Post on 07/05/2022

เทเรซา เกรย์: ผู้จัดตั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ เพื่อกอบกู้ชีวิตในสงครามรัสเซีย – ยูเครน

หัวข้อเรื่องสงครามความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย – ยูเครน ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงตามหน้าสื่อออนไลน์อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งมีทั้งฝ่ายที่ออกมาประณามการใช้ความรุนแรงของรัสเซียต่อยูเครน และฝ่ายที่ให้การสนับสนุนการกระทำของประเทศหลังม่านเหล็กแห่งนี้ แต่ไม่ว่าจะสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนสงคราม สิ่งหนึ่งที่เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาคนทั่วโลกคือ ความสูญเสียที่ไม่มีวันหวนกลับ และร่องรอยคราบน้ำตาที่ไม่ว่าจะเช็ดออกไปอีกกี่ครั้งก็ไม่มีวันจางหาย

แม้สงครามและความสูญเสียจะเป็นสองสิ่งที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้ แต่เพื่อลดความเสียหายต่อชีวิตให้ได้มากที่สุด ‘เทเรซา เกรย์’ (Teresa Gray) อดีตพยาบาลผู้ผันตัวมาเป็นแพทย์สนาม ผู้อยู่ในวงการแพทย์มานานกว่าสามสิบปี จึงตัดสินใจกระโดดเข้าร่วมบรรเทาความช้ำใจของชาวยูเครน โดยมีองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ‘Mobile Medics International’ ที่เธอก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว เป็นกำลังหลักในการช่วยกอบกู้ชีวิตผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม

สำหรับตัวเลขผู้เสียชีวิตและผู้พลัดถิ่น สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (United Nations High Commissioner for Refugees – UNHCR) ระบุว่า มากกว่า 1 ใน 4 ของชาวยูเครนถูกพรากชีวิตไปตั้งแต่วันแรกที่สงครามเปิดฉากในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ และมากกว่า 4.6 ล้านคนกลายเป็นผู้พลัดถิ่น พวกเขาต้องทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อลี้ภัยไปต่างแดน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่มีผู้ลี้ภัยสูงสุดในประวัติศาสตร์โลกนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

“ชาวยูเครนกำลังได้รับความทุกข์ทรมาน ต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งบ้าน สมาชิกในครอบครัว และประเทศที่พวกเขารัก ฉันรู้ดีว่าพวกเขากำลังเผชิญกับความยากลำบากอย่างแสนสาหัส เพราะหน่วยงานของเราเคยเผชิญกับเรื่องพวกนี้ในประเทศอื่นมาก่อน ฉันรู้ดีว่าเราสามารถช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้พวกเขาได้ และเราจะทำมันอย่างสุดความสามารถ”

แรกเริ่มเดิมที องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่เธอจัดตั้งขึ้นในปี 2015 มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาความสูญเสียในเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ และช่วยดูแลปัญหาผู้ลี้ภัยในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก โดยเธอบอกว่าเหล่าอาสาสมัครที่เข้ามาทำงานอุทิศชีวิตเพื่อเพื่อนมนุษย์ ทุกคนล้วนได้รับการฝึกฝนจนมีความเชี่ยวชาญระดับสูง ทำให้มีคนได้รับการดูแลรักษาพยาบาลจากองค์กรของเธอทั่วโลกมากถึง 30,000 คน

และหากย้อนกลับไปไกลอีกหน่อย Mobile Medics International เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นหลังจากเธอเกษียณอายุ เพราะเห็นว่าหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ที่มีอยู่นั้นไม่เพียงพอที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้คน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล

“สถานที่หลายแห่งสูญหายและถูกหลงลืม หลังจากเกิดภัยพิบัติ ทุกอย่างพังทลายจนไม่อาจก่อให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม และยิ่งในพื้นที่ห่างไกล สถานที่เหล่านี้ก็ยิ่งถูกลืมง่ายขึ้นไปอีก”

เกรย์ยังมีความเชี่ยวชาญในการจัดทีมแพทย์เคลื่อนที่ขนาดเล็ก ทีมละประมาณ 4 – 8 คน เพื่อลงประจำการในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นความสามารถที่ทำให้ทีมของเธอช่วยชีวิตผู้คนได้อย่างทันท่วงที 

“อาสาสมัครที่ทำงานร่วมกับเรา ทุกคนเป็นคนน่าทึ่งที่เข้ามาทำงานที่น่าทึ่งยิ่งกว่า ทุกคนทำงานอย่างมืออาชีพ จริงจัง และเป็นขั้นเป็นตอน ฉันสังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่พวกเขาลงสนาม คนที่ได้รับบาดเจ็บก็จะทยอยเดินมา เหมือนพวกเขาเป็นรถพยาบาลเคลื่อนที่ ทั้ง ๆ ที่ในมือของทีมมีเพียงแค่กล่องพยาบาลใบจิ๋วเท่านั้น”

โดยทั่วไปแล้วภารกิจของทีมแพทย์อาสาจะใช้เวลา 7 – 10 วัน แต่เหตุการณ์ในยูเครนทำให้เกรย์ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานใหม่ทั้งหมด เพราะนี่คือสถานการณ์ไม่ปกติ เป็นสงครามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในโลกยุคใหม่

“นี่เป็นภารกิจที่อันตรายมากที่สุดเท่าที่เราเคยทำ” เธอให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNN ก่อนออกเดินทางจากสหรัฐฯ ไปยังพื้นที่สงคราม พร้อมกระเป๋าบรรจุตัวยาชนิดพิเศษ เผื่อเอาไว้ในกรณีที่รัสเซียเกิดเล่นงานยูเครนด้วยอาวุธเคมี

ขึ้นชื่อว่าเป็นภารกิจเสี่ยงตาย คงมีน้อยคนนักที่จะตกปากรับคำ เพื่อเดินหน้าเข้าสู่พื้นที่งานอันเป็นเสมือนประตูแห่งความตาย แต่ไม่ใช่กับทีมแพทย์อาสาจาก Mobile Medics International เพราะอาสาสมัครทุกคนต่างขอร้องให้เกรย์ ยินยอมให้พวกเขากระโจนเข้าสู่สมรภูมิรบ ไม่มีใครหวั่นใจแม้แต่น้อยว่าภารกิจครั้งนี้ อาจเป็นตั๋วเดินทางเที่ยวเดียวที่ไม่มีวันกลับ

แต่สำหรับเกรย์และทีมงาน การเข้าไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก ไม่ได้เป็นภาระหนักหนาอะไร ในทางกลับกัน เธอยินดีด้วยซ้ำที่จะช่วยปลดเปลื้องความเจ็บปวดของพวกเขาให้หลุดพ้นออกจากความทุกข์ใจ

นอกจากการบรรเทาความเจ็บปวดทางด้านร่างกายแล้ว เธอยังช่วยเยียวยาบาดแผลทางจิตใจอีกด้วย ครั้งหนึ่งมีคู่แม่-ลูก เดินมาขอร้องให้เธอพาไปดูชายแดนยูเครนก่อนไปได้ไหม เพราะนี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายของพวกเขา

เธอตอบรับคำขอของทั้งคู่อย่างไม่ลังเล แม้ภายในใจจะเจ็บปวดที่ต้องพาไปดูบ้านที่ตอนนี้ไม่เหลือเค้าโครงเดิมอีกต่อไป มีเพียงเศษซากปรักหักพังกองต่างหน้า “เธอขอความช่วยเหลือจากเรา เราทำได้เพียงตอบรับคำขอดังกล่าว และพาพวกเขาไปเจอกับความทรงจำสุดท้ายก่อนที่พวกเขาจะกลายเป็นผู้ลี้ภัย”

แม้จะอยู่นอกเหนือภารกิจ นอกเหนือขอบเขตของความเป็นแพทย์ แต่การสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน นับเป็นอีกหนึ่งอุดมการณ์ที่องค์กรของเธอยึดถือและปฏิบัติมาโดยตลอด 

“หน้าที่ของเราไม่ใช่แค่จ่ายยาหรือดามแขนดามขาที่แตกหัก แต่เราพยายามสร้างสายสัมพันธ์ให้เกิดขึ้นระหว่างเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เพราะความทุกข์ของมนุษย์ไม่มีพรมแดน คนก็คือคน และความรักก็คือความรัก”

สุดท้ายแล้ว คนที่เจ็บปวดที่สุดในสงครามก็คือประชาชนธรรมดา หาใช่คนที่ริเริ่มก่อสงครามแต่อย่างใด #StayWithUkraine

 

ภาพ: Mobile Medics International

.

อ้างอิง:

 https://edition.cnn.com/2022/04/14/world/ukraine-refugee-emergency-medicine-responders-cnnheroes/index.html

https://www.sullivan.senate.gov/newsroom/press-releases/sullivan-recognizes-teresa-gray-as-alaskan-of-the-week

https://www.mobilemedicsinternational.org/


มนุษย์โลกส่วนตัวสูงที่ชอบคุยกับคนแปลกหน้า สนใจหลายประเด็นโดยเฉพาะเรื่องรัสเซียและโลกธุรกิจ

Related

จีจี้ ฮาดิด: ซูเปอร์โมเดลผู้มอบรายได้จากแคตวอล์กให้ผู้ประสบภัยชาวยูเครน – ปาเลสไตน์

ดร. เจษฎา ศาลาทอง กับ ‘คนเปลี่ยนโลก’ ที่เริ่มมาจาก ‘พลัง’ ของ ‘คนตัวเล็ก’

แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต: เส้นทางทำ บนเส้นทางธรรม

ปิ่นแก้ว แก้วสุขแท้: ม็อบชาวนากับเสียงเรียกร้องเฮือกสุดท้ายของกระดูกสันหลังชาติ

มาริเอลา คาสโตร; หลานสาว ฟิเดล คาสโตร ผู้ปฏิวัติความเท่าเทียมทางเพศในคิวบา

วิตาลี คลิทช์โก : นักชกแชมป์โลกดีกรีป.เอก สู่นายกเทศมนตรีเมืองเคียฟ และผู้นำนักรบ

โมแมว – เซ็กซ์ครีเอเตอร์: เมื่อการเปลือยกายสั่นคลอนศีลธรรมอันดี(?)ในสังคม

อลิสา: ‘เราสูญเสียหลายอย่าง แต่จะไม่ยอมทิ้งหมาเด็ดขาด’ หญิงยูเครนยอมเดิน 16 กิโลฯ โดยไม่ลืม ‘อุ้มหมา’ ลี้ภัยสงคราม