Post on 24/12/2020

คามาโดะ ทันจิโร: พี่ชายใจดีผู้โอบกอดความเจ็บปวดเพื่อหันดาบพิฆาตอสูร

*เนื้อหาในบทความเป็นเนื้อหาที่มาจาก ‘ดาบพิฆาตอสูร’ ฉบับหนังสือการ์ตูนเล่มที่ 1 – 7 และแอนิเมชันซีรีส์ซีซันแรก

**เปิดเผยเนื้อหาของเรื่อง

 

264 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คือรายได้ทั่วโลกของภาพยนตร์แอนิเมชัน ‘ดาบพิฆาตอสูร เดอะมูฟวี: ศึกรถไฟสู่นิรันดร์’ ณ วันที่เขียนบทความ ส่งให้พวกเขาขึ้นแท่นเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้แตะ 1 หมื่นล้านเยนเร็วที่สุดในญี่ปุ่น และกำลังมุ่งหน้าหวังทะยานแซง ‘Spirited Away’ ภาพยนตร์แอนิเมชันน้ำดีจากค่าย Studio Ghibli เพื่อกลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาลของประเทศญี่ปุ่น

ความนิยมของ ‘ดาบพิฆาตอสูร’ นั้นเริ่มต้นมาตั้งแต่หนังสือการ์ตูนมังงะแล้ว โดยผลงานของอาจารย์ ‘โคโยฮารุ โคโตเกะ’ สามารถทำรายได้ยอดขายเกินกว่า 10 ล้านเล่มทั้งแบบรวมและแบบเล่ม เอาชนะ ‘One Piece’ ของอาจารย์เออิจิโระ โอดะ ที่ครองตำแหน่งนี้มาติดต่อยาวนานถึง 11 ปีลงได้

สำหรับแอนิเมชันซีรีส์ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน งานนี้ได้ ‘Ufotable’ สตูดิโอแอนิเมชันระดับเทพเข้ามาดูแลการผลิต อีกสิ่งที่น่าประทับใจคือเพลงเปิดตัวแอนิเมชันซีรีส์นี้อย่าง ‘Gurengu’ ที่ถูกขับร้องโดย ‘LiSA’ ที่ได้รับความนิยมมากจนคว้าอันดัน 1 หมวดเพลงแอนิเมชันที่มีคนร้องคาราโอเกะมากที่สุดประจำครึ่งปีแรกของปี 2020 บน JOYSOUND

ด้วยผลงานทั้งรายได้และความนิยมในข้างต้น เป็นสิ่งรับประกันได้แล้วว่าดาบพิฆาตอสูรได้กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กแห่งวงการการ์ตูนญี่ปุ่นไปแล้วในขณะนี้

ดาบพิฆาตอสูร มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับการปราบอสูรร้ายที่มีฉากหลังเป็นยุคไทโช (ค.ศ. 1912 – 1926) เป็นช่วงเวลาที่ตรงกับสงครามโลกครั้งที่ 1 เราจึงจะเห็นสภาพความเป็นอยู่ของยุคสมัยผ่านการแต่งกายของตัวละคร เช่น ชุดของหน่วยพิฆาตอสูรก็เหมือนกับชุดของทหารในสมัยนั้น หรือชุดที่เหมือนกับชาวต่างชาติในยุคไทโซการปรากฎตัวครั้งแรกของ ‘คิบุสึจิ มุซัน’ อสูรวายร้ายหัวหน้าใหญ่ แต่ก็มีผู้อ่านหลายคนมองว่าเหมือนชุดของไมเคิล แจ็กสัน ราชาเพลงป๊อปผู้ล่วงลับไปเสียอย่างนั้น

แต่เรื่องราวอันน่าตื่นเต้นเหล่านี้คงจะไม่เกิดขึ้น ถ้าในวันปกติสุขวันหนึ่งทั่วไป ชีวิตของ ‘คามาโดะ ทันจิโร’ ไม่พบเข้ากับความสูญเสียครอบครัวให้กับอสูรร้าย จนเหลือเพียง ‘คามาโดะ เนซึโกะ’ น้องสาวที่ยังมีชีวิตรอดแต่ต้องกลายเป็นอสูร

บทความนี้ เราจะมาร่วมเดินทางร่วมกัน เพื่อรู้จักกับเด็กชายขายฟืนผู้มีชะตาชีวิตพลิกผันเป็นนักดาบพิฆาตอสูรที่ชื่อ ‘คามาโดะ ทันจิโร’

 

เด็กหนุ่มผู้ไม่เคยยอมแพ้
ทันจิโรอาศัยอยู่กับครอบครัวที่มีแม่และน้องอีก 4 คน ตัวเขาตัดสินใจลงจากภูเขาเพื่อไปขายฟืนในเมืองก็เพราะต้องการหารายได้ เด็กน้อยในวัย 15 ปีต้องทำหน้าที่เป็นทั้งลูกชายคนโต พี่ชายของน้อง ๆ และเสมือนเสาหลักของบ้าน แต่โชคร้ายก็มาเยือนครอบครัวของเขาเมื่อ ‘คิบุสึจิ มุซัน’ อสรูร้ายได้สังหารครอบครัวของเขาจนหมดสิ้น เหลือไว้แต่เพียงน้องสาว ‘คามาโดะ เนซึโกะ’ ที่ตอนนี้ได้กลายเป็นอสูรไปแล้ว

หลังเหตุโศกนาฏกรรมครั้งนั้นทันจิโรได้พบกับ ‘โทมิโอกะ กิยู’ เสาหลักวารีแห่งหน่วยพิฆาตอสูร ผู้ได้ให้การช่วยเหลือและแนะนำให้เขาเข้าฝึกฝนวิชาดาบกับอาจารย์ อุโรโกะดากิ กอนโซ เพื่อเข้าร่วมการคัดเลือกเพื่อเป็นนักดาบพิฆาตอสูร

พื้นหลังทันจิโรเป็นเพียงเด็กขายฟืน ทำให้ทันจิโรต้องพบกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในการฝึกฝนวิชาดาบ เพราะเขาไม่ได้มีพื้นฐานการต่อสู้ติดตัวมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหลบหลีกหรือการบุกโจมตี เขาทำได้ค่อนข้างแย่ทีเดียว แต่สิ่งที่ช่วยให้เขาเริ่มจับทางการต่อสู้ได้ มาจากความสามารถในการดมกลิ่นของเขานั่นเอง จมูกของทันจิโรสามารถแยกกลิ่นต่าง ๆ ได้ทั้งทำให้รู้ว่าใครเป็นอสูรรวมถึงใช้หาทางเอาชนะในการต่อสู้

การฝึกฝนเดินทางมาสู่ภารกิจสุดท้ายที่ อุโรโกะดากิ ผู้เป็นอาจารย์ได้มอบให้ คือต้องผ่าหินก้อนใหญ่ให้แยกออกเป็นเสี่ยงให้ได้

ถึงจะฝ่าฝันการทดสอบมาได้เรื่อย ๆ แต่กับหินก้อนนี้ทันจิโรเหมือนเจอเข้ากับกำแพงใหญ่ที่ไม่อาจข้ามได้ ไม่ว่าเขาจะพยายามฟาดฟันดาบใส่ไปกี่ครั้ง ก็ไม่มีสักครั้งที่หินใกล้เคียงว่าจะแตก ตรงข้ามกับจิตใจของเขาที่เริ่มท้อแท้ต่อความผิดหวังในตัวเองไปเรื่อย ๆ

ในขณะที่เขากำลังจะตัดสินยอมแพ้ เด็กหนุ่มผู้มีแผลใหญ่ที่ข้างแก้มชื่อ ‘ซาบิโตะ’ และ ‘มาโคโมะ’ เด็กน้อยตัวเล็กนัยน์ตาสีฟ้าก็ปรากฎตัวขึ้น ทั้งคู่ได้ช่วยฝึกฝนวิชาดาบให้กับพระเอกของเรา

ครั้งนึงระหว่างการฝึกดาบทันจิโรได้ถามกับมาโคโมะว่า เขาต้องทำอย่างไรถึงจะมีเพลงดาบที่ยอดเยี่ยมแบบซาบิโตะบ้าง มาโคโมะทำสีหน้าอ่อนโยนแล้วตอบกลับว่า

 

“ต้องทำยังไงถึงจะทำได้น่ะเหรอ”

“ฝึกจนเจียนตาย คิดว่าไม่มีทางอื่นแล้วล่ะ”

 

ทันจิโรจึงมุมานะไม่ยอมแพ้เฝ้าฝึกฝนวิชาดาบของตัวเองต่อไปจนในที่สุดหลังจากผ่านไปครึ่งปี ทันจิโรก็สามารถผ่าหินก้อนใหญ่นั้นได้สำเร็จ

 

เด็กหนุ่มผู้มีจิตใจอ่อนโยน
แม้ว่าภายหลัง ทันจิโรจะได้กลายเป็นนักดาบพิฆาตอสูรไปแล้ว แต่จิตใจที่แสนอ่อนโยนของเขาก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย เขายังคงรักและภูมิใจในตัวน้องสาวที่ตอนนี้กลายเป็นอสูรไปแล้วเหมือนเดิม ถึงขนาดว่ามีครั้งนึงทันจิโรถึงกับโกรธหน้าแดงเมื่อมีคนมาบอกว่าน้องสาวของเขาไม่สวย หรือการเอ่ยชื่นชมวิชามนตร์อสูรโลหิตของอสูรที่ต่อสู้ด้วยจากใจจริง รวมถึงไม่ถือโทษโกรธคนที่มาพูดไม่ดีใส่เพราะคิดว่าเขาไม่เข้าใจความสูญเสีย

ความใจดีของทันจิโรนั้นไม่เพียงแต่ตัวละครในเรื่องเท่านั้นที่ให้การยอมรับ เพราะผลโหวตล่าสุดจากเด็กอนุบาลที่ประเทศญี่ปุ่นในหัวข้อ “คุณให้ความเคารพใครมากที่สุด” ทันจิโรได้คะแนนสูงที่สุดเหนือกว่าพ่อและแม่ด้วยซ้ำ!

อย่างที่เล่าไว้ข้างต้นว่าตัวทันจิโรนั้นไม่ได้เก่งมาแต่แรก ใช้เวลาฝึกฝนอยู่ถึง 2 ปี และวิชาที่เขาร่ำเรียนมาอย่างปราณวารีแต่มันกลับไม่สัมพันธ์กับร่างกายของเขาที่เหมาะกับปราณตะวันมากกว่า

แต่กับตัวของทันจิโรเอง เขาไม่ได้รู้สึกว่าการที่เขาใช้พลังที่ไม่ได้สัมพันธ์กับร่างกายเป็นจุดอ่อนแต่อย่างใด เขาไม่ได้รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจหรือรู้สึกเสียเวลาที่ร่ำเรียนวิชาดาบมา กลับกันเขานำวิชาดาบทั้ง 2 ปราณมาใช้ร่วมกันในการต่อสู้และนำไปสู่กุญแจในการเอาชนะอสูรที่ยากจะรับมือหลายตนอีกด้วย

 

เด็กหนุ่ม พวกพ้อง และคำสัญญา
คามาโดะ ทันจิโร เข้าร่วมกลุ่มพิฆาตอสูรด้วยความตั้งใจ 2 อย่าง นั่นคือหาวิธีรักษาน้องสาวให้กลับมาเป็นคนปกติและสังหาร ‘คิบุสึจิ มุซัน’ อสูรร้ายต้นตอของปัญหาทุกอย่าง แต่บนเส้นทางที่ดูเหมือนเดียวดายนี้ เขากลับได้รับมิตรภาพมากมายอย่างที่เขาเองก็คาดไม่ถึง

‘อางาซึมะ เซ็นอิตสึ’ เด็กหนุ่มขี้แยเจ้าของพลังปราณอัสนี และ ‘ฮาชิบิระ อิโนะสึเกะ’ จอมพลังผู้สวมหมวกหนังหมูป่าแต่มีใบหน้าสวยหวาน สองคนนี้ถือเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของทันจิโร ถึงแม้ในช่วงแรกพวกเขาจะเริ่มต้นความสัมพันธ์ได้ไม่ดีเท่าไหร่ เซ็นอิตสึที่เอาแต่งอแงไม่อยากปฏิบัติภารกิจ อิโนะสึเกะผู้ที่มีนิสัยขวานผ่าซากเอะอะก็จะต่อยตีตลอดเวลา

แต่หลังจากที่ผ่านการต่อสู้หลายครั้งร่วมกัน พวกเขาก็เริ่มที่จะเปิดใจให้กันและทำภารกิจร่วมกันได้อย่างในที่สุด จนทำให้ในภารกิจครั้งต่อไปพวกเขาทั้ง 3 ได้รับมอบหมายให้ตามไปสมทบกำลังกับ ‘เร็นโงคุ เคียวจูโร’ เสาหลักเพลิงที่รถไฟนิรันดร์ต่อไป

ในตอนท้ายของแอนิเมชันซีรีส์ Season 1 หลังจากที่พวกเขาลอบขึ้นมาบนรถไฟนิรันดร์ได้แล้ว เซ็นอิตสึก็เอ่ยถามกับทันจิโรถึงการพาเนซึโกะมาด้วยกันแบบนี้มันดีแล้วเหรอ เพราะตามความจริงแล้วการที่อสูรไม่สามารถใช้ชีวิตท่ามกลางแสงอาทิตย์ได้จนทำให้ทันจิโรต้องแบกเนซึโกะขึ้นหลังไปมาตลอดเวลาแบบนี้ ก็ย่อมเสี่ยงต่อปัญหาที่จะตามมามากกว่าการปล่อยให้เนซึโกะพักอยู่ที่ศูนย์บัญชาการหน่วยพิฆาตอสูรเป็นไหน ๆ แต่ทันจิโรตอบกลับไปว่าตนเองได้ตัดสินใจแล้วว่าเขาจะไม่ยอมให้มีอะไรพรากครอบครัวไปจากเขาได้อีกแล้ว

เมื่อนึกย้อนไปถึงวันแรก เด็กน้อยที่ทำได้แต่ร้องไห้แบกน้องสาวไว้บนหลังพลางมองหาใครสักคนที่จะช่วยเหลือน้องสาวของเขาจากเรื่องเลวร้ายคนนั้น กลับกลายเป็นเด็กหนุ่มที่กล้ายอมรับความจริงและลุกขึ้นสู้ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค แต่ยังคงไว้ซึ่งจิตใจที่ดีงาม ทันจิโร่พบแล้วว่าตัวเองเขานี่แหละคือคนที่จะช่วยเหลือน้องสาวได้ มากกว่านั้นคือเขายังต้องการที่จะปกป้องพวกพ้องของเขาทุกคน

และพิฆาตอสูรให้สูญสิ้น

 

ที่มา
ดาบพิฆาตอสูร’ ฉบับหนังสือการ์ตูนเล่มที่ 1 – 7 และซีรี่ย์อนิเมชั่นซีซั่นแรก
http://www.crunchyroll.com/…/lisas-demon-slayer-op…/
http://www.crunchyroll.com/…/japan-box-office-demon…
https://prtimes.jp/main/html/rd/p/000000865.000000120.html

 

เรื่อง: ทศพล เหลืองศุภภรณ์


วัยรุ่นตอนปลาย นักทดลองเล่าเรื่องสมัครเล่น ความฝันสูงสุดคือมีประตูไปไหนก็ได้