Post on 10/06/2019

ไม่ได้มีดีแค่ร้องเร็ว! The TOYS ดรอปเรียนเพื่อกลายเป็นเซียนกีตาร์ระดับท็อป

       ถ้าพูดถึงศิลปินเจ้าของเพลงที่แรปเร็วจนใครก็ร้องตามไม่ทัน ภาพในหัวคงไม่พ้นหน้ามึน ๆ ของ ทอยธันวา บุญสูงเนิน ศิลปินมากความสามารถ ที่แต่งเนื้อร้องเอง ทำนองเอง ร้องเอง โปรดิวซ์เอง มิกซ์เอง หรือพูดง่าย ๆ ว่าทำทุกอย่างเอง จนกลายเป็นที่มาของชื่อ “The TOYS” ศิลปินที่ทั้งวงมีสมาชิกแค่ทอยทอยทอยและทอย

เพลงติดหูแปลกใหม่ในแบบที่ฟังแล้วถึงกับต้องพูดไม่ออกของเขา ทำให้คนรู้จัก The TOYS ในฐานะนักร้องและนักแต่งเพลง แต่ความจริงแล้ว เส้นทางสายดนตรีของเขาเริ่มมาจากการเล่นกีตาร์ จนชนะ Overdrive Guitar Contest ครั้งที่ 9 การประกวดกีตาร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และคว้าอันดับ 5 จาก Kiesel Guitar Solo Competition การแข่งขันกีตาร์ระดับโลก

The TOYS เป็นลูกชายของนิตยา บุญสูงเนิน และหลานชายของเจินเจิน บุญสูงเนิน นักร้องที่ประสบความสำเร็จที่มีเพลงดังติดหูมากมาย และสายเลือดความรักในดนตรีที่ถูกส่งต่อมาถึงเขานี้ก็ฉายแววมาตั้งแต่เด็ก ๆ

ตอน 4 ขวบ ผมเริ่มเข้าโรงเรียนแรก ๆ เลย คุณแม่ก็ขับรถไปส่งที่โรงเรียนตามปกติ แล้วพอดีตอนขับรถคุณแม่ก็จะเปิดเพลงไปด้วย ผมจำไม่ได้ว่ามันเป็นเพลงอะไร แต่ผมจำได้ว่ามันเพราะมาก ออกแจ๊ส ๆ หน่อย ซึ่งผมฟังแล้วรู้สึกว่ามันเคลิ้ม ผมก็เลยถามแม่ว่าแม่ครับ อันนี้เรียกว่าอะไร ทำไมมันมีเสียงออกจากรถได้ด้วยแม่ก็บอกก็เพลงไงคำว่าเพลงเลยปรากฏเป็น question mark ในหัว

ความสนใจทางด้านดนตรีทำให้ทอยเริ่มเล่นกีตาร์ด้วยตัวเองตั้งแต่ 7 ขวบ โดยความรู้ทางด้านดนตรีในตอนนั้นมีเพียงการจับคอร์ดกีตาร์พื้นฐาน C Am F G 4 คอร์ดที่คุณพ่อเป็นคนสอนให้เท่านั้น ทอยเรียนรู้ทุกอย่างตั้งแต่การไล่สเกล ไปจนถึงเทคนิคยาก ๆ ผ่านวิดีโอบน YouTube  และมีนักกีตาร์ในดวงใจที่เขาจะดูบ่อย ๆ คือ ทอมมี เอ็มมานูเอล (Tommy Emmanuel) มือกีตาร์ฟิงเกอร์สไตล์ระดับโลก

ทอย

ในขณะที่ทอยมีความมุ่งมั่นตั้งใจกับการเล่นกีตาร์เป็นอย่างมาก แต่ครอบครัวที่ล้วนทำงานทางสายดนตรีกลับไม่สนับสนุนการเล่นดนตรีของเขา คุณแม่มักจะบอกว่าเขาอย่าไปเล่นเลย’  หรือถ้าเล่นก็ไม่อยากให้จริงจังมากเกินไป เพราะอยากให้ทอยตั้งใจเรียนหางานที่มั่นคง แต่เขากลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม นิสัยผมนะ ยิ่งใครห้ามอะไรผมจะยิ่งวิ่งเข้าหาเลย”

ทอยเล่นกีตาร์จนการเรียนตก คุณแม่จึงตัดสินใจนำกีตาร์ของเขาไปขาย ทอยจึงแก้ปัญหาด้วยการไปบ้านเพื่อนบ่อย ๆ เพื่อไปขอยืมกีตาร์เพื่อนเล่น แต่การที่กลับบ้านมาไม่มีกีตาร์ของตัวเองถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยน ที่ทำให้เขามีเวลาว่างที่เคยใช้เล่นกีตาร์ มาสนใจด้านการแต่งเพลงมากขึ้น และมักใช้เวลาอยู่ในห้องคนเดียวเพื่อแอบคุณแม่แต่งเพลง  

“Arrange เพลงแรก ๆ ออกมาแย่มาก ฟังไม่ได้ เพลงแรก ๆ นี่ยิ่งแบบ มันไม่น่าใช่เพลง พอไปเรื่อย ๆ ผมก็เริ่มหา reference ที่ผมจะเกาะเขาได้ ยึดเขาได้ มันก็เหมือนจะพัฒนาขึ้นตามระดับของมันผมได้เรียนรู้ความเป็น music ว่าเขาฟังอะไรกันอยู่ แล้วเขาพยายามจะสื่ออะไรกับเรา เพลงในแต่ละแนวมันก็มีกิมมิคของมัน ก็พยายามฟังทุกแนว  แต่เน้นป๊อป

เพลงป๊อปในกระแสที่เขาฟังเพื่อพัฒนาการแต่งเพลงในตอนนั้นคือเพลงของ ไมลีย์ ไซรัส (Miley Cyrus), บียอนเซ่ (Beyonce) รวมถึงเพลงของ จัสติน บีเบอร์ (Justin Bieber) ด้วย เขาลองผิดลองถูกด้วยตัวเองจนวันหนึ่งเขาได้ไปเห็นการทำงานของห้องอัด ที่มีทั้ง mixing และ mastering เขาไปขอนั่งสังเกตการทำงานอยู่ทั้งวันจนทำเป็น ทำให้หลังจากนั้น ทอยในวัย 17 ปี เริ่มรับงานเรียบเรียงเพลงให้กับ อะตอม Mic Idol และดรอปเรียนเพื่อมาทำงานโปรดิวเซอร์เต็มตัว

ผมก็บอกแม่ตรง ๆ ว่า ทุกวันนี้ไปเรียนไม่รู้เรื่องเลยครับแม่ เพราะว่าในหัวเราคิดเรื่องดนตรี

เขาทำเพลงให้กับศิลปินทั้ง Room39 วงพริกไทย หรือเบียร์เดอะวอยซ์ และประสบการณ์การทำงานในฐานะโปรดิวเซอร์ทำให้เขามีความสามารถเรียบเรียงเพลงออกมาได้อย่างน่าสนใจ จนในวัย 19 ปี เขาได้ทำเพลงแนว EDM (Electronic Dance Music) ที่ปกติแล้วมักจะไม่มีกีตาร์ มาใส่ไลน์กีตาร์เข้าไปด้วย ส่งเป็นวีดีโอประกวด Overdrive Guitar Contest จนผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย

ในรอบชิงชนะเลิศ นอกจากการเรียบเรียงเพลงแบบใหม่แล้ว ความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือการเล่นกีตาร์ไฟฟ้าแบบไม่ใช้ปิ๊ก และการใช้มือซ้ายเล่นแบบ tapping เพื่อทำให้คณะกรรมการชาวต่างชาติที่เป็นศิลปินที่ทอยชื่นชอบอย่าง กัทธรี โกแวน (Guthrie Govan) และ จอห์น แมคลาฟลิน (John Mclaughlin) จำเขาได้ และความแตกต่างอย่างลงตัวนี้ทำให้เขาคว้ารางวัลชนะเลิศของรายการ Overdrive Guitar Contest และในเวลาต่อมา และทอยไม่หยุดแค่นั้น เขาได้สานต่อความฝันของตัวเองด้วยการลงประกวดแข่งขันกีตาร์ระดับโลกอย่าง Kiesel Guitar Solo Competition และคว้าอันดับ 5 มาครองในท้ายที่สุด

ทอย สมัยลงแข่ง

ทอยใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการเป็นนักดนตรีและโปรดิวเซอร์ ส่วนหนทางการเป็นนักร้องไม่ได้ปรากฏให้เห็นจนกระทั่งเขาแต่งเพลงหน้าหนาวที่แล้วเพื่อไปเสนอขายให้กับค่ายเพลง ทอยถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลว่าเพลงนี้ไม่น่าจะมีคนฟังหรือดังได้ เขาจึงนำเพลงลง YouTube จนรู้ตัวอีกทีว่าเพลงดังตอนที่ได้ยินเพลงของตัวเองบนรถแท็กซี่

ตอนนั้นงง เฮ้ย เกิดอะไรขึ้นวะ ก็คิดว่าเพื่อนแกล้งไปขอคลื่นวิทยุ

ยอดวิวที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก 10 ล้าน ทำให้เขากลายเป็นศิลปินของ What the Duck แบบไม่ได้คิดฝันว่าจะมาทำงานเบื้องหน้ามาก่อน และเพลงหน้าหนาวที่แล้วกลายเป็นเพลงที่มีคนโคเวอร์หลายต่อหลายรูปแบบ ทั้ง ๆ ที่ The TOYS ตั้งใจทำออกมาให้คนร้องตามไม่ได้ เขาจึงสานต่อความตั้งใจเดิมมาเป็นท่อนเร็วของเพลงก่อนฤดูฝน

ผมอยากทำเพลงให้คนฟังมากกว่าทำเพลงให้คนร้องตามผมแค่เบื่อกับสิ่งที่ผมทำ ๆ มา ผมเลยอยากลองทำอะไรโง่ ๆ ดูบ้าง

ความเป็นตัวเองของ The TOYS ที่ใส่ลงไปในเพลง ทำให้เขากลายมาเป็นนักร้องเจ้าของเพลงท็อปฮิตติดชาร์ทที่มีแฟนคลับทั่วประเทศ รางวัลศิลปินเดี่ยวแห่งปี รวมถึงได้โกอินเตอร์ร่วมแสดงในงาน MAMA 2018 ของประเทศเกาหลี ที่ทำให้เขาได้รางวัล Best New Asian Artist พร้อมผู้ติดตามจากแดนกิมจิที่พร้อมใจขึ้นแฮชแท็ก Mr. Shy กันเต็มโซเชียลมีเดีย แต่แม้เขาจะประสบความสำเร็จขนาดนี้ The The TOYS กลับบอกว่า

ผมไม่เจ๋งหรอก ผมธรรมดา เพลงฮิตไม่เห็นทำให้เจ๋งเลยอะ สิ่งที่เจ๋งคือ attitude ความคิด ทัศนคติบวก

The TOYS กำลังจะขึ้นคอนเสิร์ตบนเวทีใหญ่อย่าง Singing in the Rain 4 “Let’s Say, Play Together”  เทศกาลดนตรีท่ามกลางสายฝนซึ่งจะจัดขึ้นวันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม 2562 Umbrella City เขาใหญ่ นครราชสีมา และนอกจาก The TOYS แล้ว งานนี้ยังมีศิลปินระดับท็อปอีกมาก เช่น Potato, Lipta, Polycat, สิงโต นำโชค และศิลปินชื่อดังอีกมากมาย จำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ที่ Thaiticketmajor ทุกสาขา ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook.com/singingintherainfest

 

เรื่อง: จิดาภา กนกศิริมา (The People Junior)

 

ที่มา:
https://www.youtube.com/watch?v=txgU5xMzdOY
https://www.youtube.com/watch?v=ISxVnGoqM08&t=2338s
https://www.youtube.com/watch?v=nK8ErFRM45Y

บทสัมภาษณ์ส่วนหนึ่งจาก Guitar Thai Online และรายการ The Toys Tonight’s the night คืนสำคัญ 18-11-2017 และคุยแซ่บ Show


The People Junior

เด็กฝึกงานผู้มีใจรักในการสร้างสรรค์คอนเทนต์