Post on 06/06/2019

The Secret Life of Pets 2 ความลับคือความรัก เรารักสัตว์ และสัตว์ก็รักเรา

ทันทีที่ The Secret Life of Pets ภาคแรกออกฉายในปี 2016 ภาพยนตร์ก็ประสบทั้งรายได้และความพึงพอใจจากคนทั่วโลก ทำรายได้ไปกว่า 875 ล้านเหรียญฯ ไม่แปลกใจที่ คริส เมเลแดนดรี (Chris Meledandri) ผู้บริหารสูงสุดของ llumination Entertainment ผู้ให้กำเนิดหนังเรื่องนี้จะเข็นภาคต่อออกมาในปี 2019 ทั้งยังดึงผู้กำกับและนักเขียนบทคนเดิมกลับมาสานต่อไอเดียชีวิตลับ ๆ ของสารพัดสัตว์ผู้น่ารักอีกครั้ง

Pets ภาคแรกโดนใจผู้ชมทั่วโลกอย่างเห็นได้ชัด เพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เราพยายามถ่ายทอดภาพของสัตว์อย่างที่พวกมันเป็น และคำถามที่ว่า ‘สัตว์เลี้ยงของคุณทำอะไรตอนคุณไม่อยู่บ้าน?’ เป็นคำถามที่เรียบง่ายแต่น่าสนใจเหลือเกิน” คริส เรน็อด (Chris Renaud) ผู้กำกับกล่าวถึงความสำเร็จในภาคแรก

ก็จริงอย่างที่ผู้กำกับกล่าว ด้วยความเบาสมองและอารมณ์ขันจิกกัดตามสไตล์ llumination หนังมีเสน่ห์ในการล้วงลึกเข้าไปในอารมณ์ความนึกคิดของสัตว์เลี้ยง ฉายภาพสายสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างพวกเขาและครอบครัว นำมาซึ่งความสนุกอันเป็นเอกลักษณ์ของหนังเรื่องนี้

เมื่อภาคแรกประสบความสำเร็จ แน่นอนความยากคือการสร้างภาคต่อให้เจ๋งกว่าเดิม ทีมงานจึงต้องพัฒนาและขยายโลกของ Pets ให้มีความรู้สึกแปลกใหม่ สร้างสรรค์ และน่าตื่นเต้นที่สุด พร้อมเสนอเส้นเรื่องใหม่ การพัฒนาตัวละครใหม่ หรือเพิ่มตัวละครใหม่ ๆ

“เราอยากสร้างเรื่องราวที่เป็นก้าวต่อไปสำหรับชีวิตตัวละคร และเป็นเรื่องราวที่จะน่าติดตามสำหรับผู้ชมทุกคน ถึงแม้จะยังไม่เคยดูภาคแรกเลยก็ตาม” ผู้บริหารกล่าว

ตัวละครหลักที่กลับมาคือ “แม็กซ์” สุนัขเทอร์เรียร์, “กิดเจ็ท” สุนัขปอมเมอเรเนียน และ “สโนว์บอล” กระต่าย ซึ่งใน Pets 2 แต่ละตัวมีเส้นเรื่องสถานการณ์แตกต่างกัน ทำให้ทีมผู้สร้างและนักพากย์มีโอกาสสร้างอารมณ์ขันในสถานการณ์อาการวิตกจริตของแม็กซ์ ปฏิบัติการแฝงตัวในหมู่แมวของกิดเจ็ท และความเพ้อฝันว่าเป็นซูเปอร์ฮีโรของสโนว์บอล โดยเฉพาะแม็กซ์ที่จะต้องรับบทคุณพ่อจำเป็น เมื่อเจ้าของ “เคที” แต่งงาน และมีลูกชายตัวน้อย “เลียม” แม็กซ์จึงผันตัวเป็นพ่อและเป็นผู้ปกครองจำเป็น

“หนังเรื่องนี้กลายเป็นการสำรวจการเป็นพ่อแม่ที่หวงลูกเกินเหตุ กลัวเหลือเกินว่าลูกของพวกเขาจะหกล้ม หัวเข่าถลอก การเดินทางในหนังเรื่องนี้ คือการเดินทางที่ทำให้แม็กซ์ตระหนักว่า ถึงแม้ว่าเขาจะรักเลียมมากแค่ไหน แต่เขาก็จะต้องปล่อยเลียมให้สามารถพึ่งพาตัวเองและเรียนรู้ที่จะมีชีวิตรอด มันเป็นการเดินทางที่พ่อแม่ทุกคนสามารถเข้าใจได้”

เช่นเดียวกับผู้กำกับเรน็อดที่เสริมว่า “หนังเรื่องนี้มีแก่นคือการปล่อยวาง ไม่มีอะไรที่ชัดเจนไปกว่าการส่งลูกของคุณไปโรงเรียนและตระหนักว่า คุณไม่สามารถควบคุมอะไรได้อีกต่อไปแล้ว คุณต้องยอมรับว่ามันเป็นโลกที่อันตราย แต่คุณก็ต้องปล่อยวางและปล่อยให้พวกเขามีชีวิตของตัวเอง มันไม่ใช่เรื่องของการปกป้องคุ้มครอง แต่เป็นเรื่องการสอนให้ลูกยืนด้วยสองขาของตัวเองต่างหาก”

ท้ายที่สุดแล้ว อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้ตัวละครเหล่านี้เข้าถึงและตรึงใจคนดูก็คือ การฉายภาพความสัมพันธ์ระหว่างเรากับสัตว์เลี้ยงสองทาง เพราะไม่เพียงแต่เราจะดูแลสัตว์เลี้ยงของเราเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว สัตว์เลี้ยงก็ดูแลเราด้วย

เป็นความรักไร้เงื่อนไข ที่เรามีต่อสัตว์เลี้ยง และสัตว์เลี้ยงมีต่อเราเช่นกัน

“ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่ทรงพลังระหว่างเราและสัตว์ หัวใจของมันคือการที่เราทุกคนต่างก็ใช้ชีวิตเพื่อค้นหาความรักที่ไร้เงื่อนไข ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากจากมนุษย์” เมเลแดนดรีกล่าว “แต่มันเป็นเรื่องง่ายดายที่สัตว์เลี้ยงจะมอบความรักแบบนั้นกับเรา มันเป็นความอบอุ่นใจอย่างลึกซึ้ง มันคือความสัมพันธ์ระหว่างเรากับสัตว์เลี้ยงของเรา”

หลังดูภาพยนตร์เรื่องนี้จบ กลับบ้าน แล้วกอดสัตว์เลี้ยงของเราให้แน่น ๆ เพราะมันคือความรักที่ไร้เงื่อนไขอย่างที่แก่น The Secret Life of Pets บอกกับเรา


Writer

ผู้เขียนเนื้อหาศิลปวัฒนธรรม และอะไรก็ตามที่เป็นความบันเทิง