Post on 27/11/2019

สัมภาษณ์ แทมมารีน ธนสุกาญจน์ ตำนานนักเทนนิสเมืองไทย กับความท้าทายครั้งใหม่ในสนามเดิม

ช่วงที่คนทราบข่าวว่าแทมมี่จะกลับมาก็…ได้เหรอ อายุขนาดนี้…ใช่เหรอ ไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ย ไปเป็นคุณครูมั้ย แต่แทมมี่มีความรู้สึกว่าเป็นธรรมดาที่คนอื่นจะคิดได้หมด เราก็ยังคิดว่า เฮ้ย! แล้วฉันจะทำได้หรือเปล่า แต่แทมมี่รักและแทมมี่ชอบที่จะชาเลนจ์ว่าความสามารถของเรา เราจะทำได้ไหม ซึ่งรู้ว่าไม่ง่าย” แทมมี่-แทมมารีน ธนสุกาญจน์ บอกเล่าด้วยใบหน้าระบายยิ้มนิด ๆ พร้อมแววตาที่เปล่งประกายความมุ่งมั่น หลังใช้เวลาฝึกซ้อมบนคอร์ทเทนนิสร่วมกับนักเทนนิสทีมชาติคนอื่น ๆ อยู่ร่วมสองชั่วโมง 

ย้อนไปราวสิบปีกว่าก่อน หนึ่งในความคึกคักและสีสันของวงการกีฬาเมืองไทยต้องนับรวมกีฬาเทนนิสเข้าไปด้วย โดยเฉพาะ แทมมารีน นักเทนนิสหญิงมือหนึ่งของไทยที่ทะลุเข้าไปชิงแชมป์การแข่งขันเทนนิสระดับโลกหลายรายการ กระทั่งขึ้นชั้นเป็นนักเทนนิสหญิงมือวางอันดับที่ 19 ของโลก แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่าง ทำให้เธอค่อย ๆ ห่างจากการแข่งขันเทนนิสอาชีพไปในที่สุด ถึงอย่างนั้น ความรักในกีฬาดังกล่าวก็ไม่เคยจางหาย กระทั่งหลายปีผ่านไปเมื่อทุกอย่างลงตัว แทมมารีนก็หวนกลับมาจับแร็กเก็ตวาดฝีไม้ลายมือในสนามอย่างจริงจังอีกครั้งในปี 2562 ด้วยวัย 42 ปี พร้อมลงสนามในนามนักเทนนิสทีมชาติไทย ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2019 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ 

The People ชวนแทมมารีนสนทนาถึงความท้าทายของเทนนิส การดูแลร่างกายและจิตใจ รวมทั้งประสบการณ์ชีวิตที่ตกผลึกของเธอตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี บนเส้นทางนักเทนนิสอาชีพที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

The People: ห่างหายจากวงการเทนนิสอาชีพไปร่วม 4 ปี ช่วงนั้นทำอะไรบ้าง

แทมมารีน: ตอนนั้นรายการสุดท้ายน่าจะเป็นซีเกมส์ ปี 2015 ที่สิงคโปร์ แทมมี่กลับมาก็พบว่าคุณแม่ (สุเนตรา ธนสุกาญจน์) ไม่สบายเป็นมะเร็ง จริงๆ แทมมี่ไม่ได้ประกาศเลิกเล่น แต่เป็นช่วงที่ไปดูแลคุณแม่ เพราะเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณแม่ หลังจากนั้นคุณแม่ก็เข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลตลอด ผ่านไป 1 ปี คุณแม่ก็เสียชีวิต

ช่วงนั้นแทมมี่ไม่ได้ซ้อมเลย ซึ่งก็รู้ว่ามันไม่ง่ายที่จะกลับมา เลยนำประสบการณ์ด้านเทนนิสที่มีมาถ่ายทอดให้เยาวชนไทย เปิดเป็นแทมมารีน เทนนิส อะคาเดมี ชื่อ The Ace (ดิ เอซ) เน้นกลุ่มเด็กเล็ก อายุ 4-10 ขวบ เพราะอยากเพิ่มประชากรนักเทนนิสไทยให้เยอะขึ้น แทมมี่มองว่าเทนนิสคือกีฬาที่ฝึก coordination ใช้ประสาทสัมผัส มือ เท้า ตา ซึ่งฟีดแบคจากคุณพ่อคุณแม่ที่ส่งลูกมาเรียนก็บอกว่าลูกเขาสมาธิดีขึ้น เพราะเป็นการโยงสัมผัสทั้งหมด เพราะฉะนั้น นอกจากเด็ก ๆ จะได้เรื่องความรักในกีฬาแล้ว ก็ยังได้เรื่องการออกกำลังกายเป็นผลพลอยได้ไปด้วย

 

The People: เป็น ร.ต.อ. หญิง แทมมารีน ธนสุกาญจน์ ด้วย?

แทมมารีน: ครอบครัวแทมมี่เป็นครอบครัวตำรวจ คุณปู่ คุณลุง ก็เป็นตำรวจ แต่แทมมี่จะเป็นตำรวจที่เข้ามาในส่วนกีฬามากกว่า อย่างเล่นให้ทีมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนตอนนี้ก็มาช่วยราชการอยู่ที่กองปราบปราม ก็จะมีเทนนิสเป็นกิจกรรมส่งเสริมให้ข้าราชการตำรวจและลูกหลานข้าราชการตำรวจได้ออกกำลังกาย ได้พักผ่อนหย่อนใจ มีกิจกรรมร่วมกันในหน่วยงานและในครอบครัว อย่างการมีโครงการ ‘กองปราบเทนนิสแคมป์’

เพราะฉะนั้น ตอนนี้คือมีหลายบทบาท (หัวเราะ) เป็นทั้งตำรวจด้วย เปิดอะคาเดมีด้วย แล้วก็เหมือนจะกลับมาเป็นนักกีฬาเต็มตัวอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแต่ละบทบาทก็มีความยากง่ายไม่เหมือนกัน แต่แทมมี่ว่ามันชาเลนจ์ (ท้าทาย) และเป็นการพัฒนาศักยภาพ อะไรที่เราชอบ อะไรที่เราทำแล้วมีความสุข แทมมี่ก็ทำ

The People: จุดเปลี่ยนที่ทำให้กลับมาเล่นเทนนิสอาชีพอีกครั้งคืออะไร

แทมมารีน: แทมมี่เล่นเทนนิสมาประมาณ 20 ปีแล้ว ตอนนั้นอาจเป็นช่วงที่เรา slope down นิดหนึ่ง เหมือนเราขอออฟ ปิดสวิตช์นิดหนึ่งจากการแข่งขัน แต่ช่วงปลายปี 2018 แทมมี่มีโอกาสไปเป็นติวเตอร์ให้น้อง ๆ นักเทนนิสเอเชียที่ไปแข่งรอบ 8 คนสุดท้ายของ WTA (สมาคมนักเทนนิสอาชีพหญิง) ที่สิงคโปร์ รายการนั้นนักเทนนิสเยาวชนจะได้เจอ เซเรนา วิลเลียมส์, ซิโมนา ฮาเล็ป ฯลฯ ซึ่งเป็นท็อป 8 ของนักเทนนิสหญิง เราก็เอาประสบการณ์ที่เคยแข่งขันไปถ่ายทอด และมีโอกาสได้กลับไปเจอเพื่อน ๆ ที่เคยตระเวนแข่งด้วยกัน

แล้วเพื่อนคนหนึ่งที่อายุมากกว่าแทมมี่ตั้ง 3 ปี เขายังเล่นประเภทคู่ ท็อป 10 ของโลก เฮ้ย! (ลากเสียง) ก็ยังแซว ๆ กับเพื่อนที่อินโดนีเซียว่า เขายังเล่นอยู่เลย เธอคิดว่าฉันจะกลับมาได้หรือเปล่า จริง ๆ ฉันก็คิดถึงการเดินทางนะ เพราะนักเทนนิสอาชีพต้องเดินทางเยอะมาก เราไปตามเซอร์กิต ไปตามแกรนด์สแลม ไปตามซีรีส์ต่าง ๆ ได้เห็นอะไรแปลกใหม่ เห็นอะไรที่แตกต่าง ซึ่งหลายปีที่ไม่ได้แข่งเทนนิสอาชีพ แทมมี่ก็ได้ไปเที่ยวบ้าง แต่ส่วนใหญ่คือรับราชการและอยู่กับอะคาเดมีมากกว่า พอเพื่อนฟังเสร็จก็บอกว่า แทมมี่ เธอกลับมาได้นะ แต่เป็นประเภทคู่ ถ้าประเภทเดี่ยวอาจจะยากนิดหนึ่ง เพราะเธออายุขนาดนี้แล้ว การกลับมาของแทมมี่ก็เริ่มจากตรงนั้น (ยิ้ม)

แทมมี่บ้าในกีฬาเทนนิสมาก ชอบชาเลนจ์ ชอบแข่งขัน ซึ่งอาจเป็นพื้นนิสัยของเราเองด้วย เราอยากชาเลนจ์ความสามารถตัวเองว่า เฮ้ย! อายุขนาดนี้ เราจะกลับมาได้ไหม เราจะทำได้ไหม

แต่ช่วงแรก ๆ แทมมี่ก็ doubt เหมือนกัน คือจริง ๆ เหนื่อยมาก เพราะว่าร่างกายเราอายุขนาดนี้ เราไม่เฟรชเหมือนแต่ก่อน บางทีเล่น ๆ ซ้อมไป โอ๊ย…ปวด ซึ่งการฟื้นตัวมันไม่เหมือนก่อนแล้ว ต้องใส่ใจร่างกาย ใส่ใจเรื่องจิตใจ ต้องวางแผนให้ดี เราไม่สามารถทำเหมือนเมื่อก่อน อย่างสมัยเยาวชนที่ เฮ้ย! ฉันจะลุย ฉันจะมีไฟอย่างเดียว ไม่ได้แล้ว แต่ละก้าวของเราต้องรอบคอบ เพราะอุปสรรคสำคัญของนักเทนนิส โดยเฉพาะอายุแทมมี่คือการบาดเจ็บ ถ้าเจ็บเมื่อไหร่คือยาว ต้องพัก 3-4 เดือน

เพราะฉะนั้น ช่วงชีวิตแต่ละช่วงของเราไม่เหมือนกัน เราต้องปรับตัวเองให้เข้ากับจุดจุดนั้นแล้วพยายามเดินให้รอบคอบมากขึ้น มันยากค่ะ แต่แทมมี่ก็ชอบความชาเลนจ์

แทมมารีนในการแข่งขันรายการ แคล-คอมพ์ (ภาพจาก Facebook: สมาคมกีฬาเทนนิส ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ – LTAT)

The People: กลับมาครั้งนี้เน้นการเล่นประเภทคู่เป็นหลัก?

แทมมารีน: แทมมี่เล่นได้ทั้งประเภทเดี่ยวและคู่ แต่จะชอบประเภทเดี่ยว แต่มาตอนนี้ก็ไม่อยากผลักตัวเองขนาดนั้นว่าต้องเล่นประเภทเดี่ยว เราหยุดไปหลายปี แล้วอยู่ดี ๆ จะพุ่งไปเล่นเดี่ยวเลยก็ยาก คนเดียวต้องคุมทั้งสนาม เพราะฉะนั้น แทมมี่เลยอาจจะ soft launch ก่อนว่าเล่นประเภทคู่แล้วเป็นอย่างไร ถ้าสามารถขยับไปเล่นประเภทเดี่ยวได้ วันหนึ่งก็คงไปตรงนั้น แต่เบื้องต้นอยาก concentrate กับประเภทคู่ก่อน

 

The People: ที่บอกว่าต้องใส่ใจเรื่องจิตใจ หมายความว่าอย่างไร

แทมมารีน: ช่วงที่คนทราบข่าวว่าแทมมี่จะกลับมาก็…ได้เหรอ อายุขนาดนี้…ใช่เหรอ ไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ย ไปเป็นคุณครูมั้ย แต่แทมมี่มีความรู้สึกว่าเป็นธรรมดาที่คนอื่นจะคิดได้หมด เราก็ยังคิดว่า เฮ้ย! แล้วฉันจะทำได้หรือเปล่า แต่แทมมี่รักและแทมมี่ชอบที่จะชาเลนจ์ว่าความสามารถของเรา เราจะทำได้ไหม ซึ่งรู้ว่าไม่ง่าย

เดือนพฤศจิกายน ปี 2019 แทมมี่ลงแข่งประเภทคู่ในรายการ แคล-คอมพ์ (แคล-คอมพ์ แอนด์ เอ็กซ์วายแซดพริ้นติ้ง ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์) คู่กับ เลสเลย์ ปัตตินามา เคอร์โคฟ จากเนเธอร์แลนด์ แล้วได้แชมป์ ทุกคนก็จะบอกว่ายินดีด้วย ซึ่งแทมมี่ขอบคุณทุกคนที่เชียร์กันมาตลอด แต่เบื้องหลังเราทรมาน เราเหนื่อย แต่ทุกอย่างก็เป็นกำลังใจให้เราก้าวต่อไป

The People: ความพร้อมของร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง

แทมมารีน: ถ้าเป็นช่วงเก็บตัวแข่งขัน ก็จะซ้อมคู่เพื่อเข้าขากับน้อง ๆ เน้นเล่นเกมมากกว่าแทคติก และอาจมีเสริมฟิตเนสด้วย แต่ถ้าซ้อมของตัวเองช่วงที่ไม่มีการแข่งขัน ก็จะซ้อมเทนนิสประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง จากนั้นช่วงบ่ายก็เข้าฟิตเนส

ถ้าเป็นช่วงเยาวชน เรามีพละกำลัง แต่อาจไม่ได้เติบโตทางความคิดเหมือนตอนนี้ ตอนนี้เติบโตทางความคิด แต่พลังอาจไม่เหมือนเมื่อก่อน เพราะฉะนั้น ณ ปัจจุบัน แต่ละก้าวของแทมมี่ต้องรอบคอบและระมัดระวัง ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ตะบี้ตะบันใช้แรงได้ แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้ว

 

The People: บริหารจัดการเวลาอย่างไร เพราะยังเป็นตำรวจและยังทำอะคาเดมี

แทมมารีน: การกลับมาตรงนี้เราต้องทำหลาย ๆ งานที่เรามีหลายบทบาทไม่ให้เสีย ความรับผิดชอบก็เยอะขึ้น จากสองมาเป็นสาม ทำให้ต้องวางโปรแกรมให้รัดกุมมากขึ้น ความชาเลนจ์เรื่องเทนนิสยังไม่พอ ยังมีความชาเลนจ์ในการจัดระเบียบชีวิตตัวเองด้วย แต่ในเมื่อเรามีความสุขกับการชาเลนจ์ตัวเอง ก็วางแผนล่วงหน้า 4-5 เดือนเลยว่าต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ หรือแต่ละเดือน ช่วงนี้ทำงาน ช่วงนี้ซ้อม ช่วงนี้พักผ่อน เป็นต้น

 

The People: คุณผ่านการแข่งขันมาแล้วหลายรายการ อย่าง วิมเบิลดัน หรือแม้กระทั่งโอลิมปิกหลายสมัย การกลับมาลงซีเกมส์ ปี 2019 มีความกดดันไหม

แทมมารีน: แทมมี่อยากขอบคุณลอนเทนนิสสมาคมฯ (สมาคมกีฬาเทนนิส ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์) ที่ให้โอกาสได้มามีส่วนร่วมในทีม และตัวเองก็เป็นเกียรติที่ได้กลับมารับใช้ชาติอีกครั้ง ต้องบอกว่าน้อง ๆ นักเทนนิสในปัจจุบันมีความสามารถอยู่แล้ว แต่ลอนเทนนิสสมาคมฯ ก็เชื่อมั่นในประสบการณ์ที่เรายังมีอยู่ การกลับมาครั้งนี้ แทมมี่เข้ามาสนับสนุนน้อง ๆ มากกว่า เช่น ประเภทคู่ ซึ่งอะไรที่ช่วยไกด์ให้น้อง ๆ ไปถึงเป้าหมายของเขาได้เร็วขึ้น แทมมี่ก็เต็มที่กับตรงนั้น

The People: มองว่าวงการเทนนิสบ้านเราตอนนี้เติบโตมากน้อยแค่ไหน ขาดช่วงหรือเปล่า เพราะตอนนี้คนส่วนใหญ่ก็ยังนึกถึงชื่อคุณ หรือชื่อ บอล-ภราดร ศรีชาพันธุ์

แทมมารีน: ปัจจุบัน น้องลักษิกา (คำขำ) ก็อยู่ในท็อป 100 ของโลก แต่จำนวนนักเทนนิสในบ้านเราอาจน้อยลง เพราะเมื่อก่อนมี บอล-ภราดร, สนฉัตร-สรรค์ชัย (รติวัฒน์), ดนัย (อุดมโชค), แทมมี่, น้องนก-นพวรรณ เลิศชีวกานต์ เพราะฉะนั้น ข่าวเทนนิสก็จะออกบ่อย ๆ แล้วตอนนี้ความที่ปริมาณนักเทนนิสน้อยลง บวกกับกีฬาอื่นพัฒนาขึ้นด้วย อย่าง วอลเลย์บอล, แบดมินตัน, กอล์ฟหญิง ฯลฯ ถ้าถามว่าขาดช่วงไหม ก็ไม่ได้ขาดช่วงขนาดนั้น นักเทนนิสรุ่นใหม่ที่มีความสามารถก็มีหลายคน เพียงแต่ว่าสื่ออาจจะออกได้ไม่เยอะเหมือนแต่ก่อน

 

The People: แต่ก็ยังไม่มีนักเทนนิสไทยคนไหนทำลายสถิติคุณที่เป็นนักเทนนิสหญิงมือวางอันดับที่ 19 ของโลกได้?

แทมมารีน: ก็หวังอยากให้มี เราเห็นใครดี ทำชื่อเสียงให้ประเทศ เราก็สนับสนุน อยากเห็นเขาประสบความสำเร็จตรงนั้นให้ได้ เรามีความสุขถ้าเห็นคนไทยสามารถไปได้ขนาดนั้น แล้วเราจะภูมิใจว่าน้องคนนี้มาจากเมืองไทย แทมมี่อยากเห็นอนาคตวงการเทนนิสไทยเป็นอย่างนั้น

 

The People: คุณเล่นเทนนิสอาชีพครั้งแรกเมื่อปี 2538 ผ่านมาแล้ว 20 กว่าปี อะไรคือสิ่งที่คุณประทับใจมากที่สุด

แทมมารีน: ตลอดเวลา 20 กว่าปี คนแรกที่แทมมี่อยากขอบคุณน่าจะเป็นคุณพ่อ (วีระชัย ธนสุกาญจน์) เพราะคุณพ่อทำให้รู้จักเทนนิส และแทมมี่ก็ต้องขอบคุณเทนนิสด้วย เพราะถ้าไม่มีเทนนิสก็คงไม่มีเราในวันนี้ คงไม่ได้ยืนจุดนี้ คงไม่ได้เดินทางไปหลาย ๆ ประเทศ ได้รู้จักหลาย ๆ คน ได้ทำงานหลาย ๆ บทบาท เทนนิสให้โอกาสแทมมี่เยอะมาก

สำหรับแทมมี่ เนื้อแท้ของเทนนิสคือการชาเลนจ์ คือการแข่งขัน คือความมัน กีฬาบางอย่างมีหลายวันให้คุณเล่น ถ้ายังไม่สามารถเล่นได้ดีในวันแรก คุณสามารถไปแก้ตัวในวันอื่น แต่เทนนิสคือน็อกเอาต์ ถ้าลงสนามแล้วมีแต่ชนะกับแพ้ นั่นคือความกดดัน

ก่อนลงสนามทุก ๆ รายการ ทุก ๆ แมตช์ แทมมี่จะตื่นเต้น ไม่ใช่เพราะกลัวแพ้ แต่ตื่นเต้นเพราะอยากรู้ว่าวันนี้จะเล่นได้ดีแค่ไหน แต่ละวันคู่ต่อสู้หรือแม้แต่ตัวเองก็ไม่เคยเหมือนกันเลย วันนี้ฉันต้องปรับการเล่นอย่างไร ฉันต้องเตรียมอะไรบ้าง ลม ฟ้า ฝน เป็นอย่างไร หรือบางวันตื่นมา โอ้โห…ปวดเมื่อยไปทั้งตัว เราต้องปรับอย่างไรให้พร้อมสำหรับลงสนามวันนั้น หรือวันนี้ตื่นมาสดชื่นมากเลย แต่ตีไม่ได้เรื่องก็มี เพราะฉะนั้น เราต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เจอให้ได้และเล่นให้ดีที่สุด

The People: ย้อนไปราวปี 2550 ที่คุณมีอาการบาดเจ็บเรื้อรัง ตอนนั้นถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนทางความคิดของคุณเลยทีเดียว?

แทมมารีน: ช่วงนั้นจะเลิกเล่นแล้ว เพราะไม่สามารถเล่นได้ดี 100% เล่นแล้วก็เจ็บ เจ็บแล้วก็แพ้ ๆ ๆ ช่วงนั้นรู้สึกว่าต้องกลับไปเล่นควอลิฟายวิมเบิลดันใหม่ เลยบอกโค้ชว่าถ้าวิมเบิลดันคราวนี้ผลงานไม่ดี แทมมี่ไม่เล่นแล้วนะ แต่ความที่เรา nothing to lose (ไม่มีอะไรจะเสีย) เลยคิดว่าเล่นไปเถอะ จะเลิกอยู่แล้วนี่ ปรากฏว่าทำผลงานได้ดีเลยไม่เลิก (หัวเราะ)

การที่แทมมี่มาอยู่ตรงนี้ ต้องยอมรับว่าทุกช่วงชีวิตมีขึ้นมีลง ช่วงที่ขึ้นทุกคนก็มีความสุข แต่ช่วงที่ลงต้องเข้าใจและปรับจิตใจว่าถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็พัก อย่าพุชตัวเองขนาดนั้น บางทีพุชตัวเองมากแล้วเส้นบาง ๆ ที่มีมันขาด แล้วก็จะท้อ จนอาจไม่สามารถทำในสิ่งที่รักได้อีกต่อไป เพราะฉะนั้น แทมมี่ว่าเราต้องเข้าใจบทบาทแต่ละช่วงชีวิต พยายามอ่านตัวเองให้ออกว่าช่วงนี้ฉันเหนื่อย ฉันไม่ไหวแล้ว พอรู้ก็หยุดพักก่อน ไปอยู่กับครอบครัว อยู่กับเพื่อน แล้วค่อยเริ่มใหม่

 

The People: ถ้าให้วิเคราะห์จุดอ่อนของตัวเอง จุดอ่อนนั้นคืออะไร

แทมมารีน: เยอะค่ะ (หัวเราะยาว) จริง ๆ เป็นคนใจร้อน แล้วไม่ได้เป็นคนขยันขนาดนั้น (หัวเราะ) ออกจะแนวศิลปิน วันนี้ฉันดีใจที่มาซ้อมก็เล่น 100% เลย แต่บางวันเหนื่อยก็…โอ๊ย! บางครั้งทำตามอารมณ์ตัวเองมากไปหน่อย

แทมมี่จะมีปัญหาคือวันที่แข่งรอบชิงชนะเลิศ เข้าชิงบ่อยมากจนพี่นักข่าวบอกว่าเป็นราชินีเหรียญเงิน เพราะเอเชียนเกมส์ เมืองไทย ปี 1998 ก็ได้เหรียญเงิน เอเชียนเกมส์ ปูซาน (เกาหลีใต้) ปี 2002 ก็ได้เหรียญเงินหญิงเดี่ยว เพิ่งมาได้เหรียญทองครั้งแรกในเอเชียนเกมส์ อินช็อน (เกาหลีใต้) ปี 2014 ที่เล่นคู่กับน้องลักษิกา ส่วนรายการของ WTA เข้าชิงหลายครั้งก็ไม่ได้

 

The People: เรียนรู้อะไรจากจุดอ่อนนั้นบ้าง

แทมมารีน: สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะแทมมี่ตั้งเป้ากดดันตัวเองมากเกินไปในรอบชิงฯ คือเล่นดีมาทุกรอบ แต่พอรอบชิงฯ ก็คิดว่าฉันจะเอาให้ได้ (เน้นเสียง) ส่วนมากรอบชิงฯ แทมมี่จะได้เซ็ตแรก พอเซ็ตที่ 2 เรานำ 3-1 แทมมี่จะคิดว่า ฉันจะไม่เสียแล้วนะ พอคำว่าไม่เสียผุดขึ้นมา ทำให้การตีของเราไม่ดุดันเหมือนที่เล่นก่อนหน้า เราเอาให้ลง รอให้คู่ต่อสู้เสีย ลูกสปีดของเราไม่ได้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ เขาก็บุกเราได้ ซึ่งบางทีเราไม่เข้าใจว่า เอ๊ะ! ฉันตีไม่เสีย แต่ทำไมฉันแพ้ จนมาคิดได้ว่าก็ฉันไม่บุกต่อ ฉันไม่ได้เล่นเกมตัวเอง ฉันเล่นเพลย์เซฟเกินไปโดยไม่ได้ชาเลนจ์ บางครั้งการที่เรากล้า 50:50 เรายังได้ 50% เสีย 50% แต่ถ้าไม่กล้าทำอะไร มันแทบจะ 20-30% ที่เราจะได้

บางช่วงชีวิต ถ้าเราตั้งใจที่จะทำอะไร ทุก ๆ อย่างมีความเสี่ยงอยู่แล้ว แต่ถ้าเมื่อไหร่เรากล้าที่จะก้าวออกไปทำ แล้วถ้าทำออกมาได้ดี ส่วนใหญ่ก็จะประสบความสำเร็จ ไม่ใช่คิดว่าฉันกลัวเสีย ฉันจะทำได้ดีหรือเปล่า ไม่เอาน่า…เดี๋ยวจะเสีย มันก็ไม่ได้สิคะ ใช่ไหม อย่างน้อยถ้าก้าวไปทำแล้วเสีย ก็มาดูว่าเสียเพราะอะไร แล้วเรียนรู้ว่าควรพัฒนาอะไร ดีกว่าไม่กล้าที่จะทำอะไรเลย

แทมมี่ชอบอ่านหนังสือคนที่ประสบความสำเร็จ เขาใส่ใจในงานของเขา ปรับปรุงและพัฒนาตัวเอง แทมมี่จะบอกว่า moving forward เดินหน้าต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว อย่างน้อยขอให้ไปข้างหน้า และพยายามอย่าหยุดพัฒนา เมื่อเรามีความมุ่งมั่นและไม่หยุดพัฒนา สักวันหนึ่งเราจะประสบความสำเร็จ

The People: ผ่านไปนับสิบปี คุณก็ยังเป็นนักเทนนิสขวัญใจคนไทย?

แทมมารีน: ขอบคุณค่ะ ขอบคุณทุก ๆ กำลังใจ แทมมี่อยากมองว่าก้าวต่อไปคือกำไร คือความสุขของชีวิตตัวเองแล้ว แทมมี่มีความสุขกับทุก ๆ วันที่ได้ทำงานแบบนี้ ทำงานหลาย ๆ บทบาท ทำงานในสิ่งที่รัก และพยายามทำออกมาให้ดีที่สุด ถ้าจะเป็นอย่างไรก็พร้อมรับ พร้อมที่จะปรับปรุง และพร้อมที่จะเดินหน้า

 

The People: มาถึงวันนี้ นักเทนนิสที่เป็นไอดอลของคุณคือใคร

แทมมารีน: มีหลายคนค่ะ ถ้ารูปแบบหรือสไตล์การเล่น ความพลิ้ว ความเพอร์เฟกต์ แทมมี่ให้ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ สุดยอด…เป็นคนที่มีพรสวรรค์อะไรขนาดนั้น ถ้าเป็นคนที่มุ่งมั่น ไม่ยอมลดละ ไม่ยอมแพ้ มี 2 คนคือ โนวัค ยอโควิช และ ราฟาเอล นาดาล ส่วนฝ่ายหญิง คนที่มีจิตใจเข้มแข็งมากและนิ่งมากคือ สเตฟฟี กราฟ เธอไม่แสดงความรู้สึกอะไรเลยในสนาม ไม่วี้ดว้ายกระตู้วู้ ส่วนถ้ามุมมองการสู้ชีวิตคือ โมนิก้า เซเลส เพราะเป็นคนที่ทำงานหนัก มีพรสวรรค์ แต่วันหนึ่งแข่ง ๆ อยู่ก็มีคนมาแทงข้างหลัง จนต้องหยุดเล่นไป 2-3 ปี แต่เซเลสยังมีความรักและมีความเชื่อมั่นว่าตัวเองจะกลับมาได้ ถ้าจำไม่ผิด เธอทำผลงานติดท็อป 10 ของโลกหลังกลับมาเล่นอีกครั้ง ซึ่งช่วงนั้นก็ไม่ง่าย เพราะมี เซเรนา วิลเลียมส์, วีนัส วิลเลียมส์, ลินด์เซย์ ดาเวนพอร์ต

ถ้าเป็นนักเทนนิสรุ่นถัดมาหน่อยจะเป็น ฌุสตีน เอแน็ง ส่วนรุ่นปัจจุบันแทมมี่ชอบ แอชลีห์ บาร์ตี เธออยู่ในสปอตไลท์ตั้งแต่อายุ 17-18 เป็นคนมีพรสวรรค์มาก เพราะเป็นนักเทนนิสอาชีพไม่พอ ช่วงที่ดร็อป ๆ ลงยังไปเล่นคริกเก็ต แต่เมื่อพิสูจน์ว่าตัวเองมีแพสชันกับกีฬาเทนนิสจริง ๆ ก็กลับมาเล่นและขึ้นถึงมือหนึ่งโลก อีกคนหนึ่งที่ชอบคือ นาโอมิ โอซากะ เป็นลูกครึ่งแอฟริกัน-ญี่ปุ่น โตที่อเมริกา แต่มีความอ่อนน้อมและนิ่งแบบชาวญี่ปุ่นมาก ๆ

แทมมี่ชอบเทนนิส เพราะทุกคนมีคาแรคเตอร์ไม่เหมือนกันเลย (ยิ้ม)

The People: มองภาพตัวเองเกษียณจากการเป็นนักเทนนิสเมื่อไหร่

แทมมารีน: ปัจจัยสำคัญของเทนนิสคือร่างกาย ถ้าร่างกายเริ่มส่งผลว่าไม่ได้แล้ว ใช้เยอะไปแล้ว ก็ต้องยอมรับตรงนั้นแล้วคงหยุดไป แต่จริง ๆ แทมมี่ยังมีความสุขกับการเล่นอยู่ อีกอย่างยุคนี้วิวัฒนาการด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาก็ดีขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก ถ้าเราดูแลตัวเองดี ๆ ก็อยากเล่นไปนาน ๆ

 

The People: ถ้าไม่ใช่เทนนิส กีฬาอะไรที่คุณอยากเล่นมากที่สุด

แทมมารีน: แทมมี่ชอบกอล์ฟค่ะ มีช่วงหนึ่งบ้ามาก ถือไม้กอล์ฟไปซ้อมเทนนิสด้วย (ยิ้ม) แต่ไม่ถึงขนาดจะไประดับโปรกอล์ฟเพราะรู้ว่ายากมาก ที่ชอบเพราะเสน่ห์ของกอล์ฟคือการอยู่ในสนามหญ้าสีเขียว มีลมพัด แทมมี่มองว่าเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่เรามีความสุขและได้พักผ่อนไปในตัวด้วย

 


บรรณาธิการ The People ผู้เขียนเนื้อหาเชิงธุรกิจ และเรื่องราวน่าสนใจหลากหลายแง่มุม

Related

“เราอาจหลงลืมการใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติไปแล้ว” สัมภาษณ์ โทโมมิ โยชิมูระ โปรดิวเซอร์ Every Day a Good Day

สัมภาษณ์ “ฟองเบียร์” ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม นักเล่าเรื่องที่เขียน “ชีวิต” ลงในเพลง

ชีวิตที่ต้องคว้าดาวอีกครั้งของ เอ็ม-อรรถพล หลังวันที่ออกไปตามหาตัวตนบนเส้นทางดนตรีและความเร็ว

สัมภาษณ์ “20 ปีนางนาก” ความรักไม่มีวันตายในโลกภาพยนตร์

จำลองโลกใหม่ หลีกหนีความจริง ยึดเหนี่ยวจิตใจ สัมภาษณ์ ปรัชญ์ภูมิ บุณยทัต เมื่อมวยปล้ำเป็นมากกว่ากีฬาเพื่อความบันเทิง

สัมภาษณ์ ปอย PORTRAIT 15 ปี บนเส้นทางสายดนตรีที่มีความเศร้านำทาง

WHY “Y” ทำความเข้าใจวัฒนธรรมวายกับ รศ.ดร.นัทธนัย ประสานนาม

สัมภาษณ์ Two Door Cinema Club มิตรภาพจากกีตาร์ร็อค, Nirvana และเกาะสมุย