Post on 26/08/2019

The Naked Director เซลส์แมนผู้ปฏิวัติวงการหนังโป๊!

“คุณก็ดูใช่ไหมล่ะ… หนังโป๊น่ะ”

The Naked Director ซีรีส์สัญชาติญี่ปุ่นความยาว 8 ตอน กลายเป็นที่ถูกพูดถึงทันทีที่มันสตรีมมิงลงเน็ตฟลิกซ์ เพราะมันพูดถึงวงการหนังโป๊ญี่ปุ่นที่พัฒนาจากการเป็น ‘โลกใต้ดิน’ สู่การเป็นอุตสาหกรรมหนังเต็มตัว, ความโฉ่งฉ่างเมื่อกล้องจับจ้องไปยังเรือนร่างเปลือยเปล่าของชายหนุ่มหญิงสาว ตลอดจนนักแสดงนำระดับแม่แหล็กอย่าง ทาคายูกิ ยามาดะ ผู้รับบทเป็น โทรุ มุรานิชิ ‘จักรพรรดิแห่งหนังโป๊’ ที่โลดแล่นพลิกโฉมหน้าวงการหนังญี่ปุ่นในปี 1980

ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมยอดสตรีมมิงและกระแสของ The Naked Director ถึงได้พุ่งติดทะลุเพดานแซงหน้าซีรีส์สัญชาติเดียวกันเรื่องอื่น ๆ

แน่แท้ ญี่ปุ่นนั้นมีหนังโป๊แบบฮาร์ดคอร์และซอฟต์คอร์ตั้งแต่ก่อนการมาถึงของมุรานิชิแล้ว กับการเน้นถ่ายทำเหตุการณ์ร่วมเพศของชายหนุ่มหญิงสาว และตัวมุรานิชิเองในสมัยที่เป็นเซลส์แมนขายหนังสือสารานุกรมภาษาอังกฤษ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จนัก ก็พึ่งพาหนังโป๊และหนังสือวาบหวิวเหล่านี้เป็นตัวช่วยในการพาเขาไปถึงฝั่งฝันแห่งความใคร่เพื่อระบายความเคร่งเครียดออกจากตัว

จึงกล่าวได้ว่า มุรานิชิเข้าใจและรับรู้มาโดยตลอดว่าเนื้อแท้แล้ว ความใคร่นั้นเป็นได้มากกว่าห้วงอารมณ์ แต่ยังเป็นสิ่งจำเป็นของมนุษย์เลยทีเดียว… แล้วมันยังจะมีอะไรน่าสนไปกว่าการทำเงินจากเรื่องแสนจะธรรมชาตินี้กันอีกล่ะ! นั่นจึงเป็นปฐมบทของการเปลี่ยนจากอาชีพพนักงานขายต๊อกต๋อยในชุดสูทสีทึมเทา มาสู่อาชีพคนทำหนังโป๊ที่แทบจะแก้ผ้ากำกับหนัง แถมประสบความสำเร็จสุดขีดเสียจนได้รับการขนานนามจากนิตยสาร Tokyo Journal ว่ามุรานิชิน่ะคือจักรพรรดิแห่งหนังโป๊!

สิ่งที่ทำให้สื่อมวลชนขนานนามมุรานิชิเช่นนั้น มาจากผลงานการก่อตั้งสตูดิโอถ่ายหนัง AV เมื่อปี 1984 และประสบความสำเร็จถึงขีดสุดท่ามกลางสมรภูมิวงการหนังโป๊ใต้ดินมากมาย มุรานิชิสร้างซีรีส์หนังโป๊ชุด Face Shower ที่หมายถึงการที่ฝ่ายชายถึงจุดสุดยอดที่ใบหน้าของอีกฝ่าย (อะแฮ่ม ๆ) แถมยังขยับขยายสตูดิโอถ่ายหนังโป๊ให้กว้างขวาง ผลิตซีรีส์ หนังสั้น หนังยาวที่พาชาวประชาไปถึงฝั่งฝันปีละหลายสิบเรื่อง ยิ่งพักหลัง ๆ หนังโป๊จากค่ายของมุรานิชิยิ่งทลายขนบเดิม ๆ ไปสิ้น มันเต็มไปด้วยพล็อตประหลาดพิสดาร แฟนตาซี และมากกว่านั้นคือหนังของมุรานิชิให้พื้นที่แก่เพศหญิงในเรื่องราวของเขาด้วย ขณะที่ผู้หญิงในหนังโป๊เรื่องอื่น ๆ มีบทบาทเพียงเป็นวัตถุทางเพศให้แก่ตัวละครชาย นางเอกหนังโป๊ของมุรานิชิกลับมีชีวิตจิตใจ มีความกระสันและไปยังจุดสุดยอดได้ดังที่ปรากฏในซีรีส์ชุด Conch Shell ที่เทียบเคียงการถึงจุดสุดยอดของผู้หญิงกับเปลือกหอย

ในเวลาไม่กี่ปี มุรานิชิจึงสร้างอาณาจักรหนังโป๊ของตัวเองขึ้นมาได้อย่างงดงามด้วยการมีนักแสดงหญิงในสังกัดกว่า 7,000 ชีวิต และกำกับหนังด้วยตัวเองอีก 3,000 กว่าเรื่อง สร้างเงินมหาศาลจนเขามีบ้านราคาสูงลิบ รถยนต์หรูและเรือส่วนตัวไว้ใช้แบบที่เขาคงไม่มีทางฝันถึงหากยังเป็นเซลส์แมนขายหนังสือสารานุกรมภาษาอังกฤษอยู่ แถมเมื่อปี 2014 มุรานิชิในวัย 65 ปียังมีเรี่ยวแรงออกไอเดียใหม่ ๆ ที่อยู่นอกเหนือขอบเขตการทำหนังโป๊ ไปสู่การเปิดโรงละครขายบัตรให้คนตีตั๋วมาดูสาวเอ็กซ์เซ็กซี่แสดงสารพัดอย่างกันแบบติดเวที

“เรามีนักแสดงหญิงที่แต่งตัวแบบแฟนตาซีสุด ๆ มาร้องรำทำเพลงแนวอีโรติกให้คุณได้ดูเป็นเวลาสามชั่วโมงเต็มเลยนะ” มุรานิชิเล่าอย่างออกรส “บัตรราคา 3,000 เยนเท่านั้นแหละคุณ แหม ถ้าคุณไปบาร์โฮสต์กะนักแสดงหนังเอวีระดับท็อป ๆ คุณต้องจ่ายชั่วโมงละ 20,000 ไม่ก็ 30,000 เยนเลยนะ!”

ทั้งหมดนี้สะท้อนชัดเจนว่า พลังไฟเปี่ยมล้นของมุรานิชินั้นไม่เคยมอด กลับกัน มันพุ่งทะยานและเต็มไปด้วยความสดใหม่แบบที่เป็นเอกลักษณ์ของเขามาตลอดหลายทศวรรษในวงการหนังโป๊

แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ดังที่เราเห็นจากซีรีส์ ที่ตัวละครของมุรานิชินั้นเผชิญหน้ากับก้อนหินมากกว่าดอกไม้ระหว่างการพยายามนำหนังโป๊ให้ขึ้นมาอยู่บนดินและทำเป็นอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง พฤติกรรมเช่นนี้จึงเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะปะทะเข้ากับระบบศีลธรรมของชาวญี่ปุ่น สังคมและกฎหมายอันเคร่งครัด จนมุรานิชิต้องขึ้นโรงขึ้นศาลบ่อยครั้ง การถางทางและความสำเร็จในปลายทางนั้นจึงเป็นเรื่องที่แลกมาด้วยช่วงชีวิตหนึ่งของเขาเลยทีเดียว จึงไม่น่าแปลกใจหากเรื่องราวของมุรานิชิจะกลายมาเป็นซับเจ็กต์ให้สารคดีและหนังอีกหลายเรื่องในภายหลัง ทั้งสารคดี The Sex Shogun of Shinjuku ออกฉายช่อง Channel 4 ของสหราชอาณาจักร ตลอดจนการถูกดัดแปลงมาเป็นซีรีส์ของเน็ตฟลิกซ์เรื่องนี้ ที่ได้ มาซาฮารุ ทาเกะ คนทำหนังจาก 100 Yen Love (2014) และ The Gun (2018) มาเป็นผู้กำกับหลัก

เช่นเดียวกับเด็กหนุ่มชาวญี่ปุ่นอีกหลายร้อยคน ทาเกะรู้จักมุรานิชิตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม “คุณว่าเขาต้องน่าสนใจแค่ไหนล่ะที่ทำให้ผมกับเพื่อนสมัยเรียนตั้งหน้าตั้งตาอยากเห็นเขาในหนังน่ะ” ทาเกะเล่าอย่างชื่นชม “ส่วนตัวผมคิดว่าช่วงเวลานั้นของญี่ปุ่นมันบ้าคลั่งมาก แต่ก็น่าสนใจและทรงพลังมากด้วยเช่นกัน ผมอยากทำหนังในเซ็ตฉากยุค 1980 อยู่แล้ว แต่ก็นะ ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้ทำเรื่องของมุรานิชิ”

ทาเกะนำเรื่องราวของมุรานิชิที่ได้รับการบันทึกลงในหนังสือชีวประวัติ Zenra Kantoku Muranishi Toru Den ของ โนบุฮิโระ โมโตฮาชิ มาดัดแปลงเป็นโครงเรื่องคร่าว ๆ พร้อมได้มุรานิชิวัยชราเป็นที่ปรึกษาเพื่อความถูกต้องทางข้อมูล ซึ่งทาเกะบอกในภายหลังว่า เอาเข้าจริง ๆ มุรานิชิแทบไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำว่าเขาจะดัดแปลงหนังหรือเล่าเรื่องชีวิตในอดีตของตัวเองแบบไหน มุรานิชิยังยึดกับการทำหนังแบบเดิมของตัวเองนั่นคือ ตราบเท่าที่มันสนุก ก็ทำไปเถอะ!

“มุรานิชิบอกเราเองเลยว่า อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ เราเปลี่ยนรายละเอียดหลายอย่างในซีรีส์ไปเยอะมาก ผสมทั้งเรื่องจริงเรื่องแต่ง แล้วมุรานิชิก็ไม่ได้แยแสสักนิดว่าเราจะเปลี่ยนเรื่องราวไปมากแค่ไหน ตราบเท่าที่มันยังสนุกน่ะ”

และ The Naked Director ของทาเกะก็ไม่ได้เพียงแค่เล่าถึงชีวิตแสนโลดโผนเบื้องหลังกล้องถ่ายหนังของมุรานิชิเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่มันยังวิพากษ์กรอบศีลธรรมของคนญี่ปุ่น ตลอดจนวิธีคิดที่เบียดบังให้ผู้หญิงตกไปอยู่เป็นเพียงเครื่องมือสำเร็จความใคร่… แม้แต่ในโลกที่อยู่นอกเหนือจากหนังโป๊ด้วยซ้ำ

“ตอนนั้นสังคมญี่ปุ่นไม่ต้อนรับหนังโป๊เลยครับ” ทาเกะสาธยาย “มันเป็นวงการที่คุณไม่ควรเข้าไปข้องแวะหรือหาทางทำเงินจากมัน แต่เวลานี้ คุณทำมันเป็นอาชีพได้ คุณเรียกหนังพวกนี้ว่า วิดีโอสำหรับผู้ใหญ่ (Adult Videos) มีนักแสดงหญิงเซ็กซี่ที่ไม่ได้ถูกเรียกว่านักแสดงหนังโป๊อีกต่อไปแล้ว มันกลายเป็นเรื่องสามัญธรรมดา ขณะที่เมื่อก่อนมันไม่ใช่แบบนี้ และนั่นแหละที่ทำให้วงการนี้ในอดีตมันเต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนของผู้คนที่ทำงานแบบดิ้นรนเอาตัวรอด

“จริงๆ แล้วการจะทำซีรีส์เรื่องนี้ในญี่ปุ่นมันเป็นเรื่องยากมากเลยนะ เพราะอย่างแรกเลย ฉากโป๊เปลือยน่ะฉายไม่ได้แน่ ๆ และถ้าไม่มีเน็ตฟลิกซ์ ผมบอกได้เลยว่าโปรเจ็กต์นี้ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน”

เรื่อง: พิมพ์ชนก พุกสุข


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

รีวิวคอนเสิร์ต ระเบิดความฟินไปกับนักร้องหนุ่มเสียงดี ใน Ruel: Free Time World Tour in Bangkok 2019

ทดลองขับ Nissan Leaf ขึ้นยอดดอยอินทนนท์ ยานยนต์แห่งอนาคตที่ใช้งานได้จริง

หนึ่งวัน ณ เขาใหญ่ กับ “ครอบครัวคันโต” ที่จะพาไปเจอกับ “ความสงบ ดนตรี เรือดำน้ำ และ ไร่ไวน์”

วิชิต ซ้ายเกล้า “I Believe in Diversity”

The Big Short: วิกฤตการเงินอเมริกา กับชัยชนะของคนมองโลกในแง่ร้าย

รีวิวคอนเสิร์ต Lukas Graham ครั้งแรกในไทย กับทุกเพลงมีเรื่องเล่า เต็มอิ่มกับบรรยากาศดี ๆ จากวงดนตรีสุดรักครอบครัว

หลับตาฟังเรื่องเล่าไปกับ Blind Experience เมื่อความสวยงามมองไม่เห็นด้วยดวงตา

รีวิว Zealy Fools คอนเสิร์ต: “เหวี่ยง” มิตร (Mist) ภาพ “วัดใจ” เพื่อน