Post on 16/03/2019

การต่อสู้ และฤดูใบไม้ผลิ(อีกครั้ง)ของผู้หญิงชื่อ พัคบม(Park Bom)

หากพูดถึงผู้หญิงที่ชื่อ พัคบม (Park Bom) ก็คงต้องพูดถึง “2NE1” จุดแจ้งเกิดที่ทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักชื่อของเธอและความสามารถของเธอ ย้อนกลับไปประมาณ 4-5 ปี ที่แล้ว “2NE1” คือวงเกิร์ลกรุ๊ปแถวหน้าของเกาหลีจากค่าย YG Entertainment ที่ไม่ว่าจะปล่อยมากี่เพลง ก็ดังเป็นพลุแตก เป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปไม่กี่วงที่สามารถจัดคอนเสิร์ตเวิร์ลทัวร์ได้ และถือเป็นต้นแบบของวงเกิร์ลกรุ๊ปสไตล์ “Girl Crush” ให้ศิลปินรุ่นน้องได้ใช้เป็นต้นแบบ เรียกได้ว่าไม่มีแฟน K-pop คนไหนไม่รู้จักพวกเธอ

2NE1 เริ่มเดบิวต์เมื่อปี 2009 ประกอบด้วยสมาชิก 4 คน ได้แก่ CL (ซีแอล), Park Bom (พัคบม), Sandara Park (ซานดาร่า พัค) และ Minzy (มินจี) มีเพลงฮิตอย่าง Fire, I don’t care, I am the best และ Crush ฯลฯ หลังจากนั้นวายจีก็เริ่มกิจกรรมโซโล่เดี่ยวของสมาชิก เริ่มที่พัคบม main vocal ของวง ผลงานเพลง You and I และ Don’t cry โด่งดังเป็นอย่างมาก ด้วยทำนองเพลงที่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ล้าสมัย เสียงร้องอันแสนไพเราะ เข้าถึงอารมณ์ และเป็นเอกลักษณ์ของเธอ ส่งให้ทั้งสองเพลงขึ้นสู่อันดับ1 ของ Digital Gaon Chart ทำให้เพลง You and I ได้รับรางวัล Best Digital Single จากเวที MAMA (งานประกาศรางวัลปลายปีของช่อง M-NET) ในปี 2010 และมียอดดาวน์โหลดกว่า 4 ล้านครั้ง ซึ่งถือเป็นซิงเกิลที่ขายดีที่สุดในอุตสาหกรรมเพลงเกาหลี

2NE1 ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง จนถึงปี 2014 สี่สาวก็คัมแบ็คด้วยอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 “Crush” ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ทำลายสถิติติดท็อป 61 จากชาร์ต Billboard 200 (https://en.wikipedia.org/wiki/2NE1) ซึ่งในช่วงการโปรโมทอัลบั้มครั้งนี้ สมาชิกเสียงหลักอย่างพัคบม ก็ได้เข้าร่วมรายการวาไรตี้ “Roommate” และเป็นครั้งแรกที่เธอได้เปิดใจเกี่ยวกับตัวเธอในรายการว่า

“ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวและเหงาอยู่บ่อยครั้ง ฉันเลยตัดสินใจเข้าร่วมรายการนี้”
“ฉันไม่มีเพื่อนต่างวงเลย ด้วยลุคของพวกเรา (2NE1) อาจทำให้คนอื่น ๆ คิดว่ายากที่จะเข้าหา”
“สำหรับตัวฉันเอง ฉันก็ไม่รู้เลยว่าจะเข้าหาคนอื่นยังไง”
(อ่านได้ที่ ความจริงที่ถูกบิดเบือน .. จุดจบของ 2NE1 ปาร์คบอม ถูกบังคับออกจากวง !?)

การเปิดใจของพัคบมทำให้กระแสในรายการรวมถึงความเห็นของชาวเน็ตเป็นไปในด้านบวกมาก แต่หลังจากที่รายการออกอากาศได้เพียงไม่นานก็มีข่าวว่า พัคบมเคยลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศ ทำให้เธอต้องถอนตัวออกจากรายการไป เธอถูกโจมตีจากกระแสสังคมอย่างหนักว่าเธอได้กระทำผิดกฎหมายและใช้เส้นสายของคนดังเพื่อปิดคดี จนกระทั่งประธานยาง ฮยอนซอก แห่งวายจี ได้ออกมาชี้แจงความจริงว่าแท้จริงแล้วเธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและใช้ตัวยานี้สำหรับการรักษาที่สหรัฐอเมริกาอย่างถูกต้อง เธอได้สั่งยาตัวนี้มาที่เกาหลี โดยไม่รู้ว่าตัวยานี้มีส่วนผสมที่ผิดกฎหมายในประเทศ เธอเคยถูกตรวจค้นจากตำรวจ แต่เธอมีประวัติการใช้ยา และมีใบสั่งยาจากแพทย์ที่อเมริกา ทำให้ไม่ถูกดำเนินคดีความต่อ รวมถึงอดีตอัยการที่เคยทำคดีนี้ก็ได้ออกมาบอกว่าพัคบมนั้นบริสุทธิ์ คดีความจึงได้ถูกระงับไป

หลังจากการชี้แจงในครั้งนี้ออกมา กระแสก็เป็นไปในทางบวก ชาวเน็ตต่างก็เชื่อว่าข่าวของพัคบมอาจถูกนำมาใช้กลบกระแสเรือเชวอลล่มในขณะนั้น (เป็นที่รู้กันดีว่าในเกาหลีใต้ ข่าวฉาวของวงการบันเทิงมักจะถูกใช้เป็นเครื่องมือดึงความสนใจจากข่าวการเมืองที่อื้อฉาว) แม้กระแสจะเป็นไปในทางบวก แต่หลังจากที่พัคบมถอนตัวจากรายการไป เธอก็ไม่ปรากฏตัวในสื่อและที่สาธารณะอีกเลย

ประมาณกลางปี 2015 วายจีได้ฟ้องนักข่าว KBS ที่กลับมาเสนอข่าวของพัคบมว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีกครั้ง และชนะคดีนี้ไป แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนอยู่ดี 2NE1 ไม่มีการโปรโมทแบบวงอีกต่อไป สมาชิกแยกย้ายกันไปทำงานเดี่ยวของตัวเอง โดยเฉพาะ ซีแอลที่เริ่มตีตลาดอเมริกาในฐานะศิลปินเดี่ยว จนกระทั่งเวที MAMA ในปลายปี 2015 2NE1 ได้เซอร์ไพรส์แฟน ๆ ด้วยการปรากฏตัวของสมาชิกครบทั้ง 4 คน ร่วมกันบนเวทีอีกครั้ง สร้างความหวังให้กับแฟนเพลงที่รอการกลับมาของทั้งสี่สาว แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อชาวเน็ตบางส่วนที่คิดว่าพัคบมนั้นยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เริ่มโจมตีเธออีกครั้ง

จนถึงปี 2016 สมาชิกทั้ง 4 ยังไม่มีการทำกิจกรรมเป็นวง ซีแอลยังคงอยู่ที่อเมริกา พัคบมและซานดาร่ายังปรากฏตัวในที่สาธารณะและอัพเดตในโซเชียลบ้าง แต่น้องเล็กอย่างมินจีกลับเงียบหาย จนในที่สุดวายจีก็ประกาศว่า มินจีไม่ได้ต่อสัญญากับทางค่าย ทำให้เธอสิ้นสุดการเป็นสมาชิกวง 2NE1 และสมาชิกที่เหลือจะคัมแบ็คในฐานะทรีโอ้ ในเดือนพฤษภาคม สถานการณ์ของวงคลุมเครือ แฟน ๆ สังเกตว่าสมาชิกอีก 3 คนน่าจะไม่รู้มาก่อนว่า มินจีจะตัดสินใจเช่นนี้

ชาวเน็ตบางส่วนโจมตีว่าเป็นเพราะพัคบมเป็นตัวปัญหา ที่ทำให้มินจีต้องออกจากวง แผนการคัมแบ็คที่เคยวางไว้ในเดือนพฤษภาคมก็เงียบหายไป พัคบมหายไปจากสังคมระยะหนึ่ง และเริ่มกลับมาโพสต์อินตาแกรมอีกครั้ง ทำให้แฟน ๆ เริ่มมีความหวังว่าเธอจะสามารถกลับมาได้ มีสัญญาณต่างๆ ของการจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง แต่หลังจากนั้นไม่นานวายจีก็ได้ประกาศยุบวง 2NE1 พร้อมกับปล่อยเพลงสุดท้ายที่ชื่อว่า GoodBye ที่ร้องโดยสมาชิกที่เหลือทั้ง 3 คน โดยมีเนื้อหาที่พูดถึงการจากลาที่แสนเศร้า และหวังว่าเราจะได้กลับมาพบกันใหม่อีกครั้ง เป็นการปิดฉากเกิร์ลกรุ๊ประดับตำนาน ท่ามกลางความเคลือบแคลงสงสัยในสาเหตุที่แท้จริงของการยุบวงและความโศกเศร้าของทั้งศิลปินและแฟน ๆ

นอกจากกระแสแอนตี้จากข่าวลือที่ไม่เป็นความจริงของพัคบมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดแล้ว เธอก็ถูกโจมตีอย่างหนักเกี่ยวกับใบหน้าของเธอว่ามีการศัลยกรรมที่มากเกินไป เธอถูกโจมตีอย่างหนักในโลกโซเชียล แฟน ๆ มองว่าค่ายไม่ได้ปกป้องเธออย่างที่ควรจะทำ และไม่แสดงถึงความพยายามที่จะให้เธอได้กลับมาร้องเพลงอีกครั้ง แม้เธอจะแสดงออกว่าต้องการกลับมาร้องเพลงแค่ไหนก็ตาม อย่างที่เนื้อความบางส่วนในจดหมายที่พัคบมได้เขียนถึงแฟน ๆ หลังจากที่ออกจากวายจี ว่า

“…ทุกอย่างที่ฉันจะบอกตอนนี้คือ..ฉันได้พยายามอย่างดีที่สุดแล้วค่ะ..ฉันอยากจะบอกมันจริง ๆ..ฉันได้คาดหวังและเตรียมพร้อมที่จะแสดงทุกสิ่งทุกอย่างให้กับแฟน ๆ ที่ได้รอคอยกันมาเป็นเวลานาน แต่สำหรับโลกใบนี้แล้ว ไม่ใช่ทุกอย่างที่จะสามารถเป็นไปตามดั่งใจหวัง…”

จากการต่อสู้อย่างยาวนานกับข่าวลือและกระแสสังคมของพัคบม ทำให้เธอคิดจะล้มเลิกความตั้งใจที่จะเป็นนักร้องหลายครั้ง เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว รายการ PD Notebook ทางช่อง MBC ได้หยิบเอาประเด็นยาเสพติดและอายุที่แท้จริงเธอ กลับมาพูดอีกครั้ง 1 วันหลังจากที่รายการออนแอร์ไป ชื่อของพัคบมถูกค้นหามากที่สุด และกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของชาวเน็ตจำนวนมากอีกครั้ง เธอจึงได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Sport Kyunghyang ถึงประเด็นนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีว่า “ที่ทางรายการนำเสนออายุของฉันว่าฉันกำลังจะ 40 ถามทุกคนรอบตัวฉันได้เลยค่ะ, ฉันเกิดปี 1984 ฉันอายุ 34 ปีค่ะ จะเป็นไปได้ยังไงที่ฉันแก่กว่าพี่สาวตัวเอง”

“มันเป็นเวลากว่า 5 ปีแล้วที่ฉันเลิกร้องเพลง เป็นเพราะฉันได้รับความเกลียดชังจากผู้คน มันทำให้ฉันไม่อยากเป็นนักร้องค่ะ แต่แล้วหลังจากที่ฉันได้ดูรายการ PD Notebook ฉันกลับรู้สึกว่าฉันต้องเป็นนักร้องให้ได้ ฉันจะยอมแพ้ให้กับสิ่งที่ฉันต้องการมากที่สุดและฉันทำได้ดีมากที่สุด เพราะโดนโจมตีหลังจากที่ทุกคนเข้าใจฉันผิด ๆ ได้ยังไงกัน ฉันรู้สึกขอบคุณ วายจีที่สร้างฉัน และแน่นอนว่าอยากจะขอบคุณท่านประธานยางฮยอนซอก หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าฉันโกรธเกลียดพวกเขา แต่ความจริงคือไม่ใช่เลย และแน่นอน ฉันอยากจะกลับมาประสบความสำเร็จในฐานะนักร้อง เพื่อที่ฉันจะได้ซื้อตึกหลังใหญ่ให้กับพ่อแม่ที่พยายามดิ้นรนเพื่อฉันมาตลอด”

เธอได้พูดถึงประเด็นเรื่องการใช้ยาว่า “ฉันมีอาการป่วยส่วนตัวค่ะ มีความจำเป็นต้องใช้ยาตั้งแต่มัธยมปลาย ฉันเป็นโรค ADD (โรคสมาธิสั้น) โรคนี้ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในเกาหลีมากนัก โทมัส เอดิสัน ที่ถูกยกย่องว่าเป็น “ยอดนักประดิษฐ์” แห่งประวัติศาสตร์ ท่านก็เป็นโรคนี้เช่นเดียวกับฉันค่ะ โรคนี้เพิ่งเป็นที่รู้จักเมื่อไม่นานมานี้ แต่ปัจจุบันที่นี่ยังไม่มียาที่รักษาได้เฉพาะทาง ฉันจึงจำเป็นต้องใช้ยาที่รักษาโรค AHAD (โรคไฮเปอร์) ผลการรักษาจึงไม่ดีเท่าที่ควรและฉันก็ต้องอดทนกับมันเป็นอย่างมาก”

“ชุดที่ฉันกำลังใส่ตอนนี้ ฉันซื้อมาเมื่อ 5 ปีก่อน ฉันไม่ได้ออกไปซื้อเสื้อผ้าอย่างสบายใจมาเป็นเวลากว่า 5 ปีแล้วค่ะ แม้แต่จะเดินออกไปไหนมาไหนบนถนน ฉันจะรู้สึกระแวงผู้คนว่าพวกเขาจะพูดถึงฉันยังไง ฉันไม่มีรถ เลยทำได้แต่วิ่งไปรอบ ๆ ผู้คนแบบนั้น ฉันดื่มไม่เก่ง แต่มันก็มีบ้างที่ฉันดื่ม หัวใจของฉันมันเจ็บปวดเหลือเกิน แต่ฉันทำได้แค่บังคับให้ตัวเองต้องอดทนกับมัน แค่เพียงพวกเขาเข้าใจในสิ่งที่ฉันกำลังต้องเจอ ไม่ต้องเข้าใจมันทั้งหมดหรอก แค่เพียวเสี้ยวนึงก็ได้ ถ้าเป็นแบบนั้นฉันคิดว่าฉันคงสามารถกลับมาร้องพลงได้อีกครั้ง คุณแค่คอยเฝ้ามองฉันได้ไหม?” (อ่านได้ที่ อดีตสมาชิก 2NE1 ให้สัมภาษณ์ครั้งแรกประเด็น “ติดยา” และอาการป่วยที่ไม่เคยบอกใคร)

พัคบมหายไปจากวงการเพลงเป็นเวลานาน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2018 เธอก็ได้ประกาศว่า ได้เซ็นสัญญากับค่าย D-nation Entertainment เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีแผนการที่จะเดบิวต์เป็นศิลปินเดี่ยวด้วยมินิอัลบั้มในช่วงเดือนพฤศจิกายนในปีเดียวกัน เธอเริ่มเคลื่อนไหวในโซเชียลมากขึ้น แต่ในที่สุดโซโล่อัลบั้มของเธอก็เริ่มปล่อยทีเซอร์โปรโมทจริง ๆ เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2019 ในชื่อเพลงและชื่ออัลบั้มเดียวกันคือ “Spring” ซึ่งหมายถึงฤดูใบไม้ผลิ และมีความหมายตรงกับชื่อจริงของเธอ (봄 – อ่านว่า บม แปลว่าฤดูใบไม้ผลิ) โดยได้ซานดาร่า พัค เพื่อนสนิทและอดีตสมาชิกร่วมวงมาร่วมฟีทเจอร์ริ่งด้วย

ทันทีที่เพลงและมิวสิควิดีโอถูกปล่อยออกมา ในวันที่ 13 มีนาคม ปี 2019 เพลง Spring ก็ได้ทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 ในหลายชาร์ต สถิติล่าสุด (วันที่ 15 มีนาคม เวลา 15.30 น.) สามารถขึ้นสู่อันดับ1 ในชาร์ต iChart (Real time), Genie (Daily), Bugs(Song Chart Daily), M-net (Total Daily), Naver (Top100 total Real time) และ Solibada (Total Daily) นอกจากนี้ เพลง You and I ก็กลับมาอยู่ในการค้นหาอันดับ1 ของ Naver เว็บSearch Engine ของเกาหลี พร้อม ๆ กับเพลง Spring อีกด้วย (ข้อมูลวันที่ 15 มีนาคม)( Twitter : @instiz_ichart)

ถือว่าเป็นการทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับแฟน ๆ ว่าเธอจะกลับมาพบกันอีกครั้ง แฟน ๆ ของเธอไม่ได้คาดหวังอะไรมากไปกว่าให้เธอสามารถกลับมายืนหยัดในฐานะนักร้องและผู้คนให้การต้อนรับเธอ การเกิดใหม่อีกครั้งของพัคบม กลับเป็นปรากฏการณ์ที่เหนือความคาดหมายเป็นอย่างมาก เธอได้รับการตอบรับจากผู้ฟังทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างดี ท่ามกลางสถานการณ์บันเทิงเกาหลีที่กำลังร้อนแรง แต่เธอก็ได้ใช้ความสามารถด้านการร้องเพลงและหัวใจของเธอพาเธอกลับมายืนในฐานะนักร้องได้อีกครั้ง

แม้ว่าจะผ่านมรสุมชีวิตมาเป็นเวลาหลายปี แต่ความใจสู้และไม่ยอมแพ้ในสิ่งที่รักทำให้เธอสามารถก้าวข้ามช่วงเวลาที่หนาวเหน็บมาสู่ฤดูใบไม้ผลิอันสวยงามสมกับชื่อของเธอ

“เมื่อความเจ็บปวดที่คุณให้มาจากไป
เมื่อน้ำตาที่อาบแก้มได้เหือดแห้ง
ฤดูใบไม้ผลิจะมาเยือนฉันอีกครั้ง
ดอกไม้ที่งดงาม
เมื่อลมหนาวนี้พัดผ่านไป
ฤดูใบไม้ผลิกลับมาอีกครั้ง
จะผลิบานในใจฉันอีกครั้งใช่ไหม”
(เพลง Spring – พัคบม)

(ผู้เขียนแปลจากบทแปลภาษาอังกฤษจากเว็บไซต์ https://genius.com/Genius-translations-park-bom-spring-english-translation-lyrics)

 

เรื่อง: Darla
ภาพ: D-nation


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

รีวิวคอนเสิร์ต เอ็ด ชีแรน กับโชว์ครั้งที่สอง ที่กระตุ้นแฟนเพลงสุด “ผมร้องดังแค่ไหนพวกคุณต้องร้องให้ดังกว่าผม”

บิลลี ฮอลิเดย์ สร้างสรรค์เสียงเพลงบนทางแพร่งของโศกนาฏกรรม: การดิ่งลงสู่ก้นเหว

บิล สการ์สการ์ด ปีศาจหน้าหล่อ

บรัชชี วัน สตริง ชายผู้สร้างความแตกต่างด้วยกีตาร์แค่สายเดียว (มีคลิป)

บ็อบบี และ นิก เออร์โคไลน์: คู่รัก Woodstock กับความรักที่ยืนนาน 50 ปี

“หลบหน่อยหนูป๋าจะเต้น” มิค แจ็กเกอร์ ร็อคสตาร์รุ่นเก๋าที่แดนซ์ “ไม่กลัวตาย” มาตั้งแต่ยุค 60s

ซาชา ลุสส์ นางแบบผู้หวังคว้ารางวัลออสการ์

As It Was – เลียมเหลือทนแล้วนั่น บันทึก (วีร) กรรมเดือดดาลของเลียม กัลลาเกอร์