Post on 20/11/2018

จิม แม็คนิโคล ชายผู้สร้างปาฏิหาริย์ช่วยทีมรอดตกชั้น เพราะถูก ‘หมากัด’ ในสนาม

“เพราะผมโดนกัดไง ทีมเราเลยรอดตกชั้น”

เกมสุดท้ายของการแข่งขันฟุตบอลลีกอังกฤษ มักมีเหตุการณ์ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นเสมอ ภาพของเหล่าแฟนบอลนับพันที่พร้อมใจกันลงสู่สนามด้วยความดีใจถือเป็นอีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ของฟุตบอลอังกฤษ ย้อนไปเมื่อปี 1987 ทอร์คีย์ ยูไนเต็ด ต้องสู้เพื่อความอยู่รอดในลีกดิวิชั่นสี่ของอังกฤษ ซึ่งครั้งนี้อาจเลวร้ายถึงขั้นถูกตัดออกจากการแข่งขันฟุตบอลในอังกฤษทันที

ทีมเจ้าของฉายา The Gulls กำลังอยู่ในตำแหน่งรองบ๊วยของลีก และมีท่าทีว่าจะไม่รอดจากการตกชั้น ก่อนเกมนัดสุดท้ายในบ้านกับครูว์ อเล็กซานดร้า พวกเขาจำเป็นต้องจบเกมด้วยการมีแต้มสถานเดียว แถมต้องลุ้นให้ ลินคอร์น ทีมอันดับที่ 22 แพ้สวอนซีเท่านั้นถึงจะอยู่รอด ซึ่งดูแล้วเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างยากสำหรับทอร์คีย์ แต่ใครจะเชื่อล่ะว่าในท้ายที่สุดพวกเขารอดจากการตกชั้นได้อย่างปาฏิหาริย์

คำถามคือ ใครคือฮีโร่ในเหตุการณ์นั้น คำตอบก็คือชายที่ชื่อ จิม แม็คนิโคล (Jim McNichol) และ เจ้าบริน (Bryn) สุนัขตำรวจ นั่นเอง

ใช่แล้ว คุณไม่ได้หูฝาดไป เพราะถ้าเกิดไม่ได้เจ้าบรินล่ะก็ ทอร์คีย์อาจหายสาบสูญจากวงการฟุตบอลอังกฤษไปแล้ว ในช่วง 90 นาที ทอร์คีย์ฟอร์มร่อแร่สุด ๆ โดนนำก่อน 0-2 ก่อนจะไล่คืนมาได้หนึ่งลูกจากฟรีคิกของ จิม แม็คนิโคล ปราการหลังเลือดสกอตของทีม

ทอร์คีย์ทำท่าว่าจะแพ้ แต่ในช่วงทดเวลาเจ็บนาทีที่ 2 จังหวะที่แม็คนิโคลกำลังเติมเกมบุกหวังเอาประตูตีเสมอ ทันใดนั้นเอง เจ้าบริน สุนัขตำรวจสายพันธุ์เยอรมันเชเพิร์ด ก็พุ่งเข้าโจมตีและกัดเข้าให้เป็นแผลใหญ่ 3 รู ทั้งที่จริงแล้ว บรินถูกฝึกมาให้ป้องกันแฟนบอลลงมาสร้างความวุ่นวายในสนาม เรียกได้ว่าถ้ามันเห็นใครวิ่งลงมามันก็พร้อมงับทันที แต่นี่บรินกลับงับนักเตะเข้าให้ 

ทีมแพทย์ข้างสนามใช้เวลาปฐมพยาบาลแบ็คจอมบุกนานกว่า 5 นาที นั่นทำให้กรรมการจำเป็นต้องทดเจ็บเพิ่ม 5 นาที และในช่วงวินาทีสุดท้าย พอล ด็อบสัน (Paul Dobson) ดาวยิงของทีมก็สร้างปาฏิหาริย์ทำประตูตีเสมอได้ ส่งผลให้พวกเขามีคะแนนเท่ากับลินคอร์น แต่ประตูได้เสียดีกว่า รอดจากการตกชั้นได้สำเร็จ ด้านลินคอร์นที่ต้องตกชั้นแทน ถูกทุกคนจดจำในฐานะทีมที่ตกชั้นเพราะ “สุนัข” เช่นเดียวกับรอยแผลดังกล่าวที่สร้างความทรงจำที่ดีให้แม็คนิโคลเสมอมา แม้ตอนนั้นเขาต้องถูกเย็บ 17 เข็มก็ตาม

“คุณไม่มีทางลืมการถูกหมากัดได้หรอก แม้มันจะผ่านมา 20 ปีแล้ว แต่สำหรับผมมันยังคงเป็นรอยแผลเป็นที่คอยตอกย้ำเรื่องราวดี ๆ เสมอ ที่ขาผมมีรูจากการโดนกัดอยู่ 3 รู ตอนนั้นผมโดนเย็บถึง 17 เข็ม ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเกมธรรมดาคงไม่มีใครจำได้หรอก ผมออกจากสนามพร้อมกับตรงดิ่งไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็คทุกอย่าง ตอนผมกลับบ้านการเฉลิมฉลองทุกอย่างก็จบลงแล้ว”

ไม่กี่วันต่อมาตามสไตล์สื่ออังกฤษ ทั้งแม็คนิโคลและบรินถูกจับให้มาพบกันอีกครั้งในฐานะฮีโร่ของทีม แต่การเจอกันครั้งนี้ไม่มีขั้นเลือดตกยางออกเหมือนครั้งที่แล้ว

“ไม่กี่วันต่อมาสำนักข่าวท้องถิ่นจัดการนัดผมให้มาพบกับมันอีกครั้ง ผมไม่เคยโกรธมันเลย แล้วก็ไม่ใช่ความผิดของใครเลยด้วย แต่ที่ตลกก็คือพี่ชายของผมหันมาเพาะพันธุ์เยอรมันเชเพิร์ดที่สกอตแลนด์ซะงั้น”

เรื่องราวการรอดตกชั้นในครั้งนี้ของทอร์คีย์ถูกจดจำและถูกนำไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์หนีตกชั้นในเคสอื่น ๆ แม้ จิม แม็คนิโคล จะไม่ได้เป็นนักฟุตบอลที่โดดเด่นมากนัก แต่เรื่องราวของเขาถูกนำกลับมาเล่าอยู่เสมอ เพราะเขาคือชายคนแรกในโลกที่โดนสุนัขงับขาขณะลงแข่ง


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

เซอร์ สเตอร์ลิง มอสส์ ราชันไร้มงกุฎ สุดยอดนักแข่งผู้ไม่เคยได้แชมป์ F1

คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ จากอดีตช่างประปาสู่การเป็นนักสู้เงินล้าน เจ้าของฉายา “หมาบ้าไอริช”

โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ: จากตระกูลสามมิตร สู่ ‘แอโรซอฟต์’ เจ้าของลิขสิทธิ์บอลยูโร 2020

ไซออน คลาร์ก: ชีวิตไร้ขีดจำกัดของนักมวยปล้ำที่มีร่างกายเพียงครึ่ง

มิโน่ ไรโอล่า ซูเปอร์เอเยนต์ จอมสูบ? เทวดาในคราบปีศาจของเหล่านักฟุตบอล

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค จากเด็กล้างจาน สู่นักเตะยอดเยี่ยม PFA ผู้ทุ่มเทเพื่อลิเวอร์พูล

เคธี ซาวเออร์ส โค้ชเกย์หญิงคนแรกใน NFL ผู้ทลายกำแพงเพศสภาพ ท่ามกลางเกมที่ผู้ชายเป็นใหญ่

จัสติน ฟาชานู โศกนาฏกรรม นักฟุตบอลคนแรกผู้ประกาศว่าเป็นเกย์