Post on 05/03/2021

เท็ด ซารานโดส ซีอีโอร่วมของ Netflix : ก้าวแรกของ Netflix ที่ผลักดันความเท่าเทียมจาก ‘คนเบื้องหลัง’ ที่หลากหลาย

หากซอฟต์พาวเวอร์ในอุตสาหกรรมบันเทิงสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในสังคมได้  ‘Netflix’ คงเป็นหนึ่งในองค์กรที่เชื่อและใช้พลังนั้นขับเคลื่อนความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในสังคม 

Netflix คือผู้นำด้านบริการสตรีมมิ่งเพื่อความบันเทิงระดับโลกที่มีสมาชิกจ่ายเงินรับชมกว่า 204 ล้านคนใน 190 ประเทศ ทั้งยังผลิตซีรีส์ สารคดี และภาพยนตร์ที่ตั้งใจบอกเล่าเรื่องราวความเท่าเทียมผ่านเนื้อหา ผู้คนและวัฒนธรรมที่หลากหลาย อย่างการร่วมงานกับนักสร้างสรรค์มากความสามารถที่ไม่ค่อยได้ปรากฏบนหน้าจอ เช่น ลาเวิร์น ค็อกซ์  เรเชล มอร์ริสัน  แยนซี ฟอร์ด หรือดี รีส หรือผลงานใน Netflix ที่เป็นกระบอกเสียงให้กับคนตัวเล็ก ๆ ในสังคม เช่น Dear White People (ถึงคนขาวที่รัก), When They See Us (สายตาแห่งอคติ), Atypical (เอทิปปิคอล), Master of None (มาสเตอร์ ออฟ นัน) และ Nanette (แด่แนเน็ตต์) 

หนึ่งในผู้ขับเคลื่อนสื่อบันเทิงที่มุ่งผลักดันความเท่าเทียมในสังคมนี้ คือ เท็ด ซารานโดส (Ted Sarandos) ซีอีโอร่วมของ Netflix ผู้ออกมาเผยถึงโปรเจกต์ล่าสุดของบริษัท โดยนำทีมวิจัยมาวิเคราะห์ผลงานด้านความเท่าเทียมของ Netflix พร้อมจัดตั้งกองทุนที่สนับสนุนความหลากหลายในอุตสาหกรรมบันเทิง

 

ทบทวนเส้นทางสร้างความเท่าเทียม

แม้ Netflix จะพยายามผลักดันให้เกิดความหลากหลายผ่านทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังของการทำงาน แต่ผลการประเมินที่เป็นรูปธรรมก็สำคัญไม่แพ้ความตั้งใจ ซารานโดสจึงชวนดร.สเตซี่ แอล สมิธ ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการโครงการ USC Annenberg Inclusion Intiative มาศึกษาและวิเคราะห์ผลงานภาพยนตร์และซีรีส์ของ Netflix ที่สร้างโดยทีมงานในสหรัฐอเมริกา ตลอดระยะเวลา 2 ปี (จากปี 2018 ถึง 2019) ซึ่งเขากล่าวว่า “หากไม่มีข้อมูลประเภทนี้อยู่ในมือ ก็คงยากที่จะประเมินได้ว่าเราช่วยให้สถานการณ์ด้านความเท่าเทียมดีขึ้นจริงหรือไม่  และรายงานนี้ก็แสดงให้เห็นว่า แม้ Netflix จะเสริมสร้างความหลากหลายและเท่าเทียมให้มากขึ้นได้ในระดับปีต่อปี แต่เราก็ยังต้องพัฒนาอีกมากเช่นกัน”

ผลจากงานวิจัยในครั้งนี้ทำให้พบว่า Netflix มี 19 ปัจจัยที่บ่งชี้ความเท่าเทียมในภาพยนตร์และซีรีส์ จากตัวบ่งชี้ทั้ง 22 ปัจจัย โดย Netflix มีการสนับสนุนทั้ง ‘ความเท่าเทียมทางเพศ’ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกผู้กำกับและผู้สร้างที่นำโดยผู้หญิงสูงกว่าค่าเฉลี่ยของวงการบันเทิง และนักแสดงหลากหลายเพศที่มีอัตราส่วนสมดุลกัน รวมทั้ง ‘ความเท่าเทียมเรื่องชาติพันธุ์’ ที่มีอัตราส่วนนักแสดงนำและนักแสดงสมทบเชื้อสายแอฟริกันสูงกว่ามาตรฐานตลอด 2 ปีที่ทำการวิเคราะห์นี้ 

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายชาติพันธุ์ที่ยังไม่ถูกนำเสนอใน Netflix ไม่ว่าจะเป็นชาวละตินอเมริกัน ตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ อเมริกันอินเดียน ชนพื้นเมืองของอลาสก้า และกลุ่มคนพื้นเมืองของฮาวายและหมู่เกาะในแถบแปซิฟิก รวมทั้งการสะท้อนตัวตนของกลุ่ม LGBTQ และผู้พิการ

นอกจากผลการประเมินดังกล่าว งานวิจัยนี้ยังแสดงให้เห็นว่า การสร้างความเท่าเทียมสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ ‘โลกเบื้องหลังของวงการบันเทิง’ ด้วยการปลูกฝังมุมมองที่ไม่แบ่งแยก ซึ่งต้องอาศัยการตั้งคำถามอย่าง “เรายังขาดเสียงของคนกลุ่มไหน?” “การเล่าเรื่องแบบนี้เหมาะสมแล้วหรือไม่?” หรือ “เรากำลังกีดกันใครออกไปอยู่หรือไม่?” เพราะคำถามเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงถึงสมาชิกองค์กรในทุกระดับ รวมไปถึงเรื่องราวที่ออกไปสู่สายตาผู้ชม

 

กองทุนเพื่อโอกาสแห่งการสร้างสรรค์

เท็ด ซารานโดส มองว่าการนำผลวิจัยที่ได้มาพัฒนาให้ Netflix ผลักดันความเท่าเทียมกันทางเพศ เชื้อชาติ และด้านอื่น ๆ ได้มากขึ้นจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากคนหลากหลายกลุ่ม ดังนั้น ควรมีพื้นที่ให้คนกลุ่มน้อยในวงการนี้มีโอกาสแสดงออกและส่งเสียงให้มากขึ้น จึงเป็นที่มาของ ‘การจัดตั้งกองทุน Netflix เพื่อโอกาสแห่งการสร้างสรรค์’ โดย Netflix ลงทุนมูลค่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐตลอดช่วง 5 ปีข้างหน้า เพื่อสนับสนุนองค์กรอิสระที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเล่าเรื่องราวของกลุ่มคนที่ไม่ได้รับการนำเสนออย่างเท่าเทียมในอุตสาหกรรมโทรทัศน์และภาพยนตร์ รวมไปถึงโครงการที่จะช่วยค้นหา ฝึกฝน และมอบโอกาสในการทำงานให้กับผู้ที่มีความสามารถทั่วโลก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่

อย่างการสนับสนุนโครงการ Latinx Inclusion Fellowship Series จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ Los Angeles Latino ที่มุ่งเสริมทักษะให้กับผู้กำกับเชื้อสายแอฟริกัน – ลาตินอเมริกัน  การส่งเสริมนักสร้างสรรค์อนิเมะรุ่นใหม่ในประเทศญี่ปุ่นด้วยการจัดโครงการฝึกสอนร่วมกับ WIT Studio ส่วนในแคนาดามีการจัดตั้งโครงการบ่มเพาะนักสร้างสรรค์ร่วมกับ imagineNATIVE เพื่อสนับสนุนผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ และนักเขียนบทจากกลุ่มคนพื้นเมือง อย่างเช่นในกรณีของไคลีย์ เมย์

นอกจากนี้ Netflix ยังนำผลงานซีรีส์อย่าง Top Boy ในสหราชอาณาจักร และ 3% ในบราซิล มาเป็นพื้นฐานของโครงการเพื่อการฝึกสอนบุคลากร ผ่านการเชิญชวนผู้กำกับรุ่นใหม่จากหลากหลายภูมิหลังให้มาร่วมติดตามเรียนรู้กระบวนการถ่ายทำอย่างใกล้ชิดถึงกองถ่าย

อับราฮัม อาเดเยมี ผู้เข้าร่วมโครงการฝึกสอนผู้กำกับในซีรีส์ “Top Boy” กล่าวว่า

“หลังจากที่ได้กำกับภาพยนตร์สั้นเรื่องแรก ผมก็วางเป้าหมายว่าอยากก้าวต่อไปเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ หรือเป็นผู้กำกับกล้อง 2 ก่อนที่จะลงมือกำกับทีวีซีรีส์สักตอน หรือสร้างภาพยนตร์ของตัวเองต่อไป ประสบการณ์ของผมกับซีรีส์ Top Boy นับว่าตอบทุกโจทย์เลย โดยในช่วงแรก ผมก็ไม่คิดว่าจะต้องเริ่มต้นสัปดาห์แรกของการถ่ายทำด้วยงานยากระดับที่ต้องถ่ายทำฉากหนึ่งด้วยตัวเอง แต่ผมก็สามารถฝ่าฟันความท้าทายนี้ไปได้ และภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่นี้ด้วย ผมต้องขอขอบคุณทุกคนที่เปิดประสบการณ์ใหม่นี้ให้กับผม และผมก็ตื่นเต้นมากที่จะได้ก้าวเดินต่อไปด้วยความมั่นใจว่าผมสามารถเป็นผู้กำกับที่สร้างสรรค์ผลงานของตัวเองได้ในอนาคต”

ส่วนแพริส บาร์เคลย์ โปรดิวเซอร์ผู้ได้รับรางวัลเอ็มมี่ ผู้กำกับ และที่ปรึกษาในกิจกรรมเวิร์กชอปภายใต้โครงการฝึกสอนผู้กำกับ กล่าวถึงโครงการนี้ว่า

“เราต้องการฝึกสอน พัฒนา และเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มผู้กำกับหน้าใหม่ที่มีความหลากหลายได้มีโอกาสทำงานกำกับซีรีส์ โดยพวกเขาจะได้เรียนรู้จากผู้กำกับ นักเขียน โปรดิวเซอร์ และบุคลากรชั้นนำมากมาย ด้วยบทเรียนที่ครอบคลุมถึงเคล็ดลับที่หลักสูตรด้านภาพยนตร์ทั่วไปไม่สอนกัน และที่พิเศษสุดก็คือผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะมีโอกาสได้ทำงานจริง กำกับจริง กับผลงานซีรีส์ของ Netflix ด้วย”

เท็ด ซารานโดส ยังคงพา Netflix ก้าวสู่เส้นทางแห่งความเท่าเทียมต่อไปด้วยการสานต่องานวิจัยกับ ดร. สมิธ และ USC นับจากนี้ไปจนถึงปี 2026 ซึ่งดร. สมิธ กล่าวว่าเธอเองยังไม่เคยเจอรายงานวิจัยเชิงปริมาณฉบับไหนที่มีความละเอียดอ่อนในระดับนี้และยกให้เป็นมาตรฐานใหม่ของวงการที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการหันมาพิจารณาตนเอง ในฐานะก้าวแรกบนเส้นทางสู่ความเท่าเทียม และก้าวต่อไปที่มุ่งพัฒนางานวิจัยรูปแบบเดียวกันนี้ในประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในด้านความเท่าเทียมให้ทั้งใน Netflix และอุตสาหกรรมบันเทิงในภาพรวม

 

อ่านบทสรุปและของรายงานได้ที่ https://assets.ctfassets.net/4cd45et68cgf/4V7929tRhmJ3ysa6oVnq3F/457c8ddcf76bf82f05ba4b21bffa8927/Inclusion_at_Netflix_Executive_Summary_2.26.21.pdf  

อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ https://assets.ctfassets.net/4cd45et68cgf/3lLceJCJj7NJsKUeIJHrKG/796930729b04745499f3f312a532f8db/Inclusion_in_Netflix_Original_Content_2.26.21.pdf 


The People

กองบรรณาธิการ

Related

ไบรอัน แมริออตตี : ซีอีโอบริษัท Funko ผู้ค้นพบวิธีการขายของให้เหล่าเด็กเนิร์ด

มิเชล ฟาน – บทเรียนจากการ Burnout ของยูทูบเบอร์และนักธุรกิจเจ้าของแบรนด์มูลค่าร้อยล้านเหรียญสหรัฐ

ภัคพันธุ์ สมัครสมาน ลาออกจากงานประจำ เพื่อขายแกงกะหรี่สุดดังบนโลกออนไลน์

สุพจน์ ธีระวัฒนชัย เมื่อความจนหมักบ่มเกิดเป็นโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง

วรวิทย์ ศิริพากย์ รอดชีวิตจาก 9/11 มาปั้นแบรนด์สปา “ปัญญ์ปุริ”

พันธ์เลิศ ใบหยก เจ้าของตำนาน “ตึกใบหยก” ตึกที่เคยสูงสุดของไทย

หลุยส์ วี. เกิร์สตเนอร์ จูเนียร์ ไม่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ แต่กู้วิกฤต IBM ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจากก้นเหว

สัตยา นาเดลลา: ซีอีโอ Microsoft ชาวอินเดีย ผู้เรียนรู้การบริหารด้วยหัวใจจากสนามคริกเก็ตและการดูแลอาการป่วยของลูกชาย