบางเรื่องนั้นได้ตกทอดมาสู่คนรุ่นหลัง จนกลายเป็นมรดกความทรงจำของบ้านเมืองและจดหมายเหตุทางประวัติศาสตร์อันมิอาจประเมินค่าได้ 

 

เหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพ (2485)

เดือนตุลาคม พ.ศ.2485 ขณะที่ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เกิดเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ไปทั่วกรุงเทพมหานคร เมื่อถึงระยะที่น้ำท่วมสูงสุด แท้ ประกาศวุฒิสาร วัย 24 ปี ผู้กำลังว่างงาน ได้ลงทุนเสาะหาซื้อฟิล์มภาพยนตร์ซึ่งหาได้ยากยิ่งในช่วงสงครามเพื่อมาบันทึกภาพเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ไว้ ที่สุดแล้วเขาสามารถหาฟิล์ม 16 มม. ขาวดำมาได้ 3 ม้วน จากห้างฮัมบรูกส์-สยาม ของชาวเยอรมัน และเช่าเรือจ้างลำหนึ่งออกตระเวนถ่ายหนังไปทั่วกรุงเทพฯ พร้อมกับเพื่อน ๆ อย่างสนุกสนาน ทั้งยังได้ถ่ายเหตุการณ์ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั่งเรือมาประชุมสภาฯ ที่พระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งปรากฏให้เห็นบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย อาทิ พระยาพหลพลพยุหเสนา ควง อภัยวงศ์ ประยูร ภมรมนตรี ฯลฯ

จากหนังที่ตั้งใจถ่ายไว้แค่ “ดูเล่นเป็นที่ระลึก” ปัจจุบัน น้ำท่วมกรุงเทพ ของ แท้ ประกาศวุฒิสาร ได้กลายเป็นหลักฐานอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ถึงสภาพบ้านเมืองและผู้คนในมหาอุทกภัยครั้งนั้นที่มีชีวิตชีวาอย่างไม่อาจหาได้จากสื่อบันทึกอื่นใด 

 

ประชาธิปัตย์หาเสียง (2489)

เมื่อเข้าสู่ช่วงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 5 ของประเทศไทย ในวันที่ 5 สิงหาคม 2489 ท่ามกลางความผันผวนทางการเมืองหลังการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเพิ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนเมษายนปีเดียวกัน ได้กลายเป็นพรรคแรกในประวัติศาสตร์ที่หาเสียงด้วยวิธีการปราศรัย โดยมีนักปราศรัยคนสำคัญ คือ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

ในการปราศรัยครั้งหนึ่งที่ลานกว้างหน้าพระปฐมบรมราชานุสรณ์ เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้าฝั่งพระนคร แท้ ประกาศวุฒิสาร ได้นำกล้องถ่ายภาพยนตร์มาบันทึกไว้ โดยหนังปรากฏให้เห็นการขึ้นพูดของพี่น้องตระกูลปราโมชทั้งสองคน รวมทั้งสมาชิกพรรคคนสำคัญอื่น ๆ เช่น ใหญ่ ศวิตชาติ รวมทั้งเห็นภาพประชาชนที่มาร่วมฟังกันอย่างเนืองแน่น นับเป็นภาพยนตร์บันทึกการปราศรัยหาเสียงของไทยที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน

 

รัฐประหาร 2490

ภาพยนตร์บันทึกการก่อรัฐประหารครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อจอมพลผิน ชุณหะวัณ นำกำลังทหารยึดอำนาจรัฐบาล พล.ร.ต. ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ในวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 และแต่งตั้ง จอมพล ป. พิบูลสงคราม อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เป็นผู้บัญชาการทหารแห่งชาติ ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 2 ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา 

เมื่อทราบว่าเกิดการรัฐประหารนี้ขึ้นเมื่อเวลา 05.00 น. แท้ได้รีบคว้ากล้องถ่ายรูปและกล้องถ่ายภาพยนตร์พร้อมด้วยฟิล์ม 16 มม. ไปยังกระทรวงกลาโหม เพื่อถ่ายเหตุการณ์โดยรอบเอาไว้ รวมถึงได้บันทึกช่วงเวลาสำคัญทั้งการแถลงข่าวของจอมพลผิน ชุณหะวัณ และภาพบรรดานายทหารที่พากันแบกจอมพล ป. ขึ้นบ่าไปยังห้องประชุม 

ต่อมา เจ้าของโรงภาพยนตร์นิวโอเดียนได้ขอนำภาพยนตร์นี้ไปฉายประกอบเป็นหนังข่าวก่อนหน้าฉายภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่องหนึ่ง ซึ่งแท้รับหน้าที่เป็นผู้ฉายด้วยตนเอง และได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เมื่อย่างเข้าสู่การฉายวันที่สาม ขณะที่กำลังจะเริ่มฉายได้มีกลุ่มตำรวจและทหารบุกเข้ามาเชิญตัวแท้ให้นำหนังนี้ไปฉายให้หลวงกาจสงคราม (เทียน เก่งระดมยิง) หนึ่งในหัวหน้าคณะรัฐประหารดูก่อนที่วังสวนกุหลาบ (นัยว่าเพื่อเซ็นเซอร์ แม้ตามกฎหมายหนังข่าวไม่ต้องผ่านเซ็นเซอร์) เมื่อชมเสร็จ หลวงกาจสงครามได้กล่าวว่า “ไม่เห็นมีอะไรเลย เอาไปฉายได้” พร้อมทั้งเขียนข้อความอนุญาตและเซ็นชื่อกำกับให้ แท้ ประกาศวุฒิสาร เดินทางกลับ นำภาพยนตร์มาฉายให้คนดูได้ทันหลังจากที่หนังเรื่องยาวจบ

 

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 8 และพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 9 (2493)

พ.ศ. 2493 มีพระราชพิธีสำคัญเกิดขึ้น คือ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 ในวันที่ 29 มีนาคม 2493 และ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในวันที่ 5 พฤษภาคม ปี 2493 ซึ่งแท้ ประกาศวุฒิสาร ผู้ที่ได้มีโอกาสบันทึกภาพเหตุการณ์เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ทั้ง 2 พระองค์อยู่บ่อยครั้ง ได้ทำหน้าที่บันทึกภาพงานพระราชพิธีภายนอกทั้งสองงานโดยตลอด 

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้มีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องที่แท้ถ่ายด้วยฟิล์มสี Kodachrome 16 มม. นี้มาประมวลเข้ากับภาพพระราชพิธีภายในส่วนพระองค์ ที่ถ่ายเป็นภาพยนตร์ 16 มม. ขาวดำ เพื่อนำออกฉายให้ประชาชนดูที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง นับเป็นภาพยนตร์ส่วนพระองค์ชุดแรกที่ออกฉายสู่สาธารณชน

หลังจากนั้น แท้ ประกาศวุฒิสาร ได้นำภาพยนตร์ชุดนี้ตระเวนไปจัดฉายตามต่างจังหวัดทั่วประเทศ และเมื่อฉายเสร็จแล้ว จึงได้ทูลเกล้าฯ ถวายส่วนที่เป็นภาพยนตร์สีที่เขาถ่ายทั้งหมด แด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ก่อนที่จะมอบเศษฟิล์มภาพยนตร์บันทึกพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 8 ที่คงเหลือจากการตัดต่อ แก่หอภาพยนตร์ในเวลาต่อมา ซึ่งแม้จะไม่ครบสมบูรณ์ แต่ก็ถือเป็นหนึ่งในจดหมายเหตุเกี่ยวกับพระราชพิธีประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่ายิ่งสำหรับผู้คนในยุคปัจจุบัน

 

รถรางวันสุดท้าย (2511)

วันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2511 เป็นวันสุดท้ายที่รถรางในกรุงเทพมหานครที่เปิดใช้งานมากว่า 80 ปี ได้ออกรับส่งผู้โดยสาร แท้ ประกาศวุฒิสาร ผู้ใช้บริการรถรางมาตั้งแต่เป็นนักเรียน จึงได้ออกตระเวนทั่วกรุงเทพฯ พร้อมกับ โสภณ เจนพานิช ช่างถ่ายภาพยนตร์ ในวันที่ 30 กันยายน เพื่อบันทึกภาพรถรางสายที่ออกวิ่งรอบเมือง โดยพวกเขาได้บันทึกภาพการวิ่งของรถรางสายนี้ ตั้งแต่สะพานผ่านฟ้า พระบรมมหาราชวัง สนามหลวง วัดโพธิ์ ฯลฯ จนไปสุดที่เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า นับเป็นบันทึกความทรงจำครั้งสำคัญของสังคมไทยและประวัติศาสตร์การขนส่งมวลชนของกรุงเทพมหานคร

นอกจากภาพยนตร์ข่าวแล้ว แท้ ประกาศวุฒิสาร ยังเป็นผู้สร้างปรากฏการณ์สำคัญแก่วงการหนังไทย เช่นการสร้างหนัง สุภาพบุรุษเสือไทย ผู้นำด้านนวัตกรรมในการโฆษณาหนังไทย เช่น การคิดสโลแกนภาพยนตร์ เห่าดง ใน ปี 2501 ที่ว่า “บอกตรงตรง เห่าดงดีจริงจริง” จนถูกนำมาพูดถึงกันอย่างติดปาก อีกด้วย 

 

เรื่อง: พุทธพงษ์ เจียมรัตตัญญู

 


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

ลม่อม สีบุญเรือง ปัญญาชนหญิงหัวก้าวหน้า ลูกสาวเซียวฮุดเสง

พระองค์วรรณฯ ผู้บัญญัติศัพท์ “ประชาธิปไตย” เเละ “รัฐธรรมนูญ” 

เอเตียน เดอ ลา โบเอตี เผด็จการมีอำนาจเพราะคนยอมเป็นทาสโดยสมัครใจ

วอร์เรน ฮาร์ดิง อเมริกันในอุดมคติ แต่ถูกแฉยับหลังตายคาเก้าอี้ปธน.

ชาวอินเดียอเมริกัน บุกยึดคุกอัลคาทราซ อ้างสิทธิแผ่นดินบรรพชน

โมริ โมโตนาริ “ธนูดอกเดียวหักได้ง่าย แต่หากมัดรวมกัน 3 ดอกย่อมหักได้ยาก”

พระเจ้าตากสิน ไม่ถูกสำเร็จโทษ เรื่องเล่าประวัติศาสตร์ฉบับ “ยาผีบอก”

“เจียง ไคเช็ก” จับคนเห็นต่างเข้าตาราง ด้วยกฎอัยการศึกที่ยาวนานที่สุดในโลก