Post on 03/11/2021

เปลี่ยนเรื่องเล่าขานสู่การสร้างตำนานบทใหม่ ในภาพยนตร์แฟนตาซีฟอร์มยักษ์ The Green Knight

เปลี่ยนเรื่องเล่าขานสู่การสร้างตำนานบทใหม่ กับภาพยนตร์เอพีคแฟนตาซีฟอร์มยักษ์ ‘The Green Knight’ บทพิสูจน์ความหาญกล้าและสัจจะของอัศวิน

ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่น่าจับตามองมากที่สุดในขณะนี้กับภาพยนตร์แฟนตาซีฟอร์มยักษ์อย่าง The Green Knight ที่กวาดคะแนนวิจารณ์จาก Rotten Tomatoes สูงสุดถึง 92% (ตอนนี้ 87%) และได้รับกระแสวิจารณ์ยอดเยี่ยมจากผู้ชมและนักวิจารณ์มากมาย

นี่คือการบอกเล่าเรื่องราวของความกล้าหาญของ ‘เซอร์กาเวน’ หลานชายของ ‘กษัตริย์อาเธอร์’ กับบททดสอบสำคัญของอัศวิน เมื่อเขาต้องเผชิญกับคำท้าของอัศวินมรกต กาเวนเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ โดยที่เขาต้องรับมือกับวิญญาณอาฆาต ยักษ์ และโจร เพื่อค้นหาตัวตนและพิสูจน์คุณค่าของเขาต่อครอบครัวและอาณาจักร การเดิมพันเพื่อก้าวข้ามศึกสำคัญครั้งนี้จะเป็นอย่างไรเมื่อทุกอย่างตกอยู่ในอันตราย ไม่เว้นแม้แต่ชีวิตเขาเอง

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับของ ‘เดวิด โลเวอรี’ (A Ghost Story) และได้นักแสดงคุณภาพมากมายมาร่วมแสดงนำ ไม่ว่าจะเป็น ‘เดฟ พาเทล’ (Slumdog Millionaire) ‘อลิเซีย วิกันเดอร์’ (The Danish Girl) ‘โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน’ (The King) ‘ซาริตา ชาวด์ฮิวรี’ (Modern Love) และ ‘ฌอน แฮร์ริส’ (Mission: Impossible-Fallout)

ก่อนที่คอหนังและแฟนชาวไทยจะได้ชมพร้อมกันในโรงภาพยนตร์ วันนี้เราขอพาคุณเจาะลึกทุกเรื่องราวของเรื่องเล่าขานที่ถูกนำมาสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์น้ำดีที่คุณไม่ควรพลาด

จากมหากาพย์สุดยิ่งใหญ่

จากบทกวีต้นฉบับความยาว 2,500 คำ ผลงานของกวีนิรนามชาวเกาะบริติช สู่การเปิดโลกให้นักอ่าน สร้างแรงบันดาลใจให้ศิลปิน และเสริมปัญญาให้กับผู้ทรงภูมิ ด้วยโลกสุดพิลึกและเหนือจริง เต็มไปด้วยเวทมนต์ ตัณหา เรื่องราวของการค้นหาตัวเองผ่านการผจญภัยเพื่อพิสูจน์ความกล้าหาญ ‘Sir Gawain and the Green Knight’ จึงถือเป็นผลงานที่มีความซับซ้อน แต่ทรงคุณค่า ทั้งยังได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษโดยยอดนักเขียนระดับตำนาน ‘เจ.อาร์.อาร์ โทลเคียน’ เจ้าของผลงาน ‘The Lord of the Rings’

ตำนานสุดคลาสสิกรูปนี้เคยถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์เพียงแค่สองครั้งเท่านั้น และแม้ว่าจะผ่านมาหลายสิบปีแต่คุณค่าของบทกวีชิ้นนี้ยังไม่เลือนไป เพราะมันมีศักยภาพที่เหมาะกับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ ซึ่งเดวิด โลเวอรี ผู้กำกับชื่นชอบในเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ต้องเดิมพันด้วยชีวิต เมื่อตัวเองเข้าไปพัวพันกับเกมที่อาจต้องแลกมาด้วยความตาย The Green Knight เวอร์ชันนี้ ไม่ได้ทะเยอทะยานไปน้อยกว่าต้นฉบับเมื่อศตวรรษที่ 14 เลย ต่างกันก็เพียงงานของโลเวอรีมีจุดเริ่ม กลางเรื่อง และตอนจบที่ชัดเจน

สู่บททดสอบความเป็นอัศวิน

ใน The Green Knight เซอร์กาเวนไม่ใช้อัศวินที่สมบูรณ์แบบ แต่เขามีศักยภาพที่จะกลายมาเป็นอัศวินผู้ยิ่งใหญ่ได้ เมื่อเริ่มเรื่องเขายังเป็นเพียงอัศวินหนุ่มเลือดร้อน ใช้ชีวิตรักสนุก จนเขาได้เป็นหนึ่งในสมาชิกอัศวินโต๊ะกลมใต้อาณัตของกษัตริย์อาเธอร์ และขออาสาสังหารอัศวินมรกต เซอร์กาเวนไม่ใช่อัศวินขี่ม้าขาวในอุดมคติของใครหลายคน แต่ตัวละครมีจุดให้พวกเขาตระหนักได้ว่า พวกเขาเองไม่ได้สมบูรณ์แบบ เขายังต้องการให้ตัวละครสะท้อนความหมายของความเป็นชายชาตรีในปัจจุบัน และนักแสดงที่ถูกเลือกให้รับบทเซอร์กาเวน คือนักแสดงคุณภาพที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถอย่าง เดฟ พาเทล (Slumdog Millionaire) เขาเข้ามาถ่ายทอดการเดินทางของชายหนุ่มคนหนึ่ง เขาต้องเอาชนะอีโก้ตัวเอง กรุยเส้นทางของตัวเอง หาความหมายของคำว่าเกียรติ ศักดิ์ศรี และคุณค่าความเป็นมนุษย์ กาเวนทะนงในความเป็นชายของตัวจนกระทั่งเขาเริ่มถ่อมตัว เพราะโดนตัวละครผู้หญิงหลายคนเอาชนะเขาด้วยสติปัญญา

‘อลิเซีย วิกันเดอร์’ เธอเล่นสองบทบาทในภาพยนตร์เรื่องนี้ หนึ่งในตัวละครที่เธอเล่นเป็นผู้กุมชะตาของเซอร์กาเวน เนื่องจากคำสัญญาที่กาเวนเคยให้ไว้กับอัศวินมรกต ทำให้เขาต้องเดินทางสู่บททดสอบความเป็นอัศวิน เขาต้องเจอกับสัตว์ร้าย โจรป่า ภูติผี และสาวสวยที่จะมากระตุกจิตของเขา ก่อนจะไปพบกับเดิมพันชีวิตที่เขาเคยสัญญาไว้

การเนรมิตรโลกเหนือจริงในภาพยนตร์เอพิคแฟนตาซีฟอร์มยักษ์

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นภาพยนตร์แฟนตาซีเรื่องแรกของค่ายหนังคุณภาพ A24 (Moonlight, Minari, The Lobster) และถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของทีมสร้างที่ต้องเนรมิตสถานที่ให้ออกมาคล้ายกับต้นฉบับให้มากที่สุด ตามต้นฉบับ เรื่องเกิดขึ้นในเวลส์ โดยตัวเรื่องอิงกับภูมิประเทศของเวลส์ แต่ในภาพยนตร์ได้เลือกประเทศไอร์แลนด์เป็นที่ถ่ายทำ ด้วยเหตุผลว่าที่นี่มีทุกอย่างที่ทีมงานต้องการ ทั้งทิวทัศน์ สภาพอากาศ ปราสาทโบราณ ทุกอย่างที่เห็นในภาพยนตร์อยู่ห่างจากตัวเมืองดับลินเพียงแค่ 30 นาที สำหรับคาเมล็อต ที่ตั้งปราสาทและบังลังก์ของกษัตริย์อาเธอร์ ทีมงานเลือกใช้ปราสาทคาเฮีย ใน เคาท์ตี้ ทิปเปอรารี ซึ่งมันคือป้อมปราการหินที่สร้างในปี 1142 โดย คอเนอร์ โอ’ไบรอัน เจ้าชายแห่งโธมอร์ด

The Green Knight  เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงคริสมาสต์ เช่นเดียวกับอีกหนึ่งปีให้หลังที่การ์เวนต้องเดินทางไปมอบชีวิตให้ศัตรูคู่อาฆาตของเขาที่วิหารมรกต ในการหยิบเอาตำนานคลาสสิกจากยุคกลางมาตีความใหม่ครั้งนี้ โลเวอรีและทีมงานเน้นใช้สีเทาและเขียว สานต่อสัญญะตามที่ต้นฉบับตั้งใจ

The Green Knight มีการใช้เทคนิคดิจิตอลเพื่อเสริมความน่าตื่นตา โลเวอรีและปาเลอร์โมติดต่อ Weta Digital ในนิวซีแลนด์ที่ ปีเตอร์ แจ็กสัน เป็นคนก่อตั้งไว้โดยจับมือกันเนรมิตรจิ้งจอกพูดได้ขึ้นมา เจ้าจิ้งจอกตัวนี้เป็นคู่หูของกาเวนตลอดการเดินทาง ในบทกวีต้นฉบับ จิ้งจอกเป็นคนรับใช้ของลอร์ดเบอร์ติลัก แต่โลเวอรีไม่ต้องการเลือกให้มนุษย์มารับบทนี้

มาร่วมพิสูจน์ตำนานอัศวินผู้กล้าและบททดสอบที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล

ไปกับภาพยนตร์ผจญภัยสุดแฟนตาซี “เดอะ กรีนไนท์ ศึกโค่นอัศวินอมตะ” 11 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์”

รับชมตัวอย่างภาพยนตร์

 


The People

กองบรรณาธิการ

Related

ความมืดมิดไร้แสงไฟในโรงพยาบาล(เกือบ)ร้าง อาจนำมาซึ่งความสะพรึงเกินคาดเดาใน “The Power ไฟดับ จับผี”

“โบว์ เมลดา” สาวอโยธยา 2 บุคลิกในภาพยนตร์ “อโยธยา มหาละลวย”

Dream Before Doomsday | ก่อนวันฝันสลาย

“Smallroom” ร่วมกับ “Index Creative Village” จัดเต็มทั้งแสงสีเสียง ใน POLYCAT ‘Concert’ Exhibition @ House of Illumination งานดิจิทัลอาร์ตครั้งแรกของ POLYCAT ที่จะทำให้ความทรงจำของทุกคน ‘สัมผัส’ ได้

“The Power” 7 โรงพยาบาลสุดเฮี้ยน สถานที่แห่งความตายกับเรื่องราวหลอนหัวจากทั่วมุมโลก

“ลมหาย จางจาก” เมื่อรักค่อย ๆ จางหายไป ในเพลงใหม่ “Greasy Cafe”

ถึงเวลาปล่อยความคลั่ง ปลดสัญชาติญาณดิบไปกับ “Voyagers คน อนาคต โลก”

THE KLINIQUE รับรางวัล HELLO! Beauty Awards “THE BEST ULTHERA FACELIFT CLINIC” ด้วยโปรแกรม NEW ULTHERA SPT ที่ได้รับการยอมรับสูงสุดแห่งปี 2021