Post on 14/12/2021

‘ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม’ คีย์สำคัญที่ทำให้เกิด Big Change ด้านสุขภาวะในสังคมไทย 

หากลองเปรียบเทียบสังคมไทยในปัจจุบันกับเมื่อสองทศวรรษก่อน ยุคนั้นการสูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะเป็นเรื่องปกติ ควันบุหรี่มือสองลอยคละคลุ้งและส่งผลกระทบไปยังบุคคลอื่น ๆ ที่ไม่ได้เป็นผู้ร่วมสูบ จนก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ตามมามากมาย แต่ในยุคนี้หากใครหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบตามพื้นที่สาธารณะ ในร้านอาหาร หรือบนรถสาธารณะ ถ้าหากไม่ถูกคนรอบข้างมองแปลก ๆ ก็อาจจะต้องเผชิญกับบทลงโทษตามตัวบทกฎหมายที่กำหนดไว้ 

ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา รักษาการผู้อำนวยการสำนักวิชาการและนวัตกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปรียบเทียบให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสังคมคมไทยแต่ละยุคสมัยอย่างชัดเจน การรณรงค์ให้คนเลิกสูบบุหรี่ รวมถึงการงดสูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะคือความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ (Big Change) ที่ สสส. มีบทบาทหลักในการขับเคลื่อน พร้อมผนึกกำลังกับภาคีเครือข่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องจนนำมาสู่การขับเคลื่อนยกระดับสังคมไทยให้มีสุขภาวะที่ดียิ่งขึ้น 

 

นวัตกรรมนำการเปลี่ยนแปลง

ดร.ณัฐพันธุ์ กล่าวว่าจุดแข็งของ สสส. ที่จุดประกายและนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ นับตั้งแต่วันแรกเริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบันอยู่ที่การนำเอานวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ในการขับเคลื่อนรณรงค์เรื่องสุขภาพ 

“เวลาพูดถึงนวัตกรรม คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงสิ่งประดิษฐ์ หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วนวัตกรรมมีความหมายมากกว่านั้น เพราะยังครอบคลุมถึงเรื่องขององค์ความรู้ วิธีคิด รวมถึงการทำงานรูปแบบใหม่ ๆ ด้วย ซึ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ สสส. ให้ความสำคัญมาโดยตลอด เราพยายามจะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หรือที่เราเรียกว่า Big Change เกี่ยวกับด้านสุขภาวะให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ผ่านสิ่งที่เรียกว่า นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ” 

นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ที่ สสส. มุ่งให้ความสนใจเปิดกว้างและครอบคลุม ทั้งแนวคิด กระบวนการ หรือสิ่งประดิษฐ์ ที่เกิดขึ้นจากการผสมผสานความคิดริเริ่มสร้างสรรค์บนฐานของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งนำไปสู่การแก้ปัญหา หรือพัฒนาสังคม สิ่งแวดล้อม ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะ ช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพ หรือส่งเสริมให้คนมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน 

“การริเริ่มในสิ่งใหม่ ๆ การแก้ปัญหา และการนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง คือสามองค์ประกอบที่ สสส. ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพ โจทย์ที่สำคัญมากคือ ทำอย่างไรจึงจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืน เช่นเดียวกับความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงทางค่านิยมและพฤติกรรมเกี่ยวกับการสูบหรี่ การลดละเลิกการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการรณรงค์ให้คนวิ่งออกกำลังกาย ซึ่งมาจากการผสมผสานหลาย ๆ นวัตกรรมเข้าด้วยกัน ทั้งแคมเปญรณรงค์ มาตรการทางสังคม และการสร้างบรรทัดฐานผ่านการออกกฎหมาย” 

 

20 ปี ภาคีสร้างสุข นวัตกรรมความสุขที่ยั่งยืน

ภายในงาน 20 ปี ภาคีสร้างสุข นวัตกรรมความสุขที่ยั่งยืน กิจกรรมครบรอบสองทศวรรษ สสส. ที่จัดขึ้นทั้งในรูปแบบ On Ground และ Online เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จึงได้เปิดพื้นที่นำเสนอนวัตกรรมแนวคิด และกระบวนการขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะในมิติต่าง ๆ มาให้ชม อาทิ ลูกอมสมุนไพรช่วยลดการสูบบุหรี่ ฉลากทางเลือกสุขภาพ เครื่องมือวัดความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น และเกมการ์ดจุดประกายบทสนทนา ฯลฯ 

“สำหรับนวัตกรรมที่ผมอยากจะพูดถึงคือ หญ้าดอกขาว หรือหญ้าหมอน้อย ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีโครงสร้างคล้าย ๆ กับสารนิโคตินในบุหรี่ แต่เมื่อคนได้รับรสของหญ้าตัวนี้เข้าไปแล้วจะลดความอยากบุหรี่ลงได้อย่างเห็นผล แถมยังมีราคาไม่แพง ตอนนี้มีการนำมาสกัดเป็นลูกอม และได้รับการจดอนุสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สสส. ก็เข้าไปช่วยในการประสานและให้ความช่วยเหลือแก่ภาคีเครือข่ายในการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในอนาคต” 

“ตลอดระยะเวลาที่เราร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ สสส. สนับสนุนและส่งเสริมให้ภาคีเครือข่ายสร้างสรรค์นวัตกรรรมใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาด้านสุขภาวะ ส่งผลให้มีนวัตกรรมจำนวนมากที่เกิดขึ้นมา แต่ปัญหาที่พบต่อมาคือเรื่องของการขยายประโยชน์ ซึ่งหมายถึงการนำไปใช้ประโยชน์ หรือต่อยอดทางธุรกิจ รวมถึงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาด้วย ระยะหลัง สสส. จึงเน้นให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น เรามีการให้ความรู้และความช่วยเหลือแก่ภาคีเครือข่ายเรื่องการปกป้องลิขสิทธิ์ การจดสิทธิบัตร รวมถึงการจัดทำเครื่องหมายการค้าด้วย เพื่อให้การต่อยอดนำนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เป็นระบบมากขึ้น และป้องกันไม่ให้เกิดการลอกเลียนแบบ” 

สำหรับหน่วยงานหรือธุรกิจที่สนใจนำนวัตกรรมที่เกิดขึ้นไปขยายผลต่อ สามารถติดต่อไปที่ สสส. เพื่อนำไปสู่การพูดคุย และประสานความร่วมมือต่อไปในอนาคต 

ถอดบทเรียนวันวาน เพื่อก้าวต่อไปในอนาคต 

ในวาระ 20 ปี สสส. นับเป็นช่วงเวลาอันเหมาะสมของถอดบทเรียนของการทำงานที่ผ่านมา พร้อมมองไปสู่อนาคตในอีก 10 ปีข้างหน้า ดร. ณัฐพันธุ์ เผยว่า ก้าวต่อไปของ สสส. คือการสร้างภาคีเครือข่ายให้มากขึ้น และเข้มแข็งขึ้น เพื่อเพิ่มพลังให้การเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพครั้งใหญ่เกิดขึ้นได้ครบทุกมิติ ทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิต 

“สสส. มาถึงวันนี้ได้ ไม่ได้เกิดจากตัวเราเองเท่านั้น แต่เกิดจากความร่วมมือและแรงสนับสนุนของภาคีเครือข่ายจำนวนมากหลายหมื่นองค์กรที่ร่วมกันมา ในวาระที่เราจัดงานฉลองครบรอบ 20 ปี จึงขอใช้คำว่า ‘ภาคีสร้างสุข’ เพราะเราหวังว่า ภาคีที่จะร่วมมือกับเราในการสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีของสังคมไทยจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ” 

นอกจากนี้ ดร. ณัฐพันธุ์ กล่าวทิ้งท้ายถึงปัญหาท้าทายของการรณรงค์ขับเคลื่อนเรื่องสุขภาวะในสังคมไทยไว้ว่า 

“การเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมไม่ใช่เรื่องง่าย และยังคงมีประเด็นปัญหาใหม่ ๆ ท้าทายคนทำงานอยู่เสมอ โดยเฉพาะคนที่มีพฤติกรรมผิด ๆ เกี่ยวกับสุขภาพ แต่ในเมื่อคนเหล่านั้นยังไม่ป่วย ก็ยากที่จะหันมาดูแลสุขภาพตัวเอง” 

อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าด้วยการขับเคลื่อนและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ สสส. สังคมไทยในอีก 10 ปีข้างหน้าจะต้องเปลี่ยนไปสู่สังคมที่ผู้คนมีสุขภาวะที่ดีขึ้น จากนวัตกรรม องค์ความรู้ กระบวนการทางกฎหมาย และความร่วมมือใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นตั้งใจของ สสส. และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ


The People

กองบรรณาธิการ

Related

โมแมว – เซ็กซ์ครีเอเตอร์: เมื่อการเปลือยกายสั่นคลอนศีลธรรมอันดี(?)ในสังคม

ฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ กับ ‘อาจารย์’ ผู้สอนวิธีใช้ชีวิตและแนวคิดเปลี่ยนโลก

แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต: เส้นทางทำ บนเส้นทางธรรม

ดร.วันทนา ศิวะ: สตรีอินเดียผู้ทวงคืนประชาธิปไตยทางอาหาร ให้กลับมาเป็นของประชาชนอีกครั้ง

#ม็อบชาวนา ทวงถามคำสัญญาที่ค้างคามายาวนานกว่า 23 ปี

เบน แฮมิลตัน-เบลลี: ออกแบบเมืองที่ถนนไม่มี ‘ทางม้าลาย’ และสัญลักษณ์อื่น เพื่อให้คนและรถเท่าเทียมกัน

มานิต้า ดวงคำ ฟาร์เมอร์: ครูอาสา นางสาวไทยคนที่ 53 และเวทีประกวดยุค TPN

ปิ่นแก้ว แก้วสุขแท้: ม็อบชาวนากับเสียงเรียกร้องเฮือกสุดท้ายของกระดูกสันหลังชาติ