Post on 12/06/2019

ทารอน เอเจอร์ตัน ไม่ใช่แค่แสดง แต่กลายเป็น เอลตัน จอห์น จริง ๆ ใน Rocketman

หลายคนรู้จัก ทารอน เอเจอร์ตัน (Taron Egerton) ในภาพยนตร์แจ้งเกิด Kingsman: The Secret Service (2014) ด้วยหน้าตาอันหล่อเหลา และฝีไม้ลายมือการแสดงอันยอดเยี่ยม ทำให้เขากลายเป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่ใครหลายคนจับตามอง ล่าสุดเขาสลัดภาพหนุ่มน้อยสายลับ “เอ็กซี” ออก มาสวมวิญญาณนักร้องระดับเทพ เอลตัน จอห์น (Elton John) ในภาพยนตร์มิวสิคคัล – แฟนตาซี Rocketman

“นี่คือเรื่องราวดิบเกี่ยวกับมนุษย์ และการเฉลิมฉลองของชีวิตชายผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง”

ก่อนหน้านี้หนุ่มน้อยจากประเทศเวลส์ที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันสอนการแสดง Royal Academy of Dramatic Arts โดยตรง เคยกล่าวถึงเพศสภาพของตัวเองว่าเป็น “ชายแท้” และประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนในการสนับสนุน LGBT ทั้งหน้ากล้องและหลังกล้อง ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะรับบทนี้ด้วยความเต็มใจ ทั้งยังแสดงฉากร้องเพลงเอง และฉากเซ็กซ์ด้วยตนเอง

“ผมไม่อยากแสดงใครก็ตามที่เหมือนตัวเอง และผมไม่ต้องการอยู่ในโลกที่ straight (คนรักเพศตรงข้าม) ต้องแสดงเป็น straight หรือเกย์ต้องแสดงเป็นเกย์” สอดคล้องกับโซเชียลมีเดียของเขาที่เคยชื่นชมเพื่อนเกย์อย่างเปิดเผย ทั้งยังสนับสนุนอย่างเต็มที่ “ผมไม่ใช่เกย์นะ แต่เพื่อนของผมสองคนเปิดเผยเพศสภาพออกมาเมื่ออายุ 15 และผมก็ยินดีที่จะสนับสนุนในฐานะเพื่อน เราทุกคนควรรู้สึกดีกับการเป็นตัวของตัวเอง” ไม่เท่านั้น เอเจอร์ตันยังเคยให้สัมภาษณ์ขำ ๆ ว่า รู้สึกสบายใจเหมือนอยู่บ้านในคลับเกย์ มากกว่าสนามฟุตบอลเสียด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ดี การเข้ามารับบท เอลตัน จอห์น ทำให้เขาเกิดคำถามกับตัวเองว่า เราจะหาตัวตนจริง ๆ ของเกย์คนนี้อย่างไร ภายใต้เสื้อผ้าหน้าผมสุดอลังการ ความตื่นตาตื่นใจของโชว์ อารมณ์เกรี้ยวกราดสุดเหวี่ยง และมงกุฎเพชรบนหัว?

“นั่นคือคำถามที่ผมถามตัวเองครับ สุดท้ายแล้ว… ผมก็ต้องเอ่ยปากถามเขา”

ทารอน เอเจอร์ตัน

เอลตัน จอห์น เชิญเอเจอร์ตันไปที่บ้านของเขาเพื่อรับประทานอาหารและพูดคุยกัน หลังจากนั้นเขาก็เปิดบันทึกให้เอเจอร์ตันดู ซึ่งเป็นบันทึกที่ไม่เคยตีพิมพ์ที่ไหนมาก่อน เปิดเผยทุกอย่างยันตู้เสื้อผ้า และเล่าเรื่องทุกเรื่องให้เขาฟัง

 “ผมเล่าอย่างไม่มีขีดจำกัดเลยครับ” จอห์นย้อนนึกถึงวันที่เขาพบเอเจอร์ตัน “นั่นเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดใจ ถ้าทารอนจะแสดงเป็นตัวผม เขาต้องรู้หมดทุกเรื่อง”

สำหรับเอเจอร์ตัน การพูดคุยนี้มีประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย เพราะระหว่างพวกเขามีเรื่องคล้ายคลึงกันหลายอย่าง และสิ่งที่โดนใจมากที่สุดก็คือ จอห์นเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็เป็นคนที่อ่อนไหวที่สุดคนหนึ่งเช่นกัน

“ผมรู้สึกแบบนั้นกับตัวผมเองเหมือนกัน ผมคือคนที่อ่อนไหวมาก เซนซิทีฟอย่างรุนแรง ผมคิดว่าผมมีความแข็งแกร่งแบบเดียวกับตัวละคร แต่ก็มีอารมณ์อ่อนไหวและความเปราะบางที่เหมือนกัน”

Rocketman จึงเป็นการฉายภาพความไม่มั่นคงในตัวตนของมนุษย์ ซึ่งบางครั้งการเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ เกิดจากความไม่มั่นคงที่อยากพิสูจน์บางสิ่งบางอย่างเสมอ และกลายเป็นอีกคนที่นอกเหนือจากตัวตนเดิมที่คุณเป็น เพราะถ้าทุกอย่างมั่นคงแน่นอน เราก็จะไม่พัฒนาเดินหน้าต่อไป

หนังยังนำเสนอภาพสูงสุดและต่ำสุดของ เอลตัน จอห์น อย่างตรงไปตรงมา ผ่านชีวิตยาเสพติดและร็อคแอนด์โรล ซึ่งจอห์นให้สัมภาษณ์ถึงชีวิตตัวเองว่า “ชีวิตผมมันเพี้ยนมาก เวลาต่ำก็ต่ำสุด เวลาสูงก็ลอยลิบลิ่ว น่าเสียดายที่มันไม่มีสมดุลตรงกลางเลย”

สิ่งเดียวที่อยู่เป็นเพื่อนเขาคือ “ดนตรี” ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เกิดความขัดแย้ง ช่วงเวลาที่เจ็บปวด หรือช่วงเวลาที่มีความสุข กล่าวได้ว่าดนตรีจะอยู่เคียงข้างจอห์นเสมอ เพราะดนตรีนำความสุขมาให้เขาเป็นอย่างมาก

ทารอน เอเจอร์ตัน

แน่นอนว่า เอลตัน จอห์น เป็นนักร้องระดับเทพ แต่นักแสดง ทารอน เอเจอร์ตัน ก็มีความสามารถลับ ๆ ที่เป็นนักร้องที่เก่งมากเช่นกัน ความสามารถของเอเจอร์ตันในการร้องเพลง เคยผ่านการพิสูจน์มาแล้วกับเพลง “I’m Still Standing” (ของ เอลตัน จอห์น ด้วย) ในผลงานแอนิเมชัน Sing (2016) ซึ่งใน Rocketman เขายังได้รับอนุญาตให้ตีความใหม่ เล่าเรื่องอย่างสร้างสรรค์และแตกต่าง ทำให้บทเพลงที่ร้องออกมาเหมือนพาคนดูย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลานั้น ๆ และนั่นก็คือสิ่งพิเศษที่สุดของการแสดงหนังเรื่องนี้

“ทารอนเป็นนักร้องที่เก่งมากทีเดียว” แมทธิว วอห์น (Matthew Vaughn) หนึ่งในผู้อำนวยการสร้างกล่าวถึงเอเจอร์ตัน “และที่สำคัญเขาเป็นคนอ่อนไหว ซึ่งเอลตันก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน ทารอนมีความดื้อดึงในแง่ที่ดี ซึ่ง เอลตัน ก็เป็น ดังนั้นเขาจึงมีเครื่องมือครบหมดแล้ว ผมใช้สัญชาตญาณในการเลือกนักแสดง และเมื่อผมได้อ่านบทภาพยนตร์เรื่องนี้ สิ่งที่ผมเห็นก็คือทารอน นั่นคือสัญชาตญาณของผม และมันก็ส่งผลดีจริงๆ”

มีการวิจารณ์จากผู้ชมรอบแรกว่า เอเจอร์ตันไม่ได้แสดงเป็น เอลตัน จอห์น แต่เขากลายเป็น เอลตัน จอห์น เลย นอกเหนือจากนั้นแล้ว เขาก็ร้องเพลงได้เพราะที่สุดด้วย

“มันยากมากที่จะบอกว่าหนังเรื่องนี้มีความหมายกับผมอย่างไร” เอเจอร์ตันกล่าว “ประสบการณ์ในการแสดงเป็น เอลตัน ช่วยเติมเชื้อให้กับชีวิตของผม ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้รู้จักเขา เขาไม่ได้ให้คำแนะนำกับผมหรอกนะว่าจะแสดงเป็นตัวเขาอย่างไร แต่เขาจะคอยให้กำลังใจ ไม่ใช่ชี้นำ เขาอนุญาตผมในการเป็นเขาจริงๆ และผมก็ขอบคุณมาก ผมภูมิใจที่จะพูดว่าหลังจากนี้แล้ว เอลตัน จอห์น ได้กลายมาเป็นเพื่อนของผมแล้วครับ”

เอลตัน จอห์น และ ทารอน เอเจอร์ตัน

 

 

ข้อมูล

hollywoodreporter

gq-magazine

washingtonblade


Writer

ผู้เขียนเนื้อหาศิลปวัฒนธรรม และอะไรก็ตามที่เป็นความบันเทิง

Releated

โธมัส กัลลาเกอร์ “พ่อ” ที่โนล และ เลียม กัลลาเกอร์ สองพี่น้องวง Oasis “อยากฆ่า”

มาเฮอร์ เซน นักร้อง นักแต่งเพลงผู้ปลุกโลกดนตรีของชาวมุสลิม ชายผู้ไม่คิดว่าดนตรีเป็นสิ่งผิดต่อหลักศาสนา

65 ปี ก็อดซิลล่า: เวทมนตร์แห่งชุดยางญี่ปุ่น สู่คอมพิวเตอร์กราฟิกฮอลลีวูด    

โรเบิร์ต แพททินสัน: ผู้หันหลังให้หนังฮอลลีวูด ก่อนที่จะกลับมาอีกครั้งกับแบทแมน

โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ “คนรู้จัก โทนี สตาร์ค มากกว่าตัวผมเสียอีก”

รีวิวคอนเสิร์ต เจสัน มราซ เสน่ห์ของการเล่นเบา ที่ทำให้โชว์ Good Vibes เวอร์ ๆ

“20 ปีตำนานเน็ตไอดอลคนแรกของไทย” บอลลูน – พินทุ์สุดา ตันไพเราะห์

ไม่มีฮีโรในจักรวาลของ จอร์จ อาร์. อาร์. มาร์ติน ผู้เขียนหนังสือ A Game of Thrones